ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 872-1 เจ้าช่างดูดียามหัวเราะ
ตอนที่ 872-1 เจ้าช่างดูดียามหัวเราะ
ฝูหลิงที่อยู่ตรงระเบียงทางเดินยาว มือข้างหนึ่งถือแตงโมหนึ่งซีก มืออีกข้างถือช้อนเล็กมองไปไกล “ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ…”
ซ่งฝูหลิงเงยหน้าหัวเราะจนเห็นลิ้นไก่ สีแดงของแตงโมที่ติดบนลิ้นชัดเจนมาก
เจิงหมอมอเป็นห่วงว่าแตงโมจะติดคอคุณหนู จึงเดินเข้าไปเอาผ้าเช็ดหน้ารอง อยากให้คุณหนูคายแตงโมในปากออกมาแล้วค่อยหัวเราะ
ซ่งฝูหลิงคายออก ถุย แต่ถุยเม็ดสีดำออกแล้วเคี้ยวเนื้อแตงโมต่อพลางหัวเราะ “ฮ่าๆๆ”
ทั้งยังชี้พวกคนที่อยู่ไกลๆ พลางพูดว่า
“หมอมอ ดูนั่นสิ ข้าขำพวกยายๆ จะตายอยู่แล้ว”
พูดคำว่าตายอีกแล้ว เฮ้อ
เจิงหมอมอมองฝูหลิงที่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี นางฝืนกลืนคำสั่งสอนกลับไป ปล่อยคุณหนูสบายๆ สักวันแล้วกัน
จากนั้นถึงหันไปมองไกลๆ กลั้นไม่ไหว สีหน้าของเจิงหมอมอก็ปรากฏรอยยิ้มเล็กน้อย
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
นับตั้งแต่มาอยู่บ้านสกุลซ่ง พูดตามตรง นางกับจิ่งหมอมอมักมีอารมณ์แบบนี้ทุกวัน
แบบที่ว่าทั้งจนปัญญาทั้งกลั้นขำไม่อยู่
ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้
ไกลออกไป จิ่งหมอมอกำลังสั่งพวกสาวใช้ให้ทำกิริยาท่าทางต่างๆ ทันใดนั้นพวกยายๆ ที่อยู่ในบ้านก็มาร่วมวงด้วย
จิ่งหมอมอตะโกน “เงยหน้า ยืดคอขึ้น มองไปข้างหน้าแล้วก้มเล็กน้อย”
พวกยายๆ ที่อยู่ด้านหลังก็ยืดคอขึ้นแล้วมองไปข้างหน้า ก็แค่ไม่ว่าจะดูยังไงมันก็ไม่เข้าพวก
ซ่งฝูหลิงสรุปเก่งกว่าเจิงหมอมอ
พวกยายๆ ยืดคอมองไปข้างหน้าเหมือนกำลังฝึกกายกรรม
สักพักก็ก้าวขา พวกยายๆ ก้าวขา แต่ขาไม่ได้ดั่งใจ
ท่าต่อไปคือเดิน พอเริ่มเดินพวกยายๆ ก็เดินกันอย่างเกร็งๆ ถ้าในมือมีมีดเหมือนซอมบี้บุกเข้าหมู่บ้านเลยล่ะ
ส่วนจิ่งหมอมอที่กำลังฝึกพวกสาวใช้อยู่นั้นในที่สุดก็สังเกตเห็นความผิดปกติที่ด้านหลังแล้ว
นางชะโงกหน้าไปมองพวกยายๆ นี่ไม่ใช่มารยาทที่พวกท่านควรเรียน
พวกยายหวังเลยรีบหยิบกระด้งที่วางอยู่บนพื้นแล้วเดินออกไปทันที
ไม่รีบบอกเล่า เหนื่อยแทบตาย
จากนั้นจิ่งหมอมอก็ถือไม้เรียวสอนสาวใช้ทั้งสามสิบหกคนต่อ “มือขวาทับมือซ้าย มือซ้ายกดตรงท้องน้อยเบาๆ สองขางอเข่า ก้มหน้าเล็กน้อย”
หากท่าไหนทำผิดเพี้ยนไปเล็กน้อยก็จะถูกไม้เรียวตี
พวกสาวใช้ยืนฝึกอยู่ท่ามกลางแดดร้อน เหงื่อไหลดุจสายฝน
แมลงวัน ยุง แมลงตัวเล็กตัวน้อย ไม่ว่าจะเป็นอะไรมาเกาะบนใบหน้า หู หรือลำคอ พวกนางก็ห้ามขยับ
จิ่งหมอมออยากสอนมารยาทให้ซึมซับเข้าไปในกระดูกของสาวใช้พวกนี้
เพราะนางกับเจิงหมอมอรู้ว่า คาดหวังกับคุณหนูไม่ได้
ท่านอ๋องไม่ให้เคร่งครัดกับคุณหนู อยากเรียนก็เรียน ไม่อยากเรียนก็ห้ามบังคับ
ประโยคแรกที่ผู้ว่าฯ ซ่งพูดกับพวกนางคือ ถ้าคุณหนูบอกทรมานก็ให้หยุด
ดังนั้นแค่คุณหนูเข้าใจมารยาทในภาพรวมก็พอแล้ว
แต่ยิ่งคุณหนูเป็นแบบนี้ คนข้างกายนางก็ยิ่งต้องเคร่งครัดในกฎระเบียบ
ใช้สาวใช้ที่คุณหนูพาออกไปเป็นตัวช่วยแสดงให้เห็นว่าคุณหนูเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับมารยาทการวางตัวมาก
ถึงขั้นที่ว่าหมอมอทั้งสองต่างรู้ดีแก่ใจ แม้แต่ผู้ว่าฯ ซ่งก็ต้องการแบบนี้
ยิ่งมีชาติกำเนิดยากจน เคยเป็นชาวบ้านแร้นแค้นจนมาเป็นขุนนางระดับสูง พวกเจ้านายก็จะไม่เคร่งครัด พวกบ่าวรับใช้ก็ยิ่งต้องอยู่ในระเบียบถึงจะช่วยแสดงให้เห็นว่าผู้ว่าฯ ซ่งปกครองครอบครัวได้เหมาะสม ไม่แพ้ตระกูลใหญ่
ตอนนายท่านถามพวกนาง หมอมอทั้งสองก็แนะนำอย่างจริงใจ
หลังการพูดคุยครั้งนั้น ซ่งฝูเซิงรู้สึกว่าเรื่องบางอย่าง หมอมอทั้งสองก็พูดถูก เขา เฉียนเพ่ยอิง ท่านย่าหม่า รวมถึงท่านลุงซ่ง เคยคุยกันเป็นการส่วนตัว
เป็นต้นว่า หมอมอทั้งสองบอกบ่าวแบ่งออกเป็นสองประเภท
รู้ว่าคนสกุลซ่งไม่ชอบเลี้ยงพวกบ่าวรับใช้ แม้แต่คนคุมเรือกสวนไร่นาก็ยังเป็นคนในครอบครัวคุมเอง
แต่ว่ามีบ่าวรับใช้ประเภทหนึ่งที่ขาดไม่ได้ ยังไงก็ต้องเลี้ยงไว้
อย่างบ้านที่อยู่ในภูมิลำเนาเดิม ต้องส่งบ่าวรับใช้ไปเฝ้าและคอยทำความสะอาดไว้
หากทางบ้านเดิมมีเรื่อง มีคนสนิทแต่งงานหรือตายก็ต้องรีบรายงานทันที
อย่างสุสานของบรรพบุรุษ คนยุคโบราณถือที่สุดเรื่องการถูกขุดสุสาน ให้ความสำคัญกับการจัดการหลังตายไปแล้วมากที่สุด
ตระกูลระดับสูงทำกันอย่างไร พวกเขาจะเลี้ยงบ่าวรับใช้ประเภทนี้ที่หมอมอบอกตั้งแต่เด็ก หลังจากเจ้านายตาย บ่าวประเภทนี้ก็จะเฝ้าสุสานสืบต่อกันไปรุ่นสู่รุ่น
นอกเหนือจากนี้ หมอมอทั้งสองยังได้แนะนำอีกว่าต้องอบรมบ่าวสำหรับออกไปข้างนอกจนถึงต้อนรับแขก จึงมีการรับสมัครบ่าวรับใช้ชายอยู่ ส่วนสาวใช้กลุ่มนี้ที่อบรมกันอยู่สามสิบหกคนก็ใช่ว่าวันหน้าจะให้ฝูหลิงไปหมด
เลือกออกมายี่สิบกว่าคน เอาคนเก่งๆ ให้ไปอยู่กับฝูหลิง
ส่วนคนที่ด้อยหน่อยก็ไม่อบรมเสียเปล่า วันหน้าก็ให้รับใช้ท่านย่าหม่ากับเฉียนเพ่ยอิง รวมถึงพวกยายๆ ในบ้าน
พูดถึงสาวใช้ เช่นนั้นพวกสาวใช้ที่ท่านย่าหม่าเคยซื้อมาล่ะ
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ที่ซื้อมาเมื่อก่อนน่ะเหรอ เด็กพวกนั้นใช่สาวใช้เหรอ
ท่านย่าหม่าวางแผนการใหญ่ไว้ นั่นอาจารย์สอนทำขนมเค้กที่วันหน้าท่านย่าหม่าจะส่งไปอยู่ในแต่ละท้องที่ ท่านย่าหม่าต้องการสอนเด็กสาวเหล่านี้ให้ค่อยๆ กลายเป็นท่านย่าหม่าที่มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน แล้วส่งไปอยู่ที่อื่น
สรุปได้ว่า ตอนนี้เป็นภาระหนักมากสำหรับเจิงหมอมอและจิ่งหมอมอ
ไม่เพียงแต่ต้องคอยแนะนำเจ้านายครอบครัวนี้ ยังต้องอบรมสาวใช้ให้จวนอ๋องกับบ้านสกุลซ่งด้วย
เจิงหมอมอยังดีหน่อย นางดูแลแค่ซ่งฝูหลิงคนเดียว บางครั้งจะมีแนะนำฮูหยินเฉียนเพ่ยอิงกับไท่กงเหรินย่าหม่าบ้าง
ขอแค่นางควบคุมสามคนนี้ไม่ให้เอาแต่ ‘เถียง’ นี่ไม่เหมาะสมนั่นไม่เหมาะสม อย่าเอาแต่หาช่องโหว่ อย่ามักเอาแต่เสนออะไรใหม่ๆ เพื่อแอบอู้เป็นพอ
หลังจากฝูหลิงแต่งงาน เจิงหมอมอแค่ทำหน้าที่เป็น ‘แม่ติดตาม’ ก็พอ
แม่ติดตามคืออะไรน่ะเหรอ ก็แบบที่ว่าเจ้านายไปไหนก็ต้องไปด้วย
แม่ติดตามที่ดีจะรู้จักพูดจา ต้องรู้จักสังเกตสีหน้า อีกฝ่ายพูดแบบนั้นหมายถึงอะไร เสียมารยาทกับฝูหลิงหรือเปล่า ถ้าเสียมารยาท ฝูหลิงต้องโต้กลับอย่างไรแบบไม่ให้เสียภาพพจน์ของพระชายาอ๋อง แม้แต่ฝูหลิงเข้าวังหลวง แม่ติดตามคนนี้ก็มีสิทธิ์ตามเข้าไปด้วยได้ อีกทั้งยังสามารถสั่งว่าสาวใช้ควรปรนนิบัติอย่างไร
แสดงให้เห็นว่า หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของเจิงหมอมอก็คือ ไม่ว่าฝูหลิงอยู่ที่ไหน นางก็อยู่ที่นั่น ต้องปรนนิบัติฝูหลิงอย่างถูกต้องและเหมาะสม
แต่จิ่งหมอมอไม่ใช่ เพราะนางเป็น ‘แม่คุม’
แม่คุมที่ว่านี้ก็คือ เทียบเท่าพ่อบ้านใหญ่ที่อยู่ข้างกายเจ้านายผู้ชาย ก็แค่นางคุมงานให้กับเจ้านายผู้หญิง เรื่องทุกอย่างของเจ้านายผู้หญิงตั้งแต่กินไปจนถึงแต่งตัว ตั้งแต่เรื่องเล็กน้อยในเรือนไปจนถึงการคุมหญิงรับใช้ที่ไปจับจ่ายข้างนอก นางต้องดูแลทั้งหมด
ยังไม่พูดเรื่องการจับจ่ายข้างนอก เอาแค่ตอนนี้ที่อบรมสาวใช้ จิ่งหมอมอก็รู้สึกว่ายากมากแล้ว
อย่างไรเสีย สาวใช้ที่รับมานี้ก็อายุสิบกว่าปีแล้ว ไม่มีสักคนที่เลี้ยงดูให้ติดตามคุณหนูมาตั้งแต่เล็กๆ
นางช่วยปรับนิสัยความเคยชินที่ติดตัวมาสิบกว่าปีได้ยาก
เรื่องทุกอย่างกลัวสุดก็คือติดเป็นนิสัย พอเคยตัวแล้วก็แก้ยาก ไม่เหมือนกระดาษขาวที่นางเขียนอะไรใส่ก็ง่าย
นางไม่รู้ว่าพวกสาวใช้จะจริงใจกับซ่งฝูหลิงหรือเปล่า
อายุสิบกว่ารู้จักพินิจพิเคราะห์แล้ว มีความคิดและเป็นตัวของตัวเอง ยากที่จะเอา ‘คุณหนูคือท้องฟ้า คุณหนูคือชีวิต’ ฝังเข้าไปในใจของสาวใช้แต่ละคน
แต่สถานการณ์ของครอบครัวซ่งก็เห็นๆ อยู่ จิ่งหมอมอรู้ดีว่า ยากแค่ไหนก็ต้องสั่งสอนให้ได้
สาวใช้สามสิบหกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าจิ่งหมอมอนี้ได้ผ่านการคัดเลือกมาหลายขั้นตอน จากหลายร้อยหมู่บ้านในหลายสิบอำเภอที่อยู่ในเขตหวงหลง ถูกสืบประวัติภูมิลำเนา สืบสถานการณ์ของครอบครัว มีความโดดเด่นในบรรดาสองพันคน
อีกทั้งตอนคัดเลือกก็ได้ทดสอบในสิ่งที่สังเกตเห็นได้
โดยมีผู้ว่าฯ ซ่งให้ความร่วมมือ
ผู้ว่าฯ ซ่งส่งลูกน้องไปจำนวนมาก ทำการคัดเลือกจากจำนวนมหาศาลก่อน มีรอบแรก แข่งรอบแรก รอบสอง สารพัดจะคัด เสียค่าใช้จ่ายไปไม่รู้ตั้งเท่าไร
คนเป็นพ่อคิดมากจนไม่รู้จะยังไงแล้ว
ยกตัวอย่างเช่น การคัดเลือกรอบแรกสุด ซ่งฝูเซิงสั่งให้เสมียนฉินออกหน้าเพื่อสืบภูมิหลังของบรรดาสาวใช้แล้วคัดทิ้งไปส่วนหนึ่ง
สนามต่อมาก็ให้พวกสาวใช้ตอบคำถาม
เป็นต้นว่า คุณหนูทำผิด เจ้าก็รู้ว่าคุณหนูทำผิด เจ้าควรทำอย่างไร
บอกคุณหนูว่าทำแบบนี้ไม่ได้อย่างนั้นเหรอ ตอบผิด ตกรอบ
ไม่มีการประกาศเฉลย คำตอบอยู่ในใจซ่งฝูเซิง
คำตอบที่ถูกต้องควรเป็น สาวใช้ต้องช่วยปกปิด
ดูว่าเรื่องที่ฝูหลิงทำผิดมีช่องโหว่หรือเปล่า จากนั้นก็รีบบอกคุณหนูให้พยายามอุดช่องโหว่นั้น
คำถามอีกสารพัด