ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 898-2 ให้ความรักอยู่ที่บ้านข้าทุกวัน
ตอนที่ 898-2 ให้ความรักอยู่ที่บ้านข้าทุกวัน
นอกจากขี่ม้าตั้งขบวนแห่ไปกันแล้ว เกี้ยวที่ไปรับเจ้าสาวก็มีทั้งหมดสามหลัง หลังแรกย่อมให้เจ้าสาวนั่ง
อีกสองหลังที่เหลือไว้ให้พวกเด็กผู้ชายนั่ง
เฉียนหมี่โซ่วกอดเหนียนเหนียนน้อยลูกชายคนเล็กของฝูกุ้ยไว้ นั่งอยู่ในเกี้ยวมองเยาะเย้ยพี่สาวตัวเอง ฮี่ๆ
ซ่งจินเป่ากอดเจ้าตัวล้างผลาญของบ้านจงอวี้ นั่งอยู่ในเกี้ยวหลังที่สาม ก็มองเยาะเย้ยพี่พั่งยาเหมือนกัน “อยากไปล่ะสิ ไปไม่ได้”
และที่น่าโมโหที่สุดคือ แม้แต่พี่เอ้อร์ยาก็มองเย้ยพั่งยา
เพราะด้วยสถานะของฝูหลิง สูงเกินไป เมื่อนางปรากฏตัว คนสกุลเว่ยได้ทำตัวไม่ถูก น้องสาวเจ้าบ่าวสูงส่งเกินไป รับรองไม่ไหว นางไม่เหมาะจะร่วมขบวนไปรับเจ้าสาวด้วย
แม้แต่ลู่พั่นยังถูกซ่งฝูเซิงเตือน “เจ้าไม่ไปก็ไม่มีใครว่าอะไรหรอก ถ้าเจ้าไป พูดตามตรงนะ ไปแย่งความสนใจหมด”
อย่ารั้น
ไม่อย่างนั้นทุกคนจะดูเจ้าบ่าวเจ้าสาว หรือดูสีหน้าท่านอ๋องที่หาได้ยากกันล่ะ
ซ่งฝูเซิงก็เป็นปัญหาเหมือนกัน เขากับเฉียนเพ่ยอิงจงใจแต่งตัวเรียบง่าย กลัวจะแย่งซีนพี่ชายพี่สะใภ้ใหญ่
ส่วนคู่ของลู่พั่นกับซ่งฝูหลิง ถูกคนในครอบครัวทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี
แต่ซ่งฝูหลิงมีแผนสำรองเสมอ ร่วมขบวนไปรับเจ้าสาวไม่ได้ แต่นางมีรถม้าของตัวเอง
พอรถม้าของซ่งฝูหลิงเคลื่อนตัว รถม้าของลู่พั่นที่จอดอยู่ข้างทางก็ขยับ
วันนี้มีคุณชายหลายคนของเฟิ่งเทียนที่ไม่ได้รู้จักต้าหลังสกุลซ่งตั้งใจมามุงดูงานมงคลนี้ด้วย แต่ไม่ได้มาเพื่อดูเจ้าสาวหรอก พวกเขามาดูพระชายาอ๋องที่เคยปรากฏตัวในร้านหนังสือเทียนอี
“นั่นนาง ใช่นางจริงๆ ด้วย” คุณชายร่างท้วมที่อยู่ในร้านหนังสือตอนนั้นมองรถม้าที่มีม้าตัวใหญ่สีขาวลาก
“ใช่นาง นางก็คือพระชายาอ๋อง” คุณชายอีกคนมองตามรถม้าของฝูหลิง
ลู่พั่นที่นั่งอยู่ในรถม้าด้านหลังขมวดคิ้ว
มีคนสังเกตเห็นเขาแล้วเช่นกัน
เอาเถอะ แบบนี้คือคุณหนูสกุลซ่งไปไหน ท่านอ๋องก็ตามไปคุ้มกันงั้นสิ
เมื่อรถม้าสองคันนี้ทยอยไปถึงบ้านสกุลเว่ย ลู่พั่นก็คอยชำเลืองฝูหลิงที่อยู่ไม่ไกลพลางมองขบวนรับเจ้าสาวด้วยความตะลึง
มารับแบบนี้ได้ด้วยเหรอ
เห็นเพียงคนสกุลซ่งมาถึงแล้ว ต้าหลังลงจากหลังม้าท่ามกลางเสียงแตรเสียงฆ้อง พวกพี่ๆ น้องๆ ก็ลงจากม้าพร้อมกัน
ตามธรรมเนียม ครอบครัวฝ่ายหญิงจะกั้นประตู ประตูใหญ่ของบ้านสกุลเว่ยปิดสนิท
“มาทำไม”
สี่เหนียง[1]ยิ้มกว้างตะโกนตอบ “มารับเจ้าสาวจ้า”
พวกเด็กผู้ชายสกุลซ่งติดเท้าแมว กำลังปีนป่ายกำแพง
ปกติเอ้อร์หลังเจี๋ยมเจี้ยมกว่าพวกจินเป่า แต่เวลานี้มาดูเขาสิ พี่ชายแท้ๆ แต่งงาน อย่างเขาเรียกลงทุนลงแรง ขี่ม้าตามหลังพี่ชายมารับเจ้าสาว ตอนนี้ยังปีนกำแพงได้เร็วที่สุดอีก
คนสกุลเว่ยยังยิ้มหัวเราะคิกคักแกล้งเจ้าบ่าวอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ แต่เอ้อร์หลังกระโดดเข้าไปในเขตบ้านก่อนแล้ว ตามมาด้วยเด็กผู้ชายสกุลซ่งที่มากขึ้นเรื่อยๆ ครอบครัวพ่อตาของต้าหลังถึงกับตกใจ “เอ๊ะๆ พวกเจ้าโผล่มาจากไหนกัน” มีอย่างที่ไหนไม่ถูกแกล้งก่อนก็เข้ามาได้
พวกเด็กผู้ชายสกุลซ่งพากันเบียดญาติๆ สกุลเว่ยที่ขวางประตูอยู่แล้วเปิดประตูจากด้านใน
ประตูใหญ่เปิดออก พวกเพื่อนร่วมงานของต้าหลัง คนในครอบครัว ต่างตะโกนว่า “มารับเจ้าสาวแล้ว” ทะลักเข้าไปในเขตบ้านเหมือนเทเกี๊ยวลงไปลวก
สี่เหนียงของครอบครัวซ่งตบต้นขา “เร็วเข้า เจ้าสาวออกมาเร็ว”
สี่เหนียงของของครอบครัวเว่ยร้อนใจรีบพูดเตือน “เจ้าสาวร้องไห้ บ้านแม่สามีรุ่งเรือง รีบร้องเร็วเข้า”
ตามธรรมเนียม ยิ่งร้องไห้เสียงดัง บ้านแม่สามีก็จะยิ่งร่ำรวย
เมียของต้าหลังยังอึ้งอยู่ที่ขั้นตอนกั้นประตูถูกพัง มีน้ำตาที่ไหนกัน นางแกล้งร้อง แผดเสียง แค่ทำท่าทางร้องไห้แต่ไร้น้ำตา ถูกพวกพี่ชายแบกออกมาก็ยังร้องอยู่
ลู่พั่นที่อยู่หน้าประตูใหญ่ยังได้ยิน
คิดไว้ว่าต้องจำเอาไว้ เดี๋ยวกลับไปเตือนแม่ยายว่า พอถึงวันนั้นไม่ต้องให้ฝูหลิงทำแบบนี้ ไม่ต้องอยากให้ตระกูลลู่ร่ำรวยไปกว่านี้อีก
“เอ๊ะ เจ้ามาได้ยังไง” ฝูหลิงหันกลับไปมองลู่พั่นด้วยความประหลาดใจ
วันนี้เรื่องที่ทำให้คนสกุลเว่ยรู้สึกเป็นเกียรติขึ้นอีกเท่าตัว สามารถเอาไปเล่าได้ตลอดชีวิตคือ ประทัดสองฝั่งตอนต้าหลังรับเจ้าสาวไปถูกจุดโดยลู่พั่นกับซ่งฝูหลิง
ทั้งสองคนแอบมาดูพิธี แต่พอถูกคนสกุลเว่ยกับพวกชาวบ้านเห็นเข้าก็พยักหน้าให้ทุกคน ราวกับยอมรับว่า ใช่ พวกเราเอง พวกเราก็มาดูด้วย
พอตอนขบวนเกี้ยวเคลื่อนตัวอีกครั้ง ลู่พั่นเห็นฝูหลิงขึ้นรถม้าแล้ว เขาก็เปิดม่านขึ้นไปนั่งรถม้าของตัวเอง ตามฝูหลิงไป อยู่ด้านหลังขบวนเจ้าบ่าวเจ้าสาว
หลังจากรับเจ้าสาวมาแล้ว ทางด้านครอบครัวซ่งก็มีแต่เสียงหัวเราะ
ชาวหมู่บ้านเหรินจยายืนเรียงแถวสองฝั่ง โบกผ้าแดงในมือ ต้อนรับต้าหลังที่ขี่ม้าพาเจ้าสาวกลับมา “ยินดีต้อนรับ ยินดีต้อนรับ”
หลานสะใภ้คุกเข่าตรงหน้า ท่านย่าหม่าเปิดกล่อง
นางมีกล่องเครื่องประดับอยู่กล่องหนึ่ง ไม่นับกล่องที่หมินหรุ่ยให้นางมา ในนั้นมีเครื่องประดับทองอยู่สี่สิบกว่าชิ้น ส่วนใหญ่เป็นของที่พวกลูกๆ ซื้อให้ ยังมีของที่พวกฝูกุ้ยออกไปทำงานข้างนอกแล้วซื้อกลับมาให้เป็นของขวัญคนในครอบครัวคนละชิ้นด้วย
เมียต้าหลังเรียก “ท่านย่า” ท่านย่าหม่าก็ยื่นมือข้างที่ใส่แหวนทองที่ฝูหลิงซื้อให้ออกไป จับมือหลานสะใภ้คนโตมาใส่กำไลทองให้สองอัน
นอกจากนี้ยังให้สร้อยทองอีกสองเส้น ปิ่นหกอัน แหวนทองหกวง พร้อมกล่องใส่เครื่องประดับเหล่านี้ “เอาไปใส่เล่นๆ นะ”
นางคิดแบบนั้นจริงๆ
พอหลานสะใภ้คนโตมีเหลนให้นาง นางค่อยให้อีก อย่างกระดิ่งทองของเด็กเล็ก นางขอเหมาหมด
ตอนเถาฮวาคลอดลูกนางก็ให้ไปแล้วหนึ่งชุด
…
ภาพวันที่ต้าหลังแต่งงานยังคงติดตาอยู่ แต่ละครอบครัวในหมู่บ้านยังไม่ลืมรสชาติเกี๊ยวกุ้งตอนที่ต้าหลังพาเมียกลับหมู่บ้าน คราวนี้ครอบครัวซ่งแจกเนื้อสัตว์ให้อีกบ้านละจาน เนื้อซี่โครงหนึ่งจาน หรือผักดองไส้กรอกเลือด
เพราะมีแขกสูงศักดิ์มาหาครอบครัวซ่งอีกแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงต้องฆ่าหมูฆ่าแพะ คนทั้งหมู่บ้านดีใจ
ใครน่ะเหรอ
เหล่าฮูหยินที่สะพายกระเป๋าไข่มุกมาพร้อมหลานชาย
เคยบอกไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะมาเยี่ยมที่นี่ ตอนที่ท่านย่าหม่ายังไม่กลับหวงหลง
เหล่าฮูหยินไม่สนใจสายตาคนอื่น แต่อัครเสนาบดีลู่รู้สึกว่าทำแบบนี้ไม่เหมาะ
นางบอกว่า คนพวกนั้นเป็นใคร ทำไมชอบยุ่งเรื่องคนอื่นขนาดนี้ นางอยากไปหมู่บ้านก็ไป อย่าว่าแต่หมู่บ้านเลย ถ้านางจะไปวัดแล้วมันเกะกะสายตาใครรึ สถานะของนางไม่ควรมีข้อจำกัดให้ตัวเอง ควรให้คนพวกนั้นถูกจำกัดมากกว่า
นางถึงได้มาบ้านครอบครัวซ่ง ตอนบ่ายยังงีบนอนด้วย นอนเตียงเดียวกับฝูหลิง
“เจ้าไม่นอนรึ” เหล่าฮูหยินอยากให้ฝูหลิงมานอนด้วยกัน
ฝูหลิงบอกว่า “ได้เจ้าค่ะ” ยิ้มตาหยีนอนข้างเหล่าฮูหยิน
แต่เพื่อเป็นการให้เกียรติ จึงเว้นที่ขนาดเท่าหนึ่งคนนอนระหว่างทั้งสองคน แต่นอนไปนอนมาเหล่าฮูหยินก็แกล้งทำเป็นพลิกตัวหันไปหาฝูหลิง
ฝูหลิงก็พลิกตัวหันไปหาเหล่าฮูหยิน
ฮี่ๆ ฮี่ๆๆ
…
ห้าวันต่อมา คนตระกูลลู่กลับเมืองหลวง
เจ็ดวันต่อมาครอบครัวซ่งกลับหวงหลง
ในเดือนสาม คนสกุลกวนสามีของเอ้อร์ยาไปสู่ขอที่หวงหลง กำหนดวันแต่งงานเป็นฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า หลังจากฝูหลิงแต่งงาน
กวนจยาชางว่าที่สามีของเอ้อร์ยาถูกลู่พั่นช่วยย้ายไปเมืองหลวง เข้าไปอยู่หน่วยองครักษ์ส่วนพระองค์ของฮ่องเต้ คนสกุลกวน พอออกจากหวงหลงก็ตรงไปซื้อบ้านที่เมืองหลวง ซื้อใหญ่ได้เท่าไหนก็เท่านั้น เมียคนนี้คือของล้ำค่า
ในเดือนสามยังมีเรื่องใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง เริ่มสอบจอหงวนแล้ว ซ่งฝูเซิงกับพวกขุนนางหวงหลงมายืนรอให้กำลังใจบรรดาผู้เข้าสอบที่ศาลาสิบลี้ด้วยตัวเอง เขาแก้สุนทรพจน์ที่เสมียนฉินเขียน ไม่ใช่เอาเขาเป็นแบบอย่าง แต่ต้องไปให้ไกลยิ่งกว่า
ต้นเดือนสี่ ร้านขนมของย่าหม่าในเมืองหลวงก็เริ่มตกแต่ง ฝูกุ้ยกำลังเจรจาตั้งโรงงานทำผลิตภัณฑ์จากนมอยู่ที่ชานเมืองของเมืองหลวงให้ท่านย่าหม่า คุยเสร็จก็ไปเมืองฉิน อุ้มลูกชายที่เพิ่งเกิดของซ่งฝูโซ่วตาเดียว เขาดีใจแทน เด็กชื่ออะไร ฝูโซ่วตอบ ชื่อซื่อจี้ เพราะลูกที่ตายไปของเอ้อร์เนาชื่อซื่อจี้
ปลายเดือนของเดือนเดียวกัน สองหัวหน้าคนงานอย่างกัวคนโตกับหวังจงอวี้ได้คุมคนงานขนเครื่องเรือนและของประดับตกแต่งหลังจากฝูหลิงแต่งงานไปจากหวงหลงด้วยตัวเอง
ขบวนขนของเดินทางเข้าสู่เมืองหลวง
กลางเดือนห้า ซ่งฝูเซิงได้รับสองข่าว ข่าวแรกจากต้าหลัง อาสาม เมียข้าท้องแล้ว ลองนับวันดู ท้องหลังจากแต่งงานได้ไม่กี่วัน
อีกข่าวหนึ่ง คนจากกรมขุนนางกำลังจะมาถึง เจ้าหน้าที่ตรวจประเมินเขตหวงหลง
[1] ผู้หญิงคนกลางที่จ้างมาดำเนินการพิธีแต่งงาน