คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 16 คุกเข่าอ้อนวอน จีบเธอ
บทเสริมตอนที่ 16 คุกเข่าอ้อนวอน จีบเธอ
ด้านหลังของเธอ ไม่ว่าจะเป็นตี้อู่ชวนหรือซือคงซ่าน สองตำนานโด่งดังที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนักพยากรณ์ของตี้ตูมาหลายปีต่างก็ยืนขนาบข้างเธอ
หลัวจื่อชิวมือสั่น โทรศัพท์มือถือร่วง
เขามองสายตาที่สงบแน่วแน่ของอิ๋งจื่อจิน แผ่นหลังหดเกร็ง ร่างกายก็แข็งทื่อสนิท
สิ่งที่เขารู้มาทั้งหมดเกี่ยวกับอิ๋งจื่อจินล้วนมาจากในเน็ต
เธอโด่งดังมาก ถึงระดับที่ตรงไหนในโลกก็ตามที่มีอินเตอร์เน็ตทุกคนก็รู้จักหมด
แต่บารมีที่ปกคลุมตัวเธอส่วนใหญ่เป็นบารมีของคุณนายประธานใหญ่วีนัสกรุ๊ปกับนักศึกษาอัจฉริยะของมหาวิทยาลัยตี้ตู
คนละเรื่องกับพวกเขาที่เป็นนักพยากรณ์เลยด้วยซ้ำ
นักพยากรณ์อย่างพวกเขาก็ไม่ได้ให้ค่ามนุษย์โลกปุถุชนเท่าไรเช่นกัน
แต่จำต้องยอมรับเลยว่าอิ๋งจื่อจินสมบูรณ์แบบเหลือเกิน
ก็แค่เธออยู่ห่างจากโลกของเขาไกลเกินไป ไม่ใช่คนที่เขาจะอาจเอื้อมได้
แต่ตอนนี้?
หลัวจื่อชิวนึกถึงคำพูดของหลัวซิวเมื่อครู่ เลือดในกายเย็นเฉียบลงทันที
ปรมาจารย์อิ๋ง!
“หลานชาย มัวอึ้งอะไรอยู่” นายใหญ่กู่ไม่ได้ยินเรื่องที่หลัวจื่อชิวคุยทางโทรศัพท์ สีหน้าของเขาเคร่งขรึม สายตาเย็นชา “ตระกูลตี้อู่จับลูกสาวของฉันไปโดยไม่มีเหตุผล มีอะไรจะอธิบายไหม”
“อย่าคิดว่าที่นี่คือตี้ตูแล้วพวกคุณจะไม่รักษากฎของศาสตร์เหนือธรรมชาติก็ได้!”
ศาสตร์เหนือธรรมชาติก็คือคำเรียกโดยรวมของวงการพยากรณ์ หมายถึงโลกเร้นลับ
กฎของศาสตร์นี้ค่อยๆ สร้างจนเสร็จในสมัยราชวงศ์ถัง
หนึ่งในนั้นก็คือ ลูกศิษย์ของศาสตร์นี้ห้ามเข่นฆ่ากันเอง
นายใหญ่กู่ไม่แม้แต่จะมองอิ๋งจื่อจิน เขาสาวเท้าเดินเข้าไป แสยะยิ้ม “ตี้อู่ชวน นายก็อายุมากแล้ว ฉันว่าคงอยู่ได้อีกไม่ถึงสามปีแล้ว ต่อไปตระกูลกู่ของฉันกับตระกูลหลัวจะเป็นใหญ่ในวงการนักพยากรณ์ นายจะมาทำอวดดีตรงนี้ทำไม”
“ยังไม่รีบปล่อยหงซิ่วแล้วขอโทษตระกูลกู่ของฉันอีก”
ทันใดนั้นหลัวจื่อชิวก็เหมือนตกใจสะดุ้งตื่น รีบเข้าไปห้าม “อากู่ครับ อย่า…”
เขายังไม่ทันพูดจบทันใดนั้นนายใหญ่กู่ก็ร้องเสียงโอดโอย
ราวกับมีบางสิ่งที่ไร้รูปร่างเข้ามากระแทกจมูกของเขาด้วยแรงมหาศาล นายใหญ่กู่ตั้งตัวไม่ทัน ล้มลงไปนั่งบนพื้น
อิ๋งจื่อจินหมุนข้อมือ เก็บกำลังภายใน “น่าหงุดหงิด”
หลัวจื่อชิวเหงื่อแตกหนักกว่าเดิม
ปรมาจารย์อิ๋งเป็นจอมยุทธ์ด้วยเหรอ!
“มัวอึ้งอะไรอยู่” ซือคงซ่านกลอกตามองบน “ยังไม่รีบหามนายใหญ่ของพวกนายเข้ามาอีกเหรอ”
คนอื่นๆ ของตระกูลกู่มองหน้ากัน จำต้องหามนายใหญ่กู่เข้าไป
กู่หงซิ่วอยู่ตรงลานบ้าน มือเท้าถูกมัดไว้
ผมเผ้ายุ่งเหยิง ไม่ได้มีมาดแบบคุณหนูอีกต่อไป
พอเห็นนายใหญ่กู่กับหลัวจื่อชิว กู่หงซิ่วก็ดีใจมาก “พ่อคะ! จื่อชิว! ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย!”
หลัวจื่อชิวเม้มริมฝีปาก เขาหลบสายตาของกู่หงซิ่ว กำมือแน่น เริ่มนึกเสียใจขึ้นมาแล้ว
“ลูกพ่อ!” นายใหญ่กู่กัดฟัน เงยหน้าขึ้น “ตระกูลตี้อู่หมายความว่ายังไงกันแน่!”
“เธอทำผิดกฎของวงการ ใช้วิชาสาปแช่งโดยพลการ” อิ๋งจื่อจินพับแขนเสื้อขึ้น “พวกคุณดูเอานะ จะจัดการเรื่องนี้ยังไง”
“ท่านบูรพาจารย์เป็นอาจารย์ของบรรพบุรุษเซ่าเสียน ตอนนี้เป็นอาจารย์ของเย่ว์เย่ว์” ตี้อู่ชวนยังคงพูดอย่างนอบน้อม “เรื่องทุกอย่างแล้วแต่ท่านบูรพาจารย์ตัดสินเลยครับ”
“…”
เกิดความเงียบขึ้นมาทันที
แม้แต่ตี้อู่เสวี่ยที่เฝ้าดูอยู่ด้านข้างก็ยังตะลึง
เงียบไปหลายวินาทีเขาถึงหันไป “พี่ใหญ่ พี่อยู่กับเย่ว์เย่ว์บ่อยสุด พี่รู้เรื่องนี้ไหม”
สามสิบวินาทีถัดมาตี้อู่เฟิงถึงค่อยๆ ส่ายมือ “ไม่รู้”
ซือคงซ่านตกใจหน้าถอดสี “โอ้โห!”
เขารู้แค่ว่าความสามารถในการพยากรณ์ของอิ๋งจื่อจินถือเป็นอันดับหนึ่งของประเทศจีน แต่ทำไมถึงเกี่ยวข้องกับตี้อู่เซ่าเสียนที่อยู่ในช่วงราชวงศ์หมิงได้
ทั้งๆ ที่อิ๋งจื่อจินเป็นเด็กสาวที่เดือนหน้าเพิ่งจะอายุยี่สิบปีเต็ม!
ชั่วขณะนั้นภาพจินตนาการพวกนิยายเทพที่เขาเคยอ่านตอนว่างๆ ก็ปรากฏในสมอง
อย่าง ‘สิงร่าง’ อย่าง ‘เป็นอมตะ’…เขาลองคิดความเป็นไปได้ทั้งหมดแล้ว แต่ก็คิดหาเหตุผลไม่ได้
ซือคงซ่านกุมขมับ รู้สึกเป็นทุกข์ “หัวจะแตกแล้ว”
ตี้อู่ฮวาย่อตัวนั่งลง ปลอบเขา “ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หนูก็ไม่ต่างค่ะ”
คนตระกูลกู่กับหลัวจื่อชิวยิ่งช็อกหนักจนพูดไม่ออก
ตี้อู่เซ่าเสียนมีสถานะที่สูงมากในวงการนักพยากรณ์ของประเทศจีน ไม่ว่าจะที่ตี้ตูหรือลั่วหนานต่างก็มีคนในวงการเคารพนับถือเขา
งั้นอาจารย์ของตี้อู่เซ่าเสียน?
เรื่องแบบนี้เกี่ยวพันถึงบรรพบุรุษของตระกูลตี้อู่ ตี้อู่ชวนไม่มีทางโกหก
ตุบ ตุบ
นายใหญ่กู่หน้าซีด ทรุดลงไปคุกเข่าบนพื้น
หลัวจื่อชิวก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน คุกเข่าเช่นกัน
“ฉันไม่ได้มีเจตนาขัดแย้งกับตระกูลหลัว แต่คุณต้องรู้นะว่า…” อิ๋งจื่อจินพูด “ไม่ใช่เพราะฉันกลัวตระกูลหลัว แต่ตระกูลหลัวไม่มีค่าแม้แต่น้อย”
หลัวจื่อชิวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้น ตัวสั่นไม่หยุด
เดิมทีฝีมือของตี้อู่เซ่าเสียนก็โดดเด่นกว่าใครอยู่แล้ว อาจารย์ของเขาไม่ยิ่งเป็นบุคคลที่เหนือจินตนาการเลยเหรอ
ตระกูลหลัวมีเหรอจะกล้าเทียบ
อิ๋งจื่อจินฆ่างูยักษ์ที่อยู่มาร้อยปีตัวนั้นในตี้ตูกับฆ่าผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเซี่ยได้อย่างง่ายดาย
ต้องทราบก่อนว่าตอนที่ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเซี่ยยังมีชีวิตอยู่ บารมีและอิทธิพลอยู่เหนือตี้อู่ชวนกับซือคงซ่านไปแล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าตระกูลเซี่ยยังเป็นตระกูลอันดับหนึ่งในโลกจอมยุทธ์ด้วย
แต่ตระกูลเซี่ยก็ยังต้องกลัวจนขี้หดตดหาย
หลัวจื่อชิวอยู่ไกลถึงลั่วหนานย่อมไม่เคยเข้าไปในโลกจอมยุทธ์
จึงไม่รู้ว่าตระกูลเซี่ยถูกทำลายล้างเมื่อปีที่แล้ว โลกจอมยุทธ์ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
อิ๋งจื่อจินหลุบตาลง มือเคาะโต๊ะเบาๆ “ตระกูลกู่ว่าไง”
“คุณอิ๋ง! อาจารย์อิ๋ง! ปรมาจารย์อิ๋ง!” มีเหรอที่นายใหญ่กู่จะหลงเหลือความอวดดีกำเริบเสิบสานแบบเมื่อครู่อีก เขาคุกเข่าคำนับอย่างบ้าคลั่ง “ผมสอนลูกสาวไม่ดีเองครับ ปรมาจารย์อิ๋งโปรดอภัยในความไม่ประสีประสาของเธอ ปรมาจารย์อิ๋งไว้ชีวิตด้วยครับ!”
กู่หงซิ่วนั่งช็อกอยู่บนพื้น พูดไม่เป็นแล้วคราวนี้
สมองของเธอตื้อไปหมด กลิ่นคาวเลือดจุกอยู่ตรงลำคอ
นี่เธอไปล่วงเกินใครกันแน่!
แล้วตี้อู่เย่ว์ทำไมถึงดวงดีขนาดที่มีอาจารย์เก่งขนาดนี้
“สอนลูกสาวไม่ดีงั้นเหรอ” อิ๋งจื่อจินยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าอยากร่วมรับผิดกับลูกสาวงั้นสิ”
นายใหญ่กู่ตัวสั่น “ปรมาจารย์อิ๋ง?”
“วางใจได้ ฉันเป็นคนดีที่มีเหตุผล” อิ๋งจื่อจินพยักหน้า “ทุกอย่างว่ากันไปตามกฎ ในวงการศาสตร์เหนือธรรมชาติ ใช้วิชาสาปแช่งเล่นงานคนในวงการเดียวกันโดยมีเจตนาชั่วร้าย ควรจัดการยังไงนะ”
ซือคงซ่านมีไหวพริบ ตอบทันที “ก็ต้องหนามยอกเอาหนามบ่ง ลงโทษด้วยวิธีเดียวกันครับ”
“ได้” อิ๋งจื่อจินพยักหน้า “งั้นก็ตามนั้น”
“ผมเองครับผมเอง” ซือคงซ่านนึกสนุก “ปรมาจารย์อิ๋ง ผม…”
“ไม่ต้อง” อิ๋งจื่อจินยกมือห้าม “คุณไม่ใช่คนตระกูลตี้อู่ อย่าเอาตัวเข้ามาพัวพันในบ่วงกรรม ฉันจัดการเอง”
กู่หงซิ่วดวงตาเบิกโพลง ตื่นตระหนกขึ้นมาทันที “ไม่เอา…ฉันไม่เอานะ!”
ความสามารถด้านพยากรณ์ของเธอต้องสู้อิ๋งจื่อจินไม่ได้อยู่แล้ว
ถ้าอิ๋งจื่อจินใช้วิชาสาปแช่งกับเธอ เธอจะทนได้นานสักเท่าไร
นายใหญ่กู่ก็ลนลาน เริ่มคำนับอีกครั้ง “ปรมาจารย์อิ๋งโปรดไว้ชีวิตด้วยครับ ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย!”
สายตาของอิ๋งจื่อจินเย็นชา มือกำแท่งไม้สองแท่ง
เธอปล่อยกำลังภายใน ไม้สองแท่งนี้ก็เปลี่ยนรูปร่างเป็นตุ๊กตาไม้ทันที
อิ๋งจื่อจินหรี่ตาลง
เธอเองก็ไม่อยากหวนนึกถึงวันนั้น
ทั้งๆ ที่ตี้อู่เย่ว์ถูกเอาคืนอย่างหนักเพราะทำนายดวงชะตาของเธอ แต่กลับยังคงดันทุรังคุกเข่าลงแล้วพูดว่า
‘ศิษย์ขอคำนับอาจารย์’
ตี้อู่เย่ว์มีนิสัยซุกซนชอบวุ่นวายไปเรื่อย งั้นเธอก็จะปกป้อง
ใครรังแกตี้อู่เย่ว์เธอก็จะสนองคืนกลับไป
อิ๋งจื่อจินมองนายใหญ่กู่กับกู่หงซิ่ว แกะสลักดวงปาจื้อของทั้งสองคนลงไป
พอเสร็จแล้วเธอก็ยื่นตุ๊กตาไม้ทั้งสองให้ตี้อู่ชวน “เอาไปจัดการ”
ตี้อู่ชวนรับมา “ครับท่านบูรพาจารย์”
นายใหญ่กู่สิ้นหวัง “ปรมาจารย์อิ๋ง! ตระกูลกู่ผิดไปแล้ว ผิดไปแล้วจริงๆ ครับ!”
ตอนนั้นพวกเขาไม่เก็บตี้อู่เย่ว์มาใส่ใจ ใครจะไปคิดว่าจะมีเหตุการณ์อย่างในวันนี้
“ส่วนนาย ในเมื่อถอนหมั้นเย่ว์เย่ว์ไปแล้ว งั้นก็ทำตามที่เคยพูดไว้” อิ๋งจื่อจินไม่ได้มองหลัวจื่อชิว “หมดเวรหมดกรรมแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกันอีก”
หลัวจื่อชิวรู้สึกขมขื่น เขาก้มหัวคำนับหลายครั้ง พูดอย่างยากลำบาก “ครับ ปรมาจารย์อิ๋ง”
ถ้าเขารู้ว่าอาจารย์ของตี้อู่เย่ว์ก็คือปรมาจารย์ที่ตระกูลหลัวของพวกเขาคิดหาวิธีแทบตายเพื่อผูกสัมพันธ์ มีเหรอที่เขาจะถอนหมั้นเธอ
ถ้าตอนนั้นตระกูลหลัวไม่กดดันขนาดนั้น เขาก็คงได้แต่งงานกับตี้อู่เย่ว์ ยังจะต้องกลุ้มเรื่องไม่มีที่พึ่งอีกเหรอ
เห็นได้ชัดว่าอิ๋งจื่อจินอยู่เหนือคนทั้งวงการศาสตร์เหนือธรรมชาติ อยู่ในระดับที่พวกเขาได้แต่มองด้วยความเลื่อมใส
ความคิดของหลัวจื่อชิวตีกันไปหมด ความคับแค้นใจปกคลุมหัวใจของเขา กดทับทำให้หายใจไม่ออก
แต่กลับไปได้อย่างปลอดภัยก็นับว่าโชคดีมากแล้ว
แต่หลัวจื่อชิวก็รู้ว่าตระกูลหลัวจบแน่แล้ว
ที่นี่มีซือคงซ่านกับตี้อู่ชวนอยู่เป็นเสาหลัก ไม่เกินหนึ่งวันสถานะของอิ๋งจื่อจินต้องถูกลือไปทั้งวงการศาสตร์เหนือธรรมชาติอย่างแน่นอน
และตอนนี้ความสามารถของหลัวซิวก็ไม่มีหลงเหลือแล้ว ตระกูลหลัวยิ่งสูญเสียเสาหลักเข้าไปใหญ่
หลัวจื่อชิวเหม่อลอย
ทำไมเรื่องราวมันถึงเดินมาถึงจุดนี้ได้
…
ตามคาด ไม่ถึงหนึ่งวันข่าวก็แพร่กระจายไปทั่ว
สะเทือนไปทั้งวงการศาสตร์เหนือธรรมชาติ
“ตระกูลหลัวกับตระกูลกู่ทำตัวกร่างในลั่วหนานจนชินแล้วสินะ” ซือคงซ่านส่ายหน้า “สุดท้ายก็ต้องมีวันที่ถูกกำราบ”
“ใช่ไหมล่ะ ท่านบูรพาจารย์ออกโรงย่อมเป็นเรื่องง่ายๆ” ตี้อู่ชวนลูบเครา ยิ้มตาหยี “พี่ซือคง อยากไปนั่งเล่นข้างบนหน่อยไหม”
“หา?” ซือคงซ่านเงยหน้ามองหลังคา ชักไม่สนุก “คิดว่าฉันมีวรยุทธ์ที่เหาะได้เหมือนพวกจอมยุทธ์หรือไง”
“ไม่เป็นไร ผมพาไปเอง” ตี้อู่ชวนสวมชุดเหาะที่อิ๋งจื่อจินทำให้เขา พูดด้วยความภูมิใจ “เห็นยัง ผมเหาะได้”
ซือคงซ่านยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกตี้อู่ชวนจับเหาะขึ้นไปบนหลังคาแล้ว
ซือคงซ่านมองชุดเหาะที่อยู่บนตัวตี้อู่ชวนอยู่สักพัก “เก่งเหลือเกินนะตาแก่ตี้อู่ นายแอบมีของดีลับหลังฉันตั้งแต่เมื่อไร”
ทำเอาเขาตาร้อน
“ท่านบูรพาจารย์ให้มา” ตี้อู่ชวนตอบอย่างอารมณ์ดี “เก่งนักก็ไปขอท่านบูรพาจารย์สิ”
ซือคงซ่าน “…”
เขาแค้น
เขาอิจฉา
“หึๆ” ซือคงซ่านกลอกตา “งั้นถ้าหลานชายฉันสู่ขอหลานสาวนาย หรือหลานสาวนายแต่งงานกับหลานชายฉัน ฉันก็เข้าไปตีซี้ได้แล้วใช่ไหมล่ะ”
ตี้อู่ชวน “…อย่าแม้แต่จะคิด”
ซือคงซ่านทำเสียงฮึดฮัด “ขนาดฝันยังไม่ยอมให้ฝัน นายนี่มันเผด็จการจริงๆ”
“ผมรู้ว่าตัวเองอยู่ได้อีกไม่นานแล้ว” ตี้อู่ชวนนั่งลง ถอนหายใจ “เลยอยากเห็นเย่ว์เย่ว์มีครอบครัวก่อนผมตาย แค่นั้นผมก็พอใจแล้ว”
พอได้ยินแบบนี้ซือคงซ่านก็เงียบไป
ผ่านไปสักพักเขาถึงพูดขึ้น “พวกเราอยู่ในวงการนี้ แทรกแซงบ่วงกรรมของคนอื่น อายุไม่ยืนหรอก”
“นั่นสินะ แต่ตอนนี้ตระกูลตี้อู่มีท่านบูรพาจารย์ช่วยดูแลอยู่ ผมก็วางใจแล้ว” อยู่ๆ ตี้อู่ชวนก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา “ชีวิตนี้ของผมตี้อู่ชวน เคยช่วยชีวิตคนมานับพัน แก้ไขเรื่องเหนือธรรมชาติมาหลายร้อยเรื่อง”
“ชาตินี้ผมไม่ผิดต่อบรรพบุรุษเซ่าเสียน ไม่ผิดต่อวงศ์ตระกูลตี้อู่ ไม่ผิดต่อสวรรค์ ไม่ผิดต่อผืนดิน และก็ไม่ผิดต่อตัวเอง”
ไม่มีอะไรให้ต้องเสียดายแล้ว
“ตาแก่ตี้อู่ อดทนไว้นะ” ซือคงซ่านชักร้อนใจ “นายต้องทนอยู่ให้ถึงวันที่คุณหนูเย่ว์แต่งงานมีลูก ว่ากันไปปีต่อปี”
“เพ้อเจ้อ!” ตี้อู่ชวนโมโหเครากระดิก “ผ่านพ้นวันเกิดปีนี้เย่ว์เย่ว์เพิ่งจะอายุสิบเก้า ใครมันจะป่าเถื่อนขนาดนั้น!”
ถ้าใครกล้า เขาจะจับถลกหนัง!
ซือคงซ่าน “…”
ตี้อู่ชวนก็เพิ่งนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้
ว่าแต่เย่ว์เย่ว์หลานรักของเขาหายไปไหนแล้ว
…
ยุโรป
ฟลอเรนซ์
เป็นครั้งแรกที่ตี้อู่เย่ว์เข้ามาในคฤหาสน์ลอเรนท์ ระยิบระยับทำตาเกือบบอด
สถานที่ที่เธอถูกพาไปย่อมไม่ใช่ห้องโถงด้านหน้า แต่เป็นโซนใจกลางคฤหาสน์ที่ซีซาร์พักอยู่มาตลอด
ผนังกำแพงทางเดินยาวกับพื้นล้วนปูด้วยทองคำ ทั้งยังฝังอัญมณีหายากไว้จำนวนไม่น้อย
ตี้อู่เย่ว์เริ่มคำนวณ ถ้าเธอแงะของพวกนี้ไปมันจะทำเงินให้เธอได้เท่าไร
“คุณเย่ว์ครับ” จ็อบโค้งตัวให้ “นี่คือห้องของคุณครับ ถ้าต้องการสั่งอะไรก็กดปุ่มเรียกได้เลยครับ”
“ไม่ต้องๆ ฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว “อยู่ๆ ตี้อู่เย่ว์ก็เอามือปิดหน้าอย่างทุกข์ทรมาน “ฉันแค้นคนรวย!”
จ็อบ “?”
แย่ละ
ถ้าคุณหนูเย่ว์แค้นคนรวย ไม่เท่ากับว่าข้อดีเพียงอย่างเดียวในตัวนายท่านไม่เหลือแล้วเหรอ
จ็อบกระแอม เปลี่ยนเรื่องคุย “คุณเย่ว์ไม่ชอบที่นี่เหรอครับ ผมเปลี่ยนห้องให้เอาไหมครับ”
“ไม่ๆๆ ชอบมาก” ตี้อู่เย่ว์กัดฟันกรอด “แต่ฉันแค่แค้นคนรวย!”
จ็อบ “…”
ด้วยความที่ถูกอบรมมาดีทำให้เขายังคุยต่อได้ “คุณเย่ว์ชอบที่นี่มาก ถ้าอย่างนั้นยกที่นี่ให้เอาไหมครับ”
ตี้อู่เย่ว์ตอบทันทีโดยไม่แม้แต่จะคิด “เอาสิ เอาคฤหาสน์ไม่เอาคน!”
จ็อบ “…”
คุยเรื่องนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว
เขาปิดประตูถอยออกไป
แอบจุดเทียนไว้อาลัยให้ซีซาร์อยู่ในใจ
นายท่านก็มีวันนี้ ควรค่าแก่การฉลอง
ห้องโถงด้านหน้า
คณะผู้อาวุโสรวมตัวกัน กำลังคุยเรื่องงานประชุมที่กำลังจะมาถึง
ทันใดนั้นผู้อาวุโสใหญ่ก็พูดขึ้น “นายท่านควรแต่งงานมีลูกได้แล้วหรือเปล่า”
“นั่นสิ” ผู้อาวุโสรองเกาหัว “แต่ผู้หญิงที่คู่ควรกับนายท่านมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย”
“อันที่จริงก็ต้องดูความต้องการของนายท่านด้วย” ผู้อาวุโสใหญ่พยักหน้า “แต่ส่งบัตรเชิญให้บรรดาคุณหนูไฮโซอายุต่ำกว่ายี่สิบห้าปีที่โสดอยู่ได้ ไว้ถึงตอนนั้นค่อยลองดูว่าคนไหนพอจะคู่ควรกับนายท่านได้”
“ตกลงๆ งั้นก็ทำบัตรเชิญ”
“บัตรเชิญอะไรกัน”
มีเสียงพูดดังขึ้น
บรรดาผู้อาวุโสยืนขึ้นทันที “นายท่าน”
ซีซาร์อยู่ในชุดสูทสีขาว ใบหน้าหล่อเหลา เครื่องหน้าคมชัด
ดวงตาสีย้ำเงินลุ่มลึกดุจห้วงมหาสมุทร ทอประกายดุจเกลียวคลื่น
“นายท่าน พวกเรากำลังคำนึงถึงเรื่องใหญ่ของชีวิตนายท่านครับ” ผู้อาวุโสใหญ่พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “หรือนายท่านมีคนที่ชอบไหมครับ พวกเราจะยกขบวนออกไปรับ!”
ซีซาร์เงียบไปชั่วครู่
เขายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะจีบยังไง
โดยเฉพาะที่เมื่อครู่จ็อบบอกว่าตี้อู่เย่ว์แค้นคนรวย
ซีซาร์ครุ่นคิดชั่วขณะ “ส่งบัตรเชิญไปให้ตระกูลหลัวที่ลั่วหนานด้วย”
“ตระกูลหลัวที่ลั่วหนานเหรอครับ”
คณะผู้อาวุโสมองหน้ากัน เห็นได้ชัดว่าไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลเล็กๆ แบบนี้มาก่อน
“อืม ส่งไป” ซีซาร์พูด “ต้องให้คนชื่อหลัวจื่อชิวมาให้ได้”
เขาก็ไม่มีทางปล่อยให้ตี้อู่เย่ว์ถูกรังแกเหมือนกัน
…
อีกด้านหนึ่ง
หลัวจื่อชิวกลับถึงลั่วหนานในสภาพห่อเหี่ยว
ราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว ไม่เหลือเรี่ยวแรง
หลัวซิวก็ไม่สนใจบาดแผลที่ตัวอีก เขารีบพูดขึ้น “เป็นไงบ้าง ปรมาจารย์อิ๋งว่าไงบ้าง”
“ปรมาจารย์อิ๋งบอกว่า…” หลัวจื่อชิวยิ้มเศร้า “นับจากนี้เป็นต้นไป ไม่เกี่ยวข้องกันอีก”
หยุดเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “ไม่เพียงแต่เธอจะเป็นปรมาจารย์อิ๋ง ยังเป็นอาจารย์ของตี้อู่เซ่าเสียนด้วย”
“หา!”
หลัวซิวช็อกแน่นิ่ง
ผ่านไปนานกว่าเขาจะค่อยๆ ดึงสติกลับมาได้ สีหน้าก็ซีดลงทีละนิด “จบกัน! จบสิ้นตามที่คิด…”
ตระกูลหลัวบนเส้นทางวงการนักพยากรณ์มาถึงจุดจบแล้ว!
หลัวจื่อชิวเปิดขวดเหล้า รู้สึกหงุดหงิดมาก
“จื่อชิว มีข่าวดี!” เวลานี้พ่อหลัวเดินทะเล่อทะล่าเข้ามา สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ “รู้หรือเปล่าว่าเมื่อกี้ใครส่งบัตรเชิญมาให้พวกเรา!”
หลัวจื่อชิวไม่รู้สึกสนใจเลยสักนิด เอาแต่ดื่มเหล้าไม่หยุด สีหน้ารำคาญ “ใคร ยังไงผมก็ไม่ไป”
พ่อหลัวรีบตอบ “ตระกูลลอเรนท์เชียวนะ!”
หลัวจื่อชิวสีหน้าเปลี่ยน อารมณ์อึมครึมหายไปทันที เขาลุกพรวด “พ่อว่าไงนะครับ!”
“ก็คือตระกูลลอเรนท์ที่ลูกคิดนั่นแหละ” พ่อหลัวดีใจไม่ไหวแล้ว “พวกเขาส่งบัตรเชิญมาให้พวกเราโดยเฉพาะ ทั้งยังกำหนดชื่อของลูกมาด้วยว่าอยากเชิญลูกไปงานประชุมของพวกเขา”
“จื่อชิว โอกาสทองของลูกมาแล้ว เร็วเข้า ไปเตรียมของ ไม่แน่เดี๋ยวอาจได้แต่งกับคุณหนูตระกูลลอเรนท์ก็ได้!”
ตระกูลลอเรนท์เป็นถึงตระกูลอันดับหนึ่งของโลก อิทธิพลยิ่งใหญ่เหนือใคร
ได้ยินว่าก็พึ่งพานักทำนายที่เก่งมากอยู่คนหนึ่ง
ถึงได้ร่ำรวยจนเกินกว่าจะจินตนาการ
ตระกูลตี้อู่ยังจะเทียบได้อีกเหรอ