คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 5 นอร์ตันกับซีนาย
บทเสริมตอนที่ 5 นอร์ตันกับซีนาย
ตี้อู่ฮวาขมวดคิ้ว
เธอเคยได้ยินตี้อู่ชวนพูดถึงเรื่องนี้
หลังจากตี้อู่เย่ว์เกิดได้ไม่นาน พ่อแม่ของพวกเขาก็เสียชีวิตทั้งคู่
แต่ไหนแต่ไรมานักพยากรณ์อายุสั้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าตระกูลตี้อู่อายุขัยลดลงไปเร็วมากเพราะตี้อู่เซ่าเสียนเคยพยากรณ์ดวงชะตาของอิ๋งจื่อจิน
ตี้อู่ชวนก็กลัวว่าถ้าตัวเองตายไปจะไม่มีใครดูแลตี้อู่เย่ว์ที่อายุน้อยที่สุด จึงตั้งใจติดต่อตระกูลหลัว
การหมั้นหมายแต่เด็กก็เริ่มจัดการตั้งแต่ตอนนั้น
เพียงแต่หลายปีมานี้ตระกูลตี้อู่ถดถอยลง สองตระกูลก็เลยไม่ได้ติดต่อกันเท่าไร
ตี้อู่ฮวาเกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว
หากตระกูลหลัวไม่มาขอยกเลิกการหมั้นหมายถึงที่ ตี้อู่ฮวาก็ไม่ได้คิดจะจดจำเรื่องนี้
แต่มาขอถอนหมั้นในเวลานี้ ตระกูลหลัวคิดอะไรอยู่ไม่ต้องบอกก็รู้ได้
ถอนหมั้นเป็นเรื่องรอง สิ่งสำคัญที่สุดคือการหยามเกียรติของตระกูลตี้อู่
เพราะหากถอนหมั้น วันรุ่งขึ้นข่าวฉาวของตระกูลตี้อู่ก็จะลือไปทั่ววงการนักพยากรณ์
ตี้อู่ฮวาแสยะยิ้ม “นายใหญ่หลัวเห็นเย่ว์เย่ว์หมดสติไม่ฟื้นเลยอยากฉวยโอกาสนี้ซ้ำเติมเหรอคะ”
“คุณหนูฮวาพูดอะไรแบบนั้นครับ” หลัวซิวมีสีหน้าเรียบเฉย “คนเราต้องเดินขึ้นสู่ที่สูงทั้งนั้น ตอนนี้สถานะของตระกูลตี้อู่ในแวดวงนักพยากรณ์เป็นยังไง คุณยังไม่รู้อีกเหรอครับ”
“ไม่ทราบว่านอกจากผู้อาวุโสชวนแล้วยังจะมีใครค้ำจุนตระกูลตี้อู่ได้อีกครับ”
ตี้อู่ฮวาชักสีหน้าเล็กน้อย
ต้องยอมรับเลยว่า ตระกูลตี้อู่ถดถอยลงทุกวัน
“คุณหนูฮวา ผมก็บอกแล้วว่าตระกูลหลัวของเราให้คุณหนูเย่ว์แต่งเข้ามาได้” หลัวซิวพูดต่อ “แต่ให้คำนับฟ้าดินไม่ได้ คำนับคู่ครองไม่ได้ และก็ยิ่งไม่มีทางบันทึกเข้าผังตระกูลหลัว”
ตระกูลนักพยากรณ์ย่อมให้ความสำคัญกับเรื่องเลือกคู่ครองเป็นพิเศษ
เดิมทีก็อยู่ในวงการนี้อยู่แล้ว ย่อมเชื่อในผลของเวรกรรม
ต้องยกเลิกการหมั้นหมาย ตัดไฟเสียแต่ต้นลม ตระกูลหลัวถึงจะหลุดพ้นอย่างราบรื่น
ตี้อู่ฮวาโมโหจนหัวเราะ เธอพูดเสียงเย็นชา “นี่เป็นเรื่องใหญ่ ไว้รอผู้ใหญ่ในบ้านกลับมานายใหญ่หลัวค่อยมาใหม่แล้วกันค่ะ”
เธอจับประตู พูดสุภาพแต่ฟังดูห่างเหิน “ตระกูลตี้อู่ต่ำต้อย ไม่ขอส่ง”
หลัวซิวขมวดคิ้ว
เขาไม่ถูกใจตี้อู่เย่ว์ แต่ก็ยังคงให้ความเคารพตี้อู่ชวนผู้อาวุโสที่เคยโด่งดังในวงการนักพยากรณ์
เขามาขอถอนหมั้นก็ไม่ได้บอกผู้เฒ่าหลัว ไม่อย่างนั้นผู้เฒ่าหลัวได้ขัดขวางเขาแน่นอน
แต่หลัวซิวมองเห็นชัดเจน
ตระกูลตี้อู่ไม่มีประโยชน์กับพวกเขาเลยสักนิด
“ก็ได้ครับ” หลัวซิวพูด “งั้นไว้วันอื่นพวกเรา…”
“ปัง!”
ประตูถูกปิดเกือบกระแทกหน้าหลัวซิว
เขาเอามือปิดหน้า โกรธหน้าเขียว “ผ่านมานานขนาดนี้ตี้อู่ฮวายังมีนิสัยหัวร้อนไม่หายอีก โชคดีที่ตอนนั้นคนที่หมั้นหมายด้วยไม่ใช่เธอ”
“พ่อครับ จะเสียเวลาพูดกับพวกเขาทำไม” เด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้น “ผมว่านะ ควรถอนหมั้นไปเลย ตอนนี้พี่ผมเป็นถึงคนดังในวงการนักพยากรณ์ มีเวลามาดูแลคนนอนเป็นผักที่ไหนกัน”
ถ้าเป็นตี้อู่เย่ว์คนที่ยังไม่หมดสติ ตระกูลหลัวก็ยังพอใจมากอยู่
“เอาเป็นว่าอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกปู่แกล่ะ” หลัวซิวหน้าบึ้ง “ถ้าปู่รู้จะจัดการเรื่องนี้ยาก ถอนหมั้นไม่ยาก กลัวแค่พอตี้อู่เย่ว์ฟื้นจะไปฟ้องปู่แก”
ตี้อู่เย่ว์เป็นคนทำอะไรตามใจตัวเอง แถมรุ่นผู้อาวุโสก็ชอบเธอทั้งนั้น
“ฟ้องเลย” เด็กหนุ่มยักไหล่ “ต่อให้ฟ้องพี่ผมก็ไม่มีทางชอบเธอหรอก”
พวกคนตระกูลหลัวเดินออก
หลัวซิวยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห “ตระกูลตี้อู่ก็ขี้งกจริงๆ พวกเรามาตั้งไกลยังจะให้พวกเราพักโรงแรม”
หากบอกว่าตระกูลนักพยากรณ์ร่ำรวย นั่นเพราะในบ้านมีของโบราณที่มูลค่าหลายล้านอยู่มากมาย
แต่จะบอกว่าจนก็ไม่ผิด เพราะมีเงินสดน้อยมาก
ซีซาร์เดินถือสมุนไพรมา เห็นพวกคนตระกูลหลัวที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ
เขาแค่มองผ่านๆ แล้วรีบละสายตา
“พ่อครับ” เด็กหนุ่มหยุดเดิน “เมื่อกี้พ่อเห็นคนต่างชาติหรือเปล่า”
คนตะวันตกต่อให้มาเดินเล่นในตี้ตูก็ไม่มีทางมาที่ไกลแบบนี้หรือเปล่า
“เห็นแล้ว” หลัวซิวไม่คิดแบบนั้น “คงมาให้ตระกูลตี้อู่ดูดวงมั้ง น่าเสียดายที่คนต่างชาติพวกนี้ยังยึดติดกับอดีต ไม่รู้ว่าตอนนี้ตระกูลไหนที่โด่งดังในวงการนักพยากรณ์ ไม่ฉลาดเลยจริงๆ”
เด็กหนุ่มหันกลับไป
ผู้ชายคนนั้นรูปร่างสูงใหญ่ มีผมสั้นสีทองสว่างเหมือนทองคำ
แม้เขาจะใส่ชุดตัวยาวแบบจีนโบราณ แต่กลับไม่ได้ดูขัดตาเลยสักนิด
เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว รู้สึกคุ้นหน้าชายต่างชาติคนนี้ชอบกล
เหมือนเคยเห็นในทีวี
ใครกันนะ
อีกด้านหนึ่ง
พอซีซาร์เข้าบ้านก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผิดแปลกไป
สายตาของเขาขรึมลง “เกิดอะไรขึ้น…ยัยพิ…คุณหนูเย่ว์มีการตอบสนองที่ไม่ดีเหรอครับ”
“ไม่ใช่ค่ะ” ตี้อู่ฮวาตบโต๊ะ “เป็นเพราะตระกูลหลัว!”
ซีซาร์มองโต๊ะหินที่แตกร้าว “…”
เขาเชื่อแล้ว
คนจีนมีกำลังภายในทุกคน
ตี้อู่ฮวาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างคร่าวๆ เธอแสยะยิ้ม “พวกเขาไม่อยากได้เย่ว์เย่ว์ คิดว่าเย่ว์เย่ว์อยากแต่งเข้าบ้านพวกเขาหรือไง ฐานะยากจนขนาดนั้น เย่ว์เย่ว์ของพวกเราไม่สนใจหรอก”
“มีเหตุผล” เป็นครั้งแรกที่ซีซาร์พยักหน้าเห็นด้วย “ผมเห็นพวกเขาใส่เสื้อผ้าเก่าๆ ในบ้านคงไม่มีพวกทองหรอก ปอกลอกไม่ได้”
ไม่เหมือนเขาที่ร่ำรวยขนาดนี้
“พี่ใหญ่กับน้องสามตามคุณปู่ไปโลกจอมยุทธ์แล้ว พรุ่งนี้ถึงจะกลับมาได้” ตี้อู่ฮวาเปิดประตูห้องนอน “อย่าให้เย่ว์เย่ว์รู้เรื่องถอนหมั้นดีกว่า”
ซีซาร์ก้มหน้าเล็กน้อย
เด็กสาวนอนอยู่บนเตียง ดูสงบนิ่ง
ว่านอนสอนง่าย ไม่เหมือนเด็กแสบที่ตอนเด็กๆ ไปแหย่รังแตนจับกบเล่น
โทรศัพท์มือถือดังขึ้นในเวลานี้
ซีซาร์กดรับทันที “บอส”
“อืม” น้ำเสียงของอิ๋งจื่อจินแหบเล็กน้อย “เย่ว์เย่ว์เป็นไงบ้าง”
“พ้นขีดอันตรายแล้ว” ซีซาร์กวาดตามองตี้อู่เย่ว์ที่กำลังหลับอยู่ “แต่กลัวว่าอีกหน่อยจะทิ้งอาการอะไรไว้”
“เข้าใจแล้ว” อิ๋งจื่อจินพยักหน้าเบาๆ “วันมะรืนฉันจะออกเดินทางไปตี้ตู ดูแลเธอให้ดีด้วย”
“แน่นอนอยู่แล้ว” ซีซาร์ขมวดคิ้ว นึกถึงเรื่องตระกูลหลัวก่อนหน้านี้ “บอส คือ…”
“มีอะไร”
“เปล่า” ซีซาร์ชะงัก รีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว “ผมแค่อยากถามว่าเมื่อไรพวกเราจะไปขุดทองกัน”
เรื่องเล็กแบบนี้อย่ารบกวนอิ๋งจื่อจินดีกว่า
เขาจัดการได้
ตี้อู่เย่ว์เสียสละเพื่ออิ๋งจื่อจินไปตั้งมากขนาดนั้น เขาดูแลเธอก็สมควรแล้ว
เด็กสาวจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่
ช่วงต้นศตวรรษที่สิบแปดเขาก็เคยมาประเทศจีน และก็เคยพบปะกับตระกูลนักพยากรณ์
แต่เขาไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลหลัวมาก่อน
คิดว่าแน่นักเหรอ
พอได้ยินแบบนั้นอิ๋งจื่อจินก็ตอบอย่างไม่ใยดี “อ่อ บาย”
ซีซาร์ “…”
บอสของพวกเขานับวันจะยิ่งไร้เยื่อใย
ซีซาร์เก็บโทรศัพท์แล้วลุกขึ้น “ผมจะไปต้มยา”
ตี้อู่ฮวาลูบหัว
เดิมทีเธอคิดว่าซีซาร์เป็นถึงผู้กุมอำนาจของตระกูลลอเรนท์ ไม่ว่าอย่างไรชีวิตก็ต้องมีแต่คนรับใช้คอยปรนนิบัติ
ตอนแรกสุดเธอยังค่อนข้างปฏิเสธการมาของซีซาร์
แต่ช่วงหลายวันมานี้เธอได้เปลี่ยนความคิด
มองไม่ออกเลยว่าผู้กุมอำนาจคนนี้ไม่เพียงแต่จะเล่นเดินหมากกับปู่ของเธอได้ ยังเข้าครัวเป็นด้วย
…
วันต่อมา
ทางด้านเมืองฮู่เฉิง
หน้าเรือนที่จัดงานแต่งงาน
หลิงเหมียนซีแอบเดินไปด้านหลังเงียบๆ ชะโงกหน้ามอง “ตอนนี้สิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว อาอิ๋งยังไม่ตื่นอีก”
ปกติอิ๋งจื่อจินไม่มีนิสัยนอนขี้เกียจ
วันนี้กลับผิดปกติ
แต่ความผิดปกตินี้เป็นเพราะอะไรทุกคนต่างเข้าใจ
ประตูห้องหอยังคงปิดสนิท
บนเตียง
ม่านแดงที่เตียงถูกเอาขึ้น
อิ๋งจื่อจินพลิกตัว ดวงตาสะลึมสะลือ
ขนตางอนยาวเปียกชื้นเล็กน้อย ยิ่งดูมีเสน่ห์
เวลานี้มีมือมาจับที่บ่าของเธอ จากนั้นก็เลื่อนไปตรงเอว “ปวดตรงไหนไหม”
มือของอิ๋งจื่อจินสั่นเล็กน้อย จับนิ้วของเขาไว้ มองค้อนใส่ “เดวิล ไม่ต้องนวดให้ฉันแล้ว”
เธอรู้สึกว่าถ้าเขายังนวดแบบนี้ต่อไป แพลนที่เธอวางไว้วันนี้คงล่มหมด
“เยาเยา วางใจได้” ฟู่อวิ๋นเซินทำหน้ามั่นใจ “ฉันคุมแรงเก่งมาก ไว้ใจได้เลย”
อิ๋งจื่อจิน “…ฉันไม่ไว้ใจนายเท่าไร”
แต่ฝีมือการนวดของฟู่อวิ๋นเซินก็ดีมากจริงๆ
กอปรกับเขาเป็นจอมยุทธ์ รู้เรื่องจุดปราณเป็นอย่างดี
อิ๋งจื่อจินนอนคว่ำอยู่บนเตียง ไม่นานก็หลับไปอีกรอบ
ฟู่อวิ๋นเซินหลุบตาลง นวดศีรษะให้เธอ”ขอให้มีความสุขกับชีวิตคู่นะเด็กน้อย”
ผ่านมาหลายภพหลายชาติ ในที่สุดเขาก็ได้เธอมากอดจริงๆ
ไม่กี่นาทีต่อมาฟู่อวิ๋นเซินก็ลุกขึ้น
เขาแต่งตัวเดินออกไป
ภายในห้องโถงอยู่มีคนเกาะกลุ่มกันอยู่ พอเห็นเขาออกมาต่างก็เงียบเสียงโดยไม่ได้นัดกัน
แต่สายตานั้นบ่งบอกถึงความอยากรู้อยากเห็น
ทว่าติดตรงที่ผู้วิเศษเดวิลมีพลังต่อสู้ที่เหนือใคร จึงไม่มีใครกล้าสอดรู้สอดเห็น
“สุดยอดไปเลยเพื่อน” ฉินหลิงเยี่ยนยกนิ้วโป้งให้ “พวกเรากำลังเดาอยู่ว่าวันนี้พวกนายจะตื่นกี่โมง ความจริงเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าพวกเราทายผิด”
“ฉันจะไปสั่งอาหาร” ฟู่อวิ๋นเซินเหลือบมองฉินหลิงเยี่ยน “เยาเยาหมดแรงไปเยอะ ต้องกินอะไรหน่อย นายออกไปกับฉัน”
“สั่งอาหารอะไร โทรให้มาส่งก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ”
“ร้านนั้นเก่าแก่ไม่มีบริการส่ง”
ฉินหลิงเยี่ยนเดินตามออกไปอย่างยอมรับชะตากรรม
ซีนายก็นั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่ เธอลังเล สุดท้ายก็กดโทรหาคณบดีนอร์แมน
เธอก็ไม่ได้มีงานอดิเรกอะไร เรื่องที่สนใจก็มีแค่การบินและเครื่องกล
สำนักผู้วิเศษพังทลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว พวกผู้วิเศษที่ขัดขวางการพัฒนาเทคโนโลยีของมนุษย์ก็ไม่อยู่แล้ว
ดำเนินการโปรเจ็กต์ยานอวกาศข้ามจักรวาลได้อย่างราบรื่น
การสำรวจจักรวาลก็เป็นความฝันของเธอเหมือนกัน
เวลานี้คณบดีนอร์แมนกำลังออกแบบส่วนขับเคลื่อนหลักอันใหม่
มีคณะวิศวกรรมศาสตร์มาเข้าร่วมทำให้โปรเจ็กต์นี้คืบหน้าไปเร็วมาก
“ลูกศิษย์ เธอบอกว่าอยากมาอยู่ด้วยเหรอ ทั้งยังอยากให้อาจารย์เตรียมชุดยูนิฟอร์มให้ด้วย” พอได้ยินซีนายพูดแบบนี้ คณบดีนอร์แมนก็แอบงง “ตอนนี้เธอไม่ได้ชอบชุดกระโปรงมากที่สุดเหรอ”
ซีนาย “…หนูไม่เคยพูดแบบนั้นนะคะ”
“เหลวไหล” คณบดีนอร์แมนชักไม่สบอารมณ์ ความมีหลักการทำให้เขาคัดค้าน “ก็เธอเคยบอกอยู่ว่าจะส่งชุดกระโปรงให้อาจารย์ อาจารย์ยังมีประวัติแชทอยู่เลยนะ ไม่เชื่อเดี๋ยวค้นมาให้ดู”
ซีนาย “…”
ความจริงเป็นที่ประจักษ์ว่า สสารเล่นแร่แปรธาตุเป็นสิ่งที่ทำร้ายคนไม่น้อยเลยทีเดียว
หลังจากที่เธอฟื้นกลับมาโดยสมบูรณ์ก็แทบไม่อยากยอมรับว่านั่นคือเธอ
คณบดีนอร์แมนก็รู้สึกได้แล้วว่าซีนายดูพูดน้อยลง ท่าทีจึงอ่อนลง “ลูกศิษย์ อาจารย์ผิดไปแล้ว เธอเก่งกว่าอาจารย์ โปรเจ็กต์นี้ย่อมขาดเธอไม่ได้”
“อาจารย์จะเตรียมเอกสารรับเธอเข้ามา รุ่นน้องของเธอเป็นนักวิจัยอันดับหนึ่ง เธอคืออันดับสอง”
“ยังไงก็ได้ค่ะ” ซีนายพูด “มีที่ให้เล่นก็พอ”
แต่ไหนแต่ไรมาเธอไม่สนเรื่องชื่อเสียงจอมปลอมอะไรพวกนี้
“ได้ๆ” คณบดีนอร์แมนขานรับต่อเนื่อง “ใกล้ถึงแล้วบอกนะ อาจารย์จะไปรับ”
“ไม่ต้องค่ะ” ซีนายหาวหวอด “หนูไปเองได้”
“ก็จริง” คณบดีนอร์แมนพึมพำ “เพื่อนนักเรียนสมัยก่อนของเธอก็บอกแล้ว เธอดูเหมือนภูเขาน้ำแข็ง แต่ตอนระเบิดสถาบันก็คือภูเขาไฟ”
ซีนายไม่ตอบอะไร
เธอเปิดมือถือเริ่มจองตั๋วเครื่องบินไปประเทศจี
ฟู่อวิ๋นเซินมีความสัมพันธ์ที่ดีกับประธานาธิบดีของหลายประเทศในยุโรป
กอปรกับตระกูลลอเรนท์มีอิทธิพลไปทั่วโลก ประเทศจีจึงเปิดศูนย์วิจัยขนาดมหึมาให้โปรเจ็กต์ยานอวกาศข้ามจักรวาลโดยเฉพาะ
เนื่องจากว่าแม้จะเป็นตอนนี้ก็ยังคงมีคนทั่วโลกถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่ยังคงไม่ให้ค่าโปรเจ็กต์นี้
ด้วยระดับเทคโนโลยีในปัจจุบันของมนุษย์ ขนาดอีกจักรวาลยังค้นหาไม่เจอ นี่คิดจะไปสำรวจเลยเหรอ
ต่อให้มีวีนัสกรุ๊ปสนับสนุน คนในวงการก็ยังไม่สนใจแม้แต่น้อย
มีแค่ประธานาธิบดีของประเทศจีที่ให้การสนับสนุนมากเป็นพิเศษ
แต่ซีนายเชื่อว่า โปรเจ็กต์ยานอวกาศข้ามจักรวาลจะต้องสำเร็จภายในห้าปีแน่นอน
พอถึงตอนนั้นก็จะฮือฮาไปทั้งโลก
สามชั่วโมงต่อมาอิ๋งจื่อจินถึงตื่น
“อาอิ๋ง” ซีนายเดินเข้าไปหา ยิ้มบาง “ฉันติดต่ออาจารย์แล้ว เตรียมไปอยู่ศูนย์วิจัยยานอวกาศข้ามจักรวาล ฉันรู้ว่าเธอเหนื่อยมากแล้ว เรื่องนี้ไว้เป็นหน้าที่ของพวกเราแล้วกัน”
อิ๋งจื่อจินก็ไม่เกรงใจ กอดซีนาย “ได้ เดี๋ยวให้คนช่วยเก็บของ”
ซีนายพยักหน้า ขึ้นไปชั้นบน
อิ๋งจื่อจินเดินออกไป
ปกติหิมะตกน้อยในทางตอนใต้ของประเทศจีน
แต่ในเดือนแรกของปีนี้ฮู่เฉิงกลับมีหิมะตกไปแล้วหลายครั้ง
เช้านี้ก็ตกอีกครั้ง ปกคลุมสนามหญ้า กลายเป็นสีขาวโพลนหนึ่งชั้น
นอร์ตันไม่ได้ไปเล่นไพ่กับคนอื่น แต่นั่งอยู่ตรงชานเรือน
มีหิมะเกาะบนผมสีดอกเลา แต่เขาก็ไม่ได้ปัดทิ้ง
“นายเตรียมจะไปไหน” อิ๋งจื่อจินอยู่ด้านหลังของเขา “หรือว่าชาตินี้เกิดเหงาอีกแล้ว เตรียมจะเปลี่ยนภพอีกรอบ”
น้อยครั้งที่เธอจะเห็นนอร์ตันเป็นแบบนี้
จำได้ว่าตอนที่เจอกันครั้งแรก นอร์ตันก็ดูโดดเดี่ยวเย็นชาแบบนี้
ดวงตาสีเขียวเข้มคู่นั้นมองเธออย่างไม่แยแส
ทั้งๆ ที่เขาในตอนนั้นยังเป็นเพียงเด็กหนุ่ม
สีหน้าแน่นิ่ง เดินไปข้างหน้าเหมือนไร้หัวใจ
และเป็นคนที่หัวรั้นมาก
“ไม่เปลี่ยนแล้ว กลับโลกเล่นแร่แปรธาตุ” นอร์ตันลืมตาขึ้น หันหน้าไป “ไม่ได้ไปนานแล้ว จะไปสะสางอะไรหน่อย”
ดวงตาหงส์ของอิ๋งจื่อจินหรี่ลง “ฉันนึกออกแล้ว อาจารย์ของนาย…”
ต้นกำเนิดแรกสุดของวิชาเล่นแร่แปรธาตุคือผู้วิเศษนักมายากล
ขณะเดียวกันเขาก็เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุอันดับหนึ่งของโลกด้วย
แต่นักเล่นแร่แปรธาตุของทางยุโรปกลับไม่มีความเกี่ยวข้องกับนักมายากล
เป็นกลุ่มคนที่ต้องการอายุยืน หลังจากค้นพบความมหัศจรรย์ของวิชาเล่นแร่แปรธาตุก็ทำการค้นคว้าเพิ่มเติม
โลกเล่นแร่แปรธาตุก็คล้ายกับการมีอยู่ของโลกจอมยุทธ์และเมืองแห่งโลก
เป็นพื้นที่เฉพาะที่เดิมก็มีอยู่บนโลก
ภายในพื้นที่แห่งนี้มีส่วนประกอบที่ใช้เล่นแร่แปรธาตุอยู่มากมาย
หลังจากที่กลุ่มนักเล่นแร่แปรธาตุบังเอิญหลงเข้าไปก็ได้ลงหลักปักฐานที่นั่น ต่อมาก็ตั้งชื่อเป็นโลกเล่นแร่แปรธาตุ
พอพูดถึงชื่อนี้ดวงตาสีเขียวเข้มของนอร์ตันก็หรี่ลง
เขาแสยะยิ้ม “น่าจะยังไม่ตาย อายุขัยของนักเล่นแร่แปรธาตุมีความเป็นไปได้ว่าอายุยืนกว่าจอมยุทธ์”
นักเล่นแร่แปรธาตุที่เดินบนเส้นทางสายมืดก็มีอยู่ไม่น้อย บางคนถึงขั้นสามารถใช้วิชาเล่นแร่แปรธาตุชิงอายุขัยของคนอื่นได้
“เข้าใจแล้ว นายไปโลกเล่นแร่แปรธาตุ” อิ๋งจื่อจินเงียบไปชั่วขณะ “ไว้ฉันเสร็จธุระแล้วจะไปหานาย”
อาจารย์ของนอร์ตันที่ว่านี้เธอก็แค่เคยได้ยินเขาพูดถึง ยังไม่เคยเจอมาก่อน
แต่สรุปได้ว่าไม่ใช่คนดีอะไร
“ไม่ต้องหรอก” นอร์ตันหรี่ตาลง “ผมจัดการคนเดียวได้”
อิ๋งจื่อจินพยักหน้าเบาๆ “มีเรื่องอะไรก็มาหาฉันได้เสมอ”
ในฐานะที่เป็นผู้วิเศษเดอะเวิลด์ พลังของเธอจึงยิ่งใหญ่มาก
แต่เธอไม่มีทางเข้าไปแทรกแซงความเป็นไปของโลก
สรรพสิ่งบนโลกย่อมมีวัฏจักรความเป็นไป
“ได้ เข้าใจแล้ว” อยู่ๆ นอร์ตันก็เงยหน้าขึ้น ยิ้มมุมปาก ใช้คางชี้อย่างขี้เกียจ “บอส ต่อไปเวลาออกกำลังกายก็ระวังเอวหน่อยนะ”
“…”
นอร์ตันถูกทุบอย่างไม่เหนือความคาดหมาย
แต่ความเจ็บแค่นี้ก็เล็กน้อยสำหรับเขา
นอร์ตันหลับตาลงอีกครั้ง ยังคงนั่งอยู่ที่ชานเรือน
จนกระทั่งสิบกว่านาทีต่อมาก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นอีกครั้ง
ซีนายไม่ได้พกสัมภาระอะไรมาก ไปไหนก็เน้นความคล่องตัวมาตลอด
หยิบเสื้อโค้ทมาคลุมตัวแล้วเดินออก
พอเดินออกไปซีนายก็เห็นผู้ชายผมสั้นสีดอกเลานั่งอยู่ตรงเก้าอี้ยาวในสวน ต่างหูกระดุมสีดำสะท้อนแสงเล็กน้อย
โดดเดี่ยว อ้างว้าง
ราวกับว่าผู้วิเศษอัศวินรถม้าที่เข้าครัวทำกับข้าวได้ แถมยังชอบหิ้วเธอขึ้นมา เป็นเพียงภาพลวงตา
เมื่อสิ่งลวงตาหายไป เขาก็ยังคงเป็นผู้วิเศษที่สูงส่ง
หากไม่ใช่เพราะเธอถูกสสารเล่นแร่แปรธาตุทำให้ตัวหดเล็กลง เธอกับเขาก็คงไม่มีทางได้เกี่ยวข้องกัน
ซีนายกระชับเสื้อโค้ทแล้วเดินต่อ
ขณะเดินผ่านเก้าอี้ยาวกลับถูกคว้าข้อมือไว้
แรงเยอะมากทำให้ซีนายยืนไม่อยู่
เขานั่งอยู่ท่ามกลางวันหิมะตก แต่มือกลับยังคงอุ่น อุณหภูมิในร่างกายแผ่ซ่านมาที่เธอ
วินาทีถัดมาเธอก็ล้มไปในอ้อมกอดของเขาอย่างควบคุมไม่ได้
ร่างกายของเขาแข็งแรงดุจน้ำแข็ง
tom110
ชอบคู่นี้ มีความเอ็นดูชอบแกล้ง