ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 898-1 ให้ความรักอยู่ที่บ้านข้าทุกวัน
ตอนที่ 898-1 ให้ความรักอยู่ที่บ้านข้าทุกวัน
วันแห่งความสุขของตระกูลลู่เริ่มจากที่เหล่าฮูหยินนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง นึกถึงเพลงประสานเสียงหนึ่งสองสามสี่แล้วกลั้นขำไม่อยู่
อัครเสนาบดีลู่ส่ายมือด้วยความจนปัญญา ไล่พวกสาวใช้ที่ปรนนิบัติอยู่ออกไป มองภรรยาตัวเอง ใบหน้าก็มีรอยยิ้มออกมาเช่นกัน
ส่วนวันแสนสุขของครอบครัวซ่งเริ่มจากการที่คนในหมู่บ้านวิ่งเข้ามาบอกว่ามีขบวนรถม้ากำลังมา อยู่ห่างออกไปไม่กี่ลี้
มีแขกมาเยี่ยมเยียนอย่างไม่ขาดสายติดต่อกันหลายวัน
เฉียนเพ่ยอิงรับรองพวกฮูหยิน
บรรดาฮูหยินนั่งตามลำดับตำแหน่งของสามีตัวเองเพื่อพูดคุยกัน ในที่นี้บางคนก็รู้จักกันมาก่อน แต่ส่วนใหญ่เพิ่งเจอกันครั้งแรก
เฉียนเพ่ยอิงกับฮูหยินของผู้ว่าฯ หลี่นั่งเสมอกันอยู่ที่โซฟา เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนสนิทสนมกันมากกว่าเดิม
เรื่องงานของต้าหลัง ครอบครัวซ่งกลับมาก็ได้ยินข่าวแล้ว ใช้คำพูดที่เฉียนเพ่ยอิงคุยกับซ่งฝูเซิงเป็นการส่วนตัวก็คือ เท่ากับว่าต้าหลังไปช่วยงานที่ศาลยุติธรรมเฟิ่งเทียน น้ำใจนี้ของผู้ว่าฯ หลี่ต้องจดจำไว้
ซย่าเหวินฮุ่ยบุตรสาวในอนุของท่านโหวซย่า ภรรยาของเหรินจื่อเซิงก็มาด้วย
ตอนพ่อสามีป่วยนางไม่กลับมาเยี่ยมเลยด้วยซ้ำ ไม่สนว่าเริ่นกงซิ่นจะเป็นหรือตาย นางไม่ชอบพ่อสามี ดูถูกสกุลเริ่น
ตอนที่พวกน้องสามีเดือดร้อนถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร นางก็ไม่สนใจไม่ถามถึง
ครั้งนี้พอได้ยินว่าคนสกุลซ่งกลับภูมิลำเนา นางก็ตั้งใจออกเดินทางจากเมืองหลวงพร้อมสามี หอบของขวัญราคาแพงมาโดยอ้างเหตุผลสวยหรูว่า กลับมาเยี่ยมพ่อสามี อันที่จริงใครๆ เขาก็รู้กัน
ว่ากันตามตำแหน่งขุนนางของเริ่นจื่อเซิงที่อยู่ขั้นห้า ซย่าเหวินฮุ่ยก็คือนั่งข้างเฉียนเพ่ยอิง
เวลานี้ซย่าเหวินฮุ่ยยอมนับญาติแล้ว ไม่รังเกียจที่สามีนางกับพ่อสามีอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชนบท และก็ไม่ได้รังเกียจที่จะพูดถึงคำว่าหมู่บ้านอีกต่อไป
เป็นฝ่ายชวนเฉียนเพ่ยอิงคุยก่อน บอกว่ามาจากหมู่บ้านเดียวกัน เดิมทีตอนนั้นที่ใต้เท้าซ่งไปสอบจอหงวนที่เมืองหลวงก็ควรไปมาหาสู่กัน
สื่อเป็นนัยๆ ว่าด้วยความสัมพันธ์ของเราสองครอบครัว ต้องไปมาหาสู่กันบ่อยๆ
สร้างความรู้สึกที่ลวงตาให้คนอื่นว่า สกุลซ่งกับสกุลเหรินมีความสัมพันธ์ที่ดีมาก
แต่กลับไม่คิดว่าเฉียนเพ่ยอิงจะไม่เออออไปด้วย แค่ตอบเพียงผิวเผินแล้วผ่านไป นางอาศัยคำพูดนี้เชื้อเชิญแขกผู้หญิงตรงหน้าทุกคนว่าควรไปมาหาสู่กันบ่อยๆ
ฮูหยินนายอำเภอหูนั่งอยู่ไกลที่สุด
ฮูหยินที่มาในวันนี้ล้วนเป็นฮูหยินของขุนนางที่รับตำแหน่งอยู่ในเขตเฟิ่งเทียน สามีของฮูหยินเหล่านี้ล้วนตำแหน่งสูงกว่าสามีของนาง นางจึงถ่อมตัวและระมัดระวังตัวมาก
บางครั้งรู้สึกว่าพูดแทรกไม่ได้ ทำได้แค่นั่งตัวตรง เหมือนตั้งใจฟังมาก ยิ้มมองเฉียนเพ่ยอิงกับหลี่ฮูหยิน
ซ่งฝูหลิงเป็นหน้าเป็นตาให้แม่มาก
ฮูหยินพวกนั้นอยากเจอนางไม่ใช่เหรอ
นางแต่งตัวสวยงาม ด้านหลังมีแค่เจิงหมอมอตามมาคนเดียว เดินเคียงข้างพี่เอ้อร์ยามาปรากฏตัวในห้องรับแขก
บรรดาฮูหยินยืนขึ้นทันที
เวลานี้แม้แต่หลี่ฮูหยินก็ยิ้มแย้มยืนขึ้นด้วย
มีเพียงเฉียนเพ่ยอิงที่นั่งอยู่บนโซฟา ทำมือบอกให้นั่งลง ทุกคนนั่งลงคุยกันก็พอ
ขณะที่ซ่งฝูหลิงเดินผ่านฮูหยินนายอำเภอหู หูฮูหยินก็ก้มหน้าเล็กน้อยพยักหน้าให้ซ่งฝูหลิงอย่างสุภาพ ถือเป็นการทักทาย
ซย่าเหวินฮุ่ยก็ยิ้มอย่างจริงใจ สายตามองตามซ่งฝูหลิงอยู่ตลอด
จนกระทั่งซ่งฝูหลิงนั่งลง
ฝูหลิงยิ้มอย่างอ่อนโยน ยกมือขึ้น “เชิญนั่ง”
ฮูหยินทุกคนถึงได้พยักหน้าเป็นเชิงขอบคุณแล้วนั่งลง
เรื่องบางอย่าง ไม่ว่าคนอื่นจะแอบทอดถอนใจอย่างไรมันก็เปลี่ยนไปอย่างไม่รู้ตัวแล้ว
คำพูดที่ว่านี้เป็นความในใจของเริ่นจื่อเซิงกับนายอำเภอหู
เริ่นจื่อเซิงมาจากเมืองหลวง รู้ว่าซ่งฝูเซิงเป็นคนโปรดของฮ่องเต้ เขาเลิกอิจฉาซ่งฝูเซิงที่มีอนาคตแบบก้าวกระโดดแล้ว
เพียงแต่พอมายืนอยู่ในลานบ้านของครอบครัวซ่ง เขาก็นึกถึงครั้งแรกที่มาที่นี่ สภาพบ้านที่โกโรโกโส
ตอนนั้นเพื่อกระดาษไขสำหรับซ่อมบ้านที่ค่อนข้างแพง เพื่อที่จะได้เสบียงเพิ่มมากขึ้นหน่อย ซ่งฝูเซิงถึงกับไม่สนศักดิ์ศรี คิดละเอียดยิบ ไม่ให้ขาดแม้แต่จินเดียว
ก็คนมันยากจน กลัวจะเชื่อคำพูดของพวกคนใหญ่คนโตที่รับปากว่าจะให้นั่นให้นี่ไม่ได้ แสดงให้เห็นว่าในใจหวาดกลัวกันขนาดไหน จะบังคับลงนามให้ได้
แล้วมาดูทุกวันนี้
เริ่นจื่อเซิงเหลือบตาขึ้นมองซ่งฝูเซิงที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งเจ้าบ้านในห้องโถงของครอบครัวซ่ง
ส่วนในใจของนายอำเภอหูซับซ้อนยิ่งกว่าเหรินจื่อเซิง
นึกถึงเมื่อก่อนที่เขาอิจฉาไม่อยากให้ซ่งฝูเซิงได้ผลงานเรื่องช่วยน้ำท่วม ไม่อยากให้หมู่บ้านเหรินจยาได้หน้า
นึกถึงตอนนั้นที่จะจับคู่ลูกสาวของพี่ซ่งกับลูกชายของเขา ฮูหยินกับคนอื่นๆ มีท่าทีไม่ชอบใจนัก
นึกถึงเรื่องที่เขากับฮูหยินเดาถูกว่าแม่ทัพลู่ถูกใจลูกสาวของซ่งฝูเซิง แต่อย่างมากก็คงได้แค่แต่งไปเป็นอนุ แค่นั้นก็ถือเป็นวาสนาแล้ว
นึกถึงหลังจากที่เขากับฮูหยินรู้ว่าแม่ทัพลู่ได้กลายเป็นท่านอ๋อง พวกเขาก็ยังให้ความสนใจอีกว่า บางทีอาจได้ไปเป็นอนุสูงศักดิ์จริงๆ ปรากฏว่าฮ่องเต้พระราชทานงานอภิเษก รู้กันไปทั่วทั้งแผ่นดิน
ตอนอวี้ชินอ๋องเดินทางผ่านเฟิ่งเทียน แค่คิดดูก็รู้ว่าคงไม่มีขุนนางคนไหนระหว่างทางไม่ทราบว่าอวี้ชินอ๋องจะไปเจอพ่อตาที่หวงหลง แสดงให้เห็นว่าให้ความสำคัญมากขนาดไหน
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ นายอำเภอหูคิดว่าตัวเองคงอาจเอื้อมพี่จื่อเจินไม่ถึงแล้ว
วันนี้พอเขามาถึงก็กำมือคารวะซ่งฝูเซิงเรียกพี่จื่อเจิน พี่จื่อเจินยังคงต้อนรับอย่างอบอุ่นเหมือนเคย ดูท่าจะยังไม่ลืมว่านายอำเภอถงเหยาอย่างเขาเคยช่วยเหลือครอบครัวซ่งไว้
แต่พวกขุนนางเฟิ่งเทียนกลับชำเลืองมองเขา
เริ่นจื่อเซิงที่ออกจากหมู่บ้านเหรินจยาไปได้ดิบได้ดีก็มองเขา
นายอำเภอหูไม่ได้คิดไปเอง
เริ่นจื่อเซิงมองนายอำเภอหูจริงๆ
คิดในใจ เจ้าดูสนิทสนมเหลือเกินนะ ต่อให้สนิทกัน แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว ขุนนางที่ตำแหน่งสูงกว่าเจ้าอยู่กันเยอะขนาดนี้ยังต้องพูดกับผู้ว่าฯ ซ่งอย่างนอบน้อม แต่เจ้ากลับเรียกพี่จื่อเจินต่อหน้าทุกคน ไม่รู้จักดูกาลเทศะเลย ไม่แปลกที่เจ้ายังย่ำอยู่กับที่ เป็นนายอำเภอถงเหยาไม่เลื่อนไปไหนสักที
พอเห็นแบบนี้ นายอำเภอหูยังสู้พ่อเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เพราะมีพ่อของเขา สกุลซ่งกับสกุลเหรินถึงได้ดูมีความสัมพันธ์อันดี แม้แต่เขาเข้ามาในเขตบ้านของครอบครัวซ่งก็ยังไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนแบบที่คิดไว้
เริ่นจื่อเซิงเคยถามพ่อเป็นการส่วนตัว ก็แค่เขาแทบไม่อยากเชื่อคำตอบของพ่อ
พ่อของเขามีความตั้งใจ ดูแลให้ทุกเรื่อง อีกอย่างพ่อของเขาเป็นคนตรงไปตรงมา บอกว่าครอบครัวเรากับครอบครัวซ่งรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยที่ลำบาก
เริ่นกงซิ่นคิดว่าข้อด้อยที่ใหญ่ที่สุดของลูกชายคนโตคือหน้าไม่หนาพอ อีกทั้งชอบทำเป็นหยิ่งในเวลาที่ไม่ควร
ดูอย่างลูกชายคนสามที่ได้เขาไปเต็มๆ สิ ตั้งใจทำงานรับใช้ท่านอ๋อง ได้ยินว่าได้เลื่อนตำแหน่งในหน่วยที่ประจำการแล้ว ถ้าเลื่อนขั้นอีกก็จะเท่าพี่ชายคนโตแล้ว ก็แค่ยังหาเมียไม่ได้ เรื่องนี้แหละที่ชวนกลุ้มใจ
ฐานะของสกุลเริ่น เมื่อก่อนมีเกียรติเพราะลูกชายคนโต ตอนนี้ลูกชายคนสามได้ดิบได้ดี คนหนึ่งฝ่ายบุ๋น คนหนึ่งฝ่ายบู๊ ยิ่งทำให้คนอื่นมองว่าสูงส่ง
…
วันที่หกเดือนยี่ วันแต่งงานของต้าหลังสกุลซ่ง
ต้าหลังแต่งงานทำให้อาสามของเขามีความสุขท่วมท้น เหล่าสหายในแต่ละท้องที่ทั้งที่อยู่และไม่อยู่เฟิ่งเทียนต่างส่งคำอวยพรมาให้
พวกขุนนางลูกน้องในหวงหลงตั้งใจคำนวณเวลาเป็นอย่างดี แต่ละจวนให้พ่อบ้านเอาของขวัญมาส่งให้
ทางด้านเฟิ่งเทียนยิ่งไม่ต้องพูดถึง พอจวนผู้สำเร็จราชการออกหน้าก็ขัดขวางคำอวยพรที่แห่ทะลักมาไม่ได้
บรรดาญาติที่เกี่ยวดองกับตระกูลลู่ เครือญาติทั้งหมด ทางครอบครัวสามีของพวกพี่สาวลู่พั่น ต่างส่งของขวัญมาให้
ขุนนางทุกระดับในเฟิ่งเทียนก็ส่งของขวัญมาร่วมยินดี
เล่นเอาซ่งฝูเซิงยัดให้พี่ใหญ่อีกห้าร้อยตำลึง สองคนต่างร้อนใจ “พี่ใหญ่ ฟังข้านะ ข้าจะไปยัดให้พี่สะใภ้ใหญ่ก็ไม่ได้ จะพี่ให้หรือข้าให้มันก็ไม่ต่างกัน อย่าคิดมากเลย”
วันนี้ที่ต้าหลังแต่งงานก็ทำเอาเริ่นกงซิ่นที่แทบจะกลายเป็นพ่อบ้านใหญ่ของครอบครัวซ่งไปแล้วยุ่งมากเช่นกัน เขารวบรวมคนในหมู่บ้านให้เปลี่ยนใส่ชุดสุภาพแล้วเข้าเมือง
ครอบครัวซ่งไม่มีคนงานมากมายนัก พวกคนในหมู่บ้านก็เลยช่วยกันตั้งขบวนแห่ของเจ้าบ่าว
ออกเดินทางตั้งแต่บ้านใหม่ของต้าหลังที่อยู่ในเมือง เป่าแตรตีฆ้องเดินอ้อมไปจนถึงบ้านสกุลเว่ย
ต้าหลังอยู่ในชุดแต่งงานสีแดงสดนั่งบนม้า หันกลับไปมองปู่ทวด ท่านย่า พ่อแม่ อารอง อาสาม
ท่านย่าหม่าส่ายมือด้วยสีหน้ายินดี “ไปเถอะ” ไปรับเมียกลับมา ครอบครัวเราก็จะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมาอีกคน อีกไม่นานก็คงมีเหลนตามมา
คนไหนแต่งเมีย ครอบครัวนั้นก็มีความสุข