ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 874 รักสามเศร้า
ตอนที่ 874 รักสามเศร้า
ทางด้านซ่งฝูหลิงกำลังเห็นเรื่องการเรียนมารยาทเป็นเรื่องสนุก ส่วนอาจารย์เหยียนที่ไปเมืองหลวงหลังจากคุยธุระเสร็จก็กำลังชมซ่งฝูหลิงให้ฮ่องเต้ฟังเป็นครั้งที่สอง
พอฮ่องเต้ถาม อาจารย์เหยียนก็เล่าหมดเปลือก ไม่มีซ่อนเร้น เล่าเรื่องซ่งฝูหลิงบุตรสาวของผู้ว่าฯ ซ่งให้ฟัง
จากคำพูดมีการแสดงออกว่าอยากให้ซ่งฝูหลิงมาช่วยเสริม ทั้งยังบอกอีกว่านางเป็นคนที่น่าสนใจ
พอพูดถึงซ่งฝูหลิง อาจารย์เหยียนก็มีสีหน้ายิ้มแย้ม แสดงให้เห็นว่าชื่นชมขนาดไหน
อีกทั้งยังรีบอธิบายให้ฮ่องเต้ฟัง “กระหม่อมคิดว่านางน่าสนใจไม่ใช่เพราะเป็นบุตรสาวของใคร ไม่ใช่เพราะนางเป็นว่าที่พระชายาอ๋อง นางก็คือนาง ฝ่าบาท พอจะเข้าพระทัยกระหม่อมหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
นางน่าสนใจขนาดนั้นเลยเหรอ
หืม?
“ฝ่าบาท นางเคยหาช่องโหว่ของกฎหมาย ชอบอ่านข้อกฎหมาย พวกเราเคยคุยกันเรื่องพวกนี้พ่ะย่ะค่ะ”
อาจารย์เหยียนยกตัวอย่างที่ซ่งฝูหลิงเคยพูดถึง บางคดีเกิดเป็นรูปเป็นร่าง แต่กลับไม่มีข้อหาที่สอดคล้องกัน พอพูดขึ้นมาแบบนี้ ยกตัวอย่างแบบนี้ ฮ่องเต้ก็รู้สึกเห็นด้วย
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
แต่ฮ่องเต้หรี่ตาสนใจแค่ข้อหาเดียว ไม่ทราบแหล่งที่มาของทรัพย์สินจำนวนมหาศาล
เขารู้สึกว่าข้อหานี้ดี สะดวกให้เขาเก็บพวกขุนนาง
อาจารย์เหยียนบอกฮ่องเต้ว่า เขากับสหายซ่งฝูหลิงไม่ได้คุยแค่เรื่องข้อกฎหมาย ยังได้ค้นคว้าเคมีร่วมกันด้วย
แน่นอนว่าอาจารย์เหยียนไม่รู้จักคำว่าเคมีหรอก ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาเคยเล่นกับฝูหลิงยามว่างคือปฏิกิริยาเคมี
เขาเล่าให้ฮ่องเต้ฟังแค่การเปลี่ยนแปลงและปฏิกิริยาที่แปลกประหลาดเหล่านั้นในระหว่างการทำ
พออาจารย์เหยียนเล่าเรื่องพวกนี้ก็พูดออกมาโดยไม่มีหยุดพัก
ลืมไปด้วยซ้ำว่าตรงหน้าคือฮ่องเต้ ทั้งยังเห็นฮ่องเต้เป็นอดีตองค์ชาย เขาทำหน้าที่อาจารย์อย่างสุดความสามารถ
ตั้งแต่สูตรการคำนวณอันน่ามหัศจรรย์ไปจนถึงผ้าฝ้ายที่ใช้ปฏิกิริยาเคมีทำให้ทนไฟ
ผ้าฝ้ายที่ไม่ติดไฟจะช่วยคลังสินค้าช่วยในงานป้องกันบ้านเมืองได้มาก
เล่าอีกว่าใช้กรดน้ำส้มกับไข่ไก่ จะทำให้เกิดลายอักษรสีน้ำเงินหรือสีม่วงที่ชัดเจนบนไข่ขาวได้ เขาตั้งใจยกตัวอย่างอีกมากมาย
ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ว่าฝ่าบาท บางสิ่งบางอย่างเราพูดออกมาชัดเจนไม่ได้ แต่แสดงให้เห็นถึงสิ่งที่สวรรค์ลิขิตไว้แล้ว พระองค์ทรงเข้าพระทัยหรือไม่
อาจารย์เหยียนเล่าอย่างออกอรรถรส ฮ่องเต้ก็ฟังอย่างตั้งใจ
ราวกับฮ่องเต้เห็นภาพที่ว่า อาจารย์เหยียนถูกเขาส่งไปอยู่หวงหลง ทั้งยังกอดหนังสือเป็นตั้งร่วมค้นคว้าศึกษากับบุตรสาวของผู้ว่าฯ ซ่งอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นในห้องหนังสือหรือตรงชานเรือน มิน่าถึงดูไม่แก่
เหยียนผิ่นถังคนนี้
เล่นเอาฮ่องเต้ฟังไปฟังมาก็ชักสนใจ อยากลองดูบ้าง
เลือกการทดลองที่ง่ายที่สุด
คนที่โชคดีได้อยู่ร่วมด้วยยังมีหยางหมิงหย่วนกับติงเจียน ขันทีใหญ่หลี่เต๋อกุ้ย คนเหล่านี้เริ่มทำการทดลองอยู่ในห้องทรงพระอักษร
เมื่อคำว่าโอรสสวรรค์ปรากฏ ฮ่องเต้ก็หัวเราะเสียงดัง
วิธีง่ายๆ แบบนี้แต่กลับมีคำว่าโอรสสวรรค์ ก็แค่ปรากฏบนไข่ขาวออกจะดูไม่น่าเชื่อถือไปหน่อย
ต่อมาหยางหมิงหย่วนกับติงเจียนก็ไม่มีสิทธิ์ได้ฟังฮ่องเต้พูดคุยกับอาจารย์เหยียนแล้ว
รู้แค่ว่าตอนอาจารย์เหยียนออกไป ดวงตาแดงก่ำ
อาจารย์เหยียนซาบซึ้งใจที่ได้ถูกเรียกใช้งานอีกครั้ง ทั้งยังมีความสำคัญมากด้วย
พระราชทานเรือนพำนัก พระราชทานตำแหน่งใหม่ให้เขา
เมื่อครู่ที่คุยกับฮ่องเต้ มีหลายด้านที่จำเป็นต้องให้เขาช่วยงาน
ฮ่องเต้เป็นฝ่ายบอกเองว่าจำเป็นต้องให้คนมีความรู้อย่างเขาทำ
แผ่นดินเพิ่งสงบ ไม่ใช่ว่าจะอบรมเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของกรมคลังเท่านั้น
วันหน้ายังมีอีกหลายสิ่งที่แม่ทัพของแต่ละเส้นทางกับพวกขุนนางใหญ่ต้องเรียนรู้ ฮ่องเต้ใช้งานขุนนาง ขุนนางถวายความจงรักภักดี ต้องดำเนินต่อไปในระยะยาว เรื่องที่ต้องทำมีมากมาย นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น
อาจารย์เหยียนกลับเรือนพำนักหลังใหม่ ยังคงตื้นตันใจไม่หาย
เดิมทีเขาคิดว่าฮ่องเต้จะถือเรื่องตำแหน่งของเขาในอดีตจนไม่อยากใช้งานตระกูลเหยียนอีก แต่กลับนึกไม่ถึงว่าตระกูลเหยียนจะถูกเห็นค่าอีกครั้ง เขารู้สึกดีใจที่อดีตอ๋องเยี่ยนหรือก็คือฮ่องเต้องค์ปัจจุบันไม่มีอคติ
อาจารย์เหยียนเรียกบุตรชายคนสามเข้ามา สั่งให้ส่งจดหมายไปบอกคนในครอบครัวที่หวงหลงว่าให้ย้ายมาอาศัยในเมืองหลวง
ลูกหลานของอาจารย์เหยียนถึงได้รู้ว่า เห็นทีตระกูลเหยียนจะได้พลิกฟื้นอีกครั้งแล้ว
ลูกหลานตระกูลเหยียนรู้ว่าตระกูลเหยียนมีวันนี้ได้ ความปรีชาของฮ่องเต้คงไม่ต้องพูดถึง ต้องพูดเลยว่า เป็นเพราะพวกเขามีบุคคลสูงส่งอีกคนหนึ่ง นั่นก็คือซ่งฝูหลิงที่จับพลัดจับผลูช่วยให้ตระกูลเหยียนมีวันนี้ได้
เหยียนซี่หานแอบถามตอนที่ปู่ยังอยู่ในอาการดีใจว่า “ท่านปู่ ฝ่าบาททรงทราบหรือไม่ว่าคุณหนูซ่งก็ได้ร่วมประพันธ์ด้วย”
พอพูดถึงเรื่องนี้อาจารย์เหยียนก็ไม่ได้ปิดบังคนในครอบครัว สะบัดแขนเสื้อด้วยความเสียดาย
เฮ้อ
เขาเข้าใจ ยิ่งฮ่องเต้ให้ความสำคัญกับตระกูลลู่ ให้ความสำคัญกับใต้เท้าซ่ง ก็ยิ่งไม่สามารถทำให้สหายฝูหลิงโดดเด่นเกินไปได้ มีเรื่องให้ต้องคำนึงถึงมากมาย
หนึ่งในนั้นมีสิ่งที่สำคัญที่สุด ต่อให้ฮ่องเต้เสียดายความสามารถก็ทำได้เพียงเท่านี้ สหายฝูหลิงก็คงไม่ได้มีสถานะเป็นเพียงคุณหนูธรรมดาไปตลอด อย่างน้อยก็ต้องรอหลังแต่งงาน ค่อยดูกันไปแล้วกัน
ตอนนี้ฮ่องเต้คงรู้สึกมากกว่าว่าใต้เท้าซ่งสั่งสอนบุตรสาวได้ดี
…
เย็นวันนี้เหยียนซี่หานดีดพิณอยู่ตรงชานเรือนบ้านตระกูลเหยียนในเมืองหลวง
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
นับตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ตระกูลเหยียนจะไม่เหมือนเดิมแล้ว
เหยียนซี่หานดีดพิณอยู่ภายใต้ท้องฟ้าที่มีดวงดาว ใช้บทเพลงบรรยายความรู้สึกทั้งหมด เมื่อเล่นจบเพลงเขาก็ขยับปากโดยไม่เปล่งเสียง “ขอบคุณ”
เหยียนซี่หานเหลือบตาขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน
ขอบคุณคุณหนูซ่ง
ภายในเรือนหลังเล็กของสกุลหยางที่อยู่ในเมืองหลวง
ในมือหยางหมิงเหยียนถือหนังสือเล่มหนึ่งที่ซ่งฝูหลิงร่วมประพันธ์ เขาก็กำลังมองดวงดาวบนท้องฟ้าเช่นกัน
มีเพียงเงาอันโดดเดี่ยวของเขา แต่เขากลับมองท้องฟ้าแล้วมีรอยยิ้ม
เพราะเขากำลังจินตนาการภาพตอนซ่งฝูหลิงกับอาจารย์เหยียนเขียนอักษรบนเปลือกไข่ครั้งแรก ชั่วขณะที่ฝูหลิงเห็นอักษรปรากฏ นางจะต้องตบมือยิ้มด้วยความดีใจแน่นอน
สองเดือนต่อมา
แม่ทัพเหลียงพี่ชายของพระสนมกุ้ยเฟยก็กลับมา
ฮ่องเต้ถามแม่ทัพเหลียงว่าอยากได้รางวัลเป็นอะไร
แม่ทัพเหลียงตอบไปตามตรง แม่ของเขาเจ็บป่วยบ่อย อยากขอให้ฮ่องเต้พระราชทานคู่ครองให้น้องสาวคนสุดท้อง ต้องการชายหนุ่มที่ดี นี่คือโรคทางใจของแม่เขา ต้องการชายหนุ่มที่ดีที่สุด
ชื่อที่ออกจากปากฮ่องเต้ก็คือเหยียนซี่หาน หลานชายของอาจารย์เหยียนที่ตอนนี้อยู่ในสำนักฝึกหัดข้าราชการพลเรือนแล้ว
เหยียนซี่หานรับราชโองการด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
หลังจากรับราชโองการเสร็จ ขณะที่อยู่คนเดียวตามลำพังเขาก็ดีดพิณอย่างเศร้าๆ ทันใดนั้นน้องสาวของเขาก็ปรากฏตัวขึ้น
“พี่ ลืมพี่ฝูหลิงไปเถอะ นางเป็นพระชายาของอวี้ชินอ๋อง”
เหยียนซี่หานไม่ยอมรับ บอกว่าน้องสาวของเขาพูดเหลวไหล วันหลังห้ามพูดแบบนี้อีก
วันต่อมาหลังจากรับราชโองการพระราชทานคู่ครอง บนชั้นสองของหอน้ำชาที่อยู่ตรงข้ามร้านหนังสือเทียนอี มีสาวน้อยวัยแรกแย้มนางหนึ่งถูกสาวใช้ใหญ่ประคองไว้ กำลังมองชายหนุ่มที่เดินเข้าร้านหนังสืออย่างเศร้าๆ
สาวใช้ใหญ่ที่อยู่ข้างกายรู้ว่าคุณหนูหกถูกใจจอหงวนหยางหมิงหย่วน
แต่ติดตรงที่จอหงวนมีตาหามีแววไม่
หยางหมิงหย่วนถามเถ้าแก่ร้านหนังสือ “มีหนังสือใหม่หรือไม่”
พอซื้อหนังสือที่น่าสนใจเสร็จ หยางหมิงหย่วนก็ออกจากร้าน รู้สึกเหมือนในหอน้ำชาฝั่งตรงข้ามมีคนมองเขาอยู่ แต่เขาก็ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองไป สาวเท้าเดินหายไปในถนน