ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 871 เจ้ารีบกลับมาเถอะ ข้าคนเดียวเอาไม่อยู่
ตอนที่ 871 เจ้ารีบกลับมาเถอะ ข้าคนเดียวเอาไม่อยู่
แม่ทัพหลิ่วสังเกตเห็นว่าลู่พั่นขี่ม้าอยู่แต่กลับลังเลไม่ยอมไปสักที เอาแต่เดินวน เขาชักจะทนดูไม่ไหว
มันต้องขนาดนี้เลยเหรอ
ทำเอาเขาที่อายุปูนนี้รู้สึกอายแทน
เขาไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน
อย่างตัวเขา ก่อนออกไปข้างนอก ไม่สิ ต่อให้เป็นก่อนไปออกศึก พอฮูหยินรู้เรื่องก็แค่จัดแจงเสื้อผ้าอาหารการกินให้เขา กำชับเรื่องต่างๆ แค่นั้น
เขาออกไปก็ไม่มีทางหันกลับไปมอง ไม่มีอาลัยอาวรณ์
นี่คือชะตากรรมและหน้าที่ของคนเป็นแม่ทัพอยู่แล้ว
ส่วนคนหนุ่ม เขาก็เคยเจอคนที่หลากหลายสถานะอยู่ไม่น้อย
ส่วนใหญ่จะเจอแบบลูกผู้ชายอกผายไหล่ผึ่ง ไม่มีหรอกอาลัยอาวรณ์ บทจะไปก็ไปเลย
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ลู่พั่นสถานะสูงส่งขนาดนี้ นิสัยก็ไม่ได้เหยาะแหยะ
ออกรบ นำทัพ ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด สาเหตุที่แม่ทัพหลิ่วไม่อยากมองก็เพราะรู้สึกว่ามันขัดกับภาพลักษณ์มากเหลือเกิน
นี่ดีนะที่เขาเห็นกับตาเอง ถ้าคนอื่นเล่า เขาไม่มีทางเชื่อ
แม่ทัพหลิ่วไม่เข้าใจ ลู่พั่นที่เกือบเฉียดตายอยู่หลายครั้งทำไมถึงได้อยู่ๆ ก็ ‘ไม่เก็บอาการ’ เจ้าเป็นถึงลู่พั่นเชียวนะ ทำไมถึงได้อ่อนไหวขนาดนั้น
ท่านย่าหม่ากลับเข้าใจ
นางเดาว่า คุณหนูคนอื่นในตระกูลใหญ่ ถ้ารู้ว่าคู่หมั้นกำลังจะไป ควรจะคารวะตามธรรมเนียมปฏิบัติ อวยพรให้นิดหน่อย อย่างมากก็แสดงสีหน้าอาลัยอาวรณ์เพิ่มด้วย
อย่างไรเสีย นั่นก็เป็นพวกสิ่งที่คุณหนูตระกูลใหญ่ต่างทำกัน
อาจมีหลายคนที่เก็บอารมณ์ไว้แล้วกลับไปแอบร้องไห้ในห้อง อาลัยอาวรณ์คู่หมั้น คิดถึงเขา ครั้งหน้าจะได้เจอกันอีกเมื่อไร จากนั้นก็เริ่มเฝ้ารอทุกวันทุกคืน
พวกข้าอาบน้ำร้อนมาก่อน เข้าใจดี
แต่ดูพั่งยาบ้านข้าสิ
จับลู่พั่นแล้วพูดออกไปตามตรงว่า
“ข้ายังอยู่กับเจ้าไม่พอ ไม่ไปได้หรือเปล่า…
…เจ้าไป ใครจะเล่นกับข้า…
…ลู่หมินหรุ่ย เจ้าบทจะไปก็ไป เจ้าคิดว่าตัวเองทำแบบนี้ดีแล้วเหรอ”
ท่านย่าหม่าคิด
พั่งยาของนางออดอ้อนเต็มกำลัง นางอยู่มาจนปูนนี้น้อยครั้งที่จะเห็นหลานสาวเป็นแบบนี้ เล่นเอาลู่พั่นอยากแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจก็ทำไม่ได้
ดีไม่ดีลู่พั่นอาจคิดว่า ปกติผู้หญิงจะขี้อาย ยอมทนอายพูดจาออดอ้อนแบบนี้ออกมาได้ นั่นต้องอาลัยอาวรณ์ขนาดไหนถึงทำได้
พอลู่พั่นคิดแบบนี้เลยนั่งอยู่บนม้า มองพั่งยาของนางไม่วางใจสักที อย่างนั้นเหรอ
“ไปนะ” ลู่พั่นทนไม่ไหว สุดท้ายก็พูดขึ้น
ซ่งฝูเซิงก้าวขึ้นหน้าสองก้าว เอามือไพล่หลังวางมาดพ่อตา “รีบไปตอนที่ฟ้ายังสว่างเถอะ”
ท่านย่าหม่ากับเฉียนเพ่ยอิงถลึงตาใส่ซ่งฝูเซิงพร้อมกัน เกี่ยวอะไรกับเจ้าด้วย
เฉียนหมี่โซ่วก็เหลือบตามองท่านลุง คิดในใจ
ท่านลุง เขาถามพี่สาวข้า ไม่ได้พูดกับท่านลุงเลย
เฮ้อ ข้ากับท่านลุงก็อยู่ในสภาพเดียวกัน พี่แม่ทัพเล็กไม่ได้อยากจะชายตามอง
แม่ทัพหลิ่วก้มหน้ามองนั่นมองนี่
ซ่งฝูหลิงโบกมือให้ลู่พั่น “ไปเถอะ”
คำนี้ราวกับหมายความว่า ‘อนุญาต’
ลู่พั่นกุมบังเหียนหันหัวม้าทันที ในที่สุดม้าก็ไม่ย่ำอยู่ที่เดิม ไม่หันกลับมามองอีก
ในเวลาไม่ถึงครึ่งนาที ลู่พั่นกับลูกน้องก็ไปจากตรงนั้น หายไปจากมุมถนน
เล่นเอาซ่งฝูหลิงเห็นเขาหายไปเร็ว นางเดินตามอย่างไม่รู้ตัว
ก็แค่แสดงออกไม่ชัดเจนนัก เพราะทุกคนต่างก็เดินขึ้นหน้าอย่างไม่รู้ตัวเหมือนกัน
…
ลู่พั่นที่แยกกับซ่งฝูหลิงก็กลับมาเป็นแม่ทัพผู้องอาจตามปกติอีกครั้ง เป็นท่านอ๋องตามปกติ
เย็นชา พูดน้อย
มือของเขานอกจากจับดาบแล้ว กำดาบชี้ฟ้า ดึงบังเหียน โลดแล่นไปทั่วหล้า อ่านตำรา เขียนอักษร ออกคำสั่ง ไม่ต้องทำงานจิปาถะอะไรทั้งนั้น
น้อยนักที่จะมีคนรู้ว่า อีกมุมของเขาอยู่ที่หวงหลง
ช่วยหิ้วข้าวไปส่งให้พวกญาติๆ เก้าสกุลพร้อมฝูหลิง
ใช้วิชาต่อสู้เอาใจฝูหลิงได้ ฝ่ามือเดียวทำลูกเหอเถาแหลก
ช่วยทำส้วมให้ฝูหลิง
เขาทำตัวเป็น ‘สาวใช้’ ทำตามคำสั่งปรนนิบัติรับใช้คนอื่น รับใช้ฝูหลิง
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ยินดีรับใช้ตามแต่ที่ฝูหลิงจะสั่ง
“ท่านอ๋อง”
“ทำไมสงครามจบแล้วยังมีคนตายเพิ่มอีก”
พอลู่พั่นกลับมาก็ไม่ได้ตวาดเสียงใส่อารมณ์ ด้านนอกกระโจมในค่ายประจำการมีหัวหน้าทหารคุกเข่าอยู่หลายคน
พวกเขารู้ว่า ยิ่งท่านอ๋องเป็นแบบนี้ก็ยิ่งแสดงว่าโกรธจริง
ขณะที่ลู่พั่นสะสางงาน ภายในบ้านของผู้ว่าฯ ซ่งที่อยู่ไกลถึงหวงหลง ท่านย่าหม่ากำลังค่อยๆ ปลดผ้าม่านลง
ตะวันส่องกลางหัวแล้ว หลานสาวของนางยังไม่ตื่น
อย่าได้คิดปลุกเชียวนะ เดี๋ยวได้ถูกย้อนว่า “ลู่พั่นอุตส่าห์ไปแล้ว ขอข้านอนขี้เกียจสักหน่อยไม่ได้เหรอ”
ถ้าบอกว่านี่มันตั้งเที่ยงแล้ว ไม่มีประโยชน์หรอก หลานสาวคนเล็กของนางยังจะตอบอย่างขี้เกียจอีกว่า “จะเที่ยงจะเย็นแล้วอย่างไร มีคนไม่รู้เรื่องที่ข้าชอบนอนขี้เกียจด้วยเหรอ ข้าง่วงเมื่อไรก็นอนเมื่อนั้น”
นั่นสิ ยังคงพูดเหมือนเดิม ลู่พั่นไปแล้ว คราวนี้ไม่ต้องแสร้งทำอีกต่อไป
ช่วงที่ลู่พั่นอยู่บ้านครอบครัวซ่ง ท่านย่าหม่ามักดึงฝูหลิงมากำชับบ่อยๆ ว่า ทำตัวให้มันดีๆ หน่อย แสร้งทำเป็นขยันขันแข็งบ้าง
ทั้งยังพูดอีกว่า อดทนหน่อย อีกไม่กี่วันแล้ว
เพราะแบบนี้ พอท่านลุงซ่งเห็นท่านย่าหม่าไป ‘รบกวน’ พั่งยาบ่อยๆ ก็ชักไม่พอใจ “แม่หลานเซิง อย่าเรียกพั่งยาให้บ่อยนักสิ หลานชอบอ่านหนังสือตอนกลางคืน นอนคนละเวลากับพวกเรา”
อืม พั่งยาของเราชอบอ่านหนังสือ เก่งมาก พวกเราไม่เข้าใจก็อย่าไปรบกวน
ท่านย่าหม่าจนปัญญา
นางงานยุ่งมากนะ คิดว่านางอยากกลับบ้านมาปลุกหลานตื่นเหรอ
“ข้ากลัวว่านางจะไม่ได้กินข้าว สามวันติดกันแล้วที่นางไม่กินข้าวตามเวลา กินแต่ของจุกจิก ถ้านางตื่นมากินข้าว ข้าก็ไม่ต้องปลุกหรอก”
ในขณะที่ท่านลุงซ่งพูดกับท่านย่าหม่าอยู่นั้น เซาจีผู้ขยันขันแข็งก็วิ่งมาบอกเหล่าฮูหยินกับนายท่านผู้อาวุโสว่านายท่านกลับมาจากที่ว่าการด้านหน้าแล้ว
หืม?
ทำไมกลับมาเวลานี้
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา ซ่งฝูหลิงก็ถูกท่านย่าหม่าขุดออกจากเตียงได้ นอนดิ้นจนผมยุ่งเหมือนรังนก มองเจิงหมอมอกับจิ่งหมอมอ
เจิงหมอมอกับจิ่งหมอมอดูสุขุมใจเย็น แต่ในความเป็นจริงแอบกระวนกระวายใจ ไม่กล้าเงยหน้ามองสภาพฝูหลิง
นับจากนี้ไป ซ่งฝูหลิงก็คือเจ้านายของพวกนาง แอบกังวลว่าคุณหนูจะไม่ชอบพวกนาง
ยิ่งไปกว่านั้นระหว่างทางได้พบอวี้ชินอ๋องด้วย
ตอนนั้นท่านอ๋องขี่ม้าผ่านขบวนรถม้าของพวกนางไป พอได้ยินว่าพวกนางจะไปเป็นหมอมอให้คุณหนูซ่งที่หวงหลง เขาก็ย้อนกลับมา เรียกพวกนางไปถามโดยเฉพาะ
กำชับว่า สิ่งใดที่พระชายาไม่ชอบก็ห้ามบังคับ
รู้สึกได้เลยว่าท่านอ๋องให้ความสำคัญกับพระชายามาก ราวกับกลัวพวกนางจะสอนพระชายาที่ร่าเริงสดใสจนกลายเป็นซึมเศร้าเหงาหงอยได้
เวลานี้ซ่งฝูหลิงเห็นเจิงหมอมอกับจิ่งหมอมอก็เกร็งมากเหมือนกัน
รู้สึกว่า แย่แล้ว อาจารย์มาแล้ว นางเพิ่งตื่น ทิ้งภาพลักษณ์แย่ๆ ให้อาจารย์ แย่แล้ว นางทำให้พ่อขายหน้า หมอมออบรมมารยาทที่ฮ่องเต้ส่งมา เพิ่งเจอกันครั้งแรกนางก็ถูกจับได้ว่านอนขี้เกียจ
สรุปว่าต่างฝ่ายต่างวางมาดสุขุม แต่ในใจกังวลเหมือนกัน
ซ่งฝูหลิงที่อยู่ในชุดนอนยกมือขึ้นแล้วพูดกับหมอมอทั้งสอง “ตามสบาย”
…
สิบวันต่อมา
คนของซ่งเก้าสกุลที่ออกเดินทางยกเว้นลู่พั่นมีสถานการณ์ดังนี้
ก่อนที่ชุ่ยหลานจะถึงเฟิ่งเทียน สามีของนางกำลังดื่มสุราอยู่ในหอนางโลมกับเหล่าสหาย
สามีของชุ่ยหลานโอบสาวไว้ ฟังสาวอ้อนพี่จ๊ะพี่จ๋า ทำไมเพิ่งมา น้องรอจนจะถอดใจแล้ว
สามีของชุ่ยหลานหัวเราะร่า แกล้งเขี่ยจมูกสาวน้อยแล้วยิ้มพลางพูด “ข้าว่าเจ้าไม่ได้อยากรู้หรอกว่าทำไมข้าเพิ่งมา ข้าว่าเจ้าอยากถามข้ามากกว่าว่าเอาเงินไปซ่อนไว้ตรงไหนบ้าง”
“ที่ไหนเหรอจ๊ะพี่ ขอเจวียนซิ่วดูหน่อยนะ”
“อยากดูเหรอ เช่นนั้นก็ต้องเข้าห้องก่อน”
ขณะที่กำลังจะเข้าไปในห้องที่อยู่ในหอนางโลม หญิงคณิกาถอดจนเหลือชุดชั้นในแล้ว บ่าวรับใช้ของสกุลโจวร้องไห้อ้อนวอนแทบเท้าสามีของชุ่ยหลาน กอดขาเจ้านายแน่นพลางพูดเตือน “ก่อนมานายท่านผู้เฒ่ากับเหล่าฮูหยินกำชับนักกำชับหนา ฮูหยินยังไม่กลับ นายท่านห้ามเด็ดขาดนะขอรับ”
Novel PDF
ห้ามทำผิด
หากทำผิด เอาแค่อิทธิพลของสกุลซ่งในตอนนี้ ถ้าโกรธขึ้นมาถึงขั้นหักขานายท่านได้ หักกระดูกเป็นท่อนๆ
สามีของชุ่ยหลานถูกบ่าวรับใช้เตือนอยู่นาน อ้างทั้งผู้ว่าฯ ซ่งทั้งท่านอ๋อง สุดท้ายก็ได้สติขึ้นมาก หันไปมองเจวียนซิ่วที่อยู่บนเตียง กัดฟันแล้วเดินออก
เล่นเอาเจวียนซิ่วโมโหมาก เขวี้ยงหมอนกับผ้าห่ม สาปแช่งคนแซ่โจวนั่นขอให้หมดเนื้อหมดตัว
ดังนั้นพอชุ่ยหลานกลับถึงบ้าน ภาพที่เห็นคือ พ่อแม่สามี สามี ลูกเลี้ยง ต้อนรับนางกลับบ้านอย่างอบอุ่นจริงใจ รู้สึกได้ว่าคนในครอบครัวคิดถึงนางมาก ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ
หนึ่งเดือนกว่าต่อมา
พ่อแม่ของเหอซื่อก็ไปถึงเขตครอบครัวทหาร
ยังห่างอยู่ไกลมากกว่าจะเข้าถึงบ้าน พวกเพื่อนบ้านพอเห็นสองตายายกลับมาก็ส่งข่าวต่อกัน ไม่นานก็รู้กันหมด ข่าวไปถึงบริเวณแปลงเกษตร
ไม่รู้ว่าส่งข่าวกันอย่างไร พอข่าวไปถึงหูลูกชายคนรองของสกุลเหอกลับกลายเป็น “แย่แล้ว พ่อแม่เจ้าถูกคุมตัวกลับมาแล้ว”
ในความเป็นจริง ซ่งฝูเซิงให้มือปราบของหวงหลงคุ้มกันคนกลุ่มนี้กลับมา
กอปรกับมีพวกขุนนางท้องถิ่นมาด้วย พ่อแม่ของเหอซื่อก็เลยเหมือนถูกคุมตัวกลับมา
พี่ชายคนโตกับคนรองของเหอซื่อแสดงออกต่างกัน
พี่คนโตนั่งบนพื้นดินพูดว่า “ชีวิตยังจะแย่ได้ถึงขั้นไหนอีก มันก็เท่านี้แหละ ถ้าอยากเอาตัวพ่อกับแม่ไป เช่นนั้นก็เอาไปเถอะ อย่างไรเสีย มีชีวิตอยู่มันก็เหนื่อย”
ดูท่าทางน้องสาวน่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น
แต่เหอคนรองกับเมียกลับเริ่มทะเลาะกันอยู่ในสวน
เพราะเมียแหกปากตะโกนบอกให้ตัดพ่อตัดแม่ ทั้งยังบ่นอีกว่า “บอกแล้วว่าอย่าไปตามหาญาติก็ไม่เชื่อ”
ระหว่างที่ลนลานอยู่นั้นก็เตรียมเก็บของหนี
ผู้หญิงคนนี้ขี้ขลาดมาแต่ไหนแต่ไร แค่มีข่าวไม่ดีนิดหน่อยมาก็อยากหนี
พ่อแม่ของเหอซื่อสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ตั้งแต่ในถึงนอก พอเห็นลูกชายสองคนก็คาดไม่ถึงว่าต้องมาห้ามคนทะเลาะกัน
ดูซิ ทำขายหน้า พวกลูกน้องของน้องชายผัวลูกสาวต้องมาเห็นกันหมด
เมื่อทุกคนในเขตครอบครัวทหารรู้เรื่องว่าสกุลเหอได้กลับไปมีอิสระแล้ว ชีวิตดีแล้ว จะย้ายออกแล้ว สีหน้าของแต่ละคนที่อึ้งอยู่ในที่สุดก็แสดงอารมณ์แตกต่างกันไป
หลายคนอาจกำลังไล่เรียงรายชื่อญาติ เผื่อมีญาติคนไหนที่ออกหน้าช่วยพวกเขาให้พ้นจากความทุกข์ทรมานนี้ได้
เหอคนโต เหอคนรอง ลำบากมาหลายปี ในที่สุดก็ได้เดินยืดตัวตรงต่อหน้าคนอื่น
อีกเจ็ดวันต่อมาสองพี่น้องสกุลหลัวที่ถูกส่งไปไกลก็ถึงที่หมาย
“ลูกพ่อ นี่ไก่ย่าง กินสิ อร่อยมากนะ”
เมียของสองพี่น้องสกุลหลัว พวกเด็กๆ ต่างร้องไห้นั่งกินไก่ย่างบนพื้น
เด็กผู้ชายอายุหกขวบ มือน้อยๆ หยาบกระด้างเหมือนทำงานหนักมาหลายปี ร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางกินไก่
ตอนหลัวปู้เสียอุ้มลูกชายขึ้นมาถึงพบว่า ไอ๊หยา อากาศร้อน ไก่ย่างเสียแล้ว ทำไมเขาเพิ่งเห็นนะ
“รีบหยุดกินก่อน อ้วกออกมา มันเสียแล้ว”
เด็กน้อยไม่รู้ว่าไก่ย่างเสียรสชาติเป็นอย่างไร รสชาติไก่ย่างปกติเป็นอย่างไร
หลัวปู้ตันที่ใบหน้ามีดอกไม้หนึ่งดอก สีหน้าของเขาโมโหร้องไห้ตวาดเสียงใส่ขุนนางที่ใหญ่สุดในนั้น “ข้ามีคำขอหนึ่ง”
อาศัยตอนที่ลูกน้องของน้องฝูเซิงยังไม่ไป เขาถึงกล้าเอ่ยคำขอ
ขุนนางคนนี้ก็คือคนที่ตอนนั้นทำให้หลัวปู้ตันต้องตกระกำลำบาก
หลัวปู้ตันไปขโมยยาในร้านที่ครอบครัวเขาเปิดถึงได้กลายเป็นนักโทษ ถูกนาบอักษรบนใบหน้า
คิดในใจ แย่แล้ว มันเอาใหญ่ เขาคงหลบเคราะห์ครั้งนี้ไม่ได้ กังวลอนาคตของตัวเองมาก
เพราะก่อนหน้านี้เขาเคยสืบดูว่าญาติของสองพี่น้องสกุลหลัวเป็นใคร
ซ่งฝูเซิง
ซ่งฝูเซิงเป็นใคร
ซ่งฝูเซิงเป็นคนมีอิทธิพล
เอาของขวัญไปให้ขุนนางแต่ละระดับไล่ขึ้นไปเพื่อสืบข่าว ขุนนางคนนี้ยิ่งสืบก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองซวยเข้าแล้ว ถ้าซ่งฝูเซิงเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น วันที่สองพี่น้องสกุลหลัวกลับมาก็คือวันจบสิ้นของเขา
เวลานี้จึงยิ้มแย้มพลางพูดว่า “ว่ามาเลย ว่ามา”
หลัวปู้ตันถูกคนมุงดู เขายืดตัวตรง ตะโกนใส่
“ข้าต้องการกินไก่ ข้าต้องการกินไก่แบบไม่เสียเงิน ขาต้องการกินให้เสร็จโดยไม่มีใครกล้ามาด่าข้า กินไก่”
ในดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา ทันใดนั้นเขาก็หันมองขุนนางคนที่เคยจับเขาไปนาบอักษร “ข้าต้องการกินไก่บ้านเจ้า!”
นี่คือคำขอของเขา นี่ก็คือวิธีแก้แค้นที่คนต่ำต้อยอย่างเขาจะคิดได้
พวกเจ้าหน้าที่ที่รุมล้อม “…”
ก่อนสองพี่น้องสกุลหลัวออกจากที่นั่นได้กินไก่ของเขตครอบครัวทหารไปยี่สิบตัว กินเสร็จถึงหอบลูกพาเมียออกเดินทางท่ามกลางสายตาอิจฉา กลายเป็นตำนานของที่นี่
ถึงกับกล้ากินไก่ของบ้านขุนนาง
อักษรที่ถูกนาบบนใบหน้าถูกกลบ กลายเป็นคนบริสุทธิ์
มีญาติที่เก่งระดับนั้น
ในขณะเดียวกัน ในช่วงเวลาเดือนกว่าเกือบสองเดือนนี้ ซ่งฝูหลิงก็เรียนรู้มารยาทได้ไม่น้อยแล้ว
ซ่งฝูหลิงกอดแตงโม ต่อรองกับเจิงหมอมอ “หมอมอ ขอข้าแทะเองเถอะนะ ข้าไม่อยากกินแบบที่หั่นเสร็จแล้ว อย่าดุข้าเลยนะ”
เจิงหมอมอทนเห็นสีหน้าอ้อนวอนของคุณหนูไม่ไหว ก็ได้