ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 890-1 รับของ
ตอนที่ 890-1 รับของ
ครอบครัวซ่งไม่ได้รู้สึกเสียดายปฏิทินแขวนผนัง
พั่งยาเคยทำไว้ให้แล้ว ในบ้านมีอยู่
ตอนนั้นที่คนในครอบครัวได้รับก็รู้สึกว่าสวย น่าสนใจ ทำไมเก่งขนาดนี้ ต่อมาก็ไม่ตื่นเต้นอะไรอีก
จวบจนทุกวันนี้พวกเขาก็ยังไม่เคยชินกับการดูปฏิทิน ชินกับการดูสภาพท้องฟ้ามากกว่า
แม้จะบอกว่าครอบครัวเรารู้ว่าพั่งยามีความสามารถ
แต่ชั่วขณะนี้ พอเห็นท่าทางของอัครเสนาบดีลู่กับพวกหลานเขยตระกูลลู่ที่ช่วยกันถือปฏิทิน ทางครอบครัวซ่งขอพูดถึงท่านลุงซ่งแล้วกัน ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่า ดูเหมือนครอบครัวเราจะดูถูกความสามารถของพั่งยาเกินไป
ครอบครัวเรามีเด็กผู้หญิงอย่างพั่งยาก็เหมือนมีหงส์มาเกิดในตระกูล
ดูจากปฏิกิริยาตอบสนองของคนตระกูลลู่ก็รู้ได้ว่ามอบปฏิทินแขวนให้ถูกคนแล้ว
ท่านลุงซ่งเดาถูก นอกจากนี้เขาคิดว่าพั่งยามาเกิดเป็นหงส์ในครอบครัวเราก็ถูกต้องแล้ว
เพราะคนในครอบครัวซ่งได้รับปฏิทิน มองภาพวาดก็คือภาพวาด ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร
แต่เมื่อมาถึงอัครเสนาบดีลู่
ยกตัวอย่างเช่นปกปฏิทิน เป็นต้นเมเปิ้ลที่ให้ความรู้สึกถึงฤดูกาล ใบเมเปิ้ลสีแดงอร่าม ฤดูใบไม้ร่วงสีทอง
อัครเสนาบดีลู่มองออกจากภาพวาด
ความหมายคือ ใบเมเปิ้ลผลัดสีแดงดุจวัยชราที่มาเยือน
เมื่อเชื่อมโยงกับของที่มอบให้คือปฏิทินก็รู้ได้ว่าหลานสะใภ้อยากให้เขามีสุขภาพแข็งแรงในทุกฤดูกาลและตลอดไป
สามีของลู่จือรุ่นเดินขึ้นหน้า ต้องการช่วยเปิดหน้าปกปฏิทิน เพื่อให้ท่านปู่ดูได้สะดวก
แต่อัครเสนาบดีลู่กลับยกมือห้าม ใครก็ห้ามแตะต้อง
อัครเสนาบดีลู่เดินเข้าไปพลิกเปิดด้วยตัวเอง
ดอกไม้ไฟสีสันสะดุดตา
สายน้ำหลั่งไหล
ร่องหุบเขาฉางไป๋
สีฟ้าครามของสระสวรรค์
บนภาพวาดของเดือนที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงมีข้อความ
ฝนแห่งฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน หนาวเย็นขึ้นอีกครา ได้เวลาต้นไม้ผลัดใบ อากาศเย็นอย่าลืมใส่เสื้อเพิ่มอีกชั้น
อัครเสนาบดีลู่เงยหน้ามองซ่งฝูหลิง นี่คือการแสดงความกตัญญูของหลานสะใภ้ที่มีต่อเขา
วันเวลาผ่านไป แต่ความผูกพันกลับคงอยู่ตลอดกาล
เวลานี้แม้แต่ซ่งฝูเซิงที่อยู่ด้านข้างก็สังเกตเห็นว่าลูกสาวของเขาเอาอยู่ ของขวัญนี้ทำอัครเสนาบดีลู่ประทับใจมาก
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนตระกูลลู่คนอื่นๆ เลย
อย่างไรเสียคนครอบครัวซ่งไม่รู้จักอัครเสนาบดีลู่ดี แต่คนตระกูลลู่รู้ดี
อัครเสนาบดีลู่เปลี่ยนของขวัญอย่างกะทันหัน
ของที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ ฮูหยินเป็นคนเตรียม เขาต้องการเปลี่ยน ไม่เอาของชิ้นนั้นแล้ว
“ท่านปู่ ของชิ้นนี้ดูจะมีค่ามากเกินไปเจ้าค่ะ” ซ่งฝูหลิงมองของขวัญด้วยความลังเล “ฝูหลิงรับไว้ไม่ได้”
“ปู่ให้ทำไมจะรับไว้ไม่ได้ น้ำหมึกบนภาพวาดของเจ้าแยกชั้นไม่ชัดเจน ควรเอามันไปใช้วาดเล่นๆ”
จะให้ดีปีหน้าขอปฏิทินแบบนี้อีก แต่ประโยคหลังอัครเสนาบดีลู่แค่ยิ้มไม่ได้พูดออกไป
เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ไม่รีบ
ให้อะไรน่ะเหรอ
หมึกเหรอ แท่งหมึก
เวลานี้ความแตกต่างของสองครอบครัวชัดเจนขึ้นมาอีกแล้ว
ครอบครัวซ่งที่เป็นแขกคิดในใจ โอ๊ย เห็นดีใจขนาดนั้นนึกว่าจะให้ของมีค่า ทำไมให้แค่แท่งหมึกล่ะ แม้แต่อุปกรณ์ครบชุดก็ยังไม่มี
ท่านย่าหม่าก็แอบตะลึงอยู่ในใจ เดิมทีนางคิดว่าตระกูลลู่จะให้หินหยกหินโมราอะไรพวกนั้น
บรรดาลูกสาวลูกเขยของตระกูลลู่กลับตะลึง
พวกญาติๆ จากบ้านท่านยายของลู่พั่นต่างดูออก แค่เห็นของชิ้นนั้นก็ตกใจขั้นสุด
แท่งหมึกครบชุดที่ซ่งฝูหลิงถืออยู่มีลวดลายทั้งห้าอย่างต้นสน นกกระเรียน ปลา นก ดอกไม้ เป็นของที่อัครเสนาบดีลู่เก็บสะสมมายี่สิบปีแล้ว
นี่บทจะให้ก็ให้หลานสะใภ้
ทำให้พวกหลานเขยตระกูลลู่ต่างรู้สึกว่า นี่มันออกจะ…เหมือนคำพูดของท่านอัครเสนาบดีลู่ เอามันไปใช้วาดเล่น
รู้หรือเปล่าว่าแท่งหมึกชุดนี้มีค่ามากขนาดไหน ประเมินราคาไม่ได้ แต่นี่กลับอยู่ดีๆ ให้เอาไปใช้เล่นๆ
พวกพี่สาวของลู่พั่นมองหน้ากัน เอาเถอะ นี่ขนาดยังไม่ได้เรียกแบบเป็นทางการนะ แค่เรียกว่าท่านปู่ตามมารยาท ยังไม่ทันแต่งเข้าจวน ของสะสมที่ท่านปู่ของพวกนางเก็บมายี่สิบปีก็ไปแล้ว
อีกทั้งวันนี้เห็นได้ชัดมากว่าท่านปู่พูดจาอ่อนโยนกว่าเวลาพูดคุยกับพวกนางที่เป็นหลานสาวแท้ๆ ราวกับกลัวซ่งพั่งยาจะตกใจ
ผู้อาวุโสให้ของ ซ่งฝูหลิงหันไปมองพ่อด้วยความลำบากใจ
ซ่งฝูเซิงยิ้มพลางพยักหน้าให้ลูกสาว ฝูหลิงถึงได้กล้ารับไว้ หันไปตั้งใจขอบคุณท่านปู่ลู่ทันที
ลู่พั่นมองดูฝูหลิงอยู่ตลอด เผื่อฝูหลิงอยากขอความช่วยเหลือก็ส่งสายตามาหาเขาได้
อย่างเมื่อครู่ขณะที่ฝูหลิงลังเลว่าจะรับของขวัญไว้ดีหรือไม่ ลู่พั่นก็เตรียมตัวไว้แล้ว ปรับสีหน้าเรียบร้อย เตรียมส่งสัญญาณให้ฝูหลิง แต่น่าเสียดายที่นางมองแค่ซ่งฝูเซิง
แน่นอนอยู่แล้ว ฝูหลิงคิดไว้ตั้งแต่เมื่อคืน วันนี้นางต้องวางมาดของคุณหนูสกุลซ่ง ห้ามผิดพลาดแม้แต่ก้าวเดียว
อยู่กับลู่พั่นเป็นการส่วนตัวจะอย่างไรก็ได้ แต่กับภายนอกต้องวางมาดให้เรียบร้อยสง่างาม เป็นหน้าเป็นตาให้พ่อแม่ ห้ามส่งสายตาหาลู่เสี่ยวพั่น
ของขวัญที่ซ่งฝูหลิงให้เหล่าฮูหยินกับท่านยายของลู่พั่นคือกระเป๋าประดับมุก
ใช้ไข่มุกประดับทั้งหมด
อันที่จริงก่อนหน้านี้ของที่ฝูหลิงเตรียมไว้ให้เหล่าฮูหยินคือ สายประดับคอสีแดงพุทรา ตะขอเกี่ยวทำจากทองคำ จี้ก็เป็นทอง ใจกลางจี้ฝังหินโมราสีแดงที่ทำเป็นรูปใบไม้สามแฉก
สายประดับคอเส้นนี้ฝูหลิงเย็บเองกับมือ ถูกเข็มทิ่มครั้งแล้วครั้งเล่า ยกเว้นส่วนที่ฝังหินโมราที่ต้องให้ช่างฝีมือทำ
เงอะๆ งะๆ ทำเสียไปหลายเส้น
แต่ตอนนี้มีท่านยายของลู่พั่นเพิ่มเข้ามาจึงให้ของชิ้นนั้นไม่ได้แล้ว แอบไปกระซิบบอกจิ่งหมอมอเป็นการเร่งด่วนว่าต้องเปลี่ยน
อย่าให้พูดเลย เอาแค่เรื่องที่ของขวัญไม่พอยังถูกพวกพี่สาวของลู่พั่นรู้เข้า
ช่วยไม่ได้ อยู่ในอาณาเขตของตระกูลลู่ อยากกระซิบคุยกันยังยาก
พวกพี่สาวของลู่พั่นต่างเป็นคนเอาใจใส่ บอกให้ฝูหลิงเอาของขวัญที่เตรียมไว้ให้พวกนางไปให้สองป้ากับสองน้าสะใภ้ก่อน
พี่สาวคนโตบอกว่า ‘คนกันเอง ให้เมื่อไรก็ได้’
ลู่จือหว่านพี่สาวคนสามบอกว่า ‘ตั้งใจให้อะไรพวกเราเหรอ ขอดูหน่อยสิ’
ไม่ได้ของ ขอดูหน่อยไม่ได้เหรอ
ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เข้ามาแทรกนี้ พูดเรื่องที่ตอนนี้หลังจากเหล่าฮูหยินกับท่านยายของลู่พั่นได้รับกระเป๋าประดับมุกที่แสนประณีตนี้ก่อนดีกว่า เหมือนกันไม่มีผิด ดีใจกันมาก
ของขวัญที่ท่านยายของลู่พั่นให้ฝูหลิงคล้ายกับของขวัญที่อัครเสนาบดีลู่ให้โดยบังเอิญ
เพราะของขวัญชิ้นนี้ท่านตาของลู่พั่นที่อยู่ไกลถึงเมืองหลวงเป็นคนสั่งให้เอามาให้
ครั้งนี้ท่านตาของลู่พั่นไม่ได้มา
อัครเสนาบดีลู่ไม่เคยลาหยุดเลยตลอดสิบปี ฮ่องเต้จำต้องให้หยุด แต่ท่านตาของลู่พั่นไม่มีสิทธิพิเศษแบบนี้
ให้อะไรน่ะเหรอ เปิดกล่อง พู่กันหลากหลายขนาด มีทั้งหมดเก้าด้าม เป็นชุดพู่กันที่หายากตามท้องตลอด