หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1138 แต่งตั้ง (1)
ตอนที่ 1138 แต่งตั้ง (1)
รัชศกเฉิงอาน สิบหกเดือนเก้า เช้าวันแรกของการว่าราชการในราชสำนักของฮ่องเต้พระองค์ใหม่ ก็คือการประกาศแต่งตั้งกลุ่มขุนนางคนสำคัญและแต่งตั้งสตรีวังหลัง องค์ชายต่างๆ ขุนนางและขุนพลที่ติดตามเยี่ยนอ๋องแน่นอนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง ทำให้ขุนนางคนอื่นๆ ต่างพากันอิจฉาแต่ก็ทำอันใดไม่ได้ จะไม่เอ่ยได้อย่างไรว่านับแต่โบราณมาเหล่าขุนนางไม่อาจเลี่ยงได้ว่าจะเดิมพันด้วยชาติตระกูลเพื่อความสำเร็จ พวกเขาต่างเดิมพันด้วยชีวิตน้อยใหญ่ทั้งครอบครัว
ไม่เพียงผู้ใต้บัญชาของเยี่ยนอ๋อง ผู้ใต้บังคับบัญชาของเว่ยจวินมั่วเองก็ไม่ได้ถูกละเลย โดยเฉพาะลิ่นฉังเฟิง ฉินจื่อซวี่ หนานกงชวี่ ซังหรงทั้งสี่คนก็ไม่น้อยหน้า ลิ่นฉังเฟิงเป็นรองเจ้ากรมคลัง ฉินจื่อซวี่ได้รับตำแหน่งผู้ว่าการเขตอิ้งเทียนแทนเหอเหวินลี่ และใต้เท้าเหอที่ผ่านมากว่าสามยุคสมัย ในที่สุดก็ได้ขึ้นจากตำแหน่งผู้ว่าการเขตอิ้งเทียนแล้ว ได้รับเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาหนึ่งขั้นเป็นเจ้ากรมตรวจการฝ่ายซ้ายของกรมตรวจการ หนานกงชวี่และซังหรงเป็นขุนพล หนานกงชวี่เป็นผู้บัญชาการกองกำลังคุ้มกันเมืองหลวง ได้รับตำแหน่งจิ้งอานโหว ซังหรงรับตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลังรักษาการณ์หลิงโจว หลังจากนี้เดินทางไปประจำหลิงโจวได้รับการแต่งตั้งเป็นอวิ๋นหยางปั๋ว
นี่เป็นเหตุผลว่าไยขุนนางในราชสำนักหลายคนจึงให้ความสำคัญกับเว่ยจวินมั่ว ผู้ใดบ้างไม่รู้ว่าทั้งสี่ท่านนี้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาขององค์ชายใหญ่ เช่นนี้แล้ว ในบรรดาหกกรม รองเจ้ากรมคลัง ผู้บัญชาการกองกำลังคุ้มกันเมืองหลวงที่คุ้มกันความปลอดภัยของเมืองหลวง เขตอิ้งเทียนที่มีหน้าที่ดูแลประชาชนในจินหลิง อีกทั้งฝ่ายตรวจการที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ตำแหน่งสำคัญล้วนเป็นคนของฉู่อ๋อง ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ คนเหล่านี้ล้วนยังหนุ่ม อายุยังน้อยทว่าอยู่ในตำแหน่งเหล่านี้ได้ย่อมแสดงให้เห็นว่าความสามารถของพวกเขาไร้ขีดจำกัด ขอเพียงไม่เกิดปัญหา สิบปีหลังจากนี้คนเหล่านี้ต่างเรียกได้ว่าเป็นผู้มีตำแหน่งสูงที่มีอำนาจได้อย่างแท้จริง
“…อดีตพระชายาผู้งดงามบริสุทธิ์มีชื่อเสียงอันดีงาม กตัญญูรู้คุณเป็นที่น่ายกย่อง อดีตฮ่องเต้ทรงพระราชทานเป็นพระชายาพระองค์แรก…แต่งตั้งซ่งซื่อเป็นเจิ้งกงฮองเฮา ลงนามในหนังสือแต่งตั้ง นามว่าฮองเฮาหมิงอี้ จี้เฟย[1]หลานซื่อ…มีจิตเมตตาดีงาม ด้วยความเพียบพร้อม ทรงแต่งตั้งเป็นฮองเฮา…”
“แต่งตั้งเซียวเชียนเย่บุตรชายคนโตในฮองเฮาหมิงอี้ขึ้นเป็นฉู่อ๋อง”
“แต่งตั้งเซียวเชียนชื่อบุตรชายคนรองขึ้นเป็นเซียงอ๋อง”
“แต่งตั้งเซียวเชียนเหว่ยบุตรชายคนที่สามขึ้นเป็นเจิ้งอ๋อง”
“แต่งตั้งเซียวเชียนจย่งบุตรชายคนที่สี่ขึ้นเป็นเหลียงอ๋อง…”
ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ไม่เพียงแต่งตั้งพระชายาทั้งสอง ยังแต่งตั้งองค์ชายและองค์หญิงอีกด้วย แต่ว่า ที่ดึงดูดความสนใจสายตาผู้คนที่สุดคือบุตรชายคนโตที่เพิ่งปรากฏตัว ยามนี้คงต้องเรียกว่าฉู่อ๋องผู้นั้นแล้ว
ราชโองการแต่งตั้งนี้ถูกป่าวประกาศออกไปทั่วใต้หล้า และเป็นการยืนยันถึงสถานะโอรสองค์โตของฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของเว่ยจวินมั่ว ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้อีก
เซียวเชียนเหว่ยที่กำลังคุกเข่าอยู่ในท้องพระโรงใหญ่ ฟังเจ้าหน้าที่กรมธรรมการอ่านราชโองการไปเรื่อยๆ ด้วยใจที่เหน็บชา ไม่รู้ไยจึงไม่มีความยินดีต่อสิ่งที่คาดหวังมาโดยตลอด เงยหน้าขึ้นมาช้าๆ ก็มองเห็นเว่ยจวินมั่วและเซียวเชียนชื่อที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าตน ดวงตาค่อยๆ หลุบลง
การแต่งตั้งฮองเฮาไม่ใช่ราชโองการฉบับเดียวก็แล้วเสร็จ หลังจากนี้ยังต้องมีพิธีแต่งตั้งฮองเฮาวังหลังอย่างเป็นทางการ รวมไปถึงการลำดับขั้นของเหล่าพระสนม เพียงแต่ฮ่องเต้ไท่ชูที่ขึ้นครองราชย์ใหม่นั้นไม่ถนัดเรื่องงานพิธีมากนัก ดังนั้นจึงมีรับสั่งให้กรมธรรมการหาฤกษ์ที่เหมาะสมเพื่อจัดพิธีแต่งตั้งฮองเฮาและตำแหน่งอื่นๆ ขึ้นมาพร้อมกัน
ราชสำนักยามเช้าไม่ได้มีเรื่องราวมากมายนัก เวลาส่วนใหญ่ต่างก็ใช้ไปกับการอ่านราชโองการแต่งตั้งต่างๆ แล้ว แต่ถึงจะเป็นเช่นนี้ก็ยังใช้เวลาไปกว่าสองชั่วยาม รอกระทั่งฮ่องเต้ออกจากราชสำนัก เหล่าผู้คนเดินออกมาจากวังก็เป็นเวลาสายแล้ว เกาอี้ปั๋วมองเห็นเจ้าหน้าที่ที่ทยอยเดินออกมาจากประตูวังหลวง ใบหน้ายิ่งไม่น่ามองขึ้นมา
ไม่นานก็มีคนมองเห็นเขา เดินเข้ามาทักทาย เกาอี้โหวทำได้เพียงเก็บอารมณ์เอาไว้และพูดคุยกับเหล่าคนที่เดินเข้ามาหา
“เกาอี้โหว ยินดีด้วย”
“ที่ใดกันเล่า” เกาอี้โหวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“บุตรีของท่านยามนี้เป็นพระชายาเจิ้งอ๋องแล้ว จะไม่ยินดีได้เยี่ยงไร เดี๋ยวจะต้องไปดื่มเหล้าสักจอกที่จวนท่านอย่างแน่นอน” หลายคนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เกาอี้โหวรีบเอ่ย “นี่แน่นอนอยู่แล้ว ยินดีต้อนรับทุกท่าน บ้านต้อยต่ำของข้าเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับทุกท่านแล้ว” วาจาเอ่ยเช่นนั้นทว่าในใจของเกาอี้โหวกลับขมขื่นเป็นที่สุด เขาไม่ได้รังเกียจจริงๆ ยามนี้ตระกูลจูเรียกได้ว่าต้อยต่ำอย่างแท้จริงแล้ว ตระกูลจูทั้งตระกูลราวกับถูกปล้นจนกลวงไปหมด เพราะเงินไม่มี กิจการในพื้นที่ต่างๆ ก็เกิดปัญหา ยามนี้ภายนอกตระกูลจูดูรุ่งเรือง ความจริงภายในนั้นกลับชักหน้าไม่ถึงหลัง
“เอ๋ จิ้งอานโหวออกมาแล้วหรือ” มีคนเอ่ยขึ้นมากะทันหัน
ทุกคนหันกลับไปมอง เห็นหนานกงชวี่ใบหน้าเฉยชาเดินออกมาจากประตูวังพร้อมกับฉินจื่อซวี่ ยามนี้หนานกงชวี่รับผิดชอบการคุ้มกันเมืองหลวง ฉินจื่อซวี่ดูแลราษฎรเมืองจินหลิง แม้จะแตกต่างแต่ส่วนที่ต้องทำงานร่วมกันนั้นมีไม่น้อย สนิทสนมกันนั่นเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
ฉินจื่อซวี่เดินอยู่ด้านข้างหนานกงชวี่ ชำเลืองมองไกลออกไปเล็กน้อยเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “พี่หนานกง ดูเหมือนจะมีคนตาแดงแล้ว ต้องระวังแล้ว”
หนานกงชวี่เงยหน้าขึ้นไปมองเกาอี้โหวที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นมองเหล่าขุนนางที่กำลังเดินมาทางนี้ เอ่ย “ต้องขอตัวก่อนแล้ว ลาก่อน”
ฉินจื่อซวี่เองก็ไม่สนใจ โบกมือเอ่ย “ไม่ส่ง”
มองหนานกงชวี่ที่รีบเดินหนีไปรวมถึงท่าทางผิดหวังของผู้คน ฉินจื่อซวี่หัวเราะออกมา จากนั้นหันกลับไปมองเกาอี้โหวที่อยู่ไม่ไกล
เกาอี้โหวไม่ชอบหนานกงชวี่เป็นเรื่องปกติ เป็นครอบครัวพระชายาชินอ๋องเช่นด้วยกัน ตำแหน่งโหวเหมือนกัน แต่หนานกงชวี่เลื่อนมาจากฐานะธรรมดาขึ้นมาเป็นจิ้งอานโหว บรรดาศักดิ์ของตระกูลจูนั้นถูกแต่งตั้งเมื่อครั้งเซียวเชียนเยี่ยยังอยู่ นั่นหมายความว่า ตระกูลจูไม่ได้รับอันใดเลย เอ่ยได้อีกว่า หนานกงชวี่รับหน้าที่ดูแลคุ้มกันเมืองหลวง เป็นผู้บัญชาการคุ้มกันเมืองหลวงขุนนางขั้นสามระดับสูง แม้แต่หนานกงฮุยยังได้รับตำแหน่งรองผู้บังคับบัญชากองกำลังรักษาการณ์หลิงโจวเป็นขุนนางขั้นสี่ ปีหน้าติดตามซังหรงไปรับตำแหน่ง ตระกูลจูกลับไม่มีสิ่งใด จูชูอวี้และหนานกงมั่วทั้งสองคนต่างก็เป็นพระชายา เป็นพระชายาชินอ๋องทั้งคู่ไม่มีใครมีฐานะสูงต่ำ ทว่าในราชโองการแต่งตั้งกลับถอนตำแหน่งซั่นจยาจวิ้นจู่ของจูชูอวี้กลับไป เหลือไว้เพียงตำแหน่งพระชายาเจิ้งอ๋อง แต่ซิงเฉิงจวิ้นจู่กลับถูกประกาศอย่างชัดเจนว่ายังคงมีตำแหน่งซิงเฉิงจวิ้นจู่อยู่ อีกทั้งยังเพิ่มที่ศักดินาขึ้นอีกห้าร้อย แม้ว่าตำแหน่งจวิ้นจู่จะสู้พระชายาไม่ได้ แต่หากรู้ว่าจวิ้นจู่นั้นมีที่ดินศักดินา ทว่าพระชายานั้นมีเพียงจวนชินอ๋อง ไม่ได้มีที่ดินศักดินาอื่นนอกเหนือจากนั้น อย่างน้อยหลังจากนี้พระชายาฉู่อ๋องต้องร่ำรวยกว่าพระชายาเจิ้งอ๋องอย่างแน่นอน
คุณชายใหญ่ฉินพยักหน้าพร้อมยิ้มให้เกาอี้โหวที่กำลังมองมา ก่อนจะทิ้งคนที่คิดเดินเข้ามาทักทายเขาไป เดินเชื่องช้ามุ่งหน้าไปยังหยาเหมินเขตอิ้งเทียน วันนี้เป็นวันปฏิบัติหน้าที่วันแรกของเขานี่นา
ห้องทรงอักษรในจวนองค์หญิง หนานกงมั่วกำลังนั่งเปิดอ่านบัญชีกองใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า กระทั่งเริ่มปวดตาแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยอย่างจนปัญญา “ตอนนี้ถึงได้รู้ว่าการขาดคุณชายใหญ่ฉินไปเป็นเรื่องยากลำบากจริงๆ” นับตั้งแต่มีฉินจื่อซวี่ หลายปีมานี้หนานกงมั่วก็สบายไปมาก แต่ตอนนี้ฉินจื่อซวี่กลายเป็นขุนนางในราชสำนักไปแล้ว เรื่องเหล่านี้นางต้องจัดการด้วยตนเอง มองกองหนังสือสูงราวกับภูเขา หนานกงมั่วพลันรู้สึกวิงเวียนขึ้นมา
ชวีเหลียนซิงที่นั่งอยู่อีกฝั่งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “นี่เป็นหลักฐานว่าจวิ้นจู่นั้นร่ำรวยนะเจ้าคะ หากเป็นคนอื่นคงดีใจแล้วดีใจอีก”
“ความจริงข้าก็ดีใจ” หนานกงมั่วเอ่ย “คิดถึงตอนนั้น เพื่อเก็บเงินจวิ้นจู่อย่างข้าต้องทำทุกวิถีทาง แต่ว่านั่นไม่ได้หมายความว่าข้าจะไม่เหนื่อยนี่” เมื่อครานั้นเพื่อเก็บเงิน นางต้องวิ่งแจ้นไปเป็นมือสังหาร แต่ตอนนี้ถึงได้รู้ว่าต่อให้เป็นมือสังหารที่เก่งกาจเพียงใดก็หาเงินได้เพียงน้อยนิดเท่านั้นเอง
[1]จี้เฟย พระชายาองค์ใหม่
Namnueng11
ยินดีกับฉู่อ๋องและพระชายา