คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 28 จูบเบา หวั่นไหว จีบเธอ
บทเสริมตอนที่ 28 จูบเบา หวั่นไหว จีบเธอ
ท่าทางต่อเนื่องทำให้ซีนายตั้งตัวไม่ทัน
กว่าเธอจะตั้งตัวได้ก็ถูกนอร์ตันกอดไว้แน่นแล้ว
กลิ่นอายความเย็นจากตัวเขาโอบล้อมเธอ แต่เนื้อตัวของเขากลับร้อนจี๋เพราะพิษไข้
ซีนายตัวแข็งทื่อ แน่นิ่งไปทีละนิด
สมองของเธอที่สุขุมมีสติมาตลอดเริ่มส่งเสียงแจ้งเตือน
ดังอยู่สองครั้งก็ปิดประตูลงอย่างสิ้นเชิง
สมองประกาศปิดตาย นึกคิดอะไรไม่ออกแล้ว
เธอตัวแข็งค้างอยู่แบบนั้นถึงห้านาทีเต็มๆ กว่าจะเริ่มดึงสติกลับมาได้
แต่ยังคงถูกกอดแน่นไว้แบบนั้น
นอร์ตันหลับตาสนิท ขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่มีท่าทีจะตื่น
ซีนายลองดันหน้าอกของเขาออกด้วยแรงที่มากที่สุด แต่เขาก็ไม่ขยับออกแม้แต่น้อย
ร่างกายของผู้ชายหนักและแข็งเหมือนเหล็ก ดั่งขุนเขาที่ไม่ขยับเขยื้อน
ต่อให้เป็นเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่เธอยังไม่กลับคืนสภาพ ก็ยังไม่เคยใกล้ชิดกับเขาแบบนี้มาก่อน
เขาดีต่อเธอมาก มีการแตะเนื้อต้องตัว แต่ก็รู้กาลเทศะ เป็นความเอ็นดูแบบที่ผู้ใหญ่มีต่อเด็ก
มีแค่อุ้มหรือหิ้วเธอเดินไป หรือไม่ก็ให้เธอพิง
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นใบหน้าของเขาใกล้ๆ
พันธุกรรมของเมืองแห่งโลกซับซ้อนมาก แต่ไหนแต่ไรมาไม่มีการแบ่งเชื้อสายของมนุษย์
ถ้าจัดตามกฎเกณฑ์ของเจ็ดทวีปสี่มหาสมุทร ถึงแม้เธอกับลูเอลจะเป็นพี่น้องกัน แต่ใบหน้าของลูเอลกลับเหมือนคนตะวันออกอย่างแท้จริง
ส่วนเธอมีดวงตาสีน้ำเงิน สีผมก็เป็นแบบที่หาได้ยาก
ซีนายยอมรับว่าเธอชอบหน้าตาแบบคนตะวันตกมากกว่า
ซึ่งก็พอดี นอร์ตันอยู่ในเกณฑ์ตรงตามแบบที่เธอชอบ
ผมสั้นสีดอกเลาเปียกชื้น แนบสนิทกับใบหน้า
เส้นกล้ามที่เห็นอยู่ลางๆ
มีเสน่ห์เย้ายวนอย่างน่าประหลาด
เหมือนเหนื่อยแล้ว นอร์ตันก้มหน้าลง ราวกับอยากซุกบ่าของเธอ
แต่ริมฝีปากกลับเลื่อนผ่านแก้มและดวงตาของเธออย่างไม่ตั้งใจ
เท่ากับจูบเบาๆ สองครั้ง
ซีนายรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลและเย็นเฉียบอย่างชัดเจน ค่อยๆ แผ่ซ่านทีละนิด
เวลานี้หัวใจของเธอสูญเสียสมดุลจนหมดสิ้น เต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง
ตึกตึกตึก
แทบจะหลุดจากหน้าอก
สมองของซีนายเหลือเพียงสองคำ
แย่ แล้ว
เธอถูกยั่วยวน
ไม่ได้!
ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปเธอนี่แหละที่จะควบคุมตัวเองไม่ได้ก่อน
ซีนายลังเลว่าจะใช้อาวุธหน่อยดีไหม
ทันใดนั้นนอร์ตันก็ลืมตาขึ้น
ดวงตาสีเขียวเข้มทอประกายเล็กน้อย คล้ายดวงดาวบนท้องฟ้าและน้ำวน
ลึกลับ ลุ่มลึก ชวนหลงใหล เดาทางไม่ถูก
ดึงดูดความสนใจทั้งหมดจากซีนายได้อย่างง่ายดาย ทำให้เธอละสายตาไปไหนไม่ได้
ลมหายใจของซีนายหยุดชะงัก หัวใจเหมือนถูกควักออกไปในชั่วพริบตา
นอร์ตันมองเธอราวกับมองเหยื่อที่เป็นของตัวเอง หรี่ตาเล็กน้อย
เหมือนเตรียมถลกหนัง
ซีนายเกร็งตัวแนบชิดเตียง “คุณ…”
ไม่กี่วินาทีถัดมาเขาก็หลับตาลง ละสายตาที่คุกคามอย่างหนักหน่วง ก้มศีรษะลง
เขาไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น แค่กอดเธอไว้
เหมือนกอดตุ๊กตาเด็กฝรั่ง คางเกยอยู่บนบ่าเธอ มืออีกข้างยังลูบศีรษะของเธอ
เธอรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่ผมของเขาเคลื่อนผ่านผิวของเธอ ทิ้งความวาบหวิวเอาไว้
“คุณ…” ซีนายเริ่มดิ้น กัดฟันพูด “ปล่อยนะ!”
นอร์ตันไม่ขยับ
“รีบปล่อยฉัน ฉันจะไปเอายาให้คุณ รู้หรือเปล่าว่าตัวเองป่วยแล้ว”
นอร์ตันเงยหน้าขึ้นอย่างอาดๆ เหลือบมองเธอ
จากนั้นก็พลิกตัว เปลี่ยนเป็นนอนตะแคงข้าง แต่กลับกอดเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม
เห็นได้ชัดว่าสติยังคงเลือนราง ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไร
ซีนาย “…”
เป็นคนแบบไหนกันเนี่ย!
เธอคลำกดปุ่มบนนาฬิกาข้อมือ
เรียกหุ่นยนต์ขนาดเล็กออกมาหนึ่งตัว สั่งให้มันไปเอาตุ๊กตามาจากห้องเก็บของ
หุ่นยนต์ส่งเสียงกุกกักวิ่งไป
ระหว่างนั้นซีนายก็ยังคงพยายามดันต่อ สุดท้ายจำต้องยอมรับชะตากรรม
จนกระทั่งหุ่นยนต์ส่งเสียงกุกกักวิ่งกลับมา สองมือชูตุ๊กตาหมีกระโดดโลดเต้น
ซีนายยื่นมือข้างหนึ่งออกไปด้วยความทุลักทุเล รับตุ๊กตามาจากหุ่นยนต์ จากนั้นก็ค่อยๆ ยัดให้นอร์ตันกอดแทน
นอร์ตันรู้สึกได้ถึงสัมผัสที่เปลี่ยนไปในอ้อมกอด คิ้วจึงขมวดแน่นกว่าเดิม
แต่เนื่องจากยังมีไข้อยู่ สุดท้ายเขาก็ไม่มีแรงขยับอีก สะลึมสะลือผล็อยหลับไป
ในที่สุดซีนายก็ดิ้นหลุด เธอเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก หายใจหอบเล็กน้อย
เธอทรุดนั่งลงบนพื้นสักพัก จากนั้นถึงได้เปลี่ยนผ้าหมาดให้นอร์ตัน
ครั้งนี้ซีนายมีความระแวง นั่งห่างจากเตียงสองเมตร
หนึ่งชั่วโมงต่อมาอุณหภูมิของร่างกายนอร์ตันก็มีแนวโน้มลดลง ใบหน้าก็ไม่ได้แดงเท่าไรแล้ว
ซีนายถึงได้โล่งอก
“อาอิ๋ง ไม่ต้องมาแล้วล่ะ” เธอกดโทรหาอิ๋งจื่อจิน “มีความสุขในวันคริสต์มาสอีฟนะ”
วันนี้ฉลองเทศกาล เนื่องจากอิ๋งจื่อจินปลีกตัวจากโปรเจ็กต์ไม่ได้ ฟู่อวิ๋นเซินจึงบินจากประเทศจีนมาหาโดยเฉพาะ
เรื่องที่เธอจัดการเองได้ก็ไม่ต้องรบกวนพวกเขา
ซีนายเท้าคาง มองผู้ชายที่หลับลึกตรงหน้า เธอถอนหายใจเบาๆ แล้วลุกไปเปลี่ยนผ้าหมาดต่อ
งั้นเธอก็ยอมลำบากหน่อย ดูแลคนหน้าไม่อายคนนี้ไป
…
เที่ยงวันต่อมา
แสงแดดอบอุ่นสาดส่องเข้ามาภายในห้องนอน
นอร์ตันลืมตาขึ้นช้าๆ
เขานอนนิ่งๆ อยู่อีกสักพักถึงลุกขึ้นมานั่ง
นอร์ตันสะบัดหัว แต่งตัวลงไปชั้นล่าง
เขากวาดตามองไปทั่วบ้าน
ภายในบ้านเงียบสงบ ไม่มีใครอีกนอกจากเขา
นอร์ตันเดินเข้าห้องครัว สายตาเหลือบเห็นกระดาษโน้ตที่ติดอยู่บนตู้เย็น
เขาหันไปอ่าน
เป็นลายมือที่คุ้นเคย
[ในตู้เย็นมีโจ๊ก อุ่นร้อนก่อนค่อยกิน ห้ามกินเบียร์]
มุมขวาล่างยังวาดรูปปืนไว้
ความหมายประมาณว่า ถ้าเขาไม่ทำตามเธอจะระเบิดหัวเขาทิ้ง
นอร์ตันหลุบตาลง อารมณ์กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
เขาฉีกกระดาษโน้ตทิ้ง “จึ๊ จุ้นจ้านจริงๆ”
ถึงแม้จะพูดแบบนั้น แต่เขาก็ยังคงเปิดตู้เย็น หยิบโจ๊กในนั้นออกมาอุ่น
มองผิวเผินโจ๊กชามนี้ก็ดูปกติดี
แต่หากสังเกตพื้นห้องครัวจะพบรอยสมรภูมิรบ
นอร์ตันกินโจ๊กหนึ่งคำ สีหน้าชะงัก
ใช้ได้ อย่างน้อยก็ยังกินได้ ไม่ถึงกับตาย พัฒนาขึ้น
เขากินโจ๊กเสร็จก็นั่งพิงเก้าอี้
พอสมองโล่ง ความทรงจำเมื่อคืนก็กลับมาทันที
เขานึกถึงตอนที่เธอพยายามลากเขาขึ้นเตียง รวมถึงที่เธอป้อนยาเขา
นึกถึงตอนที่เขากอดเธอ กอดทับร่างกายเธอ
เขายังจูบเธอตอนไม่มีสติ แม้จะไม่ได้เป็นการประกบปากก็ตาม
ดูเหมือนสัมผัสนั้นจะยังคงอยู่
เป็นครั้งแรกที่หัวใจของนอร์ตันเต้นอย่างหนักหน่วง ร่างกายหดเกร็งในชั่วขณะ
เขารู้ว่าตัวเองไม่ได้ไข้ขึ้นสูงธรรมดา
แต่เป็นอาการเรื้อรังที่หลงเหลือจากการถูกเอาตัวเป็นหนูทดลองในตอนนั้น
ในชาตินี้เขาเรียนวิชาเล่นแร่แปรธาตุกับเดมอนนักปรุงยาพิษอันดับหนึ่งของวงการมาตั้งแต่อายุสามขวบ
เดมอนมักใช้เขาทดลองยา
จากไม่กี่ครั้งในช่วงแรกไปจนถึงบ้าคลั่งในช่วงหลัง
เพราะเดมอนสังเกตเห็นว่าเขาฟื้นตัวด้วยตัวเองได้เร็วมาก
นานวันเข้าร่างกายของเขาก็มีสารพิษเล่นแร่แปรธาตุมากขึ้นเรื่อยๆ
เดิมทีผมของเขาเป็นสีดำ พอถูกเดมอนเอาเป็นหนูทดลองสีผมก็ค่อยๆ กลายเป็นสีเทา ไม่มีโอกาสกลับไปเป็นแบบเดิมอีก
เดิมทีดวงตาของเขาเป็นสีน้ำตาล ต่อมาก็กลายเป็นสีเขียวเข้ม เพราะพิษที่เคยโดน
ดังนั้นในคืนวันคริสต์มาสอีฟเขามักจะเจอกับอาการป่วยในระดับที่แตกต่างกัน
อาจมีไข้สูง หรือไม่ก็รู้สึกสะอิดสะเอียน
นี่เป็นอาการที่ต่อให้พลังและความทรงจำของผู้วิเศษกลับมาแล้วก็ไม่หายไป
เขาบอกให้เธอออกไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน อีกทั้งยังบอกว่าเขาไม่อยู่ ก็เพื่อป้องกันเธอมาเห็น
เขาไม่คิดว่าเธอจะกลับมา ทั้งยังดูแลเขาตลอดทั้งคืน
แถมเขายังฉวยโอกาสกับเธอ
เมื่อก่อนไม่เคยมีใครดูแลเขาแบบนี้ เขาอยู่ตัวคนเดียวมาตลอด
นอร์ตันหลุบตาลง กดเปิดโทรศัพท์มือถือ
พื้นหลังหน้าจอเป็นรูปเด็กผู้หญิงวัยหกขวบนั่งอยู่บนม้าหมุนด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ใบหน้าเย็นชา
เป็นรูปที่ถ่ายจากคราวก่อนตอนเขาพาเธอไปเที่ยวสวนสนุก
ไปเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย
เขาไม่เหมือนอิ๋งจื่อจินกับซีซาร์ ไม่ได้รู้สึกสนใจเทคโนโลยีต่างๆ ของยุคสมัยใหม่
โทรศัพท์มือถือของเขาเครื่องนี้ก็ซื้อพร้อมซีนายตอนนั้น
เพราะกลัวเธอหลงทางหายไป เขาตั้งใจซื้อแบบที่ระบบของโทรศัพท์ทั้งสองเครื่องเชื่อมโยงกัน
ต่อมาเธออาจลืมเรื่องนี้ไปแล้ว และก็ไม่รู้ว่าแอปฯ แจ้งเตือนนั่นก็เป็นเขาที่ส่งผ่านระบบเข้าไปในเครื่องของเธอ
เขาไม่ได้บอกใคร ครั้งนี้เขากลับมาจากโลกเล่นแร่แปรธาตุ เขาบาดเจ็บอยู่ไม่น้อยเพื่อฆ่าเดมอนอาจารย์ของเขา
ทำให้พลังของเขาถดถอยลงเป็นการชั่วคราว
เดิมทีเขากะกลับไปพักฟื้นที่มหาวิทยาลัยนอร์ตัน มาประเทศจีก็แค่เพื่อเอาส่วนประกอบเล่นแร่แปรธาตุให้อิ๋งจื่อจิน และก็แวะเยี่ยมซีนายที่เคยดูแลมาครึ่งปี
ต่อมาเขาก็เปลี่ยนใจ เลือกอยู่ที่ประเทศจีต่อ เปิดเทอมปีหน้าค่อยกลับมหาวิทยาลัยนอร์ตัน
เขายังไม่อยากไปจากซีนาย อยู่ดูเธอสักสองสามเดือนก็ยังดี
ท่ามกลางวันเวลาอันยาวนาน ไม่เคยมีใครใช้ชีวิตอยู่กับเขานานขนาดนี้มาก่อนนอกจากซีนาย
เด็กน้อยน่ารักน่าเอ็นดู พอกลับคืนร่างผู้ใหญ่ก็ยังคงสวยเหมือนเดิม
เธอควรค่าให้คนมากมายรุมรัก
มีเขาเพิ่มอีกสักคนก็ไม่เป็นไร
แต่เวลานี้อยู่ๆ นอร์ตันก็พบว่า ดูเหมือนเขาจะรู้สึกกับเธอไม่เหมือนเดิม
เรื่องเมื่อคืนเป็นที่ประจักษ์ อยากลืมก็ลืมไม่ลง
นอร์ตันสะบัดหน้า เดินไปที่หน้าตู้เย็นอีกครั้ง
เขาไม่เชื่อฟังคำพูดของซีนาย เปิดเบียร์หนึ่งขวดแล้วดื่มหมดอย่างรวดเร็ว
เขาไม่ได้แพ้แอลกอฮอล์ แต่เป็นเพราะอาการเรื้อรังที่หลงเหลือจากการเป็นหนูทดลอง
นักเล่นแร่แปรธาตุสุดโต่งมาตลอด เดมอนก็ไม่มีข้อยกเว้น
ตอนเดมอนทดลองยาก็มักจับเขากรอกเหล้าขาวปริมาณมาก
ระบบประสาทของเขาจึงถูกทำลายเพราะแบบนี้
หลังจากหลุดพ้นจากเดมอน นอร์ตันก็ไม่เคยแตะต้องเหล้าอีก มีบ้างที่จิบคำสองคำเพื่อย้ำเตือนตัวเองไม่ให้ลืมอดีต
นี่เป็นการดื่มครั้งแรกหลังจากไม่ได้ดื่มมานาน
แต่หนึ่งขวดหมดไป ฤทธิ์แอลกอฮอล์ไม่ได้ทำให้สมองเบลอ ความคิดกลับกระจ่างชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ
ความรู้สึกแปลกๆ นั้นโผล่ขึ้นมา ค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ สุดท้ายปกคลุมไปทั่วทุกเซลล์ของร่างกาย
นอร์ตันโยนขวดเบียร์ทิ้ง
เพล้ง ขวดเบียร์ตกกระแทกพื้นแตกกระจายคนละทิศละทาง
เขายืนเงียบอยู่ตรงหน้าต่าง มองภูเขาที่อยู่ไกลๆ
เศษขวดบาดฝ่ามือเขา เลือดไหลซึมออกมาทีละหยด
เขาไม่ได้ใช้พลังพิเศษของผู้วิเศษมาปกป้องตัวเอง
และก็เหมือนไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด ปล่อยให้เลือดไหลไปแบบนั้น
หลังจากผ่านไปนาน นอร์ตันก็ขยับตัว
สมองของเขาเริ่มไม่กระจ่างเท่าไรแล้ว
โทรศัพท์มือถือดังขึ้นในเวลานี้
นอร์ตันเหลือบมอง
เด็กไม่รู้จักโต : [ฉันจะบอกนายให้นะเจ้าบื้อ ฉันน่ะผ่านด่านทดสอบของผู้เฒ่าชวนแล้ว ยอมให้ฉันจัดงานแต่งกับเย่ว์เย่ว์แล้วด้วย รอปีหน้าเย่ว์เย่ว์อายุครบยี่สิบพวกเราก็จะแต่งงานกัน]
เด็กไม่รู้จักโต : [ฉันเลยมาบอกนายไว้ก่อน (อวดๆ)]
สีหน้าของนอร์ตันเรียบเฉย เขาค่อยๆ พิมพ์ข้อความ
[คิดมากแล้ว ไม่แน่ฉันอาจแต่งก่อนนาย พนันกันไหมล่ะ]
เด็กไม่รู้จักโต : [?]
นอร์ตันไม่ตอบ สีหน้าเหนื่อยหน่าย
ในเมื่อสมองเริ่มไม่มีสติ เขาก็ไม่ถือสาที่จะทำตัวไร้สติต่อไป
เพียงแต่พอทำจริงมันค่อนข้างจะยากอยู่สักหน่อย
ครั้งนี้เขารู้สึกได้ถึงความห่างเหินที่ซีนายมีต่อเขาอย่างชัดเจน
นอร์ตันหลุบตาลง เริ่มคิดจริงจังว่าเขาเคยทำอะไรที่เกินไปไว้ เธอถึงได้ทำตัวห่างเหิน
เด็กไม่รู้จักโต : [เจ้าบื้อ นายพูดมาให้รู้เรื่อง! เห้ย! นายมีคนที่ชอบแล้วเหรอ ใคร อายุเท่าไร!]
เด็กไม่รู้จักโต : [นายเป็นวัวแก่กินหญ้าอ่อนหรือเปล่า ไม่ถูกสิ ข้างตัวนายยังมีผู้หญิงอื่นนอกจากเด็กผู้หญิงหกขวบอีกเหรอ ไม่นับบอส เวลาเธอโหดขึ้นมาไม่ใช่ผู้หญิง]
ซีซาร์ยังไม่ทันได้ส่งข้อความต่อก็มีเครื่องหมายตกใจสีแดงเด้งขึ้นมาเพื่อเตือนว่าเขาถูกบล็อก
ซีซาร์ “…”
อะไรวะ!
มันบื้อจริงๆ
เขาจะไปฆ่าทิ้ง!
…
เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนวันคริสต์มาสอีฟทำให้ซีนายไม่กลับบ้านต่อเนื่องห้าวัน
เธอเองก็จงใจเลี่ยงทุกเรื่องและข้อความที่เกี่ยวกับนอร์ตัน
ถึงขั้นที่ตอนชาร์ล็อตกำลังจะพูดถึงมหาวิทยาลัยนอร์ตันเธอก็เบรกไว้ก่อน
มาถึงวันนี้วันที่ยี่สิบเก้าธันวาคม เธอยังคงหมกมุ่นอยู่กับงาน
จนกระทั่งอัลฟอนโซมาหาเธอด้วยตัวเอง ซีนายถึงนึกได้ว่าเธอชวนเขาไปดูนิทรรศการเทคโนโลยีที่เพิ่งมาเปิดในประเทศจี
นิทรรศการเทคโนโลยีที่ว่านี้จัดขึ้นด้วยความร่วมมือขององค์กรทางด้านเทคโนโลยีระดับนานาชาติ มีผู้สนใจที่มาจากประเทศอื่นอยู่ไม่น้อย
แต่สำหรับซีนายแล้ว นิทรรศการเทคโนโลยีไม่มีอะไรน่าดูเท่าไร
เธอก็แค่อยากลองเปิดโอกาสดู
เธอถอดชุดวิจัยออก พยักหน้าเบาๆ “ไปค่ะ”
อัลฟอนโซดูดีใจอย่างเห็นได้ชัดที่ได้เดตกับซีนายเป็นครั้งที่สอง
พูดชวนคุยไม่หยุดตลอดทาง
แต่ซีนายกลับใจลอยตลอด
เธอนึกถึงค่ำคืนที่ชวนหวั่นไหวคืนนั้น ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวเล็กน้อย
คนหน้าไม่อาย
สัตว์ป่า!
รังแกเธอไม่พอ ยังฉวยโอกาสอีก
ห้าวันที่ผ่านมานี้ไม่มีคำขอโทษสักคำ
เธอไม่รู้จริงๆ ว่าเขาคิดอะไรอยู่
ทั้งสองคนเดินออกมาจากนิทรรศการเทคโนโลยี อัลฟอนโซชวนซีนายกินข้าวอีกครั้ง
ซีนายสั่งไวน์แดง
เธอจิบไปหนึ่งคำอารมณ์ก็ค่อยๆ สงบลง
หลังจากสั่งอาหารเสร็จทั้งสองคนก็อยู่ในสถานการณ์ที่นิ่งเงียบไม่มีใครพูดอะไร
อัลฟอนโซชอบซีนายมาก แต่ก็รู้สึกล้มเหลวอยู่พอสมควร
เพราะเขาพบว่าไม่ว่าเขาจะชวนคุยอะไร ซีนายก็เดาทางได้หมด ถึงขั้นที่พูดศัพท์ใหม่ที่เขาไม่เข้าใจ
แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่จากการเดตสองครั้งนี้ก็ทำให้อัลฟอนโซรู้ว่าความรู้ของซีนายอยู่เหนือเขาไปไกลมาก
ทันใดนั้นอัลฟอนโซก็พูดขึ้น “คุณซีนายครับ นั่นใช่พี่ชายคุณหรือเปล่าครับ”
ซีนายอึ้ง “หา”
เธอมองตามสายตาของอัลฟอนโซ แววตาวูบไหว
วันนี้เขาสวมเสื้อโค้ทสีดำ สไตล์วินเทจสุขุมเย็นชา
ไหล่กว้างเอวคอด สองขาเรียวยาว
หุ่นเทียบได้กับนายแบบซูเปอร์โมเดลระดับโลก
มีเสียงผู้หญิงรอบๆ แอบกรี๊ดเบาๆ
นอร์ตันกวาดตามอง สายตาหยุดอยู่ที่ซีนายสามวินาทีก็สาวเท้าเดินเข้าไป
มือของซีนายแข็งทื่อ
ห้าวันมานี้เธอจงใจหลบหน้าเขาแล้ว ทำไมถึงยังบังเอิญมาเจอกันที่นี่ได้
ถ้ารู้ว่าจะเจอนอร์ตัน เธอไม่มีทางมากินข้าวที่นี่แน่นอน
ใบหน้าของซีนายร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ
เรื่องเดียวที่เธอรู้สึกโชคดีก็คือ เธอไม่มีทางหน้าแดงก่ำ ใครก็มองไม่ออก
“สวัสดีครับคุณเรนเกล” อัลฟอนโซเป็นฝ่ายทักทายก่อน “พวกเราเพิ่งสั่งอาหารเสร็จ กินด้วยกันไหมครับ”
นี่เป็นเพียงคำชวนตามมารยาท
ใครก็ตามที่รู้จักเฉลียวใจหน่อยก็จะไม่มีทางรบกวน
นอร์ตันมองอัลฟอนโซ ไม่ได้แก้คำเรียกให้ถูกต้อง ยิ้มพลางพูด “เอาสิ”
พูดจบเขาก็นั่งลงหน้าตาเฉย ทั้งยังนั่งข้างซีนาย
อัลฟอนโซชะงัก นึกไม่ถึงว่านอร์ตันจะไม่เล่นไปตามบท
แต่เขาก็ไม่ได้ถือสาเท่าไร
นี่เป็นคนในครอบครัวของซีนาย ต่อไปก็ต้องได้เจอหน้ากันอยู่แล้ว พยายามทำคะแนนไว้ดีกว่า
“คุณเรนเกลชอบกินอะไรครับ” อัลฟอนโซเรียกพนักงานมาอีกรอบ “ผมเลี้ยงเอง”
“อะไรก็ได้” นอร์ตันไม่มองอัลฟอนโซอีก เอาแต่มองซีนาย ทำเสียงจึ๊
ทำตัวห่างเหินกับเขาจริงด้วย ไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา
ซีนายก้มหน้า รู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องอยู่
ร้อนแรง ระอุ เจือด้วยความรุกเร้าและมีพลังจู่โจม
เธอเกร็งหนักกว่าเดิม
เขาคงไม่ได้มองอะไรออกจริงๆ ใช่ไหม
ซีนายแน่ใจได้ว่าตัวเองไม่ได้แสดงพิรุธอะไร
“ไม่ทราบว่าคุณเรนเกลเป็นคนที่ไหนครับ” อัลฟอนโซทำลายความเงียบ ยิ้มถาม “ขอถามได้ไหมครับว่าคนที่นั่นเป็นอย่างไร ใช้ชีวิตกันแบบไหน”
ซีนายเป็นคนพูดน้อย เขาถามยืดยาวก็ตอบแค่ไม่กี่คำ
คงต้องหาข้อมูลจากพี่ชายของเธอแทนแล้ว
นอร์ตันพิงเก้าอี้ เขาเหลือบมองซีนายที่เอาแต่ก้มหน้ากิน ทันใดนั้นก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง “อืม ที่ที่พวกเราอยู่ หากว่ากันตามกฎหมาย พี่ชายกับน้องสาวที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกันสามารถแต่งงานกันได้”
เกิดความเงียบขึ้นมาทันที