ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 901 พบกันเป็นชื่อเพลง
ตอนที่ 901 พบกันเป็นชื่อเพลง
ครอบครัวซ่งเข้าเมืองหลวง ดึงดูดความสนใจจากแต่ละจวน
ไม่ใช่แค่เพราะสกุลซ่งมีพระชายาอ๋อง
ไม่รู้ว่าเริ่มตั้งแต่เมื่อไร อาจเพราะทำอะไรก็เป็นเรื่องฮือฮาไปเสียหมด ขายของธรรมดาๆ ฮ่องเต้ก็ถึงกับแต่งตัวเป็นสามัญชนออกไปดูด้วยตัวเอง ฮ่องเต้ล่าสัตว์ได้ ตอนนั้นก็แบ่งเนื้อส่งไปให้ผู้ว่าฯ ซ่ง แม้แต่เลื่อนตำแหน่งก็ยังส่งผลให้ขุนนางหลายคนถูกลดตำแหน่ง
ไม่อยู่เมืองหลวงก็คงสัมผัสไม่ได้ว่าตอนนั้นทุกคนหวาดกลัวขนาดไหน หลายคนถึงขั้นเกลียดซ่งฝูเซิง
และก็อาจเป็นเพราะซ่งฝูเซิงเลื่อนขั้นครั้งนี้มีอำนาจอย่างแท้จริง
เพราะแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่มีใครดูถูกเขาแล้ว มันไม่ถึงขั้นนั้น แต่วันหน้าหลายคนอาจต้องพึ่งเขา ถ้าไม่อนุมัติเงินก็ทำอะไรไม่ได้ถูกไหมล่ะ เขาเป็นถึงผู้มีอำนาจลำดับสามในกรมคลัง
พ่อของพระชายาอ๋อง ลำพังแค่นี้แต่ละจวนก็ต้องให้ความสำคัญแล้ว
ความคิดแบบนี้ค่อยๆ เปลี่ยนไปตามเรื่องราวอย่างไม่รู้ตัว
ยังไม่ต้องพูดถึงคนที่ไม่คุ้นเคยกัน เอาแค่ป้าใหญ่ของลู่พั่น แม่ของติงเจียน ก็มีความคิดแตกต่างจากเมื่อห้าเดือนก่อนที่พบปะญาติๆ
ยังไม่ถึงครึ่งปี
ต่อไปลูกชายของนางก็คือลูกน้องของซ่งฝูเซิง
ขุนนางใหญ่หรือจะสู้ผู้มีอำนาจแท้จริง
ต่อให้พ่อของนางจะตำแหน่งใหญ่ขนาดไหน พ่อสามีของน้องสาวมีตำแหน่งใหญ่โต ไม่ว่าจะสนิทกับตระกูลลู่หรือลู่พั่นลึกซึ้งเพียงใด ก็ไม่สู้ซ่งฝูเซิงที่มีอำนาจโดยตรงในการตัดสินใจ
ตอนนี้ลูกชายของนางถูกประเมินได้สูงสูง แต่ตำแหน่งก็เพิ่งขั้นหก
ต่อไปอีกหลายปี เป็นลูกน้องของซ่งฝูเซิงหรือพ่อตาของลู่พั่น ทำได้ดีหรือไม่ดีจะได้เลื่อนตำแหน่งเร็วหรือไม่ ทั้งหมดก็อยู่ในดุลยพินิจของซ่งฝูเซิง พึ่งพาการสนับสนุนจากซ่งฝูเซิง
เพราะแบบนี้คราวนี้ป้าใหญ่ของลู่พั่นจึงออกหน้าช่วยจัดการโดยไม่สนลู่ฮูหยินที่เป็นน้องสาว
อ้างว่าเป็นญาติพูดออกไปก็น่าฟัง ส่งหญิงรับใช้ที่เป็นงานไปช่วยงานในบ้านใหม่ของครอบครัวซ่ง
ทั้งยังเรียกหญิงรับใช้เหล่านี้มากำชับเป็นพิเศษก่อนออกเดินทาง
“คนสกุลซ่งไม่เหมือนจวนอื่น จำไว้ให้ดี พวกเจ้าแค่ไปช่วยจัดข้าวของ ต่อให้เห็นอะไรที่ไม่เหมาะไม่ควร นั่นก็เป็นความเคยชินของครอบครัวเขา ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่เข้าใจ พวกเจ้าอย่าทำเป็นอวดรู้ เสนอความคิดโดยไม่จำเป็น”
แน่นอนว่าทางด้านจวนผู้สำเร็จราชการที่อยู่เมืองหลวงก็ต้องส่งคนไปต้อนรับคนสกุลซ่งอยู่แล้ว
คนสกุลซ่งยังไม่ทันเข้าเมืองก็มีคนจำนวนหนึ่งไปรอรับอยู่ที่หน้าประตูเมือง
เกือบถึงขั้นไปรับที่หวงหลงด้วยซ้ำ
นี่คือญาติเกี่ยวดองย้ายมาเมืองหลวงเชียวนะ ยินดีต้อนรับเป็นพิเศษ
เมื่อสองเดือนก่อนลู่พั่นถูกฮ่องเต้มอบหมายภารกิจไม่อยู่เมืองหลวง ซุ่นจื่อจึงพาคนมาคุ้มกันตลอดทาง บ่นให้ฝูกุ้ยฟัง “ทำไมไม่พักที่บ้านที่เป็นสินสอดล่ะ บ้านหลังนั้นอยู่ใกล้จวนอ๋อง อยู่ใกล้จวนผู้สำเร็จราชการมากกว่าอีก”
อะไรที่อธิบายได้ฝูกุ้ยก็อธิบายไปแล้ว อย่างบ้านนั้นเป็นบ้านที่ฮ่องเต้พระราชทาน จะไม่อยู่ก็ไม่ดี อีกอย่างก็ยังไม่ได้แต่งงาน เข้าไปอยู่บ้านสินสอดเลยจะดูไม่ดี นอกจากนี้ เก่งนักก็ไปคุยกับฝูเซิงเองสิ
ต่อมาถูกบ่นจนชักรำคาญ และก็รู้ว่าซุ่นจื่อเป็นคนกันเอง ไม่มีทางเอาไปพูดส่งเดช เขาจึงใช้หมัดเด็ดฮุกใส่ซุ่นจื่อ “หลังนั้นเล็ก หลังนี้ใหญ่”
ซุ่นจื่อจุกทันที
อืม ก็จริงนะ
ตอนนั้นเหล่าฮูหยินอยากได้ที่อยู่ใกล้กัน จึงซื้อบ้านของขุนนางระดับสี่ให้ครอบครัวซ่ง แต่บ้านที่ฮ่องเต้พระราชทานเป็นเรือนของขุนนางขั้นสาม ย่อมใหญ่กว่า
ส่วนฉินหมอมอกำลังพูดเชิงขอโทษกับท่านย่าหม่าที่นั่งโบกพัดอยู่ในห้องโถง “เรียนท่านยาย ตอนนี้ทางจวนอ๋องมีพร้อมทุกอย่าง รอแค่ท่านมาเมืองหลวงเจ้าค่ะ ก็แค่ครั้งนี้ก่อนบ่าวมา เหล่าฮูหยินถามว่า…”
ถามอะไรเหรอ
ทำไมดูท่าทางของเจ้าเหมือนพูดลำบาก
เฮ้อ ครอบครัวเดียวกัน พูดๆ มาเถอะ
“ถามว่า ขอยืมแบบภาพโถส้วมกระเบื้องได้หรือไม่”
ท่านย่าหม่าเข้าใจแล้ว องค์หญิงถูกใจโถส้วม นางดีใจมากที่องค์หญิงเอ่ยปากขอของจากนาง
มันเรื่องอะไรน่ะเหรอ
ซ่งฝูเซิงไหว้วานเพื่อนให้ทำโถส้วมกระเบื้องโดยเลียนแบบโถส้วมของยุคปัจจุบัน
เอาแค่นี้ก็เปลืองแรงไปมากแล้ว ทำเสียไปหลายอัน เปลืองเงินไปมาก สั่งทำตั้งแต่มีราชโองการพระราชทานงานอภิเษก ใช้เวลาทำปีกว่ายังไม่พอ ตอนขนส่งไปที่จวนอ๋องกับจวนผู้สำเร็จราชการระหว่างทางต้องทะนุถนอมเหมือนของล้ำค่า กังวลกันเหลือเกิน
ตอนนี้จวนอ๋องกับจวนผู้สำเร็จราชการอยู่ในระหว่างปรับปรุง ทำห้องอาบน้ำใหม่ ขุดทางระบายน้ำใหม่
แสดงให้เห็นว่าซ่งฝูเซิง ลู่พั่น พ่อตากับลูกเขยมีความคิดเหมือนกัน เอาใจใส่เรื่องห้องส้วมเป็นพิเศษ
เหล่าฮูหยินกับลู่ฮูหยินก็ย่อมให้ความสนใจ
พอเห็นโถส้วมแบบสูบน้ำ นั่งได้ ทั้งยังมีที่เก็บน้ำขนาดใหญ่ แค่เอามือกดก็มีน้ำไหลออกมาสูบลงไป
เหล่าฮูหยิน ‘ไอ๊หยา ดีจริง ข้าอยากได้’
ดูของเป็น
ฉินหมอมอถึงได้มาถามท่านย่าหม่าแบบนี้
ท่านย่าหม่าตอบ “อันที่จริงสั่งให้ทางนั้นทำหลายๆ อันไปแล้ว บ้านข้าก็ไม่มี ข้าคิดว่า นี่ก็ผ่านมานานแล้ว น่าจะมีเสร็จอยู่บ้าง”
ท่านย่าหม่าเรียกฝูกุ้ยต่อหน้าฉินหมอมอ ให้ฝูกุ้ยไปจัดการถามคนงานม้าพันลี้ที่ไปทางนั้น ดูว่าจะขนมาได้ไหม
ถ้าทันเวลาหลานสาวคนเล็กของนางแต่งงาน โถส้วมมหัศจรรย์นี้ก็จะได้ขนไปที่บ้านตระกูลลู่พร้อมของแต่งงานทีเดียว
ไม่อย่างนั้นให้ไปแค่แบบร่าง เหล่าฮูหยินก็ต้องไปหาคนยุ่งยากอีก อีกอย่างนางก็ไม่มีแบบหรอก อยู่ที่ลูกสาม ตอนนี้ลูกชายก็เข้าวังไปแล้วด้วย
สรุปว่าความสัมพันธ์ของสองครอบครัวเป็นที่ประจักษ์ ฝ่ายนางจะให้โถส้วมกับทางตระกูลลู่ แต่ลูกสามออกเงิน
…
เรือนสี่หมู่ขนาดใหญ่ที่สวยงามนี้ ทำเอาลุงซ่งที่ยืนอยู่ตรงลานกว้างถึงกับงุนงง
แถมยังต้องอยู่ให้ชินไประยะหนึ่งเสียด้วย
เขาพึมพำ “ฝูกุ้ย เอาป้ายบอกทางออกมา ตอนนั้นข้าบอกให้เอามาด้วยก็ถูกแล้วใช่ไหมล่ะ ดูสิ ไม่เช่นนั้นข้าได้เดินหลงทางอีกแน่”
เข้าเมืองหลวงครั้งนี้ ครอบครัวซ่งทิ้งคนไว้ที่หวงหลงมากพอสมควร
อย่างลูกชายคนโตของเกาถูฮูก็อยู่เลี้ยงหมูที่นู่น ตามมาไม่ได้ เกาเถาฮูตามเถี่ยโถวกับเถาฮวามาเพราะติดหลานคนเล็ก
อย่างต้าเต๋อจื่อพี่ชายของเป่าจูก็อยู่ฮุ่ยหนิงรับหน้าที่ทำบัญชี
อย่างครอบครัวยายรองซ่งก็อยู่ฮุ่ยหนิง
พวกสาวทำขนมของร้านย่าหม่า ก็ถูกทิ้งไว้ที่ร้านในตัวเมืองหวงหลงกับแต่ละอำเภออยู่ไม่น้อย ครั้งนี้ผ่านเฟิ่งเทียนก็เอาเด็กสาวที่เป็นการเป็นงานคนหนึ่งไปหย่อนไว้แทนหลี่ซิ่ว นี่ก็คือหลี่ซิ่วคนถัดไป
ครั้งนี้หลี่ซิ่วกับลูกชายตามท่านย่าหม่ามาเมืองหลวงด้วย หลี่ซิ่วจะกลายเป็นเถ้าแก่หญิงของร้านขนมในเมืองหลวง
อย่างพี่ชายคนโตกับพี่ชายคนรองของซ่งฝูเซิง ก็ยังมาใช้ชีวิตในเมืองหลวงไม่ได้เป็นการชั่วคราว แสดงให้เห็นว่าทิ้งญาติไว้ที่หวงหลงอยู่ไม่น้อย ซ่งเก้าสกุลอยู่กันไม่ครบแล้ว
ช่วยไม่ได้ มีโรงงานอยู่ที่นั่นแล้ว
โดยเฉพาะพี่ใหญ่ซ่งฝูไฉกับเหอซื่อ ยังสู้ครอบครัวน้องรองซ่งฝูสี่ไม่ได้ ซ่งฝูสี่ผ่านงานจัดแสดงสินค้าครั้งนี้ทำพวกบรรจุภัณฑ์เสร็จก็มาใช้ชีวิตในเมืองหลวงได้แล้ว เขาจะไปเปิดโรงงานที่ไหนก็ได้ เปิดสาขาย่อยที่หวงหลงก็ยังได้
แต่พี่ใหญ่ซ่งฝูไฉมีแปลงเพาะปลูกพริก ในระหว่างที่ยังวางใจยกให้ใครดูแลเต็มร้อยไม่ได้ พวกเขาก็ยังย้ายมาไม่ได้
ซ่งฝูไฉส่งข่าวไปบอกแล้ว อยากให้พวกพี่ชายเหอซื่อไปหวงหลง ต่อให้พวกพี่ๆ ไม่ค่อยเอาไหน แต่เขากลับคิดว่าพ่อตาแม่ยายพึ่งพาได้ พอถึงตอนนั้นก็ทิ้งคนที่ไว้ใจได้ให้ช่วยดูแลอีกแรง แบบนั้นเขาถึงจะเข้าเมืองหลวงไปใช้ชีวิตกับแม่และน้องชายคนสามได้
แต่คนที่กล่าวมา รวมถึงพวกต้าหลัง เดือนหน้าจะต้องเข้าเมืองหลวงไปช่วยเตรียมเรื่องงานแต่งของน้องสาว
ท่านลุงซ่งสั่งพวกสาวใช้อย่างอารมณ์ดี ส่งฉินหมอมอกลับด้วยความนอบน้อม ส่งหญิงรับใช้ที่ป้าใหญ่ของลู่พั่นส่งมา ประตูใหญ่จวนซ่งถึงได้ปิดลง
ประตูใหญ่ปิดบังความครึกครื้นภายใน
พี่สะใภ้ของหยางหมิงหย่วนบ่นแม่สามี “ดูสิ ข้าบอกแล้วให้รีบเข้าไป ท่านแม่ก็เอาแต่บอกรอก่อนๆ คราวนี้ประตูปิดแล้ว รอไปเถอะ”
ก่อนหน้านี้แม่ของหยางหมิงหย่วนทำตัวเหมือนโจร พาสะใภ้ใหญ่มาหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในซอยนี้ อยากเข้าบ้านไปพูดคุย แต่ก็ไม่รู้ลังเลอะไร เอาแต่บอกว่าเดี๋ยวก่อน เห็นมีรถม้าจอดอยู่หน้าจวนมากมาย คิดว่าครอบครัวซ่งน่าจะแขกเยอะ กลัวไม่สะดวก
“รออีกสองวันแล้วกัน พวกเขาเพิ่งมาถึง น่าจะยุ่ง”
สมกับเป็นลูกแม่หยางจริงๆ หยางหมิงหย่วนที่เข้าไปรับตำแหน่งในกรมคลังก่อนแล้วก็มองซ่งฝูเซิงที่เข้าวังหลวงอยู่ไกลๆ
อาซ่งของเขารู้สึกได้ว่ามีคนมองอยู่จึงหันไปมองทางที่ว่าการของกรมคลัง หยางหมิงหย่วนยืนชิดกำแพง เขาหลบ
จะหลบได้สักแค่ไหน อีกไม่นานซ่งฝูเซิงก็จะปรากฏตัวในฐานะเบื้องบนของเจ้าแล้ว
ตำหนักไท่จี๋
“ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นปีหมื่นหมื่นปี”
“ขุนนางซ่ง เงยหน้าขึ้น”