ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 880 บอกคำตอบพวกสาวๆ ระหว่างคุยกัน
ตอนที่ 880 บอกคำตอบพวกสาวๆ ระหว่างคุยกัน
ชีวิตคนเรามักมีสิ่งลวงตาที่คิดไปเองที่เป็นเรื่องใหญ่ๆ อยู่หลายเรื่อง
การศึกษาสูง ตำแหน่งใหญ่โต ควรรู้ทุกอย่าง
สิ่งลวงตาเรื่องที่สองคือ อย่างครอบครัวของซ่งฝูเซิง ในบ้านมีจิ้นซื่อ ลูกหลานก็ควรเรียนเก่ง น่าจะใฝ่เรียนแบบอาสามของพวกเขา
ไม่มีแบบนั้นเสียหน่อย ใช้คำพูดของท่านย่าหม่าก็คือ คิดกันไปเองทั้งนั้น
สะใภ้เก้านึกไม่ถึงว่าถามคำถามแรกก็ชวนกระอักกระอ่วนใจแล้ว ไม่รู้ว่าควรคุยต่ออย่างไรดี
ฟังจากที่พูด ดูเหมือนพวกหลานๆ ของครอบครัวซ่งยังเรียนสู้หลานชายของนางไม่ได้ด้วยซ้ำ
“หัวหน้า อย่านั่งชิดหน้าต่าง มันมีลมเข้า ลมพัดฟู่วๆ เข้ามาเดี๋ยวจะไม่สบายเอา มา นั่งทางหัวเตียงด้านนี้ ตรงนี้อุ่น ก็แค่กำแพงอุ่นมันเก่าไปหน่อย อย่ารังเกียจเลยนะ”
สะใภ้เก้ารู้สึกอายเล็กน้อย กำแพงอุ่นใช้มานาน เริ่มจะเก่า
เวลาใครมาก็เอาแต่นั่งพิงกำแพงอุ่นกันมันก็เลยเริ่มดำและสกปรก
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ก่อนหน้านี้ไม่กล้าคิดว่าท่านย่าหม่าจะมาที่บ้านนาง ถ้ารู้ก่อนนางจะซื้อกระดาษมาปิดทับกำแพง
วันนี้ท่านย่าหม่าตั้งใจไม่แต่งตัวหวือหวา
กลับภูมิลำเนาจะแต่งตัวอลังการทำไม ไม่ใช่ว่าต้องพบพวกฮูหยินระหว่างทางเสียหน่อย ศีรษะของนางปักแค่ปิ่นทองไม่ต้องมีกิ่งก้านสาขามากมาย
ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องอาศัยสิ่งของเพื่อแสดงฐานะแล้ว ต่อให้นางแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าธรรมดาสีสันไม่ฉูดฉาด คนอื่นก็รู้ว่านางเป็นแม่ของใคร เป็นย่าของใคร
พอได้ยินก็พูดขึ้น “เจ้าพูดแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร ระหว่างพวกเราไม่รู้เหรอใครเป็นใคร เมื่อก่อนบ้านข้าดูแย่กว่าบ้านเจ้าเยอะ ในความทรงจำของข้า บ้านเจ้าเป็นเศรษฐีที่มีชื่อเสียงในหมู่บ้านเหรินจยามาตลอดนับตั้งแต่ข้ามาอยู่”
ขณะที่ท่านย่าหม่าพูดก็ขยับเข้าหากำแพงอุ่น ยกชามกระเบื้องที่อยู่ตรงหน้าขึ้นมา ในชามมีน้ำผสมน้ำตาลทราย นางเม้มจิบแล้วพูดต่อ
“ไม่เจอกันมาสักพัก พวกเจ้าพอเจอข้าก็เลยทำห่างเหินเหรอ นั่งสิ…
…ข้ากลับมาก็อยากมานั่งคุยเล่นกับพวกเจ้า…
…พวกเจ้าไม่รู้หรอก อยู่ในเมือง คุยกับฮูหยินพวกนั้นนั่งบนเตียงไม่ได้หรอก ต้องนั่งในห้องโถงบนเก้าอี้เย็นเฉียบ แย่งพูดก็ไม่ได้ บรรยากาศแย่มาก”
พวกยายๆ ในห้องพากันหัวเราะ จากนั้นถึงได้พากันขยับเข้าไปนั่งที่ขอบเตียง
ไม่ว่าท่านย่าหม่าจะถ่อมตัวขนาดไหน แต่ตอนนี้สถานะก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เมื่อครู่ก็เลยเกร็งกันอยู่
“เช่นนั้นท่านมีเรื่องให้คุยกับฮูหยินพวกนั้นเหรอ ไม่เหมือนคุยเรื่องทั่วไปกับพวกเราหรือเปล่า”
ท่านย่าหม่าครุ่นคิด พูดตามตรง นางไม่ว่างไปเสวนากับฮูหยินพวกนั้นต่างหาก ไม่ใช่ว่าไม่มีเรื่องคุย
นางตอบ “มีเรื่องคุย ต่อให้ไม่มี พวกนางก็จะหาเรื่องคุยเพราะเห็นแก่ลูกชายคนสามของข้า”
ความมั่นใจนี้ทำให้พวกยายๆ ที่อยู่ในห้องพากันหัวเราะ ใช่ๆๆ ฝูเซิงของพวกเราเป็นใคร นั่นใต้เท้าผู้ว่าฯ เชียวนะ
ภายในห้อง บนเตียงมีพวกยายๆ นั่งอยู่เต็ม ด้านล่างเป็นพวกป้าๆ วัยสี่สิบกว่าไม่ถึงห้าสิบ พอเปิดม่าน ข้างนอกก็มีพวกสาวๆ ยืนคุยกันอย่างครึกครื้นสนุกสนาน
คนนี้ช่วยก่อไฟใต้เตียง คนนั้นช่วยจัดแจงเติมน้ำหวานให้ท่านย่าหม่ากับพวกยายๆ ที่อยู่ในห้อง
ตรงหน้าประตู ลานบ้าน มีคนหนุ่มยืนบ้างนั่งบ้างอยู่สิบกว่าคน ผ่าฟืนหอบฟืนฟังท่านย่าหม่าด้วยความสงสัย ระหว่างนั้นก็ไล่พวกเด็กๆ ตัวแสบในหมู่บ้านที่มาอยู่แถวหน้าต่าง
เวลานี้ภายในห้องคุยเรื่องที่ท่านย่าหม่าอยู่หวงหลงยังช่วยหางานทำขนมปังดำมาให้พวกผู้หญิงในหมู่บ้าน ขอบคุณ ขอบคุณท่านย่าหม่า เป็นหัวหน้าหนึ่งวันเท่ากับเป็นตลอดชีวิต อยู่ข้างนอกยังนึกถึงพวกนางอีก
ท่านย่าหม่าบอกว่า ขอบคุณอะไร ก็แค่ช่วยๆ กัน
ได้ยินว่าหน้าบ้านครอบครัวซ่งของพวกเราไม่เคยมีหญ้าขึ้นสูง และก็ไม่เคยมีหิมะกองพะเนิน
แถมเวลาพวกเจ้าเข้าเมืองก็ไม่ได้ไปมือเปล่า ชอบเอาพวกผักดองไปฝากคนที่ม้าพันลี้
ก่อนหน้านี้ต้าหลังไปหวงหลงได้เล่าให้ฟังหมดแล้ว เด็กๆ ในบ้านที่อยู่ทำงานที่นี่มักได้กินผักดองที่พวกเจ้าทำ พวกเจ้าขาดก็แค่เย็บเสื้อผ้าให้แล้ว
นี่มันเหมือนการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนในหมู่บ้าน
วันนี้ฟ้ามืดแล้วเอาของลงจากรถม้าลำบาก รอพรุ่งนี้ก่อน กลับมาครั้งนี้มีของมาฝากพวกเจ้าที่อายุมากกันแล้วด้วย พรุ่งนี้เช้าไปนั่งเล่นที่บ้านข้านะ
ต่อมาหัวข้อที่คุยกันก็คือ พวกป้าๆ ในหมู่บ้านถามเรื่องคนหนุ่มคนอื่นๆ ที่นอกเหนือจากซ่งฝูเซิง
เรื่องซ่งฝูเซิงไม่ต้องพูดอะไรมาก ยอดเยี่ยมเหลือเกิน และก็รู้กันหมดแล้ว ในหมู่บ้านมีข่าวคราวของเขาไม่เคยขาดสาย เพราะพวกคนที่ทำงานในม้าพันลี้กลับมาเล่าอย่างไรล่ะ
ใจจริงก็อยากถามเรื่องหลานเขยอ๋องของท่านย่าหม่า แต่ไม่กล้า
เช่นนั้นถามถึงคนอื่นแล้วกัน
“ลูกชายคนโตของข้าเปิดร้านทำน้ำพริกที่หวงหลง ตอนนี้มีคนงานระยะยาวที่ทำสัญญาอยู่สี่สิบกว่าคน ลูกชายคนกลางตอนนี้ก็พอไหว พวกกล่องใส่ของดีสารพัดของหวงหลงก็เขาทำเป็นส่วนใหญ่ เขามีลูกน้องเยอะกว่า สองร้อยกว่าคน โชคดีที่ไม่ต้องให้กินให้ที่พัก แค่แต่ละวันคอยตรวจดูงานที่ทำเสร็จแล้วกับตัวเองทำตัวอย่างไว้ ต้องมีงานตัวอย่างให้ดู ไม่อย่างนั้นลูกน้องก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร”
แม่ของเอ้อร์เผิงจื่อพูดแทรก “ไม่ได้สร้างบ้านเหรอ ยังอาศัยอยู่กับลูกชายคนสามเหรอ”
ท่านย่าหม่าตอบ “ทุกคนไม่ได้อยู่รวมกันเพื่อลดปัญหา แค่คิดว่าอีกไม่กี่ปีต้องขยับขยาย พวกหลานๆ มีครอบครัวยังไงก็ต้องแยกออกไป ตอนนี้อยู่ด้วยกันได้ก็อยู่ด้วยกันไปก่อน แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ซื้อบ้าน ส่วนใหญ่ก็ซื้อกันไว้ใช่หรือเปล่า”
ยายหวังพยักหน้า “ซื้อแล้ว”
“ซื้อที่เป็นร้านไว้ แต่ละครอบครัวมีงานทำทั้งนั้น กลางวันแยกกัน ตกเย็นค่อยกลับไปอยู่หลังที่ว่าการ”
พวกยายๆ ในหมู่บ้านถึงได้เข้าใจ อ๋อ ไม่ใช่ว่าไม่ซื้อบ้าน แต่ซื้อที่เป็นหน้าร้านไว้ โอ่อ่ายิ่งกว่า
ท่านย่าหม่าชี้เก่อเอ้อร์นิว “แม้แต่ลูกชายตาเดียวของนาง ทุกคนจำกันได้ไหม หลานชายคนนั้นของข้าก็ซื้อบ้านไว้นานแล้ว ก็แค่ไม่ได้อยู่ที่หวงหลง เขาอยู่เมืองฉิน ก่อนหน้านี้มีครอบครัวก็เลยซื้ออยู่ที่นั่น ร้านม้าพันลี้ที่อยู่ที่นั่นมีงานเป็นกองให้เขาทำพอดี”
เมืองฉินมีเรือสินค้าขนาดใหญ่สองลำที่ครอบครัวซื้อไว้ ลำหนึ่งใช้ขนของแล้ว อีกลำหนึ่งซื้อมาในราคาถูก ได้ยินว่ามักเกิดปัญหา แล่นไปได้หนึ่งรอบก็รั่วน้ำเข้า แล่นอีกรอบก็เสีย กำลังซ่อมอยู่ ฝูโซ่วต้องคอยคุมงานที่เมืองฉิน
มีครอบครัวเหรอ เรื่องตั้งแต่เมื่อไรกัน
พวกผู้หญิงในหมู่บ้านรีบถามเก่อเอ้อร์นิว
พูดถึงเรื่องนี้เก่อเอ้อร์นิวก็ยังโมโหไม่หาย จนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่เคยเจอหน้าสะใภ้รอง
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
แอบไปหาเมียเอาเอง ฝูโซ่วไม่เห็นพ่อแม่ในสายตา น่าทุบนัก
ถ้าไม่ได้พวกฝูกุ้ยกลับมาเล่าให้ฟังว่า สะใภ้รองนิสัยเป็นกันเอง หน้าตาก็ใช้ได้ เมื่อก่อนทำงานอยู่ในร้านขายผ้าไหม นางคงด่าลูกชายคนรองไปยกใหญ่แล้ว
สรุปว่าทำอะไรไม่ได้ กว่าจะได้ยินข่าวเรื่องก็ไปไกลเกินกว่าจะทำอะไรแล้ว โชคดีที่นางมีจุดที่พอใจที่สุด สะใภ้รองเป็นลูกสาวคนโตของบ้านแต่งกับลูกชายคนรองของนาง อายุเพิ่งสิบแปด ให้ค่าสินสอดเยอะหน่อยก็ยังคุ้ม
อีกทั้งยังไม่ทันแต่งก็ตั้งท้องก่อนแล้ว ทางนี้แต่งงาน ทางนั้นก็ท้องได้สองเดือน ก็แค่ยังไม่คลอด รอเข้าฤดูใบไม้ผลิ พวกนางสองผัวเมียว่าจะไปดูสักหน่อย
ท่านย่าหม่าตอบคนด้านข้าง “ยายเถียนน่ะเหรอ ไม่ได้มา ใช่ ขาดนางไป นางยังแข็งแรงอยู่ แต่เถาฮวาหลานสาวของข้าคลอดลูกแล้ว ได้หลานชาย ไอ๊หยา นางดีใจเป็นบ้า เลยอยู่เลี้ยงหลานที่หวงหลง”
ยายเถียนยังแข็งแรงอยู่ ท่านย่าหม่าฟังออกว่าทุกคนคิดว่ายายเถียนไม่อยู่แล้ว
เดิมทีอิ๋นเฟิ่งก็จะไม่มา แต่ยายเถียนบอกว่า ต้าหลังแต่งงานเจ้าเป็นป้าต้องไปด้วย จะได้ช่วยเร่งหูจือให้รีบๆ ดูตัวด้วย
ในขณะที่ท่านย่าหม่ากำลังคุยจนคอแห้งอยู่นั้น บรรดาสาวใช้ก็ถืออาหารเดินตามหลังพวกผู้หญิงในหมู่บ้านที่รับหน้าที่ทำอาหาร
ตั้งโต๊ะบนเตียงสำหรับนั่งกินข้าว
ที่บ้านสามชั้นของซ่งฝูเซิง ซ่งฝูหลิงมองอ้วกที่เลอะขากับรองเท้าแล้วมองเป่าจูผู้เป็นพี่สะใภ้
เป่าจูร้อนใจจนร้องไห้ รีบย่อตัวช่วยเช็ดกระโปรงให้น้องสามี “พั่งยา พี่ไม่ได้ตั้งใจนะ”
“พี่สะใภ้ ยังไม่ต้องสนใจข้า อ้วกก็อ้วกสิ ไม่เป็นไร บอกมาก่อน ท้องหรือเปล่า รีบนับวันเร็วเข้า”
จิ่งหมอมอรู้สึกว่าเจอเจ้านายแบบนี้หมดทางเยียวยาแล้ว ยังไม่ทันออกเรือนกลับถามท้องหรือเปล่า แถมยังจะให้นับวัน รู้ลึกอะไรขนาดนี้
ตามหมอมาตรวจ ยืนยันแล้ว เป่าจูตั้งท้อง
…
วันต่อมา ประตูใหญ่บ้านสกุลซ่งเปิดออก แขกเหรื่อมากันเต็ม บรรดาสตรีคนในครอบครัวของขุนนางเฟิ่งเทียนพาสาวใช้หญิงรับใช้มาเยี่ยมเยียนย่าหม่ากับลุงซ่ง ต่อมาเฟิ่งเทียนก็ได้ต้อนรับกลุ่มคนพิเศษกลุ่มที่สอง
คนที่จัดการเรื่องนี้คือยอดฝีมือของลู่พั่น ซุ่นจื่อกับเสี่ยวเฉวียนจื่อ
นายทหารยี่สิบคนรวมถึงพวกทหารฝ่ายพลาธิการในค่าย มารวมตัวกันอยู่ที่เรือนรับรองของตระกูลลู่ในเฟิ่งเทียน
ซุ่นจื่อไม่ได้หาแค่ในกองทัพตระกูลลู่ แต่รวบรวมทหารที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของแม่ทัพใหญ่แต่ละคน