ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 914-2 ค่อยๆ เดินเข้าไปหาเจ้าหนึ่งก้าวสองก้าวสามก้าว
ตอนที่ 914-2 ค่อยๆ เดินเข้าไปหาเจ้าหนึ่งก้าวสองก้าวสามก้าว
ฝูหลิงยังจำได้อีกว่า กลางดึกนางฉี่บ่อย อั้นจนตื่นนางก็เห็นว่าลู่พั่นกอดนางไม่ยอมนอน เหมือนกลัวนางจะจากไป
ฝูหลิงจำได้ว่า มักเห็นร่างสูงใหญ่ของเขายืนเงียบๆ ตามลำพังอยู่ตรงหน้าต่าง
จำได้ว่า ตอนท้องนางฉี่บ่อย เขาก็จะตามไปเป็นเพื่อนทุกครั้ง นางพูด “เจ้าไม่ได้ฉี่เสียหน่อย ตามมาทำไมบ่อยๆ” เขาตอบ “ข้าปวดฉี่” จากนั้นด้วยความที่นางไม่อยากรบกวนลู่พั่นตอนกลางคืนบ่อยๆ อีกนางจึงจงใจกอดอกมองหน้าเขา “เอาสิ ฉี่สิ” เขาก็พยายามฉี่จริงๆ เพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้โกหกเพื่อมาเป็นเพื่อนนาง
ซ่งฝูหลิงจำได้ตัวเองพูดว่า “ผ้าห่มนี้[1]มันสั้นไปแล้ว” ลู่พั่นก็พูดออกมาทันที “ไม่ต้องกลัว ชาติหน้าข้าก็จะยังอยู่กับเจ้า”
นาง “…สามีข้า ข้าหมายถึงผ้าห่มจริงๆ ข้าว่ามันคลุมไม่ถึงขา”
ลู่หมินหรุ่ย ก็แค่มีลูกไม่ใช่เหรอ เจ้าไม่ต้องกลัว
เพราะแบบนี้มีอยู่ช่วงหนึ่งนาง พ่อแม่นาง พวกย่าๆ ถึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ลู่พั่น เจ้ารีบไปคิดค้นพวกเลนส์ต่างๆ ของเจ้าเถอะ ชอบอะไรก็รีบไปหมกมุ่นเถอะ
วันนี้ฝูหลิงเลยไม่อยากตะโกนเลยจริงๆ พยายามบอกตัวเอง ข้างนอกยังมีตาทึ่มอยู่อีกคนที่กำลังขวัญผวาหลอกตัวเองอยู่ เช่นนั้นนางไม่ร้องจะดีกว่า
ก็แค่มันปวดเชิงกรานมาก จะไม่ให้ร้องนางก็ทนไม่ไหว
“ท่านแม่!”
“ไม่เป็นไร ลูกแม่ ตัวเจ้าไม่หนัก เรามาเบ่งไปพร้อมกันนะ ไม่ต้องกลัว”
พวกพี่สาวที่ผ่านการมีลูกมาแล้วอย่างเถาฮวา ต้ายา เป่าจู ตอนนี้อยู่ตรงหน้าฝูหลิง พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนใจเย็นว่า “ใช่ ไม่ต้องกลัวนะ พั่งยา ฟังพวกเราพูด เจ้าค่อยๆ…”
ลู่พั่นที่อยู่ด้านนอกเอาหูแนบประตูตั้งใจฟัง ดูเหมือนจะได้ยินฝูหลิงพูดกับแม่ยายว่า นางเบ่งไม่ไหว และก็เหมือนบ่นๆ ว่าปวดอึ
จากนั้นแม่ยายก็บอกว่า “ถ่ายเลย บนเตียงนี่แหละ”
เมียเขาเจ็บจนถอนหายใจ “บนเตียงมันจะดีเหรอ อยู่กันตั้งหลายคน”
ลู่พั่นถึงกับอึ้ง เวลาแบบนี้ยังจะมาขี้ เขาเหงื่อแตกแล้ว
ซ่งฝูเซิงทึ้งหัว เดินกลับไปกลับมารอบห้อง
เดี๋ยวก็หมุนสร้อยลูกประคำที่ลูกสาวให้ตรงข้อมือ เดี๋ยวก็ก้มตัวนั่งลง สองมือถูหน้า
ในเวลาเดียวกันย่าของลู่พั่นไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่กำลังจุดธูปคำนับอยู่อีกห้องหนึ่ง “ท่านพระโพธิสัตว์เจ้าขา ลูกขอให้ผลบุญที่ลูกสั่งสมมาช่วยคุ้มครองหลานสะใภ้กับเหลนของลูกที่อยู่ในท้องนางด้วย…”
อายุขนาดนี้แล้วยังคำนับครั้งแล้วครั้งเล่า
อัครเสนาบดีลู่ไม่กล้าส่งเสียง เขาแค่ดุรองเสนาบดีซ่งกับหลานชายหน่อยเดียว ถึงกับทำให้หลานสะใภ้คลอดก่อนกำหนด
ท่านตาของลู่พั่นก็มา พอเข้าเรือนก็เห็นคนอยู่กันเต็ม
อัครเสนาบดีลู่โดดเด่นที่สุดในบรรดาคนเหล่านี้
อัครเสนาบดีลู่เดินไปเดินมาด้วยความร้อนใจตามเวลาที่ผ่านไปเรื่อยๆ
“หมินหรุ่ย เจ้าจะเป็นแบบนี้ไม่ได้นะ” ท่านตาของลู่พั่นพูด
ติงเจียนก็รีบพยักหน้า
ใบหน้าของน้องชายเขามีแต่เหงื่อ มันต้องขนาดนี้เลยเหรอ
ตอนนั้นเขาไม่เห็นเป็นแบบนี้
อีกทั้งในช่วงหลายเดือนมานี้เขาก็ถูกลู่พั่นตามตื๊อถามว่าตอนคลอดผู้ชายควรทำอะไร ได้ยินว่าพวกหลินโส่วหยางก็เคยโดนถามแบบนี้
พวกเขารู้ใจกันดี พยายามทำให้ลู่พั่นสบายใจ เราช่วยผู้หญิงตอนคลอดไม่ได้ ไม่เป็นไร ถ้าเร็ว เดี๋ยวเด็กก็ถูกอุ้มออกมาแล้ว พอเด็กออกมาเราก็พูดแสดงความเป็นห่วงเป็นใยผ่านประตู
แล้วมาดูน้องชายเขาตอนนี้สิ ทำท่าเหมือนจะเข้าไป
ซ่งฝูเซิงคว้าลู่พั่นไว้ กอดลูกเขยพลางพูด “หมินหรุ่ย เชื่อพ่อ อย่าเข้าไป เจ้าบุกเข้าไปหญิงทำคลอดได้ตกใจ เกิดพลาดทำตกมือล่ะ หรือไม่ก็อาจยิ่งทำให้ฝูหลิงไม่มีแรงแบ่ง”
ตรงกำแพงนอกห้องคลอด ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีเด็กโตนั่งอยู่ตรงนั้น
ซ่งฝูหลิงที่อยู่ข้างใน “อ๊า!”
เฉียนหมี่โซ่วที่อยู่ข้างนอกก็กำมือออกแรงไปด้วย
ซ่งฝูหลิงร้องเจ็บปวดอยู่ในห้องต่อเนื่อง หมี่โซ่วก็ออกแรงเบ่งตามเสียงร้องของพี่สาว
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วยามกว่า พอได้ยินเสียงเด็กทารกร้องหมี่โซ่วก็คลายมือออก ฝ่ามือกำแน่นจนมีรอยเลือด ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา ขาที่นั่งจนชาพอยืนขึ้นก็เดินเซ เริ่มวิ่งเข้าห้อง
“พี่ พี่ ส่งเสียงหน่อย”
เวลานี้ตรงชานเรือนมีแต่เสียงดีใจ
คนที่ไปแจ้งข่าวในวัง คนที่ไปแจ้งข่าวตามเส้นทางต่างๆ ต่างร่วมแสดงความยินดี
ทุกคนมีสีหน้าที่ชัดเจน
คนตระกูลลู่ทุกคนต่างหัวเราะด้วยความดีใจยกเว้นลู่พั่น ซ่งฝูหลิงได้ลูกชาย
ของล้ำค่าที่แท้จริงของตระกูลลู่มาถึงแล้ว
ส่วนคนในครอบครัวซ่งที่ก่อนหน้านี้พูดจาไพเราะอยู่ในห้องคลอด ยิ้มพูดกับซ่งฝูหลิงว่าอย่ากลัว เวลานี้มีย่าหม่านั่งแข้งขาอ่อนแรงร้องไห้ พวกเถาฮวา เป่าจู ต้ายาก็ร้องตามไปด้วย
ซ่งฝูหลิงมองลูกแวบหนึ่ง เวลานี้ไม่ได้เรียกหาลู่พั่น แค่อยากหาเฉียนเพ่ยอิง
วันเกิดของลูกคือวันลำบากของแม่
คำพูดนี้ใครก็เคยได้ยิน ใครก็พูดได้
แต่วันนี้ซ่งฝูหลิงเพิ่งสัมผัสได้
“ท่านแม่” ศีรษะซ่งฝูหลิงเต็มไปด้วยเหงื่อ “ตอนนั้นท่านแม่ก็คลอดลูกออกมาแบบนี้เหรอ”
เฉียนเพ่ยอิงยิ้มปล่อยให้น้ำตาไหลไป ปัดผมให้ลูกสาวพลางพยักหน้า “แบบนี้แหละ ไม่ต้องร้อง เดี๋ยวตาบวมนะ”
เด็กทารกแผดเสียงร้องขึ้นมาพอดี
เรื่องมหัศจรรย์ได้เกิดขึ้น พอเอาเด็กไปวางข้างฝูหลิง อยู่ๆ เด็กก็หยุดร้อง ขยับเข้าหาแม่ราวกับรู้จัก
ในที่สุดก็ทำคลอดเสร็จเรียบร้อย
ลู่ฮูหยินที่อยู่ด้านนอกตกรางวัลให้พวกหญิงทำคลอดด้วยตัวเอง
ให้มากกว่าที่พวกนางจินตนาการไว้
ลู่ฮูหยินกับเหล่าฮูหยินยิ้มมองหน้ากัน คิดในใจ ไม่ได้ให้แค่ค่ายินดี ถือเป็นค่าปิดปากด้วย จะได้ไม่เอาเรื่องที่ลู่พั่นร้องไห้ไปโพนทะนา
ในที่สุดซ่งฝูเซิงก็ได้เจอลูกสาว
พอเขาเข้าไปภาพที่เห็นคือ ลูกเขยกับลูกสาวผ่านการร้องไห้มาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งสองคนดวงตาแดงก่ำ เวลานี้ศีรษะหันไปทางเดียวกัน กำลังมองลูก
“ข้าคือพ่อของเจ้า”
เกิดมาวันแรก เด็กน้อยไว้หน้าพ่อมาก ตอนที่ลู่พั่นยื่นมือออกไปด้วยความระมัดระวัง มือน้อยๆ ก็เกี่ยวลู่พั่นไว้
ตอนนี้ดวงตาของซ่งฝูเซิงเริ่มร้อนขึ้นมาทันที ยิ้มทั้งน้ำตา เท้าเอวพูด “หลานตา ทำถูกแล้ว ให้ความร่วมมือกับพ่อเจ้าหน่อย ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวพ่อเจ้าร้องไห้”
…
ลูกของลู่พั่นกับซ่งฝูหลิงชื่อ ลู่อวิ๋นเจ๋อ
ชื่ออวิ๋นเจ๋อฮ่องเต้ตั้งให้
ชื่อเล่นมีแค่พยางค์เดียว ‘เฟย’ ที่แปลว่าบิน ลู่เฟย ซ่งฝูเซิงตั้งให้
ตอนลู่เฟยอายุได้สามเดือน มองเห็นรูปร่างหน้าตาตัวเองเป็นครั้งแรกผ่านกระจก ตกใจความหล่อของตัวเองจนเอาหน้าซุกอกแม่ด้วยความเขินอาย
อายุหกเดือน ถูกแม่พาเข้าพื้นที่พิเศษเป็นครั้งแรก เล่นเอาตายายดีใจมาก ใส่รองเท้าแตะอุ้มเดินไปทั่วพร้อมพูดต้อนรับ “พาเข้ามาได้จริงๆ เหรอเนี่ย”
“อืม ความสามารถของลูกคือพาเข้ามาไม่ใช่เหรอ วันนั้นสังเกตเห็นโดยบังเอิญว่าพาเข้ามาได้ด้วย”
ซ่งฝูเซิงหัวเราะ มองเฉียนเพ่ยอิงที่อุ้มหลานอยู่ รีบยื่นมือไป “ขอพ่ออุ้มบ้าง”
พอได้อุ้มก็ไม่วางมือ “ไอ๊หยา นี่ใครกัน เฟย ดูสิที่นี่ที่ไหน นั่นน่ะ เรียกว่าตู้เย็น ตาจะบอกให้นะ นี่เรียกทีวีสี นั่นคอมพิวเตอร์ ตีซิ ไอ๊หยา แรงมือเยอะจัง ได้พ่อมาสินะ ตีตามสบาย ถ้าเจ้าตีจนพังได้จริง ดีไม่ดีอาจมีคนมาเปลี่ยนเอารุ่นใหม่ให้ตาก็ได้”
[1] พ้องเสียงกับคำว่าชีวิตนี้