ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 882-2 มาถึง
ตอนที่ 882-2 มาถึง
“ไม่ใช่ น้องสะใภ้สาม ข้าหมายความว่า ดูสิบ้านเรามีท่านอ๋อง อาสามของนางก็ขั้นสี่ ปกติก็คลุกคลีกับขุนนางขั้นสี่ขั้นห้าเป็นอย่างต่ำ ข้าก็เลยไม่เห็นว่าขุนนางขั้นห้าจะโดดเด่นอะไร…
…ข้าคิดว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเอาที่ครอบครัวฐานะดี เจ้าว่าข้าพูดถูกไหมล่ะ…
…ถ้าฐานะครอบครัวไม่ดี จะกี่รุ่นก็ตั้งตัวไม่ได้หรอก…
…อยากซื้อพวกบ้านเรือน ถ้าครอบครัวร่ำรวยอยู่แล้ว พอแต่งงานเข้าไปก็ซื้อได้หลายหลัง…
…แล้วดูขุนนางขั้นห้า ซื้อแค่หลังเดียวก็เลือดตาแทบกระเด็นแล้ว ไหนจะญาติที่ยากจนอีกเป็นกอง…
…มีของดีไม่เอา ข้าล่ะไม่เข้าใจ”
จูซื่อคงมีความกังวลของตัวเอง ก็เหมือนกับคำว่าดีของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
แต่ไม่มีใครจะคิดในมุมของเจ้าไปได้ตลอดหรอก
เวลานี้เฉียนเพ่ยอิงรู้สึกเพียงว่า ฟังจูซื่อพูดแล้วโมโห
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ก็แค่ขี้เกียจเถียง
ถ้าให้เถียงนะ
แล้วเจ้ามีอะไร บ้านเจ้ามีอะไร เมื่อก่อนไม่เคยจนหรืออย่างไร ครอบครัวไหนบ้างไม่มีญาติยากจน เจ้ายังจะอยากได้แบบไหนอีก
พูดให้ไม่น่าฟังหน่อยก็ ไม่รู้สถานะของตัวเองหรือไง
ได้ ครอบครัวเดียวกัน ไม่เถียงเรื่องพวกนั้น แต่เจ้าเอาแต่พูดว่าไม่พอใจ เฉียนเพ่ยอิงฟังแล้วกลับคิดว่า เจ้าไม่พอใจคนที่ลูกเขยข้าแนะนำมาให้หรืออย่างไร ยังอยากให้แนะนำแบบไหนอีก โอ๊ย ขนาดขุนนางขั้นห้าเจ้ายังรังเกียจ พูดออกไปคนอื่นคงได้หัวเราะฟันร่วง
จริงๆ เลย ไม่ได้ยินคำขอบคุณจากปากเจ้ายังไม่เท่าไร นี่ยังพูดจาชวนหงุดหงิด มีอย่างนี้จะเอาอย่างนั้น
บอกตามตรง เฉียนเพ่ยอิงหงุดหงิดใจมาก
ลูกเขยนางทำให้ขนาดนี้แล้ว ขาดก็แค่ไปเชิญองค์ชายมาแล้ว
ข้อมูลพวกนั้น ที่นี่ไม่มีโทรศัพท์ แถมหมินหรุ่ยไม่ใช่คนมีนิสัยชอบยุ่งเรื่องคนอื่น จัดการให้ขนาดนี้เจ้าคิดว่ามันง่ายเหรอ
ยิ่งเฉียนเพ่ยอิงเห็นความดีของลูกเขยก็ยิ่งไม่พอใจจูซื่อที่เรื่องมาก
“พี่สะใภ้รอง คนที่พวกเราเลือกมา อีกทั้งยังเป็นคนที่ลูกสาวพี่เลือกเอง พี่พูดแบบนั้นไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก คิดดีกว่าจะเตรียมอะไรไว้ให้ตอนแต่งกับขุนนางขั้นห้าที่ครอบครัวธรรมดาคนนั้น”
ยังต้องเตรียมให้อีกเหรอ
“อย่างไร นี่กะว่าไม่ให้อะไรเลยเหรอ ลูกสาวทุกบ้านออกเรือน ฝ่ายชายเตรียมม้า ฝ่ายหญิงเตรียมอานม้า ธรรมเนียมนี้ทั้งนั้น ยิ่งครอบครัวฝ่ายชายฐานะดี ทางเรายิ่งต้องเตรียมให้เหมาะสม คิดว่าจะให้น้อยแบบตอนต้ายาแต่งงานได้เหรอ เอาแค่เรื่องนี้พี่ยังจะอยากได้ลูกเขยที่ฐานะดีกว่านี้อีกไหม”
เฉียนเพ่ยอิงทำจูซื่อจุกพูดไม่ออกอย่างต่อเนื่อง
หมินหรุ่ยของบ้านนางเป็นพ่อสื่อให้ก็ดีมากแล้ว ห้ามเตรียมของขวัญแต่งงานน้อยเกินไปจนขายหน้าหมินหรุ่ย คนอื่นเขาจะพูดได้ว่าท่านอ๋องแนะนำคนแบบไหนมากัน เอาสินสอดไปแต่กลับไม่มีของขวัญอะไรให้กลับมาเลย
คราวนี้ เอาแค่เรื่องนี้ ถ้าจูซื่อไม่เตรียมของขวัญแต่งงานให้เอ้อร์ยาเยอะๆ ล่ะก็ นางไม่ยอมแน่
อีกอย่าง นางจะไม่มีทางยอมออกให้อีกแล้ว
ไม่มีทางเหมือนเมื่อก่อนที่ช่วยออกไปเยอะมาก
เมื่อก่อนพี่สะใภ้รองไม่ติดเครื่องประดับที่ศีรษะ ออกไปข้างนอกก็ไม่น่ามอง ชวนออกไปเดินซื้อของชอบอะไรก็ไม่พกเงิน
เหล่าซ่งไม่ชอบคนขี้งกแบบพี่สะใภ้รองมาก แต่นางก็ช่วยพูด
“ช่างเถอะ มีอันที่เหมาะและไม่ค่อยแพง แม่ซื้อให้นางไป หรืออันไหนที่แม่ไม่ชอบก็ให้นางได้ ถือว่าเห็นแก่หน้าพี่รอง แม่ก็จนใจกับนาง จะปล่อยให้นางดูแย่ตอนไปเจอคนอื่นช่วงเทศกาลก็ไม่ได้ มีใครรู้จักนางเหรอ คนที่ขายหน้าก็คือพ่อ”
ใช้ชีวิตมาด้วยกันนานขนาดนี้ บางครั้งก็มีเรื่องที่ไม่พอใจกันบ้าง แต่โชคดีที่แม่สามีดี ทนดูไม่ไหวก็ช่วยกำราบบ้าง
ท่านลุงซ่งก็เหมือนกัน คอยช่วยจัดการเรื่องสารพัดในครอบครัว
…
“เป็นอะไรไปท่านแม่” พอถึงบ้านซ่งฝูหลิงก็ถามเฉียนเพ่ยอิง เพราะเห็นนางดูอารมณ์ไม่ดี
เฉียนเพ่ยอิงกัดฟันพูดกระซิบ “ป้าสะใภ้รองของลูกทำไมน่ารำคาญได้ขนาดนี้ เพราะมีนางแม่ถึงไม่รู้สึกไม่ชอบคนอื่น ป้าของลูกนิสัยดีขนาดนั้น แต่อยู่บนรถโมโหน้องสะใภ้รองของตัวเองมาก”
“ช่างเถอะ ท่านแม่ พี่รองของลูกเป็นคนดี ไม่ต้องสนอย่างอื่น ดูแค่พี่รองพอ”
“โชคดีนะที่บ้านเราฐานะดีแล้ว ไม่อย่างนั้นพี่รองของลูกคงถูกแม่ขายไปแล้ว…
…บางครั้งคิดๆ ดูก็น่าโมโหจริงๆ แทบอยากประชดป้าสะใภ้รองของลูกดูบ้าง ไม่ต้องสนใจเรื่องครอบครัวของนาง เอาตั้งแต่กิจการของลุงรองไปจนถึงเอ้อร์ยา…
…พอช่วยก็เรื่องมาก…
…ตัดพ้อว่าถูกลุงรองของลูกตบตี แล้วมันได้ผลไหมล่ะ ถ้าไม่โดนเสียบ้างครอบครัวเราคงวุ่นวายเละเทะเพราะนางคนเดียวไปแล้ว…
…บุญวาสนาของนางทั้งหมดได้มาเพราะแต่งเข้าสกุลซ่ง มีลูกสาวสองคนที่เชื่อฟัง ตอนนี้จินเป่ายังเก่งกว่าแม่ตัวเองอีก ไม่อย่างนั้นลำพังแค่ตัวนางเองน่ะเหรอ หึ”
ซ่งฝูหลิงหัวเราะ ดูท่าแม่ของนางจะโกรธมาก
“ท่านแม่ไม่มีความสุขจากเรื่องนี้เลยสักนิดเหรอ ยกตัวอย่างเช่น ท่านแม่น่าจะมองออกจากเรื่องนี้ว่าลู่พั่นชอบลูกมากขนาดไหน ฮี่ๆ”
ในที่สุดเฉียนเพ่ยอิงก็ถูกลูกสาวตะล่อมจนเลิกด่าจูซื่อ
“นั่นสิ ดังนั้นนะลูกแม่ อย่ามัวแต่หัวเราะฮิฮะ ต้องเตรียมตัวไว้ด้วย…
…ครั้งนี้พวกเราสองครอบครัวเจอกัน แม่จะคุมพ่อไว้ว่าอย่าเรื่องเยอะ รีบกำหนดวัน…
…ลู่พั่นก็ไม่เด็กแล้ว ฮ่องเต้พระราชทานงานอภิเษก ถ้าบ้านเรามัวแต่ยืดเวลามันจะดูไม่ดี ปู่ย่าของลู่พั่นกลับมา ถ้าพวกเรายังทำลีลาเดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติด…
…เอาเป็นว่าบ้านเราก็เตรียมให้พร้อม ลูกคิดว่าอย่างไรล่ะ”
ซ่งฝูหลิงพูดโดยหน้าไม่แดงหายใจไม่ติดขัด “แต่ลูกยังเด็กนะ”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ดูทำเข้า เราน่ะอายุจริงแก่แล้ว ไป ออกไปดูว่าใครมาอีกแล้ว ทำไมแม่เหมือนได้ยินเสียงหลายคนคุยอยู่ตรงลานบ้าน”
ซ่งฝูหลิงพึมพำ “ท่านแม่ ลูกเป็นพระชายาอ๋อง มีสาวใช้ ทำไมยังชอบชินกับการใช้ลูกอยู่เรื่อย ไหนว่าลูกไม่ต้องทำอะไรเลย”
เฉียนเพ่ยอิงค้นเมล็ดเก๋ากี้ในตู้ จะให้พวกสาวใช้เอาไปต้มกับพุทราแดงให้ลูกสาวดื่ม ลูกสาวนางรอบเดือนใกล้มาแล้ว เดินทางมาอากาศเย็น กลัวครั้งนี้จะปวดท้อง
นางหันไปมองทางลูกสาวพลางเม้มปากยิ้ม จากนั้นก็พูดพึมพำ “ถ้าใช้ไม่ได้ก็จบแล้ว ตัวแสบ อย่าว่าแต่เป็นพระชายาอ๋องเลย ต่อให้เป็นพระพันปีอายุถึงแปดสิบก็ยังเป็นลูกสาวแม่อยู่ดี”
เฉียนเพ่ยอิงภูมิใจมากที่ชีวิตราบรื่นขึ้นเรื่อยๆ มากกว่ายุคปัจจุบัน
ลูกสาวของนางหน้าตาสะสวย
ลูกเขยก็หาดีกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว นับจากนี้ไป ที่พึ่งของนางไม่ใช่เหล่าซ่งอีกต่อไป แต่เป็นลูกเขย
พอนึกถึงเหล่าซ่ง หึ เอาแค่เหล่าซ่งก็น่าปวดหัวแล้ว ชอบทำตัวมีปัญหา
“ฮะ ฮัดเช้ย!” อยู่ๆ ซ่งฝูเซิงก็จามขณะที่ขี่ม้าอยู่
ทางด้านหมู่บ้านเหรินจยายังไม่รู้ว่าผู้ว่าฯ ซ่งออกเดินทางก่อนล่วงหน้าแล้ว กำลังมุ่งหน้ากลับบ้านพร้อมพวกญาติๆ ที่เป็นผู้ชาย
ทั้งๆ ที่เมื่อเช้าเจอกันในพื้นที่พิเศษ ผู้ว่าฯ ซ่งยังพูดกับลูกเมียว่า “พ่อยังไม่ว่างไป ทำไม สองแม่ลูกอยากให้พ่อรีบกลับไปเหรอ”
ตอนนั้นเขายังแกล้งทำเนียนอยู่
ตอนนี้พวกผู้ชายในครอบครัวซ่งเกาะกลุ่มขี่ม้าอยู่บนถนนท่ามกลางหิมะตกหนัก
ลำบากเสมียนฉินที่ติดตามมาด้วย เขาเกาะเอวของเถียนสี่ฟาแน่น “พี่เขยใหญ่ ช้าหน่อย” ก้นของเขาจะระบมแล้ว
ซ่งฝูเซิงหวดแส้ ถามหมี่โซ่วที่แต่งตัวหนาเหมือนลูกหมี แต่พอพูดขอบปากก็มีน้ำแข็งเกาะ “ลูกชาย จะไม่นั่งรถม้าจริงเหรอ”
“ไม่เอา ท่านลุงหนาวก็ไปนั่งเองสิ พี่เอ้อร์หลัง พี่จินเป่า พวกเราหนาวกันเหรอ”
จินเป่ากระทุ้งท้องม้า “ไป!”
“ไป ไป” เสียงตะโกนของเด็กผู้ชายดังไปทั่วบริเวณถนนที่กว้างใหญ่
ชั่วขณะนั้นซ่งฝูเซิงรู้สึกหัวใจอบอุ่น
เขาจำได้เมื่อหลายปีก่อนเด็กพวกนี้ต้องให้อุ้มให้แบก อยู่บนรถม้าเรียกให้ตายก็ไม่ขยับ เกาะล้อนอนบนพื้นงอแงไม่หยุด เป็นตัวถ่วงกันทั้งนั้น
ตอนนี้โตเป็นหนุ่มน้อยกันหมดแล้ว
เวลาผ่านไปไวจริงๆ
ตอนนี้…ตอนนี้ก็ไม่ได้ดีกว่ากันเท่าไรหรอก ตัวปัญหาที่ยกระดับสูงขึ้นมา ความอบอุ่นในใจซ่งฝูเซิงหายวับไปทันที
ในเวลาเดียวกันลู่พั่นที่กำลังพักกินข้าวก็ถูกแม่ยายพูดถึงจนจามเหมือนกัน
แม่ พี่สาวทั้งสี่ และพี่เขยสองคน ต่างเงยหน้าหันมองเขา
ลู่พั่นกลับมองพวกหลานๆ ที่นั่งล้อมโต๊ะใหญ่ แอบถอนหายใจ
เขาไม่เคยใช้เวลาอยู่กับครอบครัวต่อเนื่องเกินสามวัน
แม้จะเป็นตอนที่พวกพี่สาวกลับมาบ้าน เขาก็อยู่เรือนของตัวเอง แค่โผล่หน้าออกไปตอนกินข้าวกับทักทาย
แต่ครั้งนี้ได้สัมผัสรสชาติจริงๆ แล้ว
ระหว่างทาง ท่านอ๋องน้าชายถูกหลานๆ รุมจนรำคาญขั้นสุด
“ท่านปู่ เดินทางตลอด ร่างกายยังไหวหรือไม่” ลู่พั่นบอกให้สาวใช้เอาทัพพีมา เขายืนขึ้นตักให้ปู่
อัครเสนาบดีลู่ก็ไม่เคยอยู่กับพวกเด็กๆ ทั้งวันตั้งแต่เช้ายันเย็นแบบนี้ แต่เขากลับไม่เหมือนหลานชาย เขาชอบแบบนี้
อีกทั้งไม่เหมือนปู่ทวดบ้านอื่นที่ปั้นหน้าบึ้งไม่ยอมให้กินข้าวร่วมโต๊ะ
อัครเสนาบดีลู่ได้ฟังก็ไม่สนใจลู่พั่น กลับหันมองแอนนาน้อย “เอาอะไร อ๋อ น้ำแกงรึ มา”
“ขอบคุณท่านปู่ทวด แอนนาอยากได้อันนั้นด้วย”
“อันไหน”
“อันนั้น”
ลู่จือหว่านอยากจะตีลูกสาว แค่กินข้าวยังเรื่องมาก มีหมอมอสองคนยืนรับใช้อยู่ข้างๆ ยังไม่พอ
ฉีตงหมิงก็พูด “ท่านปู่ไม่ต้องสนใจนาง”
อัครเสนาบดีลู่กลับหัวเราะ
Novel PDF
ลู่พั่น “…” ช่างเถอะ พรุ่งนี้ยังต้องเร่งเดินทางต่อ อย่างไรเสียก็ไม่มีใครสนใจเขา ไปพักผ่อนก่อนดีกว่า
วันต่อมา ในขณะที่ซ่งฝูเซิงแต่งตัวให้หมี่โซ่วหนาเตอะเหมือนลูกลิง ขี่ม้าออกเดินทางกัน ในขณะที่คนตระกูลลู่กับพวกบ่าวรับใช้หลายคนหอบหิ้วข้าวของขึ้นรถม้าอีกครั้ง พวกผู้หญิงของครอบครัวซ่งที่อยู่ในหมู่บ้านเหรินจยาก็กำลังรับแขกอย่างต่อเนื่อง
สามารถมาก ไม่เคยอยู่ว่างตั้งแต่กลับมา
ได้เจอว่าที่พ่อตาแม่ยายของต้าหลัง
ครอบครัวซ่งวางตัวถ่อมตนมาก ท่านย่าหม่ายื่นมือออกไปจับว่าที่แม่ยายของต้าหลังก่อน “ต้องขอโทษด้วยที่เพิ่งจะได้เจอหน้ากัน”
ครอบครัวพี่หกของใต้เท้าเว่ยแห่งพระคลังหลวงบอกว่า ไม่มีอะไรต้องขอโทษ ถึงแม้จะไม่ได้เจอหน้ากันแต่ก็ติดต่อกันตลอด ครอบครัวเว่ยของพวกเขาสบายใจ อีกทั้งต้าหลังก็เป็นคนดีมาก
คำพูดนี้ไม่ได้เสแสร้ง ครอบครัวซ่งมีของขวัญมาให้ทุกเทศกาล ให้มากกว่าญาติๆ เสียอีก ของขวัญไม่เคยขาด
หลี่ซิ่วเป็นคนจัดการเรื่องนี้
เรื่องไปมาหาสู่ทั้งหลาย รวมถึงของขวัญปีใหม่ให้ครอบครัวผู้ว่าฯ หลี่ที่เฟิ่งเทียน ใต้เท้าศึกษาธิการของเฟิ่งเทียน หลี่ซิ่วก็ส่งไปให้แทนครอบครัวซ่ง
ระหว่างที่คุยกันนั้น ท่านลุงซ่งยังได้จงใจเรียกใต้เท้าเว่ยเข้าห้องไปถามอย่างละเอียด “กลับมาครั้งนี้ ได้ยินว่าต้าหลังกับหูจือถูกย้ายหรือ”
ใต้เท้าเว่ย ต้าหลังเป็นหลานเขยของเขา ก็ต้องให้ย้ายไปอยู่แล้ว
แต่เรื่องนี้ต้องขอบคุณผู้ว่าฯ หลี่
ต้าหลังเป็นลูกน้องเขาต่อไปไม่ได้ คนอื่นจับตาดูอยู่ เลื่อนขั้นลำบาก ขณะที่ใต้เท้าเว่ยกำลังวิ่งวุ่นเพื่อหลานเขย ต่อมาเขาก็สมปรารถนา ผู้ว่าฯ หลี่ย้ายต้าหลังไปอยู่ที่ว่าการเขตเฟิ่งเทียนให้ ไปเป็นหัวหน้ามือปราบทำคดี เป็นลูกน้องของใต้เท้าพิพากษา ได้ตำแหน่งขั้นเจ็ด
ใต้เท้าเว่ยเลยจัดการเรื่องกลุ้มใจนี้ได้ ให้ดูแลแค่หูจือย่อมไม่มีปัญหา ให้หูจือย้ายออกจากคลังเสบียงไปดูแลม้าของพระคลังหลวง ได้ตำแหน่งขั้นแปด
“ท่านผู้เฒ่า ข้าคิดว่าถึงแม้หูจือไปดูแลม้าดูแลล่อจะสู้เมื่อก่อนที่อยู่คลังเสบียงไม่ได้ แต่ก็แค่ให้ไปอยู่ที่นั่นสักระยะ”
ท่านลุงซ่งตบมือใต้เท้าเว่ยเบาๆ “ลำบากท่านที่ต้องดูแลเด็กสองคนนี้แล้ว”
หลังจากครอบครัวซ่งเจอครอบครัวเว่ย วันนี้ก็ยังได้เจอคนอีกกลุ่ม
แม่สามีกับสามีของชุ่ยหลาน รวมถึงญาติๆ ที่คิดว่ามีหน้ามีตาของสกุลโจว ต่างมากันหมด