ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 902 ไม่นึกเสียดายความหนุ่ม จริงใจกับเจ้าคนเดียว
ตอนที่ 902 ไม่นึกเสียดายความหนุ่ม จริงใจกับเจ้าคนเดียว
ซ่งฝูเซิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น
ไอ๊หยา ฮ่องเต้ ทำไมดูแก่แบบนี้
ผอมแห้ง มองออกได้ทั้งที่นั่งอยู่ตรงนั้นว่าตัวไม่สูง แถมยังตัวดำ ฮ่องเต้วันๆ อยู่แต่ในวังหลวงที่มิดชิดขนาดนี้ยังจะดำได้อีกเหรอ แสดงให้เห็นว่าดำโดยกำเนิด แตกต่างจากฮ่องเต้ที่เขาคิดไว้อย่างสิ้นเชิง
ในจินตนาการ ฮ่องเต้ดูแลรูปร่างได้ดี เอวคอดไหล่กว้าง อยู่ในวัยฉกรรจ์ องอาจผึ่งผาย
ต่อให้รูปร่างไม่ดีก็ควรอวบๆ มีน้ำมีนวลหน่อย
เพราะเคยเห็นอ๋องหลู่ที่ถูกจับ พูดตามตรง เอาแค่เรื่องรูปลักษณ์ รายนั้นดูเหมือนฮ่องเต้ยิ่งกว่า ไม่แปลกที่ฮ่องเต้ตรงหน้าคนนี้ไม่ถูกให้ความสำคัญตั้งแต่เด็ก ทั้งยังไม่อยู่ในสายตาของพวกพี่ชาย
ในขณะเดียวกัน เมื่อขันทีใหญ่ที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้เห็นซ่งฝูเซิงก็เผยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย
ดวงตาของจักรพรรดิเหวินโย่วเจือไปด้วยรอยยิ้ม
“ขุนนางซ่ง ยังหนุ่มยังแน่น มากความสามารถ”
“ฝ่าบาท กระหม่อมไม่หนุ่มแล้วพ่ะย่ะค่ะ บุตรสาวของกระหม่อมใกล้ออกเรือนเต็มทีกระหม่อมกลับเพิ่งได้เข้าเฝ้าพระองค์”
ขณะพูดใบหน้าของซ่งฝูเซิงก็ปรากฏรอยยิ้มที่ในที่สุดก็ได้พบฮ่องเต้ ดวงตากลับแดง
สีหน้านี้พยายามปั้นสุดๆ
ซ่งฝูเซิงกลัวว่าเมื่อครู่เขาทำเสียมารยาทไปเพราะความตกใจ ถึงได้มีคนพูดกันว่าเคียงข้างฮ่องเต้เหมือนเคียงข้างเสือ จะมาทำเป็นเล่นๆ เหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้ว
ปลอดภัยไว้ก่อน เวลานี้ต่อให้ร้องไม่ออกก็ต้องสร้างบรรยากาศ ซ่งฝูเซิงพูดทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ
“บุตรสาวของกระหม่อมได้รับพระราชทานงานอภิเษกสมรส กระหม่อมควรมาเข้าเฝ้าขอบพระทัยฝ่าบาท แต่จนกระทั่งวันนี้เพิ่งจะได้มา
กระหม่อมเป็นผู้ว่าการเขตหวงหลง ควรมาคำนับขอบพระทัยตอนที่ฝ่าบาทเสด็จออกจากวังหลวงเป็นการส่วนพระองค์ไปที่ร้านของดีหวงหลง แต่จนกระทั่งวันนี้เพิ่งจะมาเข้าเฝ้าพระองค์
กระหม่อมมีวันนี้ได้ นับตั้งแต่สอบจอหงวนจนถึงวันนี้ที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้งให้เป็นรองเสนาบดีฝ่ายขวากรมคลัง แต่ละขั้น ทุกย่างก้าวล้วนควรมาเข้าเฝ้าขอบพระทัยพระองค์ แต่ก็เพิ่งจะมาเอาวันนี้”
พอพูดถึงตรงนี้ซ่งฝูเซิงก็เกิดความรู้สึกอ่อนไหวจริงๆ
หากไม่มีร่มคุ้มกันที่ใหญ่ที่สุด เขาก็คงไม่ผ่านตั้งแต่สอบจอหงวนแล้ว ตอนนี้อาจยังเป็นแค่ขุนนางเล็กๆ ขั้นเจ็ดขั้นแปดอยู่
ถ้าไม่ได้ฮ่องเต้ปกป้องทุกย่างก้าว ให้ความสนใจเขามาตลอด นี่เพิ่งจะกี่ปีเอง เขาคงไม่มีทางมีวันนี้หรอก
พวกเรื่องต่างๆ ที่เขาทำ เขารู้ดี หากจังหวะเวลาแย่ไปเพียงนิดเดียว เขาไม่มีทางได้เกิด
ไม่ใช่ว่าทำอะไรก็จะโดดเด่นสะดุดตาได้ ระหว่างนั้นหากมีอุปสรรคนิดหน่อยก็ถูกกลั่นแกล้งจนตายได้
แสงแดดจากด้านนอกสาดส่องเข้ามาภายในตำหนัก กระทบชุดขุนนางรองขั้นสามที่อยู่บนตัวซ่งฝูเซิง
ซ่งฝูเซิงกำลังพูดในสิ่งที่เพิ่งกล่าวมาด้านบนต่อฮ่องเต้
เนื่องจากฮ่องเต้ชื่นชมซ่งฝูเซิง ขุนนางซ่งปกครองหวงหลง ข้าเห็นอยู่ในสายตา
ซ่งฝูเซิงบอก เรียนรู้มาจากพระองค์
เขามีสีหน้าจริงจัง
“เพราะพระองค์ไม่เคยทำให้กระหม่อมรู้สึกลำบากใจแม้แต่น้อย…
…กระหม่อมคิดว่า ก็ต้องทำแบบนี้กับคนที่ระดับต่ำกว่าเช่นกัน”
ขอแค่พวกเขาตั้งใจทำงาน ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น เรื่องที่เหลือมีเขาอยู่ทั้งคน เขาเห็นอยู่ในสายตา ไม่มีทางที่จะถูกมองข้าม อะไรที่เขาช่วยผลักดันให้ได้ก็จะช่วย
ก็เหมือนกับที่ฮ่องเต้พระราชทานบ้านให้เขา
ตั้งใจทำงาน ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น อย่าวอกแวก ผูกใจฮ่องเต้กับราษฎร หากวันไหนขาดเหลืออะไรฮ่องเต้ก็มองเห็น ฮ่องเต้ตกรางวัลให้ได้จริงๆ ฮ่องเต้มีขุนนางอยู่ในใจเสมอ
หลี่เต๋อไฉขันทีใหญ่มองตามหลังฮ่องเต้กับรองเสนาบดีซ่ง คิดในใจ ยอมจริงๆ เพิ่งเคยเห็นคนที่รู้จักพูดจาเอาใจขนาดนี้
อีกทั้งคนที่เจอกันครั้งแรกก็ให้ใจแบบนี้มีน้อยมาก หลักๆ คือให้ด้วยความจริงใจ
เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวก็พูดได้โดนใจฮ่องเต้
สิ่งที่ฮ่องเต้คาดหวังจากเหล่าขุนนางก็คงหนีไม่พ้นเจ้าตั้งใจทำงานหรือไม่ ฟังดูเหมือนง่าย คนที่คิดว่าตัวเองฉลาดมีเยอะ การครองใจคนเป็นเรื่องที่ยากมาก
สำเร็จแล้ว หลี่เต๋อไฉรู้สึกว่า นับจากนี้ไปคนโปรดของฮ่องเต้เปลี่ยนคนแล้ว ขุนนางที่กล้าควักใจพูดอย่างจริงใจกับฮ่องเต้ อีกทั้งยังพูดได้ทำได้
วันหน้าฮ่องเต้ชี้ทางไหน ใต้เท้าซ่งไปทางนั้น เรียกใช้งานคล่องมือ อนาคตของใต้เท้าซ่งไม่มีสิ้นสุดแน่นอน
ขอให้ใต้เท้าซ่งไม่ทำให้ฮ่องเต้ผิดหวัง
…
ซ่งฝูเซิงเข้าวังไม่เสียเที่ยว
ฮ่องเต้พระราชทานพวกของประดับที่ขุนนางรองขั้นสามใช้ได้ เอาไปประดับในบ้าน
ขุนนางซ่งพูดชัดเจนมาก ขาดก็แค่พูดออกมาว่า อย่าละโมบ ลำบากใจจริงๆ ที่ฮ่องเต้พระราชทานของให้
จักรพรรดิเหวินโย่วรู้สึกว่า ด้วยชาติกำเนิดของขุนนางซ่งที่ยากจน น่าจะขาดแคลนของประดับตกแต่งพวกนี้ สถานการณ์แบบนี้คือขาดแคลนจริง ถ้าอย่างนั้นก็ให้
ซ่งฝูเซิงออกจากวังหลวงข้ามสะพานร้อยขุนนาง จากนั้นถึงใช้มือที่สวมสร้อยลูกประคำล้วงผ้าเช็ดหน้าจากในอกเสื้อออกมาเช็ดเหงื่อ
ท่องอยู่ในยุทธภพ ทุกที่ล้วนมีแต่คมดาบ
ในฐานะที่เป็นเสาหลักของครอบครัว เพื่ออนาคตที่สดใส เพื่อให้คนทั้งครอบครัวสุขสบาย นับแต่นี้เป็นต้นไปเขาต้องรู้จักมีเล่ห์เหลี่ยม การจะปกป้องตัวเองให้ดีไม่ง่ายเลย
แค่ตอบไม่กี่ประโยคยังเหนื่อยเป็นบ้า
พอเงยหน้า เอ๊ะ เหล่าฉินเลขาเขาล่ะ
สักพักเสมียนฉินก็ถูกองครักษ์ของวังหลวงพาออกมา พวกองครักษ์คารวะใต้เท้ารองเสนาบดีฝ่ายขวากรมคลัง ซ่งฝูเซิงวางมาดขรึม หยิบป้ายประจำตัวออกมารับรองให้เหล่าฉิน
พอพวกองครักษ์ไปเขาก็ตำหนิ “เดินเพ่นพ่านทำไม ที่นี่วังหลวง หลงทางจะทำไง เจ้าเพิ่งมาเมืองหลวงเป็นครั้งแรกด้วย”
เสมียนฉินเอามือกุมท้อง เมื่อครู่ปวดท้องเลยไปหาห้องน้ำสาธารณะ
วังหลวงสู้หวงหลงไม่ได้เลย ห้องน้ำน้อย
ต่อไปเสมียนฉินก็ทำงานอยู่กับซ่งฝูเซิงแล้ว โชคชะตาของเขาผูกติดกับครอบครัวซ่ง
ก่อนมาซ่งฝูเซิงเคยพูดกับเขาด้วยความเป็นห่วง ‘บ้านในเมืองหลวงแพง มีปัญหาเรื่องนี้หรือเปล่า’
เสมียนฉินบอกว่าไม่มี
ทุกคนในครอบครัวฉินรวบรวมเงินให้เขา พี่ชายคนที่สี่ของเมียถึงขั้นควักเงินสำหรับซื้อโลงศพมาให้เขา บอกให้เขาติดตามใต้เท้าให้ดี เกียรติของตระกูลต้องพึ่งเขาแล้ว
ซ่งฝูเซิงก็เลยไม่ได้ให้หินซงฮวาที่เก็บไว้เป็นการส่วนตัว เดิมทีคิดว่าถ้าเสมียนฉินเดือดร้อนจริงก็จะให้ไปสักสองสามก้อน ให้เสมียนฉินเอาไปขายเป็นเงิน
คนรอบตัวเขาห้ามมีปัญหาเรื่องเงิน ถ้าเดือดร้อนจริงให้มาบอกเขา เขาไม่มีทางเพิกเฉย
ระหว่างทางที่กลับซ่งฝูเซิงก็ชี้ให้เสมียนฉินดูนั่นดูนี่ ตั้งใจเปิดโลกทัศน์ให้เสมียนฉินที่มาจากเมืองเล็กๆ ได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของเมืองหลวง
ก็แค่เสมียนฉินมักแอบกระซิบบอกใต้เท้าของเขาว่า “ข้าว่าบางด้านก็สู้หวงหลงไม่ได้นะใต้เท้า”
“อย่าเอะอะก็หวงหลง หวงหลง”
“แต่ก็สู้ไม่ได้จริงๆ อย่างน้อยก็ไม่ได้ดีแบบที่ข้าคิดไว้”
ทั้งสองคนเดินไปจนถึงร้านของดีฮุ่ยหนิง ไปดูร้านย่าหม่าที่ตกแต่งอยู่ นอกจากนี้ยังไปยืนดูนอกสำนักศึกษาสองสามแห่ง
ส่วนทางด้านจวนซ่งก็ได้รับของประดับตกแต่งที่ฮ่องเต้พระราชทานให้แล้ว เฉียนเพ่ยอิงโล่งอก ดูท่าทางไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้จะราบรื่นดี
เมื่อซ่งฝูเซิงเดินเอ้อระเหยกลับถึงบ้าน เฉียนเพ่ยอิงก็ถามด้วยความร้อนใจ “ดูสิฮ่องเต้ให้ของมาเยอะขนาดนี้ ได้บอกหรือเปล่าว่าจะให้พ่อไปทำงานเมื่อไร”
“ทำงานเหรอ ลูกสาวพ่อจะแต่งงานอยู่รอมร่อแล้ว พ่อก็ต้องได้หยุดเตรียมงานหรือเปล่า ฝูหลิงแต่งงานแล้วค่อยว่ากัน อันที่จริงนี่มันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับพ่อแล้ว บ้านอื่นมีลูกเป็นโขยง คนไหนแต่งงานก็ลาหยุดได้หมด แต่พ่อมีลูกอยู่คนเดียว ฮ่องเต้ควรจะให้หยุดคูณสาม ชดเชยวันหยุดเพิ่มให้พ่อ”
“เอ๊ะ พ่อว่าวันที่ลูกสาวเราแต่งงานฮ่องเต้จะออกจากวังหลวงเป็นการส่วนตัวหรือเปล่า”
“ออกมาก็เพราะตระกูลลู่ทั้งนั้น พ่อยังไม่มีเกียรติขนาดนั้น”
“นายท่าน นายท่าน ท่านอ๋องมาขอรับ” พ่อของลาเฟยเข้ามารายงานด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
ลู่พั่นถูกส่งไปทำงานก่อนแต่งงาน ในที่สุดก็กลับมา
สถานที่แรกหลังจากกลับมาคือบ้านพ่อตา