คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 7 คนในความคุ้มครองของอิ๋งจื่อจิน เธอชอบนอร์ตัน
บทเสริมตอนที่ 7 คนในความคุ้มครองของอิ๋งจื่อจิน เธอชอบนอร์ตัน
วงการนักพยากรณ์ในประเทศจีนก็มีกันอยู่แค่นั้น กระจุกอยู่ในตี้ตู ลั่วหนาน แค่ไม่กี่ที่ หนียังไงก็หนีไม่พ้น
ตระกูลหลัวก็ไม่อยากทำเรื่องนี้ให้สุดโต่งเกินไป
แต่เรื่องด่วนในตอนนี้ก็คือยกเลิกการหมั้นหมายกับตระกูลตี้อู่ให้เร็วที่สุด
เด็กหนุ่มกวาดตามองตี้อู่เย่ว์ด้วยสายตาเย็นชา หันกลับไปพูด “พี่ต้องระวังเธอไว้นะ เกิดเธอไปเอาใจคุณปู่ เดี๋ยวพี่ต้องแต่งเธอเข้าบ้าน อัปมงคลจริงๆ”
ข้างกายเขาเป็นผู้ชายอายุยี่สิบต้นๆ
สวมชุดตัวยาวแบบโบราณเหมือนกัน ผมสั้นสีดำ เครื่องหน้าคมชัด หน้าตาหล่อเหลา
หลัวจื่อชิว
อันดับหนึ่งในรุ่นหนุ่มสาวของตระกูลหลัว
ก่อนหน้านี้ถูกเชิญไปต่างประเทศเพื่อแก้ปัญหาที่บ้านเฮี้ยนแห่งหนึ่ง จากนั้นชื่อเสียงก็โด่งดังมาก
คนที่อยากมาเกี่ยวดองกับตระกูลหลัวก็เลยมีมาอย่างไม่ขาดสาย
ตระกูลหลัวก็ย่อมไม่สนใจตระกูลตี้อู่ที่กำลังถดถอยแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นบ้านใหญ่ของตระกูลหลัวก็อยู่ลั่วหนาน จึงไม่ค่อยได้ไปมาหาสู่กับตระกูลตี้อู่
นี่เป็นครั้งที่สองที่หลัวจื่อชิวเจอตี้อู่เย่ว์
ครั้งล่าสุดเป็นตอนห้าขวบ เขาจำอะไรไม่ได้เลย
ต่อมาได้ยินว่าตี้อู่เย่ว์ถูกคนในตระกูลตี้อู่ตามใจจนเคยตัว ไม่รู้แม้กระทั่งว่าผังแปดทิศคืออะไร ยิ่งไม่น่าสนใจเข้าไปใหญ่
ตอนนี้พอเห็นตี้อู่เย่ว์สวมรองเท้าแตะ หลัวจื่อชิวก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพูด “ไม่เป็นไร”
“ได้ยินหรือยัง” เด็กหนุ่มแสยะยิ้ม พี่ชายของฉันไม่ถือสาหาความกับเธอ เธอล่ะ รู้งานหน่อย อย่ามาตามตื๊ออีก เข้าใจ๋?”
“ใครจะแต่งงานกับพี่ชายของนายไม่ทราบ” ในที่สุดตี้อู่เย่ว์ก็เข้าใจที่มาที่ไปแล้ว เธอแปลกใจ “ฉันไม่รู้จักพี่ชายของนายด้วยซ้ำ อีกอย่าง พี่ชายของนายเป็นทองคำหรือไง ทำไมฉันต้องแต่งงานกับเขาด้วย”
เธอตัดสินใจไว้แล้วว่าจะใช้ชีวิตกับคลังสมบัติน้อยไปตลอด
ผู้ชายมีอะไรดี
ไม่ได้ทำจากทองเสียหน่อย
ตี้อู่เย่ว์ส่ายมือ “อย่ามาเกะกะขวางทาง ฉันจะไปทำงานหาเงิน”
ตอนนี้เธอแบกหนี้ไว้ ไม่รู้ว่าเมื่อไรถึงจะชดใช้หมด
ที่นี่คือส่วนในของสมาคมโหราศาสตร์
ไม่ว่าจะหลัวจื่อชิวหรือตี้อู่เย่ว์ต่างก็มีชื่อเสียงทั้งคู่
กอปรกับเป็นคนของตระกูลนักพยากรณ์ตระกูลใหญ่อย่างตระกูลหลัวในลั่วหนานกับตระกูลตี้อู่ในตี้ตู คนแถวนั้นจึงพากันหยุดเดินแล้วมองมา
ข่าวที่ตี้อู่เย่ว์นอนหมดสติย่อมปิดไว้ไม่อยู่
ตอนนั้นยังมีนักฮวงจุ้ยคนอื่นสันนิษฐานว่าตี้อู่เย่ว์โดนผลสะท้อนรุนแรงหรือเปล่า ถึงได้เจ็บปางตายแบบนี้
“คุณหนูเย่ว์นี่นา ดูท่าเธอจะไม่เป็นอะไรแล้ว”
“ตระกูลหลัวกับตระกูลตี้อู่เคยหมั้นหมายกันไว้เหรอ เพิ่งเคยได้ยินครั้งแรกเลยนะ”
“ตระกูลหลัวทำอะไรไว้ คุณหนูเย่ว์ถึงพูดแบบนี้ สงสัยจะไม่มีงานแต่งแล้วมั้ง”
“นั่นสิๆ…”
คนรอบตัวพากันวิพากษ์วิจารณ์
เด็กหนุ่มโมโหมาก ตาเริ่มแดง “ตี้ อู่ เย่ว์!”
เดิมทีตระกูลหลัวของพวกเขาอยากอาศัยเรื่องถอนหมั้นข่มตระกูลตี้อู่ในวงการ
เอาให้ผู้คนนินทา แบบนั้นจะยิ่งทำให้ตระกูลตี้อู่ตกต่ำเร็วขึ้น
แต่ตอนนี้พวกเขากลับถูกตี้อู่เย่ว์ตอกกลับ
เกรงว่าไม่เกินหนึ่งวันวงการนักพยากรณ์ของประเทศจีนก็จะลือกันไปทั่วว่าตี้อู่เย่ว์ไม่อยากแต่งเข้าตระกูลหลัว
ตี้อู่เย่ว์เดินเข้าบริเวณโต๊ะทำงานด้านหลังแล้ว
“พี่ เธอจงใจแน่ๆ” เด็กหนุ่มโมโหจนพูดเสียงสั่น “เมื่อกี้พี่น่าจะปฏิเสธเธอไปเลย”
หลัวจื่อชิวไม่แคร์เท่าไร “ก็แค่ถอยไปตั้งหลัก ไม่มีประโยชน์หรอก”
เด็กหนุ่มครุ่นคิดชั่วครู่ ยิ้มพูด “ก็จริงนะพี่ คนที่อยากแต่งงานกับพี่แถวยาวไปถึงเมืองนอกแล้ว เดี๋ยวถึงเวลาตระกูลหลัวของเราไปผนึกกำลังกับนักทำนายของทางยุโรป ยังจะมีใครสู้ได้อีก”
นักทำนายของยุโรปมีหลายคนที่พรสวรรค์สูง ตี้อู่เย่ว์ดูไร้ค่าไปเลย
หลัวจื่อชิวไม่ได้เก็บเอาตี้อู่เย่ว์มาใส่ใจ เขาถาม “มีข่าวปรมาจารย์คนนั้นหรือยัง”
“ไม่มีเลย” เด็กหนุ่มลังเล “ไม่มีข่าวเกือบปีแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเธอไปไหนแล้ว”
ลั่วหนานอยู่ทางใต้ ตี้ตูอยู่ทางเหนือ ไกลกันมาก
แต่ข่าวเรื่องงูยักษ์ในสระหานถานถูกฆ่าเมื่อปีที่แล้วก็ถูกลือไปทั่วลั่วหนานเช่นกัน
งูยักษ์ตัวนั้นเทียบเคียงได้กับปรมาจารย์จอมยุทธ์ แต่กลับถูกนักพยากรณ์คนเดียวฆ่าทิ้ง
ความสามารถระดับนี้ไม่มีใครสู้ได้
นับตั้งแต่ตระกูลหลัวมาที่นี่ก็ยังไม่เคยได้เจอบุคคลคนนั้น
แค่รู้มาจากนักฮวงจุ้ยคนอื่นว่าเป็นเด็กสาววัยรุ่น
แต่ก็จริง เมื่อความสามารถของนักพยากรณ์สูงถึงในระดับหนึ่งก็สามารถคงความอ่อนเยาว์ไปตลอดเหมือนจอมยุทธ์กับแพทย์แผนโบราณได้
หลัวจื่อชิวหรี่ตาเล็กน้อย “รอดูในสมาคมโหราศาสตร์ไปก่อนสองวัน ไม่แน่ปรมาจารย์ท่านนี้อาจไปถ้ำโบราณที่เพิ่งเปิดใหม่ก็ได้”
ตระกูลหลัวจะต้องผูกมิตรกับปรมาจารย์ท่านนี้ให้ได้
…
อีกด้านหนึ่ง
ตี้อู่เย่ว์รับมาห้างาน หลังจากรับป้ายเบอร์เสร็จก็เตรียมกลับบ้านด้วยความดีใจ
บ้านตระกูลตี้อู่ไกลจากสมาคมโหราศาสตร์มาก นั่งรถไฟใต้ดินก็ยังต้องใช้เวลาถึงสามชั่วโมง
ตี้อู่เย่ว์คำนวณค่ารถไฟใต้ดิน จากนั้นก็ตัดสินใจเลือกรถเมล์ที่เสียแค่สองหยวน
พอเธอหันตัวเพิ่งเดินได้สองก้าวก็ชนเข้ากับหน้าอกของชายหนุ่ม
“ซี้ดดด” ตี้อู่เย่ว์จับจมูก ถึงกับน้ำตาไหล “เจ็บๆๆ”
เธอถอยหนึ่งก้าว เงยหน้ามองไปก็พบว่าเป็นเจ้าหนี้ตัวเองยืนอยู่ตรงหน้า
“…”
เจ้าหนี้คนนี้ตามโหดจริงๆ
“ยัยเปี๊ยกพิการระดับสาม เมื่อไรความฉลาดของเธอมันถึงจะไปอยู่ที่ส่วนสูงบ้าง” ซีซาร์กอดอก มองเธออย่างใจเย็น “เธอสูงแค่อกฉัน อย่างกับเด็กประถม”
ตี้อู่เย่ว์มองผมสีทองของเขา “คุณโตแต่ตัว สมองไม่พัฒนา”
“…”
ซีซาร์เปิดประตูรถด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก ขึ้นไปนั่งตรงฝั่งคนขับ
เขาเป็นผู้ชายอกสามศอก ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับผู้หญิงหรอก
รออยู่หลายวินาทีกลับไม่เห็นตี้อู่เย่ว์ขึ้นรถ
ซีซาร์หันไป ขมวดคิ้ว “มัวอึ้งอะไรอยู่ ขึ้นรถสิ”
“แบบนั้นฉันไม่ยิ่งติดค้างคุณมากกว่าเดิมอีกเหรอ” ตี้อู่เย่ว์กอดกระเป๋าแน่น “ไม่เอาหรอก ฉันไปนั่งรถเมล์ดีกว่า ฉันยังมีขา เดินเองได้!”
ซีซาร์อดทน สูดลมหายใจเข้าลึก “ครั้งนี้ไม่นับ โอเคไหม”
“จัดไป!”
ตี้อู่เย่ว์รีบขึ้นรถ
ตอนที่เห็นการตกแต่งภายในรถเป็นสีทองเธอก็ร้องว้าว “พี่ชาย ฉันว่าพวกเราคุยภาษาเดียวกันนะ พี่ชายก็ชอบทองใช่ไหมล่ะ”
“อือ” ซีซาร์หักพวงมาลัยรถ “อาจารย์ของเธอยังเคยพาฉันไปขุดทองด้วย ดูเหมือนเธอจะไม่ได้รับการปฏิบัติแบบนี้นะยัยเปี๊ยกพิการระดับสาม”
หลังจากรู้ว่าดินแดนอารยธรรมโบราณแอตแลนติสสูญหายไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว หัวใจของเขาก็เจ็บปวดอยู่นานแสนนาน
ตี้อู่เย่ว์ “…”
เธอล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาส่งข้อความหาอิ๋งจื่อจิน
[ฮือออ อาจารย์เคยพาไปขุดทองด้วยเหรอ เขายังเยาะเย้ยฉันด้วยว่าฉันไม่ได้รับการปฏิบัติแบบนี้]
[อาจารย์ที่รัก : ?]
[อาจารย์ที่รัก : ให้เขาไสหัวไปซะ]
ตี้อู่เย่ว์ดวงตาเปล่งประกาย ส่งข้อความต่อ
[อาจารย์ ฉันเพิ่งรับงานมาใหม่ เดือนหน้าอาจารย์ไปกับฉันหน่อยได้ไหม แค่ดูอยู่ข้างๆ ก็ได้ เรื่องอื่นไว้เป็นหน้าที่ฉันเอง]
[อาจารย์ที่รัก : ได้ ส่งพิกัดมา เดี๋ยวไปเป็นเพื่อน]
ตี้อู่เย่ว์มีความสุข
อาจารย์ตามใจเธอที่สุดแล้ว
เธอเอาหน้าต่างแชทให้ซีซาร์ดู “ดูซะ อาจารย์จะพาฉันออกไปด้วย!”
ซีซาร์ “…”
หลังจากมีตี้อู่เย่ว์โผล่มา เขาก็ไม่ใช่คนโปรดอีกต่อไป
เดิมทีอิ๋งจื่อจินมีนิสัยเย็นชาอยู่แล้ว แต่กลับคุยง่ายเวลาอยู่กับตี้อู่เย่ว์
เขาอิจฉาริษยาหมั่นไส้เหลือเกิน
แต่ก็นะ
ตี้อู่เย่ว์คู่ควร
แววตาของซีซาร์หม่นลง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย นึกถึงสงครามแห่งสามผู้วิเศษ
ตี้อู่เย่ว์ที่อายุแค่สิบแปดพูดว่า เธอยินดีเสียสละเพื่อโลกนี้
ตอนนั้นทำเขาตะลึงมาก จนถึงตอนนี้เวลานึกถึงก็ยังขนลุกอยู่หน่อยๆ
“ยัยเปี๊ยกพิการระดับสาม พูดตามตรงเลยนะ ฉันล่ะนับถือเธอเป็นคนที่สองเลยรองจากบอส อันที่จริงเธอ…” ซีซาร์หันหน้าไปก็เห็นตี้อู่เย่ว์ที่นั่งอยู่ข้างๆ หลับคอพับไปแล้ว
“…”
เขาไม่น่าคุยกับเธอเลย
น่าโมโหจริงๆ
หนึ่งชั่วโมงต่อมารถก็ถูกขับมาถึงบ้านตระกูลตี้อู่
“อ๊ะๆ ถึงแล้ว” ตี้อู่เย่ว์ตื่นทันที กระโดดลงจากรถ “ขอบคุณนะพี่ชาย”
ซีซาร์เบือนหน้าหนี สีหน้าเย็นชา
ขึ้นรถก็หลับ พอถึงก็ตื่น
ร่างกายเป็นแบบไหนกัน
“เย่ว์เย่ว์ ในที่สุดก็กลับมาแล้ว” ตี้อู่ฮวามองน้องสาวด้วยสายตาตำหนิ “ดีนะที่คุณลอเรนท์ตามออกไปด้วย เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะบอกคุณปู่ยังไง”
“ฉันไม่ได้อยากให้เขาตามไปเสียหน่อย” ตี้อู่เย่ว์พึมพำ “เขาเป็นเจ้าหนี้ แถมยังไม่ใช่สเปกที่ฉันชอบ”
ซีซาร์โมโหจนหัวเราะ เขาดื่มชาแล้วเหลือบมองเธอ “งั้นสเปกเธอเป็นแบบไหนไม่ทราบ”
อย่างน้อยตอนศตวรรษที่สิบแปดเขาก็ถูกยกย่องว่า ‘อพอลโลแห่งฟลอเรนซ์’
ดอกไม้ที่ได้รับในแต่ละวันเปิดร้านขายดอกไม้ได้เลยทีเดียว
แต่ในแปดครั้งที่เขาเปลี่ยนภพ เนื่องจากมีผู้วิเศษวันพิพากษาตามฆ่าเขาไม่หยุดหย่อน เขาเลยไม่ได้แต่งงานแม้แต่ครั้งเดียว ถูกฆ่าซะก่อน
จนกระทั่งชาตินี้
ภายใต้การช่วยเหลือของนอร์ตันกับอิ๋งจื่อจิน เขาถึงมีชีวิตอยู่มาได้ตั้งแต่ศตวรรษที่สิบแปดจนถึงศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด
ต่อมาหลังจากที่คืนสถานะผู้วิเศษ อายุก็ยืนยาว
แต่ก็ยังคงเป็นหมาโสด
คำพูดนี้ของตี้อู่เย่ว์เลยเหมือนแทงจุดเจ็บปวดของเขา
“ฉันชอบเจียงอี้!” ตี้อู่เย่ว์ชี้โทรทัศน์ตะโกนเสียงดัง “ดูนั่น ก็คือคนนั้น ร้องเก่งเต้นได้ รูปร่างดี สายตาเย้ายวน จริงสิ วันนี้ฉันลืมช่วยปั่นอันดับไปเลย!”
ซีซาร์หรี่ตามองตามมือของเธอ
ในโทรทัศน์กำลังฉายเทปบันทึกภาพคอนเสิร์ตงานเลี้ยงฉลองปีใหม่และตรุษจีนของชูกวงมีเดียในปีนี้
เจียงอี้กับอวิ๋นเหอเย่ว์มีเต้นด้วยกัน
ซีซาร์ไม่ค่อยเข้าใจการเต้นของสมัยนี้ แต่ก็พอมองออกว่าทั้งสองคนเต้นเก่งมาก
หลังจากการแสดงชุดนี้จบลง วันนั้นแฟนคลับของทั้งสองคนก็ด่ากันจนขึ้นอันดับหนึ่งคำค้นยอดนิยม
ชูกวงมีเดียก็ยังเอาไม่อยู่
ตอนนี้ผ่านมาเกือบเดือนแล้ว แฟนคลับก็ยังคงด่ากันไม่เลิก
“อ่อ” ซีซาร์พูด “ไม่เห็นผู้หญิงในอ้อมกอดเขาหรือไง เธอชอบแล้วจะมีประโยชน์อะไร”
ตี้อู่เย่ว์เกาหัว เธอพูด “อ่อๆ อวิ๋นเหอเย่ว์ฉันก็ชอบ! เมื่อก่อนเธอก็เป็นคนหล่อ หล่อกว่าคุณอีก”
ซีซาร์ “…”
คุยเรื่องนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว
“ดูท่าทางร่างกายเธอจะฟื้นตัวได้ดี” ซีซาร์วางถ้วยชาลง ยิ้มพลางพูด “ทำงานหาเงินได้แล้วใช่ไหม”
ตี้อู่เย่ว์ชักไม่พอใจ “ฉันไม่ได้จะเบี้ยวหนี้เสียหน่อย เดี๋ยวพออาจารย์มาฉันจะเดินทางไปลั่วหนานทันที”
ซีซาร์เลิกคิ้วเล็กน้อย
เขายังไม่ได้บอกอิ๋งจื่อจินว่าเขาฉวยโอกาสที่ตี้อู่เย่ว์จำอะไรไม่ได้โกหกว่าติดหนี้เขา
อีกทั้งถ้าความทรงจำของตี้อู่เย่ว์กลับมา เขาจะซวยหรือเปล่า
ซีซาร์ลูบคาง ดวงตาสีน้ำเงินหรี่ลง
โทรศัพท์มือถือดังขึ้นในเวลานี้
ซีซาร์เดินออกไปรับ “ฮัลโหล”
“นายท่านครับ” ปลายสายเป็นเสียงจ็อบที่พูดอย่างนอบน้อม “กลับฟลอเรนซ์เมื่อไรครับ”
“ยังไม่กลับชั่วคราว” ซีซาร์พิงกำแพง “มีธุระอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีเรื่องสำคัญ” จ็อบพูด “แต่เดือนมีนาคมมีงานประชุมประจำไตรมาสของตระกูล นายท่านจะมาร่วมไหมครับ”
“อืม” ซีซาร์ตอบ “ไว้ก่อน รอฉันทวงหนี้เสร็จค่อยว่ากัน”
“?”
จ็อบแอบงง
เขาวางโทรศัพท์มือถือลง มองบรรดาคณะผู้อาวุโสที่กำลังรอซีซาร์ตอบอยู่ ลังเลเล็กน้อย “นายท่านบอกว่ากำลังทวงหนี้อยู่ที่ประเทศจีนครับ เสร็จแล้วค่อยกลับ”
พอคำพูดนี้ออกมาบรรดาผู้อาวุโสก็มองหน้ากัน
ใครมันช่างกล้าขนาดนี้ ไม่สิ ควรพูดว่าใครมันช่างเก่งกล้าสามารถขนาดนี้ กล้าติดหนี้ซีซาร์ ลอเรนท์ แล้วไม่ยอมคืน
อีกทั้งยังทำให้เขาอยู่ประเทศจีนไม่ยอมกลับด้วย
ชักยังไงๆ
…
อีกด้านหนึ่ง
ประเทศจี
ศูนย์วิจัยยานอวกาศข้ามจักรวาล
ซีนายบิดขี้เกียจ หลังจากหยดน้ำตาเทียมไปสองหยดเธอก็จ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ
“อาจารย์ซีนายสุดยอดเลย” ชาร์ล็อตเดินเข้ามาพร้อมการ์ดหนึ่งใบ “อาจารย์มีคนชวนไปเลิฟเดย์ตั้งแต่เพิ่งเข้ามาทำงานวันแรก ฉันหยิบมาให้แล้วค่ะ”
“แถมยังเป็นอาจารย์อัลฟอนโซด้วย เขาจัดอยู่ในกลุ่มเทพบุตรเลยนะคะ ปีนี้อายุสามสิบสี่แล้วแต่ยังไม่มีแฟน”
เลิฟเดย์
ร้านอาหารสำหรับคู่รักที่อยู่ใจกลางเมือง
ที่ยุโรปเปิดกว้าง หลังจากเจอกันครั้งแรกก็จะนัดไปโรงแรมกัน
ซีนายไม่มอง หาวหวอด “ชาร์ชาร์ช่วยทิ้งให้หน่อยนะ”
“กะแล้วว่าอาจารย์ต้องไม่ดู ตอนนี้พวกเขาเรียกอาจารย์ว่าราชินีน้ำแข็งกันหมด” ชาร์ล็อตผายมือออก “จะว่าไปอาจารย์ซีนายมีคนที่ชอบหรือยังคะ”
ซีนายอึ้ง
สมองปรากฏภาพดวงตาสีเขียวเข้มที่แสนเย็นชาขึ้นมาทันที
เธอเงียบไปหลายวินาที ยิ้มบาง “อาจจะ”
“มีคือมี ไม่มีก็คือไม่มีสิคะ มีอาจจะที่ไหนกัน” ชาร์ล็อตนึกขึ้นมาได้ เม้าท์ต่อ “อาจารย์ซีนาย ฉันรู้แล้ว อาจารย์สวยขนาดนี้ต้องมีแฟนแล้วแน่เลย วางใจได้ค่ะ ฉันไม่มีทางพูดออกไปแน่!”
“ไม่มีจริงๆ” ซีนายก้มหน้า เริ่มจัดการเอกสาร “ฉันเป็นพวกแต่งกับงาน”
“อาจารย์ซีนาย อย่าพูดแบบนั้นสิคะ เดี๋ยวถึงเวลาจะเป็นการตบหน้าตัวเอง” ชาร์ล็อตนั่งลงข้างๆ “คุณอาของฉันก็บอกว่าจะไม่แต่งงาน ปรากฏว่าตอนนี้สามคนพ่อแม่ลูกไปเที่ยวมุ้งมิ้งกันทุกปี อายุเยอะแล้วก็ยังหวานกันอยู่”
ซีนายยิ้ม “หลักๆ คือคนทำงานวงการนี้ต้องอุทิศตนจนเป็นเรื่องปกติ ไม่แต่งงานจะเป็นการดีที่สุด”
เธอจงรักภักดีต่อวิทยาศาสตร์ และก็ตัดสินใจแล้วว่าจะอุทิศชีวิตเพื่อวิทยาศาสตร์
“ก็จริงค่ะ” ชาร์ล็อตทำปากเบะ “จะว่าไปฉันอยู่ในมหาวิทยาลัยสี่ปีไม่เคยเจออธิการบดีเลยค่ะ”
ถึงแม้รองอธิการบดีก็ไม่ค่อยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเท่าไร แต่เขาก็คอยสั่งการเรื่องน้อยใหญ่ทั้งนั้น
นักศึกษามหาวิทยาลัยนอร์ตันก็เลยสงสัยเกี่ยวกับอธิการบดีมาตลอด
“ก็ไม่รู้ว่าอธิการบดีหน้าตาเป็นยังไงกันแน่” ชาร์ล็อตเท้าคาง “ตัวสูงไหม ผอมอ้วน ขี้เหร่หรือเปล่า”
“น่าจะไม่” พอได้ยินแบบนี้ซีนายก็เลิกคิ้ว “เขาอาจหน้าตาดีก็ได้”
“ไม่มีทางเด็ดขาด” ชาร์ล็อตพูดด้วยความมั่นใจ “อาจารย์ซีนายคงไม่รู้ว่าอธิการบดีของพวกเราก็เป็นอาจารย์ชื่อดังของคณะเล่นแร่แปรธาตุด้วย”
“คนคณะนั้นไม่หัวล้านก็บุญแล้ว ยังจะมีหน้าตาดีอีกเหรอ”
ซีนายนึกถึงผมสั้นสีดอกเลาของนอร์ตัน และก็นึกถึงตอนเธอเคยทึ้งหัวเขา “เขาก็ผมเยอะอยู่นะ”
ชาร์ล็อตชี้ที่โทรศัพท์มือถือของซีนาย “มีข้อความเข้าแน่ะค่ะอาจารย์ซีนาย”
“อ่อ”
ซีนายหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา พอเห็นชื่อคนส่งเธอรู้สึกเพียงมือร้อนผ่าว
[อัศวินรถม้า : ประเทศจีรังสียูวีแรง อีกทั้งสถานที่ที่เธออยู่ก็ติดทะเล อย่าลืมทาครีมกันแดดด้วย]
ส่งมาเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน
ผ่านไปสักพักซีนายก็ขยี้หัว
เธอถึงได้พบว่าช่วงหลายวันมานี้เธอเอาแต่บ้างาน ไม่ได้ก้าวออกไปนอกศูนย์วิจัยแม้เพียงครึ่งก้าว
วันๆ ได้นอนแค่ห้าชั่วโมง ซึ่งก็กางเตียงนอนในห้องทำงาน
เธอก้มหยิบกล่องยาในกระเป๋าเดินทางออกมา ล้วงครีมกันแดดออกมาวางบนโต๊ะทำงานตรงจุดที่สะดุดตาที่สุด
มีสติกเกอร์รูปแตงโมติดอยู่บนขวดครีมกันแดด ดูผู้หญิงมาก
ซีนายเท้าคาง จิ้มขวดเล่น
มองไม่ออกเลยว่าท่านอัศวินรถม้าก็มีความตะมุตะมิ
“อาจารย์ซีนายยิ้มมีความสุขขนาดนี้” ชาร์ล็อตยื่นหน้าเข้ามา อยากรู้อยากเห็น “ใครส่งข้อความมากันน้า”
ซีนายครุ่นคิด “ผู้ใหญ่คนหนึ่ง”
“ผู้ใหญ่เหรอคะ” ชาร์ล็อตเท้าคาง “งั้นเห็นทีจะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมาก ขนาดฉันยังไม่อยากตอบข้อความผู้ใหญ่ที่บ้านเลยค่ะ ยิ่งไม่ต้องพูดเรื่องคุยเล่น”
“นั่นสินะ” ซีนายหลุบตาลง “เขาเป็นคนดีมาก”
หยุดนึกเล็กน้อย “เอาใจเด็กก็เก่ง”
ก็ไม่รู้ว่าในช่วงชีวิตอันแสนยาวนานหลายสิบศตวรรษของอัศวินรถม้า เขาเคยเอาใจมาแล้วกี่คน
“งั้นดูท่าจะเป็นคุณพ่อที่ดีมากนะคะ” ชาร์ล็อตยืนขึ้น “เที่ยงแล้ว พวกเราไปกินข้าวกันดีกว่าค่ะ”
ซีนายพยักหน้า ถอดบัตรทำงานแล้วออกไปพร้อมชาร์ล็อต
ซีนายหน้าตาโดดเด่น เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่เดินผ่านเป็นต้องเหลียวมองอยู่บ่อยๆ
มีเสียงพูดขึ้น “เทียบกันแล้วมันน่าโมโหที่สุด มีคนไปกินข้าวกลางวันได้แล้ว พวกเรายังต้องนั่งวิจัยอยู่ที่นี่”
“ที่นี่คือสถานที่วิจัย ไม่ใช่พื้นที่สำหรับให้คนบางคนเข้ามาอ่อย”
“ลีลาอาจดีก็ได้ คงมีความสุขที่มีผู้ชายมาตามจีบ”
ชาร์ล็อตขมวดคิ้ว หันไปมองโซนซี พูดด้วยเสียงเย็นชา “พวกคุณพูดถึงใครน่ะ”
“ใครใช้เส้นเข้ามาก็คนนั้นแหละ” ผู้หญิงที่พูดขึ้นมาก่อนยิ้มเยาะ “เธอมายุ่งอะไรด้วย”
สมาชิกกลุ่มเก้าคนที่เหลือของโซนซีต่างส่งเสียงหัวเราะ สายตาไม่เป็นมิตร
ชาร์ล็อตโมโหมาก “อาจารย์ซีนาย พวกเขา…”
ซีนายหยุดเดิน เธอจับบ่าชาร์ล็อต พูดด้วยเสียงเรียบเฉย “ทางที่ดีพวกคุณเปลี่ยนเส้นทางวงจรแล้วทดสอบอีกครั้งดีกว่านะ ไม่อย่างนั้นจะระเบิดได้”
ไม่มีใครคาดคิดว่าซีนายจะพูดแบบนี้
“เก่งเหลือเกินนะคุณผู้หญิงที่มาใหม่ ถึงกับมายุ่งงานของพวกเราด้วย” มีผู้หญิงทำหน้าเชิดใส่ “เธอบอกว่าระเบิดก็จะระเบิดงั้นเหรอ ทำไมฉันถึงไม่เชื่อล่ะ”
ขณะพูดเธอก็เอาชิ้นส่วนขับเคลื่อนในมือวางใส่เครื่องทดสอบ