ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 881-2 ถูกใจ
ตอนที่ 881-2 ถูกใจ
แต่ท่านย่าหม่ากลับไม่ชอบ นางไม่ชอบตาสองชั้นที่ใหญ่เกินไป ลูกชายคนโตของนาง ลูกเขยของนาง ลูกสาวคนโตของนาง รวมถึงตัวนางเอง มีตาสองชั้นกันหมด แล้วมาดูคนตรงหน้านี้ ไอ๊หยา ดูแก่เชียว ยิ้มทีมีแต่รอยเหี่ยวย่น
ท่านลุงซ่งชี้พลาธิการสวี่ที่เกิดในตระกูลบัณฑิตแต่กลับมาเป็นทหาร “คนนี้ดีที่สุด”
ซ่งฝูหลิงกลับส่ายหน้า สวี่ซูอี๋ที่ชาติกำเนิดดี มีความรู้ มีความเจริญก้าวหน้า แต่นางให้คะแนนต่ำมาก ให้แค่หกคะแนน
ซ่งฝูหลิงอธิบาย “มองออกว่าคนคนนี้อวดดี”
ทุกคนไม่เข้าใจ อวดดีหมายความว่าอย่างไร
เสี่ยวเฉวียนจื่อเกาหัว
เฉียนเพ่ยอิงก็ให้คะแนนต่ำด้วยเหมือนกัน
ลูกสาวนางพูดถูก เด็กหนุ่มคนนี้ประวัติยอดเยี่ยมมาก โดดเด่นกว่าใคร แต่ไม่ใช่คนที่เอ้อร์ยาจะเอาอยู่
ต่อมาเป็นราชองครักษ์ส่วนพระองค์ที่เกิดในครอบครัวร่ำรวย ซ่งฝูหลิงก็ให้คะแนนต่ำเหมือนกัน
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ครอบครัวมีฐานะ ดี ดีมาก ดีสุดๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ยิ่งร่ำรวย พี่เอ้อร์ยาก็ยิ่งไม่มีหัวข้อสนทนาร่วมกับคนแบบนี้ ชีวิตโตมาไม่เหมือนกัน
ทุกอย่างต้องพิจารณาจากในมุมของพี่เอ้อร์ยา ไม่ใช่เลือกคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด
เมื่อเศรษฐีสิงเฉาเหว่ยปรากฏตัว จูซื่อที่เป็นแม่แท้ๆ ก็มีความเห็นขัดแย้งอย่างรุนแรงกับท่านย่าหม่า
“ข้าชอบคนนี้ สิบคะแนน ทุกคนก็ต้องให้สิบคะแนนด้วย” จูซื่อร้อนใจ รีบแย่งป้ายคะแนนของซ่งอิ๋นเฟิ่ง เป่าจู รวมถึงต้ายา เอามายกเองสิบคะแนนทั้งหมด
เล่นเอาท่านย่าหม่าโมโห รู้สึกขายหน้าต่อหน้าเสี่ยวเฉวียนจื่อ “เจ้ามันเห็นแก่เงิน รีบวางลง”
“ท่านแม่ เห็นแก่เงินแล้วทำไม”
ท่านย่าหม่าชี้ประวัติในมือพลางพูด “เจ้าไม่อ่านดูในนี้บ้างเหรอ พ่อเขามีเมียน้อยสิบสามคน สิบสามเชียวนะ ลูกไม้มันจะหล่นไกลต้นเหรอ”
ยายหวังทำปากซู้ด แม่เจ้า ผู้หญิงสิบสามคน จัดหนักจัดเต็ม เดือนๆ นึงไม่เหนื่อยตายรึ
ขอข้าเม้าท์ด้วย ยายกัวรีบหันไปคุยกับยายหวัง “เดือนๆ นึงผลัดกันได้คนละสองวัน”
เอ๊ะๆ พวกเจ้าสองคนระวังหน่อย นั่งอยู่ริมก็ต้องระวังปากด้วย ให้พวกเจ้ามาทำอะไร อีกอย่างพั่งยาที่ยังไม่ได้แต่งงานก็อยู่ตรงนี้ เสี่ยวเฉวียนจื่อได้ยินเข้าจะคิดอย่างไร ทำไมคุยๆ อยู่ก็ลากไปเรื่องนั้นได้
ทางด้านนั้นยังคงเถียงกันอยู่ หลักๆ คือจูซื่อเป็นแม่ของเอ้อร์ยา แม่ชอบ คนอื่นก็ต้องพิจารณาด้วย
ซ่งฝูหลิงให้ลูกเศรษฐีคนนี้เจ็ดคะแนน
“ดูสิ ท่านแม่ หลานสาวข้าให้เจ็ดคะแนน ท่านแม่อย่ามาสามคะแนน”
ท่านย่าหม่าสงสัยหนักมาก “พั่งยา?”
“ท่านย่า ข้าเชื่อว่าลู่ ท่านอ๋อง อืม เชื่อว่าท่านอ๋องน่าจะรู้จักนิสัยใจคอคนคนนี้”
ไม่อย่างนั้นคงไม่เลือกเข้ามาทั้งๆ ที่รู้ว่าบ้านนั้นมีเมียน้อยสิบสามคน
เสี่ยวเฉวียนจื่อได้ฟังก็แอบดีใจ ต้องจำคำพูดนี้ไว้ อีกหน่อยคุณชายรู้จะต้องดีใจแน่นอน แถมยังจะตกรางวัล นายหญิงของบ้านเราฉลาดจริงๆ อันที่จริงหมอนั่นก็นิสัยดีอยู่ แต่คุณชายบอกว่าเขาจัดการได้
เมื่อกวนจยาชางปรากฏตัว ซ่งฝูหลิงให้คะแนนสูงที่สุด จูซื่อป้าสะใภ้รองให้คะแนนต่ำที่สุด
ในสายตาของจูซื่อ อย่าเห็นว่ากวนจยาชางมีตำแหน่งสูงที่สุด ขุนนางขั้นห้า แต่เขาจนที่สุดในบรรดายี่สิบคน มาจากครอบครัวชาวสวนเล็กๆ
วันนี้จูซื่อมองจนตาลายนานแล้ว รู้สึกว่าคนนี้ก็คู่ควรกับลูกสาว คนนั้นก็ดี สมกับเป็นงานดูตัวที่ท่านอ๋องจัดการให้ แตกต่างมากจริงๆ มีแต่คนเพียบพร้อมมา
ตัดคะแนนสูงสุดกับคะแนนต่ำสุด สุดท้ายคะแนนรวมของกวนจยาชางได้เป็นอันดับห้า เข้ารอบ
“ข้าไม่พอใจเขาที่สุด”
คราวนี้ท่านย่าหม่าไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง ขี้เกียจคุยกับจูซื่อ “ได้ ห้าคนนี้ ผู้เฒ่า พวกเราสองคนแยกกันไปคุยแล้วค่อยตัดออกอีกสองคน”
“ได้”
ตอนเที่ยงซ่งฝูหลิงกินแพะย่างทั้งตัวที่เรือนรับรองตระกูลลู่ เสี่ยวเฉวียนจื่อจัดการได้เรียบร้อย ไม่เพียงแต่จะไม่มีใครรู้ว่ามีแขกสตรีหลายคนมาที่เรือนรับรองนี้ อีกทั้งห้องพักผ่อนของคนในครอบครัวซ่งหลังกินข้าวเที่ยงเสร็จก็เก็บกวาดเตรียมไว้เรียบร้อย
ขณะที่เจิงหมอมอเฝ้าซ่งฝูหลิงนอนกลางวัน เอ้อร์ยาก็กำลังไปพบสามอันดับแรก
อันดับที่หนึ่ง หลี่หงจี ซ่งเอ้อร์ยาไม่ชอบ
รู้สึกว่าคนนี้ดูเหมือนสุภาพกับนาง ไม่ได้พูดอะไรที่เสียมารยาทขณะที่มีม่านบางกั้น แต่กลับรู้สึกได้ถึงการวางมาดข่ม คำพูดคำจาวางอำนาจแบบเห็นได้ชัด
ทั้งๆ ที่หน้าตาไม่ได้ดูแก่ แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนเจอขุนนางที่รุ่นเดียวกับอาสาม
อันดับที่สอง เอ้อร์ยาพูดตามบทที่ซ้อมกับน้องสาวก่อนหน้านี้ ราบรื่นดี แต่กลับรู้สึกเหมือนมีอะไรกั้นอยู่กับคนคนนี้
อาจเป็นเพราะนางกับเขาพูดอย่างสุภาพไปตาม ‘บท’
จนกระทั่งถึงคนที่สาม กวนจยาชางมาแล้ว
หลังจากที่ท่านย่าหม่าคุยกับกวนจยาชางเป็นการส่วนตัวเสร็จ นางก็เลื่อนรองแม่ทัพกวนจากอันดับห้าขึ้นมาเป็นอันดับสาม
“คุณหนูซ่ง พูดตามตรง ข้ารู้ว่าท่านอ๋องเรียกข้ามาที่เฟิ่งเทียนทำไม”
“ท่านเป็นลูกน้องของท่านอ๋องหรือ”
“เปล่า ข้าเป็นลูกน้องของแม่ทัพเหลียง”
กวนจยาชางเล่าสงครามโหดร้ายครั้งนั้นให้เอ้อร์ยาฟัง เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองจะตายแล้ว จะไม่ได้เจอพ่อแม่อีก แต่ทัพใหญ่ของท่านอ๋องก็มาถึง
นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นท่านอ๋องผู้นำทัพเกรียงไกร
เมื่อก่อนไม่ว่าอวี้ชินอ๋องจะเป็นคุณชายตระกูลลู่หรือแม่ทัพลู่ เขาก็เคยได้ยินแต่ชื่อเสียง ไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิด
เอ้อร์ยาสัมผัสได้ว่า ตอนกวนจยาชางพูดถึงลู่พั่นเต็มไปด้วยความรู้สึกประทับใจและเลื่อมใส
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ความประทับใจแรก คนผู้นี้พูดจาจริงใจมาก
ใช่ จริงใจมาก กวนจยาชางพูดตรงไปตรงมา แนะนำตัวเองให้ฟัง
กวนจยาชางบอกว่า สกุลชางไล่นับขึ้นไปสามรุ่นรวมกันมีแค่เขาที่รับราชการ อาศัยการสร้างผลงานในสนามรบแต่ละครั้งจนมีวันนี้
ตอนนี้ถึงแม้เขาจะอยู่ขั้นห้า ฟังดูตำแหน่งใหญ่ แต่ทหารไม่ค่อยได้อยู่กับครอบครัว อันที่จริงพวกพี่ชายกับญาติๆ ยังทำเพาะปลูกกันอยู่ มีที่เยอะมาก
พี่ชายสามคนกับพี่สะใภ้ต่างมีงานมีหน้าที่ของตัวเอง
พ่อแม่กับครอบครัวพี่ชายคนโตปลูกผักหวานส่งให้โรงงานทำน้ำตาลของพี่ชายคนรอง พี่ชายคนสามมีร้านค้าสี่ร้าน หนึ่งในนั้นเป็นร้านขายน้ำตาลที่เอาน้ำตาลทำเองของครอบครัวไปวางขาย
ปกติงานยุ่ง ชีวิตไม่ได้สุขสบาย
“ท่านเป็นขุนนางขั้นห้าแล้ว ไม่ได้ช่วยเหลือที่บ้านหรือ”
ทำไมจะไม่ช่วย
“คุณหนูซ่ง เมื่อก่อนแม่ทัพเหลียงมักตกรางวัลเป็นเงินทองให้ข้า ข้าก็ยกให้ที่บ้านหมด แต่คนในครอบครัวของข้าอยู่ว่างไม่ได้ ทำสงครามเสร็จครั้งนี้ ข้ามาเฟิ่งเทียนได้ตั้งใจกลับไปเยี่ยมที่บ้านก่อน ไม่ได้กลับมาหลายปีแล้ว พอเข้าบ้านถึงได้รู้ว่า พวกเงินและเครื่องประดับราคาแพงที่ข้าให้ทางครอบครัวไป พ่อแม่ข้าไม่ได้แตะต้องเลยสักนิด”
เล่นเอาเขาโมโหมาก
แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกซาบซึ้งใจ
พ่อแม่บอกว่า เก็บเอาไว้ให้ลูกของเขาในอนาคต บอกว่าเงินทองพวกนั้นเขาต้องแลกมาด้วยชีวิต
พ่อแม่ยังบอกอีกว่า ตอนนี้ครอบครัวอยู่ดีมีสุข พวกพี่ชายก็ไม่ได้ลำบากอะไร ที่ดินของครอบครัวมีมากพอ พวกของที่ปลูกได้ก็เหลือกิน ยังจะเอาเงินพวกนี้ไปทำอะไร ไม่มีที่ให้ใช้
กวนจยาชางเล่าเรื่องพวกนี้จบก็มองผ่านม่านบาง แอบทำเสียงจึ๊อยู่ในใจ ทันใดนั้นก็ตระหนักได้ว่าดูเหมือนเขาจะพูดผิดไป
เป็นต้นว่า พวกเงินทองของล้ำค่าที่ได้รางวัลมา เขาเอาให้ที่บ้านหมด
แถมน้ำเสียงยังฟังดูเหมือนว่าควรเป็นแบบนี้อยู่แล้ว
อยากกตัญญู ชีวิตนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่กตัญญู
ในเมื่อเป็นญาติของท่านอ๋อง เราก็ยิ่งต้องพูดไปตามตรง จะมัวหมกเม็ดไม่ได้
ต่อให้วันหน้ามีครอบครัว หากได้อะไรมาอีกก็ต้องแบ่งให้พ่อแม่ส่วนหนึ่ง
แต่ก็ไม่ใช่ว่าในสายตาจะมีแต่พ่อแม่
ก็ก่อนหน้านี้เขายังไม่มีครอบครัว
กวนจยาชางที่อายุยี่สิบสี่ปีย่างเข้ายี่สิบห้าปี เป็นครั้งแรกที่นึกถึงปัญหานี้ อีกทั้งยังมานั่งนึกตอนช่วงสำคัญที่กำลังดูตัวอยู่
เช่นนั้นถ้าแต่งงานแล้ว พวกเงินทองของมีค่าจะแบ่งอย่างไร
อืม เขาก็ยังจะแบ่งให้พ่อแม่ส่วนหนึ่ง ก็แค่ควรแบ่งอะไรให้บ้างก็ให้เมียจัดการ
ขณะที่กวนจยาชางกำลังกลุ้มใจว่าดูตัวครั้งนี้คงพลาดแล้ว คุณหนูซ่งคงกำลังคิดว่าทำไมเขาถึงไม่ละเอียดอ่อนได้ขนาดนี้ เกรงว่าจะเสียน้ำใจของท่านอ๋องแล้ว พ่อแม่อุตส่าห์กำชับมาอย่างดีก่อนออกจากบ้าน ทันใดนั้นเอ้อร์ยากลับขยับ
กวนจยาชางอึ้ง นั่งตัวเกร็ง สองมือวางอยู่บนขา
เดาไม่ถูกว่าสตรีที่อยู่ตรงข้ามคิดจะทำอะไร ทำไมถึงยืนขึ้น
ไม่ทำอะไร ไม่ต้องกลัว
เอ้อร์ยาแค่กำลังเดินเข้าไปใกล้ม่าน
เวลานี้เอ้อร์ยาคิดในใจ
บังเอิญมาก ข้าชอบครอบครัวที่ไม่อยู่นิ่ง และข้ายังชอบคนที่เกิดในครอบครัวชาวสวน ท่านเป็นคนแรกที่รับราชการอีกทั้งครอบครัวยังใกล้เคียงกับข้า
บ้านท่านมีน้ำตาล เช่นนั้นพวกเราก็ลงตัว น้ำตาลที่ผลิตจากบ้านท่านเอาไปขายให้ร้านขนมของครอบครัวข้าได้
อีกทั้งน้องสาวข้าพูดถูก ความสุขเราต้องไคว่คว้าเอาเอง มีเงื่อนไขก็อย่าหลับหูหลับตาแต่งงาน ไม่มีเงื่อนไขก็สร้างเงื่อนไข อย่างไรก็ต้องได้เห็นหน้าค่าตากันก่อน ต้องใช้ชีวิตไปด้วยกันจนตาย จะให้ดีควรรักใคร่ชอบพอกันก่อนแต่งงาน
แต่ตอนนี้พวกเราสองคนมีม่านบางกั้นอยู่ ข้าเห็นท่านแค่ลางๆ ข้าเดินออกไป ขอข้าดูท่านหน่อย ท่านเองก็จะได้เห็นหน้าข้าชัดๆ
หวังว่าท่านจะไม่ได้พอใจในตัวข้าซ่งซูมู่เพียงเพราะข้าเป็นพี่สาวของพระชายาอ๋อง เป็นญาติเกี่ยวดองของท่านอ๋อง เป็นหลานสาวของผู้ว่าการเขต
ดังนั้นข้าต้องการเห็นชั่วขณะที่ท่านเห็นข้า ไม่เกี่ยวกับสิ่งอื่น ท่าทีที่บุรุษมีต่อสตรี
เอ้อร์ย่าเข้าใจท่าทีแบบนั้น เรื่องบางอย่าง นางไม่พูดไม่ได้หมายความว่าไม่รู้
นางเคยบังเอิญเห็นหลายครั้ง ดวงตาเปล่งประกายยามที่ท่านอ๋องน้องเขยมองพั่งยา
ซ่งซูมู่กำมือ ให้กำลังใจตัวเอง กัดฟันเดินออกไป ดึงม่านที่ปิดบังใบหน้าไว้
Novel PDF
กวนจยาชางตัวเกร็ง “…”
วันนี้เอ้อร์ยาเขียนคิ้วมา
พั่งยาจับเอ้อร์ยากดลงบนเตียงแล้วบังคับตกแต่งคิ้วให้ จะเคร่งครัดอะไรขนาดนั้น ต้องรอแต่งงานแล้วถึงแต่งคิ้วได้เหรอ ขนาดนางยังโกนขนคิ้วหมดแล้วเลย
จมูกแบน พั่งยาก็ช่วยไฮไลท์งัดดั้งให้พี่สาว ริมฝีปากก็ทาบาล์มของพั่งยา
บาล์มนี้เป็นบาล์มกลิ่นสตรอเบอร์รี่ของประเทศไทย ราคาเก้าหยวนเก้าเหมา ซื้อมาจากไลฟ์สด
ตอนนั้นที่อยู่ยุคปัจจุบัน ซ่งฝูหลิงซื้อมาหลายแท่ง ล้วงตามกระเป๋าก็จะเจอเต็มแท่งบ้าง ครึ่งแท่งบ้าง ค้นในพื้นที่พิเศษได้มาสี่แท่ง เอามีดตัดครึ่งแท่งใส่ตลับให้พี่เอ้อร์ยา
ฝูหลิงคิดว่า เจอกันครั้งแรก อย่าทาสีแดงหรือสีอะไรที่มันฉูดฉาด บาล์มตัวนี้ดีหน่อย กินข้าวเสร็จก็ยังให้ความแดงแบบธรรมชาติ เลียปากตอนตื่นเต้นก็ยังแดงอยู่
เวลานี้ซ่งเอ้อร์ยาก็กำลังเลียปากด้วยความตื่นเต้น
ชั่วขณะที่เดินออกมาเจอกวนจยาชาง ก่อนหน้านี้คิดคำถามไว้แล้วว่าจะถามอย่างใจเย็น “คุณชาย ท่านคิดเห็นอย่างไรกับผู้หญิงที่ยังอยากทำขนมหลังแต่งงาน ทั้งๆ ที่ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน” แต่ตอนนี้กลับถามอะไรไม่ออก
เพราะคุณชายกวนเอาแต่จ้องนาง
สรุปว่างานดูตัวที่ไม่เคยมีมาก่อนและคงไม่มีอีกได้จบลงตรงที่ซ่งซูมู่หนีกลับเข้าไปตรงหลังม่านอีกครั้ง
สุดท้ายก็วางมาดไม่อยู่
โปรดอภัยที่ความกล้าของเอ้อร์ยามีเพียงเท่านี้
กวนจยาชางมองผ้าม่านที่ขวางกั้น ตอนแรกเขาอ้าปากค้างยืนขึ้น หลังจากผ่านไปสักพักก็เปล่งเสียงหัวเราะ “หึหึ หึหึหึ…”
ซุ่นจื่อที่อยู่ด้านนอกมองสีหน้าของท่านย่าหม่า
ท่านย่าหม่าก้มหน้าจิบชา ปิดบังรอยยิ้มเอ็นดูบนใบหน้า
เมื่อก่อนนางไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่าหลานสาวสามคนจะได้คู่ครองที่ดี
อืม คงเป็นคนนี้แล้ว
หลานเขยคนโต สุยเซ่าปัว หลานเขยรอง กวนจยาชาง หลานเขยเล็ก ลู่พั่นพั่น