ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 881-1 ถูกใจ
ตอนที่ 881-1 ถูกใจ
ซุ่นจื่อกับเสี่ยวเฉวียนจื่อมองหน้ากันแล้วยิ้ม
ก็แค่ดูตัวไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้คุณชายของพวกเรามีครอบครัวไปได้
คุณชายของพวกเราปกติไม่เป็นธุระให้คนอื่นหรอกนะ
และที่ยากที่สุดคือให้เขาออกหน้าจัดการให้
แต่ถ้ารับงานมาแล้ว ลงมือทีก็เป็นที่น่าตะลึง
นายทหารชั้นยอด ลูกน้องของแม่ทัพเหลียง ขุนนางขั้นห้า รองแม่ทัพกวน กวนจยาชาง กำลังจูงม้าเดินเล่นอยู่ในเฟิ่งเทียน
พ่อดีย่อมมีลูกเก่ง สองพ่อลูกสกุลจูแห่งเมืองหลวง ผู้เป็นพ่อเป็นนายทหารชั้นยอดขั้นสี่ในสังกัดของแม่ทัพมั่ว ส่วนจูหมิงเจี๋ยผู้เป็นลูกชายเป็นรองผู้บัญชาการทหารขั้นเจ็ด กำลังยื่นป้ายประจำตัวให้มือปราบที่เฝ้าประตูเมืองเฟิ่งเทียนดู
กัวซวี่เกิดในครอบครัวดีมีฐานะ บิดาของเขาเสียชีวิตขณะที่เป็นขุนนางขั้นสาม ตอนนี้กัวซวี่เป็นราชองครักษ์ขั้นหก กำลังคุยกับซุ่นจื่ออยู่ที่เรือนรับรองของตระกูลลู่ เขามาถึงเร็วที่สุด
สวี่ซูอี๋เกิดในตระกูลบัณฑิต แต่กลับเดินคนละเส้นทางกับผู้เป็นบิดา เลือกที่จะทิ้งตำรามาเป็นพลาธิการขั้นหก พอเขาลงจากม้าเห็นคนคุ้นเคย ก็ยิ้มจนเผยให้เห็นลักยิ้มที่แก้มขวา
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
หลี่หงจีคนหนุ่มไฟแรง กุมอำนาจในมือ แม้ตำแหน่งจะต่ำแต่กลับมีอำนาจมาก เขามองพวกคนที่กำลังถูกบ่าวรับใช้ตระกูลลู่รับรองด้วยความงุนงง ท่านอ๋องก็เชิญพวกเจ้ามาด้วยรึ
สิงเฉาเหว่ยที่ครอบครัวฐานะร่ำรวยมาก มหาเศรษฐีเวอร์ชันยุคโบราณ สกุลสิงเปิดโรงรับจำนำอยู่หลายแห่ง ตอนนี้ใช้เงินซื้อตำแหน่งมา เขาแตกต่างกับกัวซวี่ กัวซวี่เป็นราชองครักษ์ส่วนพระองค์ คอยติดตามฮ่องเต้ แต่เขาเป็นองครักษ์ขั้นเก้าในวังหลวง
สิงเฉาเหว่ยใช้ชีวิตแบบเศรษฐีได้พ่อมาเต็มๆ ไปที่ไหนก็ชอบมีของติดไม้ติดมือ
ครั้งนี้เขาก็ไม่ได้มามือเปล่า นำตำราล้ำค่าเล่มหนึ่งมาให้ท่านอ๋องลู่ด้วย
แน่นอนว่าก็ต้องดูด้วยว่าใครเป็นผู้รับ ถ้าในสายตาของลู่พั่นกับอัครเสนาบดีลู่ก็ต้องเป็นของล้ำค่ามากอยู่แล้ว แต่ถ้าให้ผู้ว่าฯ ซ่ง มันก็ไม่มีประโยชน์ในสายตาเขาเลยสักนิด
ส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่ขอแนะนำทีละคนอีกแล้ว
เอาเป็นว่า ครอบครัวซ่งเลือกลูกเขย ไม่ว่าจะอยากได้คนที่เจริญก้าวหน้าด้วยตัวเอง อยากได้คนที่ครอบครัวมีเกียรติ หรืออยากได้คนมีฐานะ นี่ก็หามาให้หมดแล้ว
ซุ่นจื่อกับเสี่ยวเฉวียนจื่อกลับมาก่อนล่วงหน้า ภารกิจก็คือต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อนที่อัครเสนาบดีลู่ เหล่าฮูหยิน และผู้ว่าฯ ซ่งจะมาถึง
ห้ามให้ผู้ว่าฯ ซ่งยกเรื่องคุณหนูเอ้อร์ยามาอ้างได้ตอนเจอนายท่านผู้เฒ่ากับเหล่าฮูหยิน
เมื่อถึงตอนนั้นก็ดูว่าผู้ว่าฯ ซ่งจะเอาอย่างไรต่อ
ต่างคนต่างทำหน้าที่แล้ว
ซุ่นจื่อขยิบตาให้เสี่ยวเฉวียนจื่อ อีกเดี๋ยวตามพวกเขาไปอาบน้ำก็หลอกถามให้มากหน่อย เอาไปใส่ในประวัติเพิ่ม ส่วนข้าจะไปส่งข่าวที่หมู่บ้านเหรินจยา
ครอบครัวซ่งกลับมาแล้ว เขากับเฉวียนจื่อมัวแต่จัดการเรื่องทางนี้ ยังไม่ได้ไปโผล่หน้าให้เห็นเลย
…
อย่าว่าแต่คนอื่นรู้เรื่องนี้จะตกใจจนอ้าปากค้าง แค่สตรีดูตัวต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้ รวบรวมชายหนุ่มจากทั่วทุกสารทิศ แม้แต่ซ่งฝูหลิงฟังจบยังอิจฉา
“หมอมอ ข้าอยากไป”
“คุณหนู ด้วยสถานะของคุณหนูไม่เหมาะสมจริงๆ เจ้าค่ะ ท่านอ๋องรู้เข้าจะโกรธเอาได้นะเจ้าคะ”
“หมอมอก็มองท่านอ๋องเป็นคนดุเกินไป อีกอย่างหมอมอก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องในนี้ เขาเป็นคนนิสัยดีมากนะ”
เจิงหมอมอ คุณหนูหมายถึงอวี้ชินอ๋องหรือเจ้าคะ
ซ่งฝูหลิงเดี๋ยวก็ขอหมอมอ เดี๋ยวก็อ้อนแม่ ท่านแม่ ข่มหมอมอหน่อยสิ บอกนางว่าอย่าห้ามข้า ส่วนท่านย่าหม่ากำลังเงยหน้ามองซุ่นจื่ออย่างอึ้งๆ
ท่านย่าหม่าหวังจากใจว่าลู่พั่นจะแนะนำคนดีๆ ให้ แต่กลับไม่คิดว่าจะแนะนำให้หลายคนขนาดนี้
ท่านย่าหม่ายังได้ถามอีกว่าเมื่อไรขบวนขององค์หญิงใหญ่จะมาถึง หลังจากให้คนไปส่งซุ่นจื่อกลับแล้ว นางก็หมดอารมณ์ไปรับรองพวกฮูหยินที่ห้องรับแขกบ้านลูกชายคนสาม
นางพยายามฝืนตัวเองไปส่งแขกกลับทั้งๆ ที่เหม่อลอย ระหว่างนั้นนางกับเฉียนเพ่ยอิงยังได้ให้ของขวัญพบหน้าไปอีกไม่น้อย
จากนั้นท่านย่าหม่าถึงได้กลับห้องตัวเอง
ยังไม่ทันเข้าห้องก็ได้ยินสะใภ้รองด่าเอ้อร์ยา กำลังด่าได้ที่จะลงไม้ลงมือแล้ว
“เฮี้ยนอะไรขึ้นมาอีก บ้านเรามีแขกมาไม่ขาดสาย แต่เจ้ามาแหกปากด่าลูกอยู่ในนี้รึ นางไม่มีศักดิ์ศรีแล้วหรือไร เกิดคนอื่นได้ยินเข้าเขาจะเอาบ้านเราไปนินทา โชคดีที่เป็นหน้าหนาวแต่ละบ้านปิดประตูปิดหน้าต่าง นี่ถ้าเป็นหน้าร้อนคงได้ขายหน้าไปแล้ว”
ท่ายย่าหม่าบอกจูซื่อเป็นร้อยรอบแล้วว่าทำอะไรให้ระวัง
ใช่ จูซื่อเจ้าไม่ได้มีสถานะอะไร ไม่จำเป็นต้องระวัง
แต่คนอื่นรู้จักฝูเซิงทั้งนั้น คนอื่นเขาว่าไม่ถึงตัวเจ้า แต่จะว่าน้องสามีเจ้าได้
ในเมื่ออาศัยอยู่ด้วยกันก็อย่าเอะอะก็ใช้อารมณ์ทุกเรื่อง
จูซื่อพูดเสียงเบาลง แต่กลับยังคงฮึดฮัด นางฟ้อง “ข้าก็ไม่อยากด่านางหรอก แต่นางเรื่องมาก หลานสาวคนรองของท่านแม่บอกว่าเพิ่งกลับมาได้วันเดียวก็ต้องดูตัว นางไม่อยากดูตัว”
เอ้อร์ยาพูดต่อ ทนไม่ได้ที่เห็นแม่พูดโกหก “ข้าไม่ได้บอกว่าไม่อยาก แค่บอกว่ารออีกหน่อยได้หรือเปล่า”
“ย่าเจ้าอยู่ด้วยพอดี ให้ย่าเจ้าฟังดู นี่ใช่คำพูดคนเหรอ เรื่องที่ทำให้ข้ายิ้มได้แต่เจ้ากลับบอกปัด ถ้าไม่มีท่านอ๋องไม่มีพั่งยา คนอื่นเขาจะรู้เหรอว่าเจ้าเป็นใคร เจ้ายังจะบอกให้รออีก”
พอท่านย่าหม่าได้ฟัง คราวนี้ก็ไม่ได้ว่าจูซื่ออีก
“เอ้อร์ยา เจ้าบอกย่ามาตามตรง เจ้าไม่อยากหาคู่แบบนี้ใช่หรือเปล่า ถ้าเจ้าไม่อยาก เช่นนั้นก็ช่าง อีกเดี๋ยวจะได้ไม่หาว่าน้องสาวกับน้องเขยของเจ้ายุ่งไม่เข้าเรื่อง วันหน้าย่าก็จะกำชับอาสามของเจ้าว่าอย่าพูดเรื่องนี้อีก”
เรื่องที่หวังดี อย่าให้กลายเป็นว่าพอรับน้ำใจแล้ว วันหน้ากลับไม่พอใจ ต้องรู้นะว่าเรื่องนี้ลงแรงไปมากขนาดไหน
เด็กผู้หญิงจิตใจละเอียดอ่อน จิตใจอ่อนไหวชอบคิดมาก เรื่องเยอะ ชอบแอบคิดนั่นคิดนี่แล้วก็กลุ้มอยู่คนเดียว
และก็อย่าคิดว่าเป็นเพราะตัวเองขวางพั่งยาอยู่ คนในครอบครัวเลยต้องรีบผลักไสออกไป หรือเข้าใจผิดว่าพั่งยากับหมินหรุ่ยเห็นเจ้าเป็นตัวตลก ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น
ล้อเล่นคงไม่ถึงกับต้องทำขนาดนี้ ไม่ต้องเสียเวลาลงทุนลงแรงขนาดนี้
สรุปว่าไม่พอใจก็บอก ไม่ถูกใจก็ยกเลิกไป
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ถ้าไม่ชอบจริงๆ พวกเราก็ค่อยๆ คิด หาคนที่เหมาะสมทางฐานะและครอบครัว ทำแบบหลานสาวของผู้ว่าฯ คนอื่นเวลาหาคู่ครอง ค่อยเป็นค่อยไปแบบนั้นจะได้ไม่ต้องมานั่งน้อยใจ ก็แค่เรื่องมันอาจไม่ได้สวยงามไปทั้งหมด ทุกเรื่องมันมีข้อดีข้อเสียทั้งนั้น
เอ้อร์ยาใบหน้าแดงก่ำ ถ้านางคิดเล็กคิดน้อยเรื่องพวกนั้นก็ดีน่ะสิ
ในที่สุดก็พูดความในใจออกไป เอ้อร์ยาเอามือปิดหน้ากระทืบเท้าพลางพูด “ไอ๊หยา ท่านย่า พอข้าได้ยินว่าต้องเจอผู้ชายยี่สิบคน หัวใจของข้าก็หดเกร็ง ลำคอแห้งผาด”
อ๋า คุยตั้งนานสุดท้ายแค่อาย
“เอาล่ะ ย่าเข้าใจแล้ว งั้นเจ้าวางใจได้ คนไหนที่ย่าไม่ถูกใจก็จะไม่ให้เจอเจ้า”
ท่านย่าหม่าคิดไว้แล้ว นางประสบการณ์เยอะ ให้นางคัดเลือกคนเด็ดๆ ออกมาก่อน ลองถามลองคุยดู นางเป็นคนแก่จะกลัวอะไร
จากนั้นค่อยให้เอ้อร์ยาสวมหมวกที่มีม่านบางออกไปพบ และก็ให้พูดคุยด้วยนิดหน่อย แค่นั้นก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ ง่ายจะตาย
คนนอกไม่รู้เรื่องเสียหน่อย เมื่อกี้ซุ่นจื่อก็บอกแล้วว่า เรื่องนี้ทำอย่างมิดชิดรัดกุม
อันที่จริงต่อให้ซุ่นจื่อไม่เน้นย้ำเรื่องนี้นางก็วางใจ หมินหรุ่ยจัดการวางใจได้อยู่แล้ว
ไม่มีใครพึ่งพาได้มากไปกว่าหมินหรุ่ยอีกแล้ว
โดยปกติหมินหรุ่ยพึ่งพาไม่ได้แค่กับตัวเอง เช่น เกือบต้องหิวตาย
อีกทั้งคิดแบบโง่ๆ ก็พอเดาได้ว่า หมินหรุ่ยจะต้องกำชับซุ่นจื่อมาแน่ ไม่ว่าจะสำเร็จหรือไม่ก็เพื่อนทั้งนั้น วันหน้าคนพวกนั้นจะไม่อยากผูกมิตรกับท่านอ๋องแล้วหรืออย่างไร
อีกอย่างคนที่มาก็น่าจะนิสัยดี ไม่มีทางเอาเรื่องของผู้หญิงไปพูดข้างนอก นอกจากนี้ ในสนามขุนนาง เบื้องบนแนะนำคู่ครองให้ อาจารย์แนะนำผู้หญิงให้ลูกศิษย์ นี่ก็เป็นเรื่องปกติ
ก็แค่บ้านเราพิเศษหน่อย แนะนำรวดเดียวหลายสิบคน
ท่านย่าหม่ายิ้มพลางปลอบหลานสาวคนรอง เลิกอายเถอะ รีบเข้าห้องไปเปิดหีบเลือกชุด เจ้าแค่รู้ไว้ว่ามีน้องสาวอย่างพั่งยากับน้องเขยอย่างท่านอ๋องถือเป็นวาสนาก็พอแล้ว อย่ามัวแต่อายจนพลาดเจอคนดีๆ เด็กสาวที่ฉลาดต้องรู้จักอายต่อหน้าผู้ชาย ไม่ว่าจะอายจริงหรือแกล้งอายก็ตาม เจ้านอนอายอยู่บนเตียงในบ้านจะมีประโยชน์อะไร แต่จูซื่อกลับไม่พอใจ
“หมายความว่าอย่างไร ท่านแม่ ไม่ให้ข้าไปดู แค่ท่านแม่ตัดสินใจคนเดียวเหรอ”
“เจ้าดูเป็นที่ไหนกัน”
“พ่อนาง อาสามของนาง อีกหลายวันกว่าจะมาถึง คนที่ตัดสินใจได้ไม่อยู่ แล้วทำไมข้าจะไปดูไม่ได้ ข้าเป็นแม่ของนาง พ่อไม่อยู่บ้าน แม่ยังจะไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอีกเหรอ”
“คำพูดเจ้าไม่นับ มีข้ากับผู้เฒ่าตัดสินใจก็พอแล้ว สายตาเจ้าไม่ดี”
“สายตาข้าไม่ดีจะแต่งเข้าบ้านนี้เหรอ จะได้เจอแม่สามีดีๆ แบบนี้เหรอ ดูสิตอนนี้ข้ามีบุญขนาดไหน”
ทันใดนั้นท่านย่าหม่าก็พูดไม่ออก
ต่อมาซ่งฝูหลิงก็ตื๊อสำเร็จ
นางเสนอว่าให้ไปกันให้หมด เฉียนเพ่ยอิง ยายหวัง ย่าใหญ่ ยายกัว เป่าจู เป็นต้น ไปกันหมดทุกคน
แต่ละคนมีความคิดไม่เหมือนกัน มองสิ่งสำคัญในการเลือกคู่ครองแตกต่างกัน ต่างมองในมุมของเอ้อร์ยาเป็นหลัก พวกเราต้องช่วยกันเลือกคนที่คะแนนรวมมาเป็นสามอันดับแรกแล้วค่อยให้พี่เอ้อร์ยาเจอหน้า
แบบนี้อีกหน่อยใครก็โทษใครไม่ได้
ป้องกันเรื่องแบบที่ว่า ย่าเลือกมา แต่ป้าสะใภ้รองไม่พอใจ หรือป้าสะใภ้รองถูกใจ แต่ย่ากลับด่า
ลุงรองไม่อยู่บ้าน ถ้าเขารู้ว่าเป็นคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ทุกคนช่วยกันเลือก เขาฟังแล้วก็วางใจได้
ออกเดินทาง
คนในหมู่บ้านมองรถม้าด้วยความงุนงง “ไปไหนกัน เข้าเมืองไปร้านขนมเหรอ ไม่น่านะ ทำไมเจ้านายไปกันตั้งหลายคน”
ณ เรือนรับรองตระกูลลู่ แม้แต่เจิงหมอมอที่ตามมาด้วยก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ตัดสิน
ท่านย่าหม่าเชิญมา
ท่านย่าหม่าบอกว่า “เหล่าเจิง ไม่ต้องเกรงใจ หลักๆ คือเจ้าให้คะแนนเรื่องมารยาทของพวกเขา คนเราแสร้งทำได้แค่ผิวเผิน แต่แสร้งทำตรงรายละเอียดไม่ได้หรอก”
เจิงหมอมอนั่งอยู่ริมสุด กำลังทำความเข้าใจป้ายให้คะแนน จากนั้นก็อ่านข้อมูลส่วนตัวของพวกเด็กหนุ่ม
นับตั้งแต่มาอยู่ครอบครัวซ่ง ความเชื่อและขนมธรรมเนียมปฏิบัติที่อยู่ภายในใจเจิงหมอมอก็เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน เรื่องแปลกประหลาดมีเยอะเหลือเกิน แต่ละวันผ่านไปอย่างน่าสนใจ
ผู้เข้าประกวดหมายเลขหนึ่ง หลี่หงจี กำลังเดินเข้ามาทางคณะกรรมการ
คณะกรรมการอยู่บนชั้นสองของเรือนรับรองตระกูลลู่ มองหลี่หงจีที่อยู่ตรงชานเรือนผ่านม่านบางที่กั้นอยู่
หลี่หงจีผู้เข้าประกวดหมายเลขหนึ่งรู้สึกงุนงง ถามซุ่นจื่อว่าเราจะไปไหนกัน
ซุ่นจื่อยิ้มพลางตอบ “ใต้เท้า บ่าวจะพาไปกินข้าว ไป เดินผ่านเส้นทางนี้ อยู่ข้างหน้านี่เองขอรับ”
ในเวลาเดียวกัน เสี่ยวเฉวียนจื่ออยู่ที่ชั้นสอง ยืนอ่านประวัติของหลี่หงจีอยู่ด้านหลังซ่งฝูหลิง
เสี่ยวเฉวียนจื่อยังกังวลว่าคนในครอบครัวซ่งจะไม่เข้าใจพวกชื่อตำแหน่ง จึงมีการอธิบายรายละเอียดด้วย
Novel PDF
ยายกัวฟังจบก็ให้คะแนนก่อน ยกป้ายสิบคะแนน คะแนนเต็มคือสิบ
ยายหวังถาม “ทำไมเจ้าพอใจเขาขนาดนี้ ข้าว่าเขาหน้าตาไม่ดี ยังมีคนหลังๆ ที่ดีกว่านี้”
ยายกัวเอามือปิดปากที่ฟันหลอแล้วยิ้มพลางพูด “ข้าว่าเขาออกจะหล่อ ข้าชอบหุ่นล่ำๆ แบบนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว เจ้าดูเอวกว้างๆ นั่นสิ บ่าแน่นปึ้ก”
นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เหล่าคณะกรรมการก็เริ่มมีความคิดเห็นที่ต่างกัน
เฉียนเพ่ยอิงดูละครของยุคปัจจุบันเคยเห็นเด็กหนุ่มหน้าละอ่อนมาไม่น้อย เด็กหนุ่มหลายคนหน้าตาก็หล่อพอใช้ได้ แต่มีเพียงหลี่อี้เฟิงที่นางถูกใจเป็นพิเศษ ชอบสไตล์นี้จากใจ คิดว่าแบบนี้ต่างหากที่หล่อของแท้แต่ท่านย่าหม่ากลับไม่ชอบ นางไม่ชอบตาสองชั้นที่ใหญ่เกินไป ลูกชายคนโตของนาง ลูกเขยของนาง ลูกสาวคนโตของนาง รวมถึงตัวนางเอง มีตาสองชั้นกันหมด แล้วมาดูคนตรงหน้านี้ ไอ๊หยา ดูแก่เชียว ยิ้มทีมีแต่รอยเหี่ยวย่น
ท่านลุงซ่งชี้พลาธิการสวี่ที่เกิดในตระกูลบัณฑิตแต่กลับมาเป็นทหาร “คนนี้ดีที่สุด”
ซ่งฝูหลิงกลับส่ายหน้า สวี่ซูอี๋ที่ชาติกำเนิดดี มีความรู้ มีความเจริญก้าวหน้า แต่นางให้คะแนนต่ำมาก ให้แค่หกคะแนน
ซ่งฝูหลิงอธิบาย “มองออกว่าคนคนนี้อวดดี”
ทุกคนไม่เข้าใจ อวดดีหมายความว่าอย่างไร
เสี่ยวเฉวียนจื่อเกาหัว
เฉียนเพ่ยอิงก็ให้คะแนนต่ำด้วยเหมือนกัน
ลูกสาวนางพูดถูก เด็กหนุ่มคนนี้ประวัติยอดเยี่ยมมาก โดดเด่นกว่าใคร แต่ไม่ใช่คนที่เอ้อร์ยาจะเอาอยู่
ต่อมาเป็นราชองครักษ์ส่วนพระองค์ที่เกิดในครอบครัวร่ำรวย ซ่งฝูหลิงก็ให้คะแนนต่ำเหมือนกัน
ครอบครัวมีฐานะ ดี ดีมาก ดีสุดๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ยิ่งร่ำรวย พี่เอ้อร์ยาก็ยิ่งไม่มีหัวข้อสนทนาร่วมกับคนแบบนี้ ชีวิตโตมาไม่เหมือนกัน
ทุกอย่างต้องพิจารณาจากในมุมของพี่เอ้อร์ยา ไม่ใช่เลือกคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด
แต่ท่านย่าหม่ากลับไม่ชอบ นางไม่ชอบตาสองชั้นที่ใหญ่เกินไป ลูกชายคนโตของนาง ลูกเขยของนาง ลูกสาวคนโตของนาง รวมถึงตัวนางเอง มีตาสองชั้นกันหมด แล้วมาดูคนตรงหน้านี้ ไอ๊หยา ดูแก่เชียว ยิ้มทีมีแต่รอยเหี่ยวย่น
ท่านลุงซ่งชี้พลาธิการสวี่ที่เกิดในตระกูลบัณฑิตแต่กลับมาเป็นทหาร “คนนี้ดีที่สุด”
ซ่งฝูหลิงกลับส่ายหน้า สวี่ซูอี๋ที่ชาติกำเนิดดี มีความรู้ มีความเจริญก้าวหน้า แต่นางให้คะแนนต่ำมาก ให้แค่หกคะแนน
ซ่งฝูหลิงอธิบาย “มองออกว่าคนคนนี้อวดดี”
ทุกคนไม่เข้าใจ อวดดีหมายความว่าอย่างไร
เสี่ยวเฉวียนจื่อเกาหัว
เฉียนเพ่ยอิงก็ให้คะแนนต่ำด้วยเหมือนกัน
ลูกสาวนางพูดถูก เด็กหนุ่มคนนี้ประวัติยอดเยี่ยมมาก โดดเด่นกว่าใคร แต่ไม่ใช่คนที่เอ้อร์ยาจะเอาอยู่
ต่อมาเป็นราชองครักษ์ส่วนพระองค์ที่เกิดในครอบครัวร่ำรวย ซ่งฝูหลิงก็ให้คะแนนต่ำเหมือนกัน
ครอบครัวมีฐานะ ดี ดีมาก ดีสุดๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ยิ่งร่ำรวย พี่เอ้อร์ยาก็ยิ่งไม่มีหัวข้อสนทนาร่วมกับคนแบบนี้ ชีวิตโตมาไม่เหมือนกัน
ทุกอย่างต้องพิจารณาจากในมุมของพี่เอ้อร์ยา ไม่ใช่เลือกคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด