คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 17 นอร์ตัน ‘คิดถึงเหรอ’ ตระกูลหลัวเจอตี้อู่เย่ว์ที่ฟลอเรนซ์
- Home
- คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
- บทเสริมตอนที่ 17 นอร์ตัน ‘คิดถึงเหรอ’ ตระกูลหลัวเจอตี้อู่เย่ว์ที่ฟลอเรนซ์
บทเสริมตอนที่ 17 นอร์ตัน ‘คิดถึงเหรอ’ ตระกูลหลัวเจอตี้อู่เย่ว์ที่ฟลอเรนซ์
“จื่อชิว พ่อสืบมาเรียบร้อยแล้ว” พ่อหลัวพูดอย่างรวดเร็ว “ตระกูลลอเรนท์เชิญคนในแวดวงไฮโซไปมากมาย แต่ทั่วทั้งประเทศจีนมีแค่ตระกูลหลัวที่ได้รับบัตรเชิญ!”
แบบนี้ถ้าไม่ใช่ให้ความสำคัญกับตระกูลหลัวของพวกเขายังจะเป็นอะไรได้
หลัวซิวก็ตื่นเต้นมาก “เยี่ยมไปเลย! เยี่ยมสุดๆ ไปเลย!”
เขาพยายามระงับความตื่นเต้น หันไปพูด “จื่อชิว ตอนไปต่างประเทศเคยทำความรู้จักคนตระกูลลอเรนท์ไว้เหรอ”
“ไม่เคยนะครับ” หลัวจื่อชิวก็สงสัยมาก “อีกทั้งงานประชุมระดับนี้บัตรเชิญจะต้องถูกกำหนดโดยผู้บริหารระดับสูงของตระกูลแน่นอน ผมไม่เคยได้ใกล้ชิดกับคนในตระกูลลอเรนท์เลยจริงๆ นะครับ”
เขาเคยตอบรับคำเชิญไปต่างประเทศหลายครั้ง แต่ไม่เคยไปฟลอเรนซ์
ถ้าอยากเข้าฟลอเรนซ์ยังต้องขอบัตรอนุญาตต่างหากอีก
หลัวจื่อชิวนึกไม่ออก
หรืออาจเป็นไปได้ว่าเขาเคยช่วยเหลือสมาชิกสายตรงของตระกูลลอเรนท์สักคนโดยไม่ตั้งใจ
“จื่อชิว โอกาสสำคัญของลูกมาแล้ว” พ่อหลัวพูด “ยังมีเวลาอีกสองสามวันกว่าจะถึงวันงานประชุม พ่อจะเตรียมเก็บของตอนนี้เลย เดี๋ยวไปกับลูกด้วย”
เนื่องจากมีความเชื่อที่ว่าห้าด้อยสามขาด คนที่อยู่บนเส้นทางศาสตร์เหนือธรรมชาติจึงไม่ร่ำรวย
ตอนนั้นที่พ่อหลัวเลือกก็คือ ‘หม้าย’
แต่เพราะลงสุสานบ่อย ทำให้เขาไม่มีเงินสักเท่าไร
แต่ถ้ามีตระกูลลอเรนท์เป็นที่พึ่งใหญ่ วันหน้าตระกูลหลัวก็ไม่ต้องกลุ้มเรื่องเงินแล้ว
หลัวจื่อชิวพยักหน้า “ครับ ผมจะไปเตรียมสัมภาระเดี๋ยวนี้”
พ่อหลัวพูดถูก ถ้าเขาเกี่ยวดองกับตระกูลลอเรนท์ได้
จะตี้อู่เย่ว์หรือกู่หงซิ่วก็ไม่มีค่าให้ชายตามองทั้งนั้น
…
ทางด้านฟลอเรนซ์
ตี้อู่เย่ว์นอนหลับสบายอยู่บนเตียงขนห่านขนาดใหญ่ไปหนึ่งวันหนึ่งคืน
กว่าจะตื่นก็เป็นเวลาเย็นของอีกวันแล้ว
เธอนวดเอวที่ปวดเล็กน้อย มองไปรอบๆ ถอนหายใจเบาๆ
เป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่พอเทียบกัน ทำไมถึงต่างกันได้ขนาดนี้
ทำไมบนโลกนี้ถึงมีคนที่ร่ำรวยขนาดนี้ด้วย
ตี้อู่เย่ว์มองอัญมณีทับทิมขนาดเท่ากำปั้นที่ฝังอยู่บนแจกันดอกไม้ ลองกำมือตัวเอง
อยู่ๆ ก็มีเสียงพูดดังขึ้น
“ยัยเปี๊ยกพิการระดับสาม” ซีซาร์ยืนกอดอกอยู่ตรงประตูห้องนอน “มีคนมาหาเธอน่ะ”
“กรี๊ด!” ตี้อู่เย่ว์รีบดึงผ้าห่มแล้วมุดหน้าเข้าไป “จะเข้ามาทำไมไม่เคาะประตู เกิดฉันไม่ได้ใส่เสื้อผ้าล่ะ!”
“ฉันเคาะแล้วสิบครั้ง” แววตาซีซาร์วูบไหว “เธอไม่ได้ยินเอง ฉันคิดว่าเกิดอะไรขึ้นเลยเข้ามาดู”
สาวน้อยเงยหน้าด้วยความงุนงง “หา?”
สงสัยเธอจะแค้นคนรวยจริงจังเกินไป
“รีบแต่งตัวลงมาแล้วกัน” ซีซาร์ถอยออกไปแล้วปิดประตู “นอนนานขนาดนี้ ถ้าเธอไม่ใช่หมูแล้วใครจะเป็นหมูได้”
ภายในห้องนอนมีตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่ฝังอัญมณีไว้มากมาย
ตี้อู่เย่ว์หักห้ามใจไม่ให้แงะอัญมณีพวกนั้น เปิดประตูตู้ออก
ในนั้นมีเสื้อผ้าเรียงรายเกือบร้อยชุด
ตี้อู่เย่ว์ก็ไม่ชอบสวมกระโปรง เธอจึงหยิบชุดกางเกง
“พอดีตัวเลยแฮะ” ตี้อู่เย่ว์แต่งตัวเสร็จก็พึมพำ “ไม่น่ารู้สัดส่วนฉันดีขนาดนี้หรือเปล่า”
ภายในสวนหย่อมนอกระเบียงทางเดินยาว
มีชายหนึ่งหญิงหนึ่งกำลังคุยอยู่กับซีซาร์
ตี้อู่เย่ว์ชะโงกหน้าออกไป ยังไม่ทันเดินเข้าไป
ซีซาร์ก็เห็นเธอก่อน “เข้ามาสิ”
ตี้อู่เย่ว์ถึงเดินเข้าไป และก็ได้เห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นชัดเจน
“ลูกอวี๋!” ตี้อู่เย่ว์ดวงตาเปล่งประกาย “ฉันชอบคุณมากเลย คุณเต้นเก่งเต้นสวยมาก”
ฉินหลิงอวี๋ “…”
เธอเป็นถึงผู้วิเศษพระจันทร์ แต่ถูกเด็กสาววัยสิบเก้าเรียกว่าลูก
“สวัสดีเย่ว์เย่ว์” ฉินหลิงอวี๋ก็รู้เรื่องที่ตี้อู่เย่ว์ความจำเสื่อม “รู้จักคนนี้ไหม”
เธอถอยหนึ่งก้าว ดันอวี้เสวี่ยเซิงขึ้นหน้า
“เหมือนจะรู้จักแฮะ” ตี้อู่เย่ว์เอียงหน้า เหม่อมองสักพัก “อ๋อๆ ใช่ ฉันนึกออกแล้ว คุณคือพี่ชายของพี่อวิ๋น”
เรื่องครอบครัวของอวิ๋นเหอเย่ว์ถูกเปิดเผยมานานแล้ว
คนที่คลุกคลีกับวงการบันเทิงต่างก็รู้ว่าเธอมีพี่ชายหนึ่งคนที่ช่วยให้คำปรึกษาด้านสภาพจิตมาตลอด
และเนื่องจากรูปลักษณ์ของอวี้เสวี่ยเซิงที่โดดเด่น ทำให้เขาก็โด่งดังในโลกออนไลน์เช่นกัน
ถึงขั้นที่ทั้งสองคนยังมีแฟนคลับคู่จิ้นที่กลุ่มใหญ่ในระดับหนึ่ง
อวี้เสวี่ยเซิงพยักหน้าเบาๆ “ผมเอง”
“ขอโทษด้วยนะ ฉันเชียร์คู่เจียงเย่ว์” ตี้อู่เย่ว์จริงจัง “ฉันไม่ใช่แฟนคลับคู่เสวี่ยเย่ว์ คุณคือบ้านศัตรู ฉันไม่ขอจับมือด้วย”
อวี้เสวี่ยเซิงไม่เข้าใจจริงๆ เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย หันหน้าไปถาม “คู่เจียงเย่ว์คืออะไร”
“ก็…คู่จิ้นอวิ๋นเหอเย่ว์กับเจียงอี้หรือเปล่า” ฉินหลิงอวี๋ครุ่นคิดแล้วถอนหายใจ “จะว่าไปแฟนคลับสองบ้านนี้ก็ดุเดือดมากจริงๆ”
เมื่อเดือนที่แล้วเธอเพิ่งอัดรายการที่เกี่ยวกับเต้นพร้อมอวิ๋นเหอเย่ว์
เรื่องบังเอิญคือเจียงอี้ไปเป็นแขกรับเชิญในรายการด้วย
แฟนคลับของเจียงอี้ด่าอวิ๋นเหอเย่ว์ว่ายอมจ่ายเพื่อมาออกรายการ ส่วนแฟนคลับของอวิ๋นเหอเย่ว์ด่าเจียงอี้ว่าอย่ามีความรักเลยไปบวชเถอะ
ช่วงเวลาครึ่งปีมานี้แฟนคลับของทั้งสองฝ่ายด่ากันสาดเสียเทเสียจนแทบถึงขั้นที่อย่ามาให้เห็นหน้ากันอีก
ฉินหลิงอวี๋อยู่ในวงการบันเทิงมานานขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอสงครามน้ำลายของแฟนคลับในระดับนี้
แต่พวกเขาสองคนก็โด่งดังไปพร้อมกันเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ก็ดี
แฟนคลับวงก็เฝ้ารออยากให้หัวหน้าวงกับรองหัวหน้าวงจับมือร่วมงานกัน
เรื่องมาจนถึงวันนี้ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้
ฉินหลิงอวี๋ถอนหายใจ
ซีซาร์ไม่เข้าใจวงการบันเทิง แต่ก็ได้ศัพท์ใหม่แล้ว
ที่แท้ยังมีสิ่งที่เรียกว่าคู่จิ้นด้วย
เขาลูบคาง แฟนคลับคู่จิ้นของเขากับตี้อู่เย่ว์ควรเรียกว่าอะไรดีนะ
ซีตี้เหรอ
จึ๊ อุบาทว์
“คุณเย่ว์ครับ” จ็อบเดินเข้ามาพูดด้วยความนอบน้อม “คุณเย่ว์เพิ่งตื่น ทางนี้เตรียมอาหารเพื่อสุขภาพให้แล้ว เชิญมารับประทานได้ครับ”
“เอาสิ” ตี้อู่เย่ว์อาลัยอาวรณ์ “ลูกอวี๋ รอก่อนนะ”
ฉินหลิงอวี๋ส่ายมือ “ไปเถอะๆ”
พอตี้อู่เย่ว์ไปแล้วซีซาร์ก็ผายมือเชิญ “นั่งก่อนสิทั้งสองคน”
ฉินหลิงอวี๋กับอวี้เสวี่ยเซิงนั่งลง
จ็อบสั่งคนรับใช้ให้เอาน้ำชามาแล้วถึงออกไป
“ความจำเสื่อมจริงเหรอ” ซีซาร์พูด “มีความเป็นไปได้ที่ความจำจะกลับมาไหม”
“เย่ว์เย่ว์ความจำเสื่อมแล้ว” ฉินหลิงอวี๋พยักหน้า “แต่เมื่อกี้ฉันใช้พลังควบคุมความฝันตรวจดูความฝันของเธอในช่วงสองวันนี้ ภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นปรากฏซ้ำไปซ้ำมา ฉันว่าอีกไม่นานความทรงจำก็น่าจะฟื้นกลับมาแล้วนะ”
อวี้เสวี่ยเซิงก็พูด “คุณเย่ว์ความจำเสื่อมเป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่อยู่ภายใต้กลไกการป้องกันตนเองของสมอง วางใจได้ ฟื้นคืนความทรงจำไม่มีทางเกิดผลกระทบในด้านลบ”
ซีซาร์เงียบไปชั่วครู่ “พวกนายว่าตอนนั้นเธอคิดยังไง”
“คนเรามักเติบโตได้ในชั่วพริบตา” อวี้เสวี่ยเซิงยิ้มบาง “คุณเย่ว์ก็คือแบบนั้น”
ซีซาร์ตอบอืมเบาๆ “เธอยิ่งใหญ่มาก”
เขายืนขึ้น “ฉันจะไปกินข้าวเป็นเพื่อนเธอ พวกนายคุยกันไปก่อนนะ ไว้เดี๋ยวฉันพาเที่ยวฟลอเรนซ์”
“ดูท่าจักพรรดิของพวกเรากำลังจะมีจักรพรรดินีแล้ว” อวี้เสวี่ยเซิงยิ้ม “ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ”
“ใครใช้ให้พวกผู้วิเศษเป็นหมาโสดกันทั้งนั้นล่ะ” ฉินหลิงอวี๋พูด ทันใดนั้นก็เงยหน้าขึ้น “ทางเหมียนซีน่าจะอีกสองปี ผู้เฒ่าเนี่ยเป็นตายก็ไม่ยอมให้เนี่ยอี้รีบแต่งงาน เหมียนซียังอายุน้อยไป งั้นพวกเราเมื่อไรแต่งงาน พร้อมเย่ว์เย่ว์เลยไหม”
“ถ้าจะพร้อมคุณเย่ว์คงต้องรออีกสักพัก” อวี้เสวี่ยเซิงพูด “ด้วยนิสัยของตระกูลตี้อู่ พวกเขาไม่อยากให้คุณเย่ว์แต่งออกไปเร็วขนาดนั้นแน่นอน”
“ก็จริง” ฉินหลิงอวี๋บิดขี้เกียจ “ผู้ชายนี่นะ มีแต่จะทำให้ตำแหน่งดาราชั้นแนวหน้าของฉันสั่นคลอน”
เมื่อดาราชั้นแนวหน้ามีข่าวความรักออกไป ความนิยมก็จะตกอย่างรวดเร็ว
งั้นเธอตั้งหน้าตั้งตาทำงานไปก่อนแล้วกัน
“เสี่ยวอวี๋”
“อะไร”
พอเธอเงยหน้าขึ้น
ก็มีริมฝีปากประกบเข้ามา
ขณะเดียวกันเอวของเธอก็ถูกมือใหญ่โอบรัดแน่น ดึงเธอเข้าไปกอด
ตามมาด้วยการรุกเร้าอันยาวนาน
ฉินหลิงอวี๋เริ่มหายใจไม่ออก เอามือดันอวี้เสวี่ยเซิง “หายใจไม่ออกแล้ว”
เขาถึงได้ปล่อยเธอ ลมหายใจไม่มีผิดปกติ ยังคงยิ้มบาง “โทษที ห้ามใจไม่อยู่”
ฉินหลิงอวี๋ “…”
เธอไม่เชื่อคนเจ้าเล่ห์อย่างเขาเลยสักนิด
ด้านนอก
ซีซาร์จัดชุดสูทให้เรียบร้อย ถามก่อนเดินเข้าห้องอาหาร “งานประชุมจะมีเมื่อไร”
จ็อบเข้ามาเปิดเอกสารให้ “วันมะรืน วันที่เจ็ดมีนาคมครับ”
“อืม” ซีซาร์พยักหน้า “เลื่อนออกไปสองวัน วันนั้นฉันจะฉลองวันเกิดให้คนคนหนึ่ง”
เขารู้ว่าเธอได้รับความรักตั้งแต่เด็ก มีตี้อู่ชวน มีพี่ชายพี่สาวดูแล ไม่เคยขาดอะไร
แบบนี้ก็ดี ถูกหลอกยาก
…
วันต่อมา ประเทศจี
ศูนย์วิจัยยานอวกาศข้ามจักรวาล
เวลาพักผ่อนและทำงานของซีนายในช่วงนี้เป็นระบบมาก
ห้าทุ่มต้องขึ้นเตียงเข้านอน เที่ยงต้องกินอาหารกลางวัน
แม้แต่ชาร์ล็อตผู้ช่วยของเธอก็ยังตะลึงในความตรงเวลาของเธอ
ซีนายก็ไม่ได้อธิบาย ยิ่งไปกว่านั้นไม่ได้เปลี่ยนโทรศัพท์มือถือ
เธอเท้าคาง มองแอปฯ นั้นที่ไม่ว่าจะลบยังไงก็ลบไม่ออกอยู่สักพักจึงเข้าระบบหลังบ้านทำการเปลี่ยนชื่อแอปฯ ว่าคนหน้าไม่อาย
แบบนี้เลยเหมือนมีคนอยู่เป็นเพื่อนเธอด้วย
มีสายโทรเข้า
ซีนายกดรับ “สวัสดีค่ะอาจารย์”
“ลูกศิษย์ อาจารย์จะบอกให้นะ ศิษย์น้องของเธออยู่มหาวิทยาลัยตี้ตูใช่ไหมล่ะ” คณบดีนอร์แมนพูด “ทางนั้นจะส่งนักศึกษาของคณะคอมพิวเตอร์กับคณะเครื่องกลมาจำนวนหนึ่ง อาจารย์เตรียมแบ่งไปให้เธอดูแล เธอโอเคไหม”
ซีนาย “…อันที่จริงหนูอยากอยู่ว่างค่ะอาจารย์”
“ลูกศิษย์ เธอจะหมดความมุ่งมั่นแบบนี้ไม่ได้นะ” คณบดีนอร์แมนเกลี้ยกล่อม “เอาแบบนี้ งั้นเธอเลือกสองสามคนไปดูแลแล้วกัน ส่วนที่เหลืออาจารย์จะให้เกอร์เวนไปจัดสรรเอง”
“ค่ะ” ซีนายตอบ “อาจารย์เลือกมาให้ได้เลยค่ะ”
เธอกดตัดสาย กดเปิดวีแชทด้วยความเคยชิน
ตอนที่เห็นเลขสิบสีแดงปรากฏด้านขวาของหน้าต่างสนทนา เธอก็หยุดหายใจไปชั่วขณะ
ซีนายสงบสติอารมณ์สามวินาทีแล้วถึงกดดู
[คนหน้าไม่อายสะกิดไหล่คุณ บอกว่าเงินพวกนี้เป็นของคุณ]
ด้านล่างมีข้อความตามมาเป็นพรวน
นี่ก็แสดงว่านอร์ตันสะกิดเธอติดต่อกันสิบครั้ง
ซีนาย “…”
คนคนนี้เป็นอะไรของเขาเนี่ย!
สะกิดเธออยู่นั่นแหละ!
เมื่อวานซืนเธอเพิ่งเปลี่ยนข้อความแสดงตัวตนใหม่ เขาก็คิดจริงแล้ว
ยังไม่ทันที่ซีนายจะได้ส่งเครื่องหมายคำถามไป อีกฝ่ายก็ส่งมาสองข้อความ
[คนหน้าไม่อาย : ร้อนเงินเหรอ]
[คนหน้าไม่อาย : วันๆ ซื้ออะไร]
ซีนายคิดในใจ เธอไม่มีหัวข้อสนทนาร่วมกับคนหัวโบราณเลยจริงๆ
พูดกันว่าอายุห่างกันสามปีก็เหลื่อมล้ำเรื่องความคิดแล้ว นี่นอร์ตันแก่กว่าเธอไม่รู้ตั้งกี่ปี ช่องว่างระหว่างเธอกับเขาลึกกว่าร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาเสียอีก
ซีนายก้มหน้าพิมพ์
[ตั้งไปเรื่อยเปื่อย คุณจะทำไม]
[คนหน้าไม่อาย : อยากรู้ชีวิตช่วงนี้ของเธอ ไม่ว่ายังไงฉันก็เป็น…]
[คนหน้าไม่อาย : พ่อคนหนึ่ง]
ซีนาย “…”
เธอไม่อยากคุยกับเขาแล้ว
เธอกำลังจะกดออกแต่มือไปโดนปุ่มวิดีโอคอล
ยังไม่ทันที่เธอจะกดปิด เพิ่งมีเสียงดังทีเดียวอีกฝ่ายก็กดรับแล้ว
“ไง เด็กน้อย”
เสียงของนอร์ตันที่ทุ้มต่ำเย็นชาดังลอดออกมาจากโทรศัพท์
บนหน้าจอก็ปรากฏใบหน้าอันหล่อเหลา
เขายังคงแต่งตัวเรียบง่าย ผมสีดอกเลา ต่างหูกระดุมสีดำสองเม็ดสะท้อนแสงเล็กน้อย
คนตะวันตกจำนวนน้อยที่มีดวงตาสีเขียวเข้ม ไม่เพียงแต่จะไม่ดูไม่เข้ากับตัวเขา กลับช่วยเพิ่มเสน่ห์ของผู้ชายที่ดูเป็นผู้ใหญ่แล้วด้วยซ้ำ
มือของซีนายชะงัก ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ในใจโพล่งอยู่สองคำ
ซวย! แล้ว!
เธอเผลอไปกดโดยไม่ตั้งใจจริงๆ แต่ใช้เหตุผลนี้พูดกับคนหน้าไม่อาย คนหลงตัวเองแบบเขามีเหรอจะเชื่อ
นอร์ตันเลิกคิ้ว “ทำไม คิดถึงฉันเหรอ”
ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ เจือไปด้วยอารมณ์กวนประสาท
เปรียบเหมือนขนนกที่ปลิวมาสะกิดหัวใจ ชวนให้หวั่นไหวได้อย่างง่ายดาย
หัวใจของซีนายเหมือนถูกขโมยไปในชั่วพริบตา
“ใช่ ท่านอัศวินรถม้าที่รัก” สีหน้าของเธอเรียบเฉย น้ำเสียงก็ราบเรียบ “ฉันคิดถึงท่านมากเหลือเกิน คิดถึงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ ก็เลยโทรถามสารทุกข์สุขดิบเสียหน่อย”
ผมสีบลอนด์ของเธออ่อนนุ่ม ปลิวมาถูกหน้าจอเรื่อยๆ
คล้ายตกลงบนฝ่ามือของเขา
นอร์ตันหรี่ตามอง “ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าเธอตัดคำว่าท่านอัศวินรถม้าทิ้งได้”
อานุภาพของคำพูดรุนแรงกว่าตอนเป็นข้อความ
พอได้ยินเขาพูดเองแบบนี้ หูของซีนายก็ร้อนผ่าว เริ่มแดงเล็กน้อย
เธอเปลี่ยนมือที่จับโทรศัพท์ มือขวาหยิบเอกสาร “ไม่เท่ากับเป็นการไม่เคารพเหรอคะ”
“จึ๊” ได้ยินเสียงแสยะยิ้มของเขา “ทำไมเมื่อก่อนไม่เห็นเธอทำตัวเคารพแบบนี้ เด็กน้อย เธอเป็นคนสองหน้าเหรอ”
ซีนายเปลี่ยนเรื่องคุย “คุณยังอยากได้ปืนเลเซอร์ไหม ฉันส่งไปให้เอาไหม”
“ไม่เป็นไร เธอไม่รู้ว่าฉันอยู่ไหน” นอร์ตันตอบ “ฉันให้คนโอนเงินให้เธอแล้ว เปลี่ยนข้อความแนะนำตัวซะนะ เข้าใจไหม”
“ไม่เอา” ซีนายปฏิเสธ แต่ก็ถามต่อ “จะให้เปลี่ยนเป็นอะไร”
นอร์ตันวางสาย ส่งภาพแคปหน้าจอมาให้เธอ
บนนั้นมีข้อความว่า
[คุณหยิกแก้มเธอพร้อมพูดว่ากินอะไรถึงได้น่ารักแบบนี้]
[คนหน้าไม่อาย : เปลี่ยนเป็นแบบนี้ดีกว่า]
ซีนาย “…”
คน! คน! นี้!
บอกว่าเขาหน้าไม่อายยังดูให้เกียรติเกินไปเลย!
คราวนี้ซีนายคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ เริ่มทำงานด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
แต่ใบหน้าของเธอยังคงร้อนผ่าว
“ว้าว อาจารย์ซีนาย เมื่อกี้แฟนหรือเปล่าคะ” ชาร์ล็อตแค่รีบมองตอนเข้ามา “หล่อมากเลยค่ะ ฉันว่าหล่อกว่าผู้กุมอำนาจตระกูลลอเรนท์อีกนะคะ หลักๆ คือฉันชอบแบบหล่อเรียบหรู!”
“ไม่ใช่ คือฉัน…” ซีนายหยุดคิดเล็กน้อย “ญาติน่ะ ก่อนหน้านี้ฉันไม่มีบ้านอยู่ระยะหนึ่ง เขาเอาฉันไปอยู่ด้วย”
“อ๋อๆ มิน่าล่ะ” ชาร์ล็อตพูด “เมื่อกี้ฉันอยากพูดว่าพวกคุณเหมือนสามีภรรยากันเลยค่ะ ในเมื่อเป็นญาติกัน บอกว่าหน้าตาคล้ายก็สมเหตุสมผลอยู่นะคะ”
ซีนายชะงักแบบที่เห็นได้ยาก “เหมือน…สามีภรรยาเหรอ”
“ใช่ค่ะ สีผมของพวกคุณคล้ายกันอยู่นะคะ” ชาร์ล็อตหยิบใบรายชื่อออกมา “นี่เป็นรายชื่อที่คณบดีนอร์แมนฝากมาให้อาจารย์ค่ะ พรุ่งนี้พวกเขาจะมาถึงศูนย์วิจัย”
“โอเค” พอซีนายเข้าสู่โหมดทำงานก็ลืมเรื่องอื่นไปหมด “วางไว้ตรงนี้เดี๋ยวฉันดู”
ชาร์ล็อตวางเอกสารบนโต๊ะแล้วออกจากห้องทำงาน
ซีนายหยิบขึ้นมาดูเสร็จก็ครุ่นคิด
สาเหตุที่สร้างยานอวกาศข้ามจักรวาลออกมาไม่ได้สักทีก็เพราะเกี่ยวพันถึงหลายด้าน แถมคนเก่งๆ ที่มาช่วยงานได้ก็มีน้อยมาก
ลำพังแค่คณะเครื่องกลกับคณะคอมพิวเตอร์ก็ยังไม่พอ
จักรวาลไม่เหมือนโลก แค่ด้านอาหารก็มีเงื่อนไขที่โหดมากแล้ว
“เซ่าอิ่ง” ซีนายครุ่นคิดแล้วกดโทรออก “เดี๋ยวฉันจะออกจดหมายเชิญให้ฉบับหนึ่ง จะส่งถึงในวันพรุ่งนี้ นายไปที่มหาวิทยาลัยตี้ตูหน่อย เอาจดหมายฉบับนี้ให้พี่สาวลูกพี่ลูกน้องของอาอิ๋ง”
“ใช่ คนที่อยู่ตระกูลจี้ แซ่จี้ ชื่อหลี เธออายุเท่านาย น่าจะเข้ากันได้”
เซ่าอิ่งที่อยู่ปลายสายตอบรับ “ครับน้าเล็ก ถ้าเธอตกลง ไว้ถึงเวลาผมจะไปพร้อมเธอครับ”
“อืม” ซีนายพยักหน้า “รบกวนด้วย”
เธอหยิบปากกาขึ้นมาหมุนแล้วเริ่มเขียนกำหนดการของวันนี้
เมื่อซีนายได้สติกลับมาอีกครั้ง บนกระดาษกลับเขียนชื่อหนึ่ง
นอร์ตัน ฟรานซิส
เขียนติดกันตั้งหลายครั้ง
ซีนายพิงเก้าอี้ นวดศีรษะ ถอนหายใจ
แย่แล้ว
ดูเหมือนเธอจะชอบคนคนหนึ่งเข้าจริงๆ
…
เช้าตรู่วันที่เจ็ดมีนาคม
ตระกูลหลัวมาถึงฟลอเรนซ์
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขามาเมืองที่หลอมรวมภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมไว้ด้วยกัน
พ่อหลัวพูด “หรูหราจริงๆ สมกับเป็นตระกูลลอเรนท์”
หลัวจื่อชิวเห็นด้วยอย่างยิ่ง
เขามองไปรอบตัวพลางเปิดแผนที่ดู
ทันใดนั้นหลัวจื่อชิวก็ชะงัก มองไปข้างหน้าอย่างอึ้งๆ
พอเห็นไม่มีเสียงตอบอยู่นานพ่อหลัวจึงถามด้วยความแปลกใจ “จื่อชิว มองอะไรอยู่”
หลัวจื่อชิวไม่ตอบ สีหน้าตะลึงหนัก
รถลินคอล์นคันหนึ่งวิ่งเข้ามาจอดข้างถนน ประตูเปิดออก ตี้อู่เย่ว์ลงมาจากรถ