คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 4 คนใหญ่คนโตรวมตัว ค่ำคืนเข้าห้องหอ
บทเสริมตอนที่ 4 คนใหญ่คนโตรวมตัว ค่ำคืนเข้าห้องหอ
แต่ไหนแต่ไรมาอิ๋งจื่อจินไม่ค่อยสวมกระโปรง มีบ้างบางครั้งที่สวมกระโปรงสไตล์ออกกำลังกายกับรองเท้าขาว
กระโปรงยาวลากพื้นแบบนี้เธอเพิ่งใส่เป็นครั้งแรก
ชุดเจ้าสาวสีแดงสดช่วยขับให้ใบหน้าของเธอที่เดิมก็งดงามมากอยู่แล้วยิ่งชวนต้องมนต์สะกด
ชุดแดงดุจเพลิง ใบหน้าดุจภาพวาด
แสงแดดที่นอกหน้าต่างส่องมากระทบตัวเธอ เหมือนมีแสงทองฉาบอยู่หนึ่งชั้น
ผิวพรรณขาวผ่องของเธอเนียนใสดุจหยก ริมฝีปากแดงกำลังดี คล้ายตะวันที่ใกล้ลับขอบฟ้า มีไล่สีให้อ่อนลง
ฟู่อวิ๋นเซินรู้ว่าเธอสวยอยู่แล้ว
แต่เธอในแบบนี้เขาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
เมื่อก่อนเคยเห็นแค่ในฝัน แต่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาจริงแท้แน่นอน
หากเป็นเขาคนก่อน ทั้งหมดนี้คือการหวังเกินตัว
นิ้วเรียวยาวของเขาลูบไล้ใบหน้าเธอ แนบชิดกับหน้าผากของเธอ พูดด้วยเสียงแหบแห้งเล็กน้อย “เยาเยา”
“หืม?” แววตาของอิ๋งจื่อจินวูบไหว
นี่คือการแต่งงานครั้งแรกของเธอ
เธอให้ความสำคัญมาก
“ไปเถอะ” มือของฟู่อวิ๋นเซินเลื่อนลง ประสานจับมือของเธอ ยิ้มบาง “ตกลงกันแล้ว ไปแต่งงานกัน”
อย่างไรเสียนี่ก็แต่งเป็นที่แรก
การตระเวนแต่งงานรอบโลกหลังจากนี้ เขายังไม่ได้บอกเธอ เตรียมมัดมือชก
แต่งเสร็จก็เป็นคนของเขาแล้ว
อิ๋งจื่อจินพยักหน้า “อืม”
หลิงเหมียนซีเห็นอิ๋งจื่อจินยืนขึ้นก็เหมือนตื่นจากฝัน “รองเท้า! ยังไม่ได้หารองเท้าเลย! ไม่ได้ ยังไปไม่ได้!”
เธอเอารองเท้าไปซ่อนไว้ในที่เด็ด
ฟู่อวิ๋นเซินอย่าหวังจะหาเจอ
หาไม่เจอก็พาเจ้าสาวไปไม่ได้
พอคำพูดนี้ออกมาเธอก็เห็นฟู่อวิ๋นเซินโอบเอวอุ้มอิ๋งจื่อจินขึ้นมา
เหลือบมองเธอเล็กน้อย พูดเสียงเนือยใส่ “ไม่เอาแล้ว”
จากนั้นฟู่อวิ๋นเซินก็พูดต่อ “อวิ๋นซาน”
“มาแล้วครับมาแล้ว” อวิ๋นซานถือรองเท้าผ้าปักสีแดงคู่ใหม่วิ่งเข้ามา “คุณชาย อยู่นี่ครับ”
แรงแขนของฟู่อวิ๋นเซินดีจนชวนตะลึง
เขาใช้มือข้างเดียวอุ้มอิ๋งจื่อจินไว้ มืออีกข้างก็ใส่รองเท้าให้เธออย่างใจเย็น
ใส่เสร็จก็ยังคงอุ้มเธอออกไปโดยไม่หันกลับไปมอง
หลิงเหมียนซี “…”
แผนที่เธอตั้งใจเตรียมไว้ทั้งหมดถูกผู้ชายหน้าไม่อายป่าเถื่อนคนนี้ทำพังไม่มีเหลือ
“เสี่ยวเหมียน” เนี่ยอี้พูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เลิกขวางเถอะ เกิดขวางต่อไปกลัวเขาจะรื้อหลังคา”
หลิงเหมียนซี “…เลิกพูด ฉันเชื่อ”
เนี่ยอี้เงียบไปนาน สุดท้ายก็พูดขึ้น “เสี่ยวเหมียน ตอนพวกเราแต่งงานล่ะ”
“ตอนพวกเราไม่เป็นแบบนี้แน่นอน ฉันทำแบบนี้เพราะเป็นงานคนอื่น” หลิงเหมียนซีผายมือออก “ฉันจะทำกับตัวเองได้ยังไง”
เนี่ยอี้ยิ้มเหอๆ จับมือเธอแน่น “โอเค”
พิธีแต่งงานจัดในเรือนขนาดใหญ่อย่างหรูหรา โดยทำตามสไตล์จีนทั้งหมด
มีภูเขามีสายน้ำ เสียงนกร้อง กลิ่นหอมของดอกไม้โชยมา
สถานที่ใหญ่มาก จุแขกได้หลายพันคน
เรื่องใหญ่อย่างฟู่อวิ๋นเซินแต่งงาน อวี้เซ่าอวิ๋นย่อมออกมาจากโลกจอมยุทธ์
เขาไม่ได้นั่งอยู่หน้าเวที แต่นั่งอยู่ตรงที่นั่งแขก
ชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาได้กลับมาอยู่เคียงข้างฟู่หลิวอิ๋ง ได้เห็นฟู่อวิ๋นเซินแต่งงานมีลูก
ย่อมมีความเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ถูกเติมเต็มแล้ว
ชีวิตนี้เขาทำเรื่องที่ผิดไว้มากมาย แต่ก็ยังได้มีความสุขที่มาแบบไม่ง่าย
ผู้เฒ่าจงยิ้มปากไม่หุบ ถ่ายรูปอยู่ตลอด คอยโพสต์ให้ชาวเน็ตที่มาไม่ได้ดูแบบเรียลไทม์
อิ๋งเทียนลี่ว์ก็ดีใจกับอิ๋งจื่อจินจากใจจริง
โชคชะตาทำให้พวกเขาได้มาเกี่ยวข้องกัน
มิฉะนั้นด้วยสถานะคุณหนูใหญ่ของตระกูลเดิมของอิ๋งจื่อจิน ชีวิตนี้เธอไม่มีทางมาที่ฮู่เฉิงได้
แต่ในขณะที่เขาเพิ่งเริ่มปรบมือ อยู่ๆ ก็ถูกเตะ
สีหน้าของอิ๋งเทียนลี่ว์แข็งทื่อ “คุณตา?”
“เห็นหรือยัง แกเห็นหรือยัง” ผู้เฒ่าจงบทจะเปลี่ยนสีหน้าก็เปลี่ยน หยิกหูอิ๋งเทียนลี่ว์ “จื่อจินแต่งงานแล้ว แกล่ะ ไหนแฟนแกล่ะ”
“อ๋อ ฉันลืมไป แกมันผู้ชายซื่อบื้ออีคิวต่ำที่รู้จักแต่การเป็นนักธุรกิจ ไม่คู่ควรมีแฟน”
อิ๋งเทียนลี่ว์ “…”
ในบ้านมีคนแก่ที่วันๆ ชอบท่องโลกออนไลน์แถมยังทันสมัย มันไม่ใช่ประสบการณ์ที่ดีเลย
อิ๋งเทียนลี่ว์หัวจะปวด “คุณตา ผมยังไม่ถึงสามสิบเลยนะครับ รีบทำไม”
“รีบทำไมงั้นเหรอ” ผู้เฒ่าจงมองค้อน “พอแกสามสิบก็กลายเป็นผู้ชายอายุเยอะแล้ว ดูซิผู้หญิงที่ไหนยังจะเอาแกอีก”
เถียงไม่ออก อิ๋งเทียนลี่ว์ขอเงียบไม่โต้ตอบ
ตรงประตู บรรดาแขกเหรื่อกำลังเข้ามา
อวิ๋นซาน อวิ๋นอู้ และอวิ๋นสุ่ยที่ถูกเรียกกลับมาอยู่กันครบ รับหน้าที่ต้อนรับแขก
บรรดาผู้อาวุโสของศาลสถิตยุติธรรมก็ไม่ได้อยู่ว่าง รอจัดงานที่ตี้ตูไม่ไหวแล้ว พากันมาช่วยอยู่ที่นี่
“นายใหญ่แมนสัน ทางนี้ครับ”
“ได้ยินชื่อเสียงมานาน ท่านประธาน เชิญทางนี้ครับ”
“อ้าว นายใหญ่เทเลอร์ มาด้วยเหรอครับ เข้าด้านในเลยครับ”
เชิญออกไปแล้วก็จะปฏิเสธแขกที่มาไม่ได้
แน่นอนว่าไม่เพียงแต่นายใหญ่เทเลอร์จะไม่กล้ามีปัญหา กลับส่งของขวัญให้ด้วยความนอบน้อม
อยากมีปัญหาก็ต้องดูด้วยว่าตัวเองมีปัญญาหรือเปล่า
นายใหญ่เทเลอร์เดินไปนั่งโต๊ะริมอย่างรู้งาน
พอนั่งลงเขาถึงโล่งอก
ริต้า เบวินสนิทกับอิ๋งจื่อจิน นายใหญ่เบวินก็ย่อมมาด้วยตัวเอง
“ครึกครื้นจริงๆ” ริต้าเลือกที่นั่งแล้วนั่งลง “งานแต่งสไตล์จีนสวยมาก”
กระโปรงเธอไปกวาดโดนกาน้ำชา
อิ๋งเทียนลี่ว์ตาไวมือเร็ว คว้ากาน้ำชาไว้ “ระวัง!”
“เรื่องเล็ก” ริต้าส่ายมืออย่างไม่แคร์ “ขอบใจนะ”
ตรงหน้าแขกแต่ละคนจะมีป้ายชื่ออยู่
ชาวเน็ตมองเห็นได้ชัด
และสิ่งที่ทำชาวเน็ตตะลึงมากที่สุดคือ คนเหล่านี้ที่แค่หยิบมาพูดสักคนล้วนสะเทือนวงการธุรกิจระดับโลกต่างนั่งอยู่โต๊ะเดียวกับตระกูลเรนเกล ตระกูลอิ๋ง และตระกูลจง
[โอ้โห สี่มหาเศรษฐีแห่งยุโรปมาเพื่อเทพอิ๋งเลยเหรอ! ฉันคิดว่ามาเพราะประธานฟู่เสียอีก!]
[ไม่ๆๆ ตอนนี้เป็นสามมหาเศรษฐีแล้ว ตระกูลแพชช์ถูกตระกูลลอเรนท์ล้มแล้วไม่ใช่เหรอ]
[แต่ๆๆ ตระกูลลอเรนท์ก็มาเพราะเทพอิ๋งเหมือนกัน แสดงว่าตระกูลแพชช์ก็ถูกเทพอิ๋งทำลายด้วยหรือเปล่า ฉันพูดแบบนี้ไม่ผิดใช่ไหม]
[ถูกต้องเลยเพื่อน ไม่ต้องเดาสถานะของเทพอิ๋งหรอก ฉันรู้สึกว่ายังเปิดเผยไม่หมดด้วยซ้ำ รอดู!]
งานประชุมสรุปผลงานไตรมาสของวีนัสกรุ๊ปในตอนนั้น ถึงแม้อิ๋งจื่อจินก็ไปด้วย ถึงขั้นที่ยังเต้นรำกับฟู่อวิ๋นเซิน
แต่ทั้งสองคนก็อยู่คนละวงการ คนหนึ่งอยู่วงการธุรกิจ อีกคนอยู่วงการนักวิจัย ดังนั้นนอกจากคู่จิ้นยาวิเศษแล้วก็ไม่มีใครคิดเอาทั้งสองคนมารวมกันได้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงกับตระกูลลอเรนท์
“นายท่านของเราติดธุระ มาด้วยตัวเองไม่ได้ จึงวานผมให้เอาของขวัญมามอบให้ครับ” จ็อบโค้งตัว “แต่ได้ยินว่ามีจัดงานหลายที่ ไว้วันหลังจะชดเชยให้แน่ครับ”
“เกรงใจเกินไปแล้วครับ” อวิ๋นซานต้อนรับเป็นอย่างดี “เชิญทางนี้ครับคุณจ็อบ”
นายใหญ่เทเลอร์มองจ็อบที่ถูกจัดให้นั่งโต๊ะแรก เขาเหงื่อแตกทันที
ตอนนั้นเขาไปเอาความกล้ามาจากไหนตั้งมากมายถึงได้คิดจะกำจัดอิ๋งจื่อจิน
ชั่วขณะนั้นรอบตัวมีคนใหญ่คนโตมากมาย นายใหญ่เทเลอร์ชักนั่งไม่เป็นสุข สายตามองไปรอบๆ
จนกระทั่งสายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่โต๊ะหนึ่ง ตะเกียบหนึ่งข้างลอยมาทางเขาและปักลงไปในโต๊ะลึกสามนิ้ว
นายใหญ่เทเลอร์สีหน้าเปลี่ยน ตกใจหน้าถอดสี เงยหน้าหันไปทันที
“มองอะไร” ผู้อาวุโสรองทำเสียงหึ “ไม่เคยได้ยินคำพูดที่ว่าคนจีนมีกำลังภายในทุกคนหรือไง”
ขณะพูดเขาก็ทำมือเชือดคอ
คราวนี้ก้นของนายใหญ่เทเลอร์ย้ายลงไปนั่งที่พื้นแล้ว
“กระจอกขนาดนี้ ทำมาบอกเป็นสี่มหาเศรษฐียุโรป” ผู้อาวุโสรองไม่แยแส หันหน้าไปพูด “พี่ใหญ่ ถ้าผมออกไปไม่แน่อาจได้เป็นใหญ่เป็นโต พอถึงตอนนั้นก็จะหาเมียสวยๆ ให้ลูกชายได้แล้ว”
ผู้อาวุโสใหญ่ “…หุบปากเถอะ”
หลังจากที่แขกนั่งประจำที่กันแล้ว พอถึงฤกษ์ดี พิธีแต่งงานก็เริ่มอย่างเป็นทางการ
“คำนับครั้งที่หนึ่ง”
ฟู่อวิ๋นเซินกับอิ๋งจื่อจินหันไปคำนับให้ซู่เวิ่น ลูเอล และเวินเฟิงเหมียนก่อน
จากนั้นก็หันไปคำนับให้อวี้เซ่าอวิ๋นที่กำลังอึ้ง และคำนับให้ป้ายดวงวิญญาณของฟู่หลิวอิ๋ง
ฟู่อวิ๋นเซินไม่พูดอะไร แต่สุดท้ายก็ยอมรับพ่อคนนี้
คนตายได้จากกันไปแล้ว
คนที่อยู่ตรงหน้าต่างหากที่ควรรักษาไว้
“ไม่ใช่ว่าต้องคำนับฟ้าดินก่อนเหรอ” เจียงหรานเกาหัว “หรือผมจำลำดับผิด”
“นายไม่ได้จำลำดับผิดหรอก แต่ลำดับในงานแต่งอาอิ๋งไม่เหมือนกัน” หลิงเหมียนซีเหลือบมองเจียงหราน “ไหนนายลองว่ามาซิว่าฟ้าดินกล้าให้พวกเขาคำนับเหรอ”
เจียงหราน “…”
ไม่กล้า
เกิดคำนับแล้วฟ้าดินตกใจทำสะเทือนไปหมดจะทำไง
นายพิธีพูดต่อ “เข้าสู่ห้องหอ…”
ฟู่อวิ๋นเซินจับมือเธอไว้แน่น ยิ้มมุมปาก “คุณอิ๋ง ประหม่าจัง”
ถึงแม้จะพูดแบบนี้ แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังคงดูไม่จริงจัง
“ประหม่าอะไร” อิ๋งจื่อจินเหลือบมองเขา “ก่อนเข้าห้องหอยังต้องดื่มให้พ่อแม่อีก ระหว่างนี้นายก็ใจเย็นๆ”
ฟู่อวิ๋นเซินครุ่นคิด “ก็จริง”
หลังจากที่ทั้งสองคนดื่มเหล้าคารวะผู้ใหญ่แล้วถึงออกไป
“ทุกท่านเชิญกินค่ะ” ซู่เวิ่นยกมือ “ที่เหลือเป็นเรื่องของพวกเขาสองคนแล้ว พวกเราไม่รบกวนดีกว่า”
ซีนายกินอย่างเหม่อๆ
ช่วงสิบปีนี้ที่เธอกลายเป็นเด็กทำให้เธอเกิดความรู้สึกที่ลวงตา
ราวกับทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝัน
ซีนายยกมือจะคีบปลา แต่กลับชนตะเกียบอีกคู่หนึ่ง
นิ้วของทั้งสองคนแตะถูกเบาๆ
สัมผัสอุ่นๆ
อุณหภูมิแบบนี้ ซีนายไม่ต้องมองก็รู้ว่าใคร
เขาไม่ได้แกล้งเธอเหมือนเมื่อก่อนที่จะพูดว่า ‘เด็กน้อย ทำไมแย่งกับข้าวฉันล่ะ’
แต่เลื่อนตะเกียบออก หลีกทางให้เธอคีบปลาชิ้นนั้น
ซีนายอึ้ง หันหน้าไปมองโดยอัตโนมัติ
นอร์ตันที่นั่งข้างเธอก็หันมาพอดี ก้มมองเธอ
ดวงตาสีเขียวเข้มคู่นั้นลุ่มลึกดุจท้องทะเลกว้างใหญ่ที่ไร้ชายฝั่ง ชวนให้เดาทางไม่ถูก
นี่คือผู้ชายที่ลึกลับมากคนหนึ่ง
ซีนายใช้ชีวิตอยู่กับเขามาเกือบครึ่งปีก็ยังมองเขาไม่ออก
ไม่กี่วินาทีต่อมาทั้งสองคนก็ละสายตาออกไปจากกันราวกับคนแปลกหน้า
ซีนายก้มหน้า
…
ภายในห้องหอ
ตรงหน้าต่างมีติดกระดาษสีแดงที่ตัดเป็นลวดลาย ด้านข้างมีเทียนแดงถูกจุด รวมถึงแก้วเหล้าที่ต้องคล้องแขนดื่ม
หลังจากดื่มเสร็จอิ๋งจื่อจินก็พูดขึ้น “ฉันประหม่านิดหน่อย”
เธอยังคงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่มีขึ้นลง
ถ้าไม่ได้อยู่ใกล้จนเห็นขนตาที่งอนเป็นแพยาวของเธอสั่นไหว ฟู่อวิ๋นเซินคงคิดว่าเธอยังคงสุขุมใจเย็นเหมือนยามปกติ
“ไม่เป็นไร” มือของเขาวางที่เอวเธอ ค่อยๆ ประคองตัวเธอนอนลง น้ำเสียงดึงดูด “เด็กน้อย ทำตัวสบายๆ”
มือของเขาลูบไล้ขึ้นลงเหมือนโน้ตดนตรี พาให้เกิดกระแสไฟฟ้าชาไปทั่วตัว
จากนั้นนิ้วเรียวยาวของเขาก็เลื่อนมาด้านหน้า เริ่มปลดกระดุม
หนึ่งนาทีผ่านไปในที่สุดก็ปลดกระดุมได้สิบเม็ด
“ชุดเจ้าสาวชุดนี้ถอดยากพอสมควร” พออิ๋งจื่อจินเห็นแบบนั้นก็เลิกคิ้ว “เหมียนซีกับหลิงอวี๋ช่วยฉันใส่อยู่ครึ่งชั่วโมง”
ตอนที่เธอเป็นเทพพยากรณ์มายังโลก เธอใส่แต่ชุดคลุมตัวยาวสีดำ
นอกจากเพราะความเคยชินแล้วยังเพราะสะดวกด้วย
ตอนนั้นไม่ว่าจะเป็นยุคกลางของยุโรป หรือยุคโบราณของประเทศจีน การแต่งตัวก็ล้วนเป็นการสวมตัวในหนึ่งชั้นตัวนอกหนึ่งชั้นเหมือนกัน ยุ่งยากมาก
ตอนนี้เธอกลับรู้สึกขอบคุณชุดที่ซับซ้อนแบบนี้ที่ให้เวลาเธอได้เตรียมใจและผ่อนคลายก่อน
แต่วินาทีถัดมามือของฟู่อวิ๋นเซินก็โอบเอวเธออีกครั้ง ปากก็ถูกเขาประกบ เริ่มจูบหนักหน่วง
ปล่อยกำลังภายในที่มือ
แคว่ก
ชุดเจ้าสาวมูลค่าสองแสนขาดออกเป็นชิ้นๆ
เขาควบคุมกำลังภายในได้มหัศจรรย์มาก
ไม่ทำให้เธอรู้สึกตัว แต่ชุดก็ขาดเป็นชิ้นๆ ได้
“ไม่แกะแล้ว” ฟู่อวิ๋นเซินก้มหน้า พูดแค่ว่า “ยุ่งยาก”
ในที่สุดอิ๋งจื่อจินก็ “…”
ผู้ชายคนนี้ป่าเถื่อนจริงๆ
ฟู่อวิ๋นเซินยกมืออีกครั้ง ปล่อยกำลังภายในดับเทียน
ไฟก็ดับลงในชั่วขณะนี้ ม่านเตียงสีแดงถูกเอาลง เกิดเป็นเงาตะคุ่ม
ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่ไม่หลับใหล
…
ในเวลาเดียวกัน
ตี้ตู
บ้านเก่าตระกูลตี้อู่
ซีซาร์นั่งอยู่ตรงลานบ้าน
เขาไม่ได้ไปร่วมงาน แต่ดูถ่ายทอดสด
ตี้อู่เย่ว์หมดสติไปเกือบหนึ่งเดือนแล้ว แต่สีหน้าเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ
บนโลกนี้จะมีใครกล้าพยากรณ์ผู้วิเศษเดอะเวิลด์ ก็มีแค่เธอคนเดียว
แม้จะร่วมชีวิตแล้ว แต่ผลสะท้อนก็ยังคงรุนแรง
ตี้อู่เฟิงกับตี้อู่เสวี่ยออกไปทำธุระ ในบ้านจึงเหลือแค่ตี้อู่ฮวา
หลายวันมานี้ซีซาร์ก็คุ้นเคยกับพวกคนในบ้านตระกูลตี้อู่หมดแล้ว
ถึงขั้นที่เขารู้สึกชอบการใช้ชีวิตแบบปลีกวิเวกนี้ด้วยซ้ำ
“เย่ว์เย่ว์กลัวเจ็บตั้งแต่เด็ก” ตี้อู่ฮวาถอนหายใจ “เมื่อก่อนเย่ว์เย่ว์ถูกห่านตัวใหญ่ในบ้านไล่ตามจนร้องโอ๊ยใหญ่”
ซีซาร์ลองจินตนาการเด็กผู้หญิงอายุห้าหกขวบถูกห่านไล่ตาม เขาทนไม่ไหว หลุดหัวเราะ
ตี้อู่ฮวาตกใจ “คุณลอเรนท์?”
“ไม่มีอะไรครับ” ซีซาร์กำมือมาวางตรงปาก แกล้งไอหนึ่งที “เป็นนิสัยของเธอ”
“นั่นน่ะสิคะ แสบตั้งแต่เด็ก” ตี้อู่ฮวานึกๆ แล้วก็ไปที่ห้องหนังสือ หยิบเอาพวกอัลบั้มรูปออกมา “ดูนี่สิคะ ตอนเย่ว์เย่ว์สามขวบก็เอาไม้ไปกระทุ้งรังแตน สุดท้ายถูกแตนต่อยบวมเป่ง ที่ก้นก็ถูกต่อย”
“เธอเป็นน้องเล็กที่สุด ไม่มีใครด่าลง สุดท้ายเลยกลายเป็นนิสัยชอบทำอะไรตามใจตัวเอง”
ในรูปใบนี้ตี้อู่เย่ว์ยังตัวนิดเดียว
ซีซาร์นั่งดูไปเรื่อยๆ
เธอมีวัยเด็กที่เรียบง่าย ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา
จนถึงตอนนี้ซีซาร์ก็ยังคิดไม่ออกว่าตอนนั้นตี้อู่เย่ว์คิดอะไรถึงเลือกที่จะไปตายโดยไม่ลังเล
เธออายุสิบแปดปี แต่กลับพูดว่า ‘ปกป้องครอบครัว ปกป้องประเทศ ปกป้องโลกใบนี้’
ทำให้เขารู้สึกละอาย
“ผมจะไปเอาสมุนไพรที่โลกแพทย์แผนโบราณหน่อย” ซีซาร์ยืนขึ้น “หวังว่าปลายเดือนเธอจะฟื้นขึ้นมาได้ ทันไปงานแต่งของบอสที่ตี้ตู”
ตอนนี้ตี้อู่ฮวารู้แล้วว่าอิ๋งจื่อจินก็คืออาจารย์ของตี้อู่เย่ว์
ปกติเธอก็ดูข่าวบันเทิง นึกไม่ถึงจริงๆ ว่าอิ๋งจื่อจินก็เก่งด้านพยากรณ์ด้วย
“รบกวนด้วยค่ะคุณลอเรนท์” ตี้อู่ฮวาออกไปส่งเขา “อันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ก็ได้ค่ะ พวกเราช่วยกันดูเย่ว์เย่ว์อยู่”
“ผมว่างน่ะครับ” ซีซาร์พูด “ปกติผมก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว”
ตี้อู่ฮวาพยักหน้า ไม่พูดอะไรต่อ
ซีซาร์ยังไม่กลับมาตระกูลตี้อู่ก็ต้อนรับแขกอีกกลุ่มหนึ่ง
คนเหล่านี้อยู่ในชุดตัวยาวแบบโบราณ ในมือมีหล่อแก
ตรงมุมขวาบนของชุดปักอักษรหลัวไว้
ตระกูลหลัวแห่งวงการนักพยากรณ์!
ตี้อู่ฮวาหรี่ตาเล็กน้อย “ไม่ทราบว่าทุกท่านมีธุระอะไรคะ ตอนนี้ในบ้านไม่มีผู้ใหญ่อยู่เลยค่ะ”
“ไม่เป็นไรๆ พวกเรารอได้” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งยิ้มให้เล็กน้อย “ผมหลัวซิว นายใหญ่ตระกูลหลัวคนปัจจุบันครับ”
“พวกเราจะมาหารือกับท่านผู้เฒ่าชวนเรื่องที่เคยหมั้นหมายคุณหนูเย่ว์ไว้ตอนเด็กๆ ครับ”
เดิมทีพวกเขาก็ไม่ได้พอใจเรื่องแต่งงานกับตี้อู่เย่ว์
เมื่อก่อนตี้อู่เย่ว์ไม่เอาไหนเลยสักเรื่อง แม้แต่ผังแปดทิศก็ทำไม่เป็น
จนกระทั่งต่อมาตี้อู่เย่ว์ก้าวหน้าแบบทะยานไปเร็วมาก ตระกูลหลัวถึงได้วางใจ
แต่ใครจะไปรู้ว่าเมื่อตี้อู่เย่ว์กลับมาอีกครั้งจะอยู่ในสภาพหมดสติไม่ฟื้น
พวกเขาสังเกตอยู่นานแล้ว
ตี้อู่เย่ว์สลบไปอย่างน้อยครึ่งเดือนแล้ว
ถึงแม้จะไม่ได้ไปโรงพยาบาล แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณจะฟื้น
หากนักพยากรณ์อยู่ๆ ก็หมดสติหรืออยู่ในสถานการณ์วิกฤติอื่นๆ ก็แสดงว่าถูกผลสะท้อนอย่างรุนแรง อายุขัยกำลังจะสิ้นสุดลง
ถ้าตี้อู่เย่ว์ไม่ได้ฝืนทำเรื่องอย่างเปลี่ยนดวงชะตา มีเหรอจะบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้
ตระกูลหลัวสงสัยว่าตี้อู่เย่ว์เดินบนทางสายมืด
อีกทั้งตอนนี้ตระกูลตี้อู่ก็เริ่มถดถอยแล้วด้วย
รอตี้อู่ชวนจากไปยังจะมีใครค้ำจุนตระกูลตี้อู่ได้อีก
กลัวเดี๋ยวถึงเวลาตระกูลตี้อู่จะมาพัวพันกับพวกเขา แบบนั้นจะสลัดหลุดลำบาก
ตี้อู่ฮวาสายตาจับจ้อง “หมั้นหมายกับเย่ว์เย่ว์ตั้งแต่เด็กเหรอคะ”
“ใช่ครับ พวกเราตัดสินใจยกเลิกครับ” หลัวซิวพูดตามตรง “หรือว่าเธอจะแต่งเข้าตระกูลหลัวก็ได้ แต่ไม่ใช่บ้านหลัก”
ตระกูลหลัวไม่มีเวลาว่างดูแลคนนอนเป็นผักหรอกนะ