ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 875-2 ถ้าอยากบินได้สูงก็ควรลืมพื้นราบ
ตอนที่ 875-2 ถ้าอยากบินได้สูงก็ควรลืมพื้นราบ
พี่เขยรองของลู่พั่นจัดอยู่ในประเภทคุณชายสูงศักดิ์ที่มีความทระนงตน เมื่อก่อนไม่มีทางเหยียบย่ำคนที่มีชาติกำเนิดต่ำต้อย แต่ขณะเดียวกันก็ไม่มีทางคบค้าสมาคมด้วย แต่หยางหมิงหย่วนอยู่ตรงนี้ “เอ่อ บัณฑิตหยาง วันหยุดว่างหรือไม่ มีงานชุมนุมบทกลอน อยากไปด้วยหรือไม่”
หยางหมิงหย่วน ข้าอกหัก กำลังกลุ้มอยู่ว่าไม่มีเป้าหมาย ข้าไม่อยากอ่านหนังสือ ไม่อยากขี่ม้ายิงธนู ไม่อยากตั้งใจทำงาน ไม่อยากเป็นคนที่ยอดเยี่ยม วันๆ ชีวิตน่าเบื่อ “ไป”
งานชุมนุมบทกลอน หยางหมิงหย่วนได้สนิทสนมกับพวกคุณชายสูงศักดิ์หลายคน และก็ได้รู้ว่าไม่ใช่คุณชายสูงศักดิ์ทุกคนที่ออกนอกบ้านจะเอาแต่ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย
ฮ่องเต้เห็นทุกอย่างในสายตา
วันนั้นตอนที่หยางหมิงหย่วนปฏิเสธ ฮ่องเต้ก็แอบหัวเราะในใจ
ฮ่องเต้เกิดความรู้สึกที่ว่า ยิ่งใช้งานบัณฑิตหยางก็ยิ่งคล่องมือ พูดตามตรง เขาชอบลูกน้องที่หลักแหลม เดิมทีตอนแรกสุดเขาไม่ได้รู้สึกว่าหยางหมิงหย่วนมีความน่าสนใจอะไร
แม่ทัพเหลียง ทำสงครามไปได้สวยหรือไม่
ฮ่องเต้ตกรางวัลตามผลงาน คิดจริงเหรอว่าตัวเองมีผลงานมากมาย หึ คิดว่าข้าไม่รู้รึว่าเป็นเพราะอวี้ชินอ๋องไปถึงทันถึงช่วยพลิกสถานการณ์ไว้ได้
ยังจะมาอยากได้คนที่ดีที่สุด
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ถ้าข้าเป็นคนจิตใจคับแคบ ถึงแม้เรื่องไม่ใหญ่ ก็แค่เรื่องพระราชทานคู่ครอง แต่เจ้าใช้คำไม่เหมาะสม
คนที่ดีที่สุดไม่ใช่เชื้อพระวงศ์รึ เจ้ากล้าขอคนที่ดีที่สุดกับข้าเชียวรึ
เวลานี้ฮ่องเต้เรียกหยางหมิงหย่วนเข้ามาในห้องทรงพระอักษรอีกครั้ง ไม่ได้เรียกติงเจียนเข้ามาจดบันทึก แต่ให้หยางหมิงหย่วนเข้ามา
หยางหมิงหย่วนซาบซึ้งยิ่งนัก เขาไม่ได้อยากเข้ามาเลยจริงๆ
เพราะแค่ได้ยินคำว่า ‘หวงหลง’ เขาก็ว้าวุ่นใจ
รู้สึกแบบที่ว่าไม่อยากพลาดที่จะได้ยิน แต่อีกใจก็รู้สึกว่าหลังจากฟังข่าวคราวของทางนั้นจบเขาก็เสียแรงเปล่าที่ออกไปผ่อนคลายนอกบ้าน หัวใจเปียกชื้น มันย้อนแย้งกันเอง
ฮ่องเต้ยิ้ม “เก็บส่วยรึ”
ขุนนางตอบ “พ่ะย่ะค่ะ”
หยางหมิงหย่วนฟังแล้วก็สรุปใจความได้ว่า ปีนี้ไม่เก็บส่วย แต่หวงหลงขายของได้มากเกินไปเลยจ่ายส่วยตามปกติ ทำไมถึงจะจ่ายให้ได้น่ะเหรอ ขนมาแล้ว เพราะไม่มีที่จะวาง
ที่ไม่พอวางจริงๆ
คลังเก็บของของหวงหลงต้องเก็บเสบียงฉุกเฉินที่ท่านย่าหม่าผลิตออกมา ต้องเก็บเงินที่ทางที่ว่าการใช้หมุนในยามปกติ ส่วนที่เหลือจะให้เก็บไว้ที่นั่นทำไม ขนมาให้ฮ่องเต้ดีกว่า
อย่างไรเสียก็เป็นเงินหลวง จะได้ไม่ต้องเหนื่อยดูแลแทนด้วย หายไปเดี๋ยวหมวกขุนนางจะปลิว
ยังมีข้าวสารอีก
หยางหมิงหย่วนรู้ว่า เรื่องที่ฮ่องเต้ดีใจที่สุดก็คือแปลงเกษตรทดลองที่ผู้ว่าฯ ซ่งทำ พื้นที่รกร้างจำนวนมากตอนนี้ปลูกข้าวขึ้นมาได้แล้ว ถึงแม้ผลผลิตจะไม่ได้หวือหวา แต่ปริมาณก็ใช้ได้พอสมควร ครั้งนี้เลยส่งมาให้ฮ่องเต้ได้ลองชิม
เขาจดบันทึกอยู่ด้านข้าง ได้ยินว่าผู้ว่าการเขตหวงหลงยังต้องการศึกษาการเพาะปลูกต่อ ผู้ว่าฯ ซ่งบอกว่าเขาไม่ค่อยถนัดเรื่องพวกนี้ ถึงได้ตั้งกลุ่มขึ้นมาศึกษาเรื่องเพาะปลูกโดยเฉพาะแล้ว
หยางหมิงหย่วนแอบชำเลืองมองสีหน้าของฮ่องเต้
ฮ่องเต้กำลังก้มอ่านฎีกาในมือ เป็นบัญชีรายการต่างๆ แค่อ่านก็เข้าใจ รายงานได้รื่นไหลไม่เวิ่นเว้อ
หากว่ากันตามเหตุผล ฎีกาที่ไม่ใส่ความรู้สึกแม้แต่น้อยเหล่านี้ไม่น่าทำให้มองอะไรออกได้
แต่ฮ่องเต้กลับเหมือนเห็นภาพขุนนางของหวงหลงฝ่าลมฝนออกไปสั่งการให้ชาวบ้านถางที่รกร้าง
ราวกับเห็นภาพขุนนางของหวงหลงไม่สนอะไรทั้งนั้น แม้ข้างนอกจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ตาม
ไม่กลัวถูกวิพากษ์วิจารณ์ลับหลัง ไม่กลัวคนแอบเล่นงาน แค่ตั้งใจแน่วแน่อยากให้ชาวบ้านกินอิ่มท้อง ราชสำนักเก็บส่วยได้มากขึ้น
ราวกับฮ่องเต้เห็นขุนนางของหวงหลงตั้งกระโจมจัดแสดงสินค้าจำนวนมาก ผู้ว่าฯ ซ่งเดินนำ ขุนนางแต่ละคนลดความอวดดีออกไปต้อนรับพ่อค้าจากแต่ละท้องที่ด้วยตัวเอง
หากเป็นแบบนี้กันหมด รัชสมัยนี้จะต้องขยายอาณาเขตได้แน่นอน
ฮ่องเต้ไม่อยากให้คนมองออกว่าเขาพอใจมาก หันตัวมา “อืม เอาข้าวนั่นมาให้ข้าดูหน่อย”
ส่วนวันนี้เรื่องที่ทำให้หยางหมิงหย่วนรู้สึกประทับใจคือ เมื่อคุยเรื่องของหวงหลงเสร็จ พูดถึงตำแหน่งสำคัญที่ว่างอยู่ของกรมคลัง คนที่พูดถึงไม่ใช่ฮ่องเต้ ไม่ใช่อัครเสนาบดีลู่
แต่เป็นพวกขุนนางระดับสูงของกรมคลังพูด
เสนาบดีกรมคลังยิ้มพลางพูดกับฮ่องเต้ว่า อยากขอคนจากฮ่องเต้ ผู้ว่าฯ ซ่ง อยากให้ย้ายมาอยู่กรมคลัง
คนเหล่านี้ไม่ได้คลุกคลีหรือสนิทกับผู้ว่าฯ ซ่งเป็นการส่วนตัว
แบบนี้เรียกอาศัยเส้นสายหรือ เรียกอาศัยความชื่นชมจากฮ่องเต้หรือ
หากอาศัยสองสิ่งนี้ เสนาบดีกรมคลังไม่มีทางเป็นฝ่ายเสนอก่อน
ต่อให้อยากสอดรับกับฮ่องเต้ที่ให้ความสำคัญกับซ่งฝูเซิงก็ไม่มีทางเอ่ยถึง
ขุนนางเหล่านี้พึ่งความสามารถทำงานมาจนถึงทุกวันนี้ได้ มานั่งในตำแหน่งนี้ได้ ย่อมไม่ได้พึ่งการประจบประแจง
เลื่อนตำแหน่งเร็วเกินไป สำหรับประสบการณ์ทำงานของซ่งฝูเซิง สำหรับเส้นทางเลื่อนตำแหน่งของขุนนางส่วนใหญ่ ก็เรียกได้ว่าเลื่อนเร็วเกินไปจริงๆ ขุนนางเหล่านี้กลับจะก้าวออกมาคัดค้านได้ง่ายๆ เพื่อบอกให้ฮ่องเต้เพลาๆ ลง
ก็เหมือนครั้งก่อน นายอำเภอซ่งเลื่อนเป็นผู้ว่าการเขต เสนาบดีคนอื่นรวมถึงขุนนางที่อยู่ตรงนั้นต่างมีท่าทีไม่สนับสนุน ไม่คัดค้าน นิ่งเฉย นี่ก็แสดงถึงการไม่เห็นด้วย มีความคิดเห็นขัดแย้งอยู่ในใจ
ตอนนั้นเสนาบดีกรมขุนนางก้าวออกมาคัดค้าน แต่ก็เถียงสู้ฮ่องเต้ไม่ได้
แล้วมาดูครั้งนี้
เสนาบดีกรมคลังเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน เริ่มแย่งตัวกันแล้ว ขอคนจากฮ่องเต้ให้เข้ามารับตำแหน่งรองขั้นสามที่ว่างอยู่
แสดงท่าทางแบบที่ว่า ฝ่าบาท ขอผู้ว่าฯ ซ่งให้กระหม่อมได้หรือไม่
ส่วนขุนนางกรมอื่นก็แสดงสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย ไม่เหมือนคราวก่อนที่ไม่มีใครพิจารณาจุดนี้เพราะเหตุที่ว่าเลื่อนขั้นเร็วเกินไป กลับเหมือนคิดกันอยู่ว่า ‘เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาขอไป’
หยางหมิงหย่วนตื่นเต้นดีใจ
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
วันนี้เขาได้เห็นภาพเหตุการณ์นี้ ในที่สุดก็รู้สึกว่าคุ้มค่าแทนอาซ่งแล้ว
ในขณะที่คนอื่นวิ่งวุ่นหาทาง พบปะสังสรรค์ คิดประจบคนนั้นคนนี้ อาซ่งของเขาก็มีโอกาสมากมายที่จะทำเรื่องพวกนั้นได้ เส้นสายมีเยอะแยะ ต้องพูดเลยว่า ตอนนี้มีลูกเขยที่เป็นอ๋องอยู่ ถ้าอยากทำอะไรที่ซับซ้อนแบบนั้นก็ยิ่งสะดวก
แต่อาซ่งของเขา แต่ละวันคือ ‘ข้าจะพัฒนา’ ไม่เคยหยุดนิ่ง ไม่เคยเสียเวลาไปมองอย่างอื่น
ไฟส่องนำทางเป็นแบบไหน อาซ่งของเขาก็เป็นแบบนั้น
อาซ่งใช้ประสบการณ์ของตัวเองทำให้เขาหยางหมิงหย่วนได้รู้ว่า บนแผ่นดินนี้ ขอแค่เจ้าตั้งใจทำงาน ขอแค่เจ้าทำได้และทำเป็น ขอแค่เจ้าเก่งพอ ต่อให้ไร้ที่พึ่งก็มีอนาคตที่ดีได้แน่นอน
ฮ่องเต้ไม่ได้ตาบอด ขุนนางที่เก่งกาจที่สุดเหล่านี้ก็ไม่ได้ตาบอด ในใจของพวกเขาไม่ได้มีแค่ ‘ชาติกำเนิด ความยากจน อคติ การคาดเดา กฎระเบียบคร่ำครึ’ อย่าดูถูกพวกเขา อย่ากดตัวเองต่ำ อย่ามัวแต่กลัวนั่นกลัวนี่ จะต้องมีคนช่วยออกหน้าแทนเจ้าแน่นอน
แต่เรื่องที่ผู้ว่าฯ ซ่งจะเลื่อนตำแหน่งอีก ครั้งนี้ฮ่องเต้กลับไม่เห็นด้วย
เขายิ้มพลางปฏิเสธ
อีกทั้งไม่ได้มองอัครเสนาบดีลู่ แตกต่างกับครั้งก่อนที่ซ่งฝูเซิงเลื่อนจากนายอำเภอเป็นผู้ว่าการเขต
ขุนนางซ่งไม่เกี่ยวข้องกับอัครเสนาบดีลู่ ขุนนางซ่งเป็นขุนนางของข้า ข้าต้องพิจารณาให้ดี
รอไปก่อน
ส่วนเมื่อครู่ที่หยางหมิงหย่วนจินตนาการไปมากมายด้วยความตื่นเต้นดีใจ นั่นก็ไม่ได้สูญเปล่า เพราะเขาอารมณ์ดีแบบที่ปิดบังไม่อยู่ ฮ่องเต้มองออกจึงถาม
เป็นครั้งแรกที่หยางหมิงหย่วนไม่กลัวฮ่องเต้อีก ไม่กล้าๆ กลัวๆ ตอบไปด้วยความเคารพและแน่วแน่ บอกความคิดของตัวเองให้ฮ่องเต้รู้
ฮ่องเต้ฟังจบก็หัวเราะ พลอยอารมณ์ดีไปด้วย
คิดว่าตัวเองได้ฟัง ‘คำประจบ’ ที่ไพเราะที่สุด
เชื่อว่าราชสำนัก เชื่อว่าขุนนางเหล่านั้นที่มีอัครเสนาบดีเป็นผู้นำก็ย่อมรู้ดีแก่ใจ
คำพูดนี้ไพเราะยิ่งกว่าการตะโกนบอกทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี
เบื้องบนดี เบื้องล่างย่อมมีประสิทธิภาพ นั่นสิ หากเบื้องบนไม่ดี แล้วเบื้องล่างจะได้เรื่องได้อย่างไร
สรุปว่า ตราบใดที่เจ้าขยันทำงานแบบผู้ว่าฯ ซ่ง ข้าก็จะทำให้เจ้าเชื่อว่า ข้าก็เลื่อนขั้นเจ้าแบบก้าวกระโดดได้เช่นกัน
…
ซ่งฝูเซิงตากแดดจนดำคล้ำ ทั้งผอมทั้งดำ เขากำลังพาพวกขุนนางหวงหลงไปตะโกนบอก
“ชาวบ้านทุกท่าน ได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้ว”
แม้แต่เหนียนเหนียนน้อยกับเจ้าตัวล้างผลาญที่ระยะนี้ช่างพูดช่างเจรจาก็แทบอยากตะโกนว่า ‘พวกเรามาร่วมลงแรงกันเถอะ’
“ไป ไป!”
การสอบในระดับท้องถิ่นได้เริ่มขึ้นแล้ว
ตระกูลสูงศักดิ์ได้ร่วมพิธีเปิดการสอบระดับท้องถิ่นพร้อมฮ่องเต้
เดิมทีพวกลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์กับเหล่าขุนนางที่มาด้วยต่างแสดงฝีมือล่าสัตว์ได้โดดเด่น ฮ่องเต้ตกรางวัลในการแข่งขันให้พวกเขาเป็นการประเดิม
แต่แม่ทัพหน้าหยกแซ่ลู่กลับมาด้วย
พออวี้ชินอ๋องมาถึงก็ร่วมลงแข่งกับทุกคนทันที