คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 6 นอร์ตัน ‘เด็กน้อย มีโผกอดด้วยเหรอ’
บทเสริมตอนที่ 6 นอร์ตัน ‘เด็กน้อย มีโผกอดด้วยเหรอ’
แต่จากนั้นมือหนาอีกข้างหนึ่งของเขาก็ประคองเอวเธอไว้
อุณหภูมิที่ฝ่ามือยังคงอบอุ่น
ขนาดสวมเสื้อผ้าหนาเธอยังรู้สึกได้
พรึ่บ
ในเวลาเดียวกันเขาก็ลืมตาขึ้น
ซีนายเห็นดวงตาสีเขียวเข้มที่คุ้นเคย
ลุ่มลึก ลึกลับ เดาทางไม่เคยได้
แม้จะเคยใช้ชีวิตอยู่กับนอร์ตันมาเกือบครึ่งปี เธอก็ไม่เคยรู้อดีตของเขาแม้แต่น้อย
ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ในท่าที่คลุมเครือ หน้าห่างกันไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร
แต่ตอนที่เธอยังเป็นเด็กหกขวบ เธอกับเขาใกล้ชิดกันยิ่งกว่านี้เสียอีก
เขามักหิ้วเธอขึ้นมาอย่างไม่เคอะเขิน จับเธอนั่งบนบ่าของเขา
และก็มักอุ้มเธอตอนที่เธอทำตัวขัดขืน
หลังจากเธอกินยาถอนพิษลงไปหนึ่งเม็ด รู้สึกว่าเขากลับไปเย็นชาเหมือนเดิมแล้ว
ไม่ใช่ทำตัวสูงส่ง แต่ห่างเหินเข้าไม่ถึง
ตัวเขาเหมือนมีม่านหนากั้นอยู่ แม้จะเป็นอิ๋งจื่อจินกับซีซาร์ที่สนิทกับเขาก็ยังดึงม่านนี้ออกไม่ได้
นอร์ตันเงยหน้าขึ้น พูดเสียงเบา “เด็กน้อย ทำไมไม่เดินดีๆ ล่ะ มีการโผกอดด้วยเหรอ”
โทนเสียงคุ้นเคยทำให้ร่างกายที่หดเกร็งของซีนายผ่อนคลายลง
เธอเหลือบมองต้นขาของเขาที่เต็มไปด้วยหิมะ ยื่นมือออกไปปัดหิมะให้ทีละนิด “ฉันยังไม่ได้นั่งลง”
ถึงขั้นที่เธอได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบาๆ เจือไปด้วยความเย้าหยอก
“ก็จริง แต่ก็เคยนั่งหลายครั้งแล้วนะ” นอร์ตันปล่อยมือออก “อีกสักครั้งจะเป็นไรไป”
ซีนายตั้งตัวไม่ทัน พอแรงที่คาอยู่ตรงเอวหายไป คราวนี้เธอเลยหล่นไปนั่งบนตักของเขา
“….”
ปลายหูของเธอเริ่มแดง กำลังจะลุกขึ้น แต่กลับถูกเขาโอบไว้
ไม่ปล่อยให้เดินหน้าหรือถอยหลัง
หิมะเย็นเฉียบ แต่ร่างกายของเขากลับร้อนผ่าว
นอร์ตันพูด “ทำไมถึงไม่ระวังแบบนี้ หนาวจนนิ้วแดงหมดแล้ว”
เขาพูดพลางหยิบครีมทามือออกมา จับมือเธอขึ้นมาทาอย่างใจเย็น
เมื่อก่อนนี้เขาก็เคยทาให้เธอแบบนี้หลายครั้ง
แต่อย่างไรเสียร่างกายของเด็กก็ไม่ได้ชวนให้กระอักกระอ่วนเท่าไร
ครั้งนี้ปลายนิ้วของเขาราวกับมีกระแสไฟฟ้า
ซีนายเกร็งอีกรอบ หูแดงหนักกว่าเดิม
นอร์ตันทาเสร็จก็หยิบกล่องยาที่เตรียมไว้ออกมา “เอายาไป ในนี้มีครีมกันแดดแบบถาวร”
เวลาเขาไม่อยู่ไม่รู้ว่าจะมีคนใส่หมวกให้เธอหรือเปล่า
ผิวผู้หญิงบอบบางมาแต่ไหนแต่ไร ห้ามปล่อยให้หนาวจนผิวแตกหรือตากแดดจนดำ
ซีนายยืนขึ้นทันที เธอรับมา “ขอบคุณท่านอัศวินรถม้า”
พอได้ยินแบบนี้นอร์ตันก็เงยหน้า จ้องหน้าเธอ
ชั่วขณะนั้นเธอเกือบละลายอยู่ภายใต้สายตาของเขา
แต่ทันใดนั้นเขาก็ปล่อยมือ
อุณหภูมิอบอุ่นหายไปในชั่วพริบตา
เขาลูบศีรษะเธอเบาๆ เหมือนซู่เวิ่นกับลูเอล และก็เหมือนผู้ใหญ่คนอื่นๆ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบที่เห็นได้ยาก “เด็กน้อย เดินทางปลอดภัยนะ”
ซีนายจับที่ลากกระเป๋าเดินทางแน่น “เหมือนกัน”
พอได้ยินแบบนี้นอร์ตันกลับเลิกคิ้ว “รู้เหรอว่าฉันจะไปไหน”
“อืม เมื่อกี้อาอิ๋งบอกแล้ว” ซีนายหยุดเล็กน้อย “คุณจะไปโลกเล่นแร่แปรธาตุ”
ช่วงเวลาสิบปีที่เธอตามหาอิ๋งจื่อจิน เธอได้รู้เกี่ยวกับยุโรปมากมาย
แต่เธอก็เพิ่งเคยได้ยินโลกเล่นแร่แปรธาตุครั้งแรก
ถ้าไม่ใช่นักเล่นแร่แปรธาตุก็ไม่มีทางหาที่นั่นเจอ
“อืม” นอร์ตันหันตัวเล็กน้อย “อยู่ยุโรปเหมือนกัน ถ้ามีเวลาฉันจะไปเยี่ยมเธอ เอาเสื้อผ้าไปให้หน่อย”
เขาลูบศีรษะเธออีกครั้ง “ไปเถอะ เดี๋ยวตกเครื่อง”
เด็กน้อยคนนี้ที่อยู่กับเขามานานสุดท้ายก็ยังคงต้องมีชีวิตของตัวเอง
โลกที่เขาอยู่มีแต่การนองเลือด ไม่ควรให้เธอที่ชอบวิทยาศาสตร์เข้ามาพัวพันด้วย
อิ๋งจื่อจินก็มีคนที่จะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตแล้ว
ซีซาร์ใจกว้าง ไม่เคยต้องกลุ้มใจอะไร
โลกนี้พายุฝนพัดผ่าน มีเพียงเขาที่ต้องอยู่ลำพัง
คนเดียวดูเหมือนก็ดีเหมือนกัน
ซีนายลากกระเป๋าเดินทาง หันตัวเดินออก
เวลานี้นอร์ตันกลับพูดไล่หลังเธอ “เด็กน้อย ตอนนอนแนะนำให้เอาตะปูตอกผ้าห่มไว้นะ แบบนั้นเธอจะได้ไม่ถีบมันตก”
ซีนาย “…”
เธอว่าแล้ว
เรื่องขายหน้าทั้งหมดของเธอในชาตินี้ปรากฏให้เขาเห็นหมดไม่มีเหลือ
ซีนายเดินไปจนถึงประตูหน้า
ห่างมาไกลแล้วเธอถึงหันกลับไป
เขายังคงนั่งอยู่ตรงนั้น ดูโดดเดี่ยวอ้างว้างเช่นเคย
ซีนายคิด
หลังจากนี้เธอกับเขาอาจไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
เดิมทีเธอกับเขาก็ไม่น่ามาเกี่ยวข้องกันได้
ตอนนี้เธอกลับคืนสภาพเดิม ก็ถึงเวลาที่ต้องร่ำลาแล้ว
ริมหน้าต่างบนชั้นสองของเรือนแห่งนี้
อิ๋งจื่อจินพิงกำแพง มองสองคนที่อยู่ไกลกันมากขึ้นเรื่อยๆ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย
โลกเล่นแร่แปรธาตุ
เธอหรี่ตาลง
ก็จริง
ครั้งนี้ยังไม่ได้เจอสหายเก่าเหล่านั้น
…
มีเที่ยวบินจากประเทศจีนไปประเทศจีไม่มาก แต่ราบรื่นดี
เวลาบ่ายสามซีนายก็ถึงสนามบินนานาชาติของประเทศจี
เธอไม่ได้ให้ใครมารับ เรียกรถไปศูนย์วิจัยยานอวกาศข้ามจักรวาลตามพิกัดที่คณบดีนอร์แมนส่งมา
แต่เนื่องจากอยู่ไกลมาก รถแท็กซี่จึงจอดส่งเธอตอนที่เหลืออีกสองกิโลเมตร
แถวนั้นไม่มีรถโดยสาร ซีนายจึงเลือกที่จะเดิน
เธอมองไปรอบๆ พลางพูด “เอ่อคือ ฉัน…”
คำพูดชะงัก
เธอเงยหน้าถึงนึกได้ว่าตัวเองมีร่างกายของคนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ข้างกายไม่มีคนอื่น
ระยะเวลาครึ่งปีที่ผ่านมาจะว่านานก็นาน จะว่าสั้นก็สั้น
แต่กลับเพียงพอให้ฝังลึกอยู่ในหัวใจ
เดิมทีสุขภาพของซีนายก็ไม่ได้แข็งแรง แต่ช่วงหลายเดือนมานี้ได้นอร์ตันช่วยบำรุง เดินระยะทางแค่นี้สบายมาก
หลังจากเธอไปถึงศูนย์วิจัยยานอวกาศข้ามจักรวาลเธอก็โทรหาคณบดีนอร์แมน
“ลูกศิษย์ ทำไมมาถึงเร็วแบบนี้” คณบดีนอร์แมนตกใจ “อาจารย์ลาบ่าย ตอนนี้เดินช้อปปิ้งอยู่ในเมืองเป็นเพื่อนเมีย”
“เชิญค่ะ” ซีนายใจเย็น “หนูแค่กลัวอาจารย์รอไม่ไหวเลยรีบเอาชุดกระโปรงมาให้”
คณบดีนอร์แมน “…”
เขาลืมไป เมื่อสิบปีก่อนตอนอยู่สำนักวิจัย ซีนายยังมีอีกฉายาหนึ่งว่า ‘ราชินีปากร้าย’
“ลูกศิษย์ อาจารย์ผิดไปแล้ว อาจารย์เตรียมผู้ช่วยไว้ให้เรียบร้อย” คณบดีนอร์แมนพูด “รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะเรียกให้ไปรับเธอ”
ครึ่งนาทีต่อมาก็มีเสียงพูดอีกครั้ง “ผู้ช่วยคนนี้ชื่อชาร์ล็อต ออกไปรับเธอแล้ว เห็นหรือยัง”
ซีนายเงยหน้า เห็นคนตรงประตูใหญ่
“อาจารย์ซีนาย สวัสดีค่ะ ฉันเป็นผู้ช่วยของอาจารย์ค่ะ ชื่อชาร์ล็อต ไบรอัน” เด็กสาวที่มีกระบนใบหน้าวิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ “เจอกันครั้งแรก ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”
“สวัสดีค่ะ” ซีนายยื่นมือออกไป “ซีนาย เรนเกลค่ะ”
“เชิญทางนี้ค่ะอาจารย์ซีนาย ห้องทำงานของอาจารย์อยู่ชั้นใต้ดินชั้นที่สาม” ชาร์ล็อตหน้าแดงระเรื่อ “ฉันเพิ่งจบจากคณะเครื่องกลของมหาวิทยาลัยนอร์ตัน ปีนี้อายุยี่สิบสองปี และก็เพิ่งเข้าร่วมโปรเจ็กต์นี้ ดีใจมากที่ได้มาเป็นผู้ช่วยของอาจารย์ค่ะ”
แม้เธอจะไม่รู้ที่มาที่ไปของซีนาย แต่คณบดีนอร์แมนเป็นคนฝากฝังเรื่องนี้เอง เธอย่อมต้องให้ความสำคัญ
บรรดานักวิจัยในศูนย์ต่างรู้ว่าเกอร์เวนเอาเนื้อหาสำคัญส่งให้คณบดีนอร์แมนหมดแล้ว
ศูนย์วิจัยใหญ่มาก ชั้นใต้ดินกับบนดินรวมกันมีทั้งหมดหกสิบชั้น
ซีนายตามชาร์ล็อตไปยังชั้นใต้ดินชั้นที่สาม
“นี่คือชุดวิจัยที่เตรียมไว้ให้ค่ะ” ชาร์ล็อตหยิบกล่องออกมาหนึ่งใบ “ของใช้ในชีวิตประจำวันก็เตรียมไว้ให้แล้ว ห้องพักก็อยู่ข้างๆ ค่ะ”
ซีนายพยักหน้า รับชุดวิจัยสีขาวที่คุ้นเคยมา
พอใส่เสร็จเธอก็มองเสื้อกาวน์บนตัว เหม่อลอยไปชั่วขณะ
เธอไม่เคยสวมชุดกระโปรงก่อนที่จะมาเจอนอร์ตัน
ใส่เสื้อกาวน์สีขาวมาตลอด
ซีนายนวดหัว
ทำไมเธอเห็นอะไรก็ต้องนึกถึงเขาด้วยนะ
ตามหลอกหลอนจริงๆ
“นี่เป็นโปรเจ็กต์ระยะยาว แต่ละสัปดาห์จึงมีเวลาพักให้สองวัน” ชาร์ล็อตยื่นน้ำให้หนึ่งขวด “อาจารย์ซีนายคะ โปรเจ็กต์ของพวกเราพอเริ่มทำงานกันขึ้นมาก็หนักหนาเอาการ ถ้าไม่สบายตรงไหนบอกได้เลยนะคะ”
“ค่ะ” ซีนายพยักหน้าเล็กน้อย “ส่งข้อมูลมาให้ฉันด้วยนะคะ”
เธอเริ่มทำงานตั้งแต่วันนี้ได้เลย
พอทำงานเธอก็จะลืมเรื่องอื่นได้
จนกระทั่งมีเสียงหัวเราะดังขึ้น มีคนพูดคุยด้วยภาษาอังกฤษ
“ชาร์ล็อต ออกไปด้วยกันเถอะ เธอไปทำอะไรอยู่ตรงนั้น วันนี้วันหยุด ออกไปเที่ยวกันดีกว่า”
“ฉันไม่ไปแล้วล่ะ” ชาร์ล็อตส่ายมือ “ฉันต้องอยู่ดูแลที่นี่ก่อน”
พวกคนที่เดินมาทักถึงได้เห็นซีนายที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะทำงาน
เธอกำลังตั้งใจมองหน้าจอคอมพิวเตอร์
ผมยาวสีบลอนด์ลู่ไปตามแก้ม เหมือนดวงดาวที่กระจายอยู่บนพื้น
ดวงตาสีน้ำเงินคล้ายคลื่นมหาสมุทร ริมฝีปากสีชมพูอ่อนเหมือนเยลลี่
ผิวพรรณขาวใส เหมือนแค่เป่าก็ถูกทำลายได้
แค่ใบหน้าด้านข้างก็ชวนให้ตะลึงแล้ว
ใบหน้าแบบตะวันตกในศูนย์วิจัยมีอยู่ไม่น้อย แต่พวกเขาเพิ่งเคยเจอคนที่สวยได้ถึงขั้นนี้ครั้งแรก
อย่างไรเสียคนเป็นนักวิจัยไม่ว่าอย่างไรหัวก็เริ่มล้านกันทั้งนั้น
เด็กหนุ่มคนหนึ่งทนไม่ไหว เดินเข้าไป “ชาร์ล็อต ไม่แนะนำหน่อยเหรอ”
ชาร์ล็อตยังคงส่ายมือ “ไปๆๆ พวกเธอไปเที่ยวเถอะ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็ได้รู้จักแล้ว”
เด็กหนุ่มก็สัมผัสได้ถึงความเย็นชาระยะไกลที่แผ่ซ่านมาจากตัวซีนาย ถูกรำคาญเข้าแล้ว จำต้องออกไป
ซีนายกำลังรับเอกสาร ไม่ได้เงยหน้าขึ้น “คุณไม่ออกไปด้วยเหรอ ฉันอยู่คนเดียวได้”
“ไม่ไปแล้วค่ะ ยังไงซะก็ไม่น่าสนใจ แถวนี้เป็นเขตชนบท ออกไปห้ากิโลเมตรถึงจะมีห้างสรรพสินค้า” ชาร์ล็อตพูด “อันที่จริงโปรเจ็กต์นี้มีคนหนุ่มสาวเยอะมาก พวกเขาติดเที่ยว วันหยุดสุดสัปดาห์เลยชอบชวนกันไปนั่งที่ผับบาร์ค่ะ”
ซีนายพยักหน้าแล้วทำงานต่อ
…
ไม่กี่วันถัดมา
ตี้ตู
ตี้อู่เฟิงกับตี้อู่เสวี่ยกลับมาพร้อมกับตี้อู่ชวน พวกเขาได้ทราบเรื่องที่คนตระกูลหลัวมาหา
ตี้อู่ชวนมีสีหน้ากลุ้มใจ ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง “กะแล้วว่าต้องมีวันนี้”
หลายคนในวงการนักพยากรณ์รอวันที่เขาตาย ตระกูลตี้อู่ล้มลง
ช่วงนี้ตระกูลหลัวกำลังโด่งดัง เห็นตี้อู่เย่ว์นอนสลบไม่ฟื้นก็ย่อมเลือกที่จะรื้อสะพานข้ามน้ำก่อน
“ต้องถอนหมั้นอยู่แล้ว” ตี้อู่ชวนแสยะยิ้ม “แต่ตระกูลตี้อู่ต้องเป็นฝ่ายถอนเอง ไม่ถึงกับต้องให้คนตระกูลหลัวมาหาถึงบ้าน”
พูดจบเขาก็หันไป “เสี่ยวเฟิง เสี่ยวเสวี่ย ตามปู่ไปเตรียมเรื่องนี้ที่ห้องหนังสือ”
ตี้อู่เสวี่ยรีบไป
ครึ่งนาทีต่อมาตี้อู่ชวนถึงค่อยๆ ก้าวเท้าออกไป
ขณะเดียวกันภายในห้อง
เด็กสาวที่นอนอยู่บนเตียงก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
แสงแดดที่แยงตาเล็กน้อยทำให้เธอต้องเอามือบังตา
ไม่กี่นาทีต่อมาถึงรู้สึกดีขึ้น
ตี้อู่เย่ว์กะพริบตาแล้วกะพริบตาอีก
เธอกุมศีรษะตัวเอง ร้องซี้ด “ปวดหัวจัง”
เธอคงไม่ได้ไปเมามาเมื่อคืนจนถูกปู่ตีชุดใหญ่ใช่ไหม
“ฟื้นแล้วเหรอ” มีเสียงพูดดังขึ้น สำเนียงแบบคนตะวันตก เป็นโทนเสียงอีกแบบ “ฟื้นแล้วก็อย่าแกล้งหลับต่อ ลุกขึ้นมากินยา”
ตี้อู่เย่ว์ลืมตาขึ้นก็เห็นสีทองอร่าม
เธอคว้าหมับทันที พูดด้วยความดีใจ “ว้าวทองคำ พี่ชาย ฉันรู้ว่าพี่ชายเป็นคนดีที่สุด เตรียมทองไว้ให้ฉันตั้งมากขนาดนี้”
เธอกอดเขาทันทีด้วยความดีใจ “เอ๊ะ ทำไมนุ่มขนาดนี้ พี่ชาย หลอกกันหรือเปล่า”
ถูกตี้อู่เย่ว์จู่โจมแบบนี้ ซีซาร์เกือบหยุดหายใจ ร่างกายก็หดเกร็ง
เขาจับข้อมือเธอทันที “ยัยเปี๊ยกพิการระดับสาม ปล่อยนะ!”
นี่มันผม!
มีมาแต่กำเนิด!
“หืม?” ตี้อู่เย่ว์เหมือนตื่นจากฝัน ทำตาโตเหมือนไม่รู้เรื่อง มองซีซาร์อยู่สามวินาทีด้วยความสงสัย “คุณเป็นใคร”
“…”
“…”
“…”
เงียบ และเงียบ
ซีซาร์ปวดขมับตุบๆ “ยัยเปี๊ยกพิการระดับสาม อย่าคิดว่าแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันแล้วจะไม่ต้องคืนเงินนะ”
ตี้อู่เย่ว์เกาหัว “ฉันไม่รู้จักคุณจริงๆ แล้วก็ ทำไมฉันต้องคืนเงินคุณด้วย”
“เย่ว์เย่ว์” ตี้อู่ฮวาเปิดประตูเข้ามาในเวลานี้ รู้สึกเซอร์ไพรส์ “ฟื้นแล้วเหรอเย่ว์เย่ว์!”
“พี่รอง!” ตี้อู่เย่ว์กอดเธอทันที “นี่ใครเหรอ ทำไมมาอยู่ในห้องฉัน เขาคิดจะมาเด็ดดอกไม้ใช่ไหม!”
ซีซาร์ได้ฟังก็กวาดตามองหน้าอกตี้อู่เย่ว์ “เธอเนี่ยนะ”
ตอนเขาอยู่ฟลอเรนซ์เคยเจอสาวสวยสารพัด มีเหรอจะมาถูกใจยัยถั่วงอกนี่
“นี่คุณลอเรนท์ไง” ตี้อู่ฮวาระแวงขึ้นมาทันที “เย่ว์เย่ว์ไม่รู้จักเหรอ”
“พี่รอง ฉันสาบานเลยว่าฉันไม่รู้จักจริงๆ” ตี้อู่เย่ว์ทำแก้มป่อง “ฉันไม่เคยรู้จักคนต่างชาติเลยนะ”
ตี้อู่ฮวาขมวดคิ้ว หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดรูปอิ๋งจื่อจิน “งั้นคุณอิ๋งนี่ล่ะ”
“ฉันต้องรู้จักอาจารย์ของตัวเองอยู่แล้ว” ตี้อู่เย่ว์ดวงตาเปล่งประกาย “อาจารย์ดีต่อฉันมาก แถมยังให้ทองมาด้วย ฉันลืมอะไรลืมได้ แต่ไม่มีทางลืมอาจารย์หรอก”
“ใช้ได้” ซีซาร์พยักหน้าเบาๆ โมโหจนหัวเราะ “เธอไม่รู้จักแค่ฉันใช่ไหม ฉันก็ให้ทองเธอเหมือนกัน จำไม่ได้เหรอ”
ยุติธรรมเหรอ
เขาว่าเธอแกล้งทำ
“คุณเคยให้ทองฉันด้วยเหรอ” ตี้อู่เย่ว์งงอยู่สักพัก ยกมือขึ้น “พี่ชาย ฉันขอสาบานด้วยคลังสมบัติน้อยๆ ของฉัน ฉันไม่รู้จักคุณจริงๆ”
ซีซาร์เงียบไป
ถึงขั้นสาบานด้วยคลังสมบัติน้อยแล้ว ใจเด็ดน่าดู
ดูท่าผลกระทบหลังจากการพยากรณ์ครั้งนี้ก็คือ ตี้อู่เย่ว์ลืมเรื่องทุกอย่างในเมืองแห่งโลกไปหมด
แต่ก็ดีเหมือนกัน
ลืมแล้วเธอก็จะยังคงเป็นเด็กสาวร่าเริงที่แหย่รังแตนจับกบเล่น
ไม่รู้เรื่องสงครามผู้วิเศษครั้งนั้น และก็ไม่มีทางคิดเสียสละชีวิตอีก
“ฉันจะไปตามหมอ” ตี้อู่ฮวาไม่วางใจ “ให้มาตรวจดูว่าสมองกระทบกระเทือนอะไรหรือเปล่า รบกวนคุณลอเรนท์ดูเย่ว์เย่ว์ให้ก่อนนะคะ”
พูดจบก็รีบร้อนออกไป
ภายในห้องเหลือเพียงตี้อู่เย่ว์กับซีซาร์แค่สองคน
ตี้อู่เย่ว์มองเขา พูดด้วยความลังเล “พี่ชาย ตกลงคุณเป็นใครเหรอ”
ซีซาร์นั่งตัวตรง สองขาไขว่ห้าง ยิ้มพลางพูด “ฉันเป็นเจ้าหนี้ของเธอ”
หลอกเอาเงินเขาไป แถมตอนนี้ชีวิตของเขาก็ยังอยู่ในมือเธอ
หนี้ครั้งนี้มหาศาลมาก
“…”
สิบนาทีถัดมา ตี้อู่เย่ว์มองใบแจ้งหนี้ยาวเหยียด อยากร้องไห้
นี่เธอไปหลอกเอาเงินมาขนาดนี้เลยเหรอ
ไม่ถูกสิ เวลาเธอจะหลอกใครเธอเลือกเป้าหมาย ไม่เคยถูกคนตามมาเอาเรื่องถึงบ้าน
“พี่รอง!” ตี้อู่เย่ว์ไม่อยากเชื่อ ตะกายหาตี้อู่ฮวาที่กลับมา “รีบบอกฉันเร็วว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง”
ตี้อู่ฮวาลังเล
เธอมองซีซาร์ที่ทำหน้าจริงจัง
เขายกถ้วยชาขึ้นมาค่อยๆ เป่า ดูมีมาดเหมือนคุณชายยุคโบราณ
นึกถึงน้องสาวตัวเองที่ชอบไปหลอกคนจริงๆ
สุดท้ายตี้อู่ฮวาก็พยักหน้า ปลอบใจน้องสาว “ไม่เป็นไร คุณลอเรนท์ไม่มีทางถือสาหาความเรื่องพวกนี้”
ถ้าซีซาร์ถือสาเรื่องทองพวกนั้นคงไม่มีทางออกไปซื้อยาต้มยาให้ตี้อู่เย่ว์ด้วยตัวเอง
“ไม่ได้!” ตี้อู่เย่ว์เช็ดน้ำตา “อาจารย์บอกว่าเวรกรรมสำคัญที่สุด ไม่อย่างนั้นต่อไปจะพัวพันหนักขึ้น แก้ยากแล้ว”
เธอเซ็นชื่อตัวเองลงบนใบแจ้งหนี้ทั้งน้ำตา
แบบนี้เธอต้องใช้หนี้ไปถึงเมื่อไร
ซีซาร์พับใบแจ้งหนี้เก็บเข้ากระเป๋าอย่างใจเย็น
ยัยนี่ตลกจริง หลอกนิดหลอกหน่อยก็เชื่อแล้ว
หลังจากเซ็นชื่อเสร็จตี้อู่เย่ว์ก็ไปค้นตู้ค้นลิ้นชักทันที เริ่มเก็บข้าวของของตัวเอง แบกจะเดินออกไป
ซีซาร์หันมอง “ยัยเปี๊ยกพิการระดับสาม เธอจะไปไหน”
“ฉันจะไปดูหน่อยว่าที่สมาคมโหราศาสตร์มีงานใหม่หรือเปล่า หาเงินหน่อย” ตี้อู่เย่ว์หันกลับไปทำสีหน้าเอาเรื่อง “คุณ รักษาระยะห่างกับฉันสามเมตรด้วย!”
ซีซาร์เลิกคิ้ว
หลังจากตี้อู่เย่ว์วิ่งออกไปแล้วเขาถึงค่อยๆ ลุกขึ้นตามไป
ทันใดนั้นตี้อู่ฮวาก็ได้สติขึ้นมา ชักร้อนใจ “เย่ว์เย่ว์ เธอยังไม่ได้ให้หมอตรวจเลยนะ!”
แต่ดูจากท่าทางของตี้อู่เย่ว์ที่วิ่งคล่องแคล่วก็ดูปกติดี
…
สมาคมโหราศาสตร์
ตี้อู่เย่ว์ยืนอยู่หน้ากระดานประกาศที่เป็นหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ เริ่มมองหางานที่เหมาะสม
เธอเห็นงานที่ต้องการนักฮวงจุ้ยไปดูสุสาน กำลังจะกดรับ
“ตี้อู่เย่ว์!”
มีเสียงร้องเรียกด้วยความตกใจ เจือไปด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ
ตี้อู่เย่ว์หันไปมองก็เห็นพวกเด็กหนุ่มหลายคน เธองง “มีอะไรเหรอ”
“ตี้อู่เย่ว์ ฉันขอเตือนให้เธอตัดใจดีกว่านะ” เด็กหนุ่มด้านซ้ายตกใจก่อน จากนั้นก็แสยะยิ้ม “ต่อให้เธอฟื้นมาตามตื๊อพี่ชายฉันที่สมาคมโหราศาสตร์ แต่ก็อย่าหวังจะได้แต่งงานกับเขาเลย”
ถ้าปล่อยให้ตี้อู่เย่ว์ไปฟ้องผู้เฒ่าหลัวขึ้นมา เรื่องยังจะง่ายอีกเหรอ
กะแล้วว่าตี้อู่เย่ว์ต้องจับตระกูลหลัวไม่ยอมปล่อย ก็ไม่รู้จักดูตัวเองเสียบ้าง