หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1154 ความฉลาดทางปัญญาสูง ความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ (1)
ตอนที่ 1154 ความฉลาดทางปัญญาสูง ความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ (1)
เรือนพักบนเขาห่างออกไปไม่ไกลจากจินหลิง คุณชายเสียนเกอกำลังพาตนเองพาดอยู่บนต้นไม้อาบแดดอย่างเกียจคร้าน กระทั่งหนานกงมั่วมา ก็เพียงลืมตาขึ้นปรายตามองนางเล็กน้อย จากนั้นก็ทำตัวเป็นกระดิ่งลมต่อไป หนานกงมั่วยักไหล่ ดูเหมือนจะถูกอาจารย์และอาจารย์อาร่วมกันกักบริเวณ ส่งผลกระทบต่อศิษย์พี่ไม่น้อยเลยกระมัง
หนานกงมั่วไหวไหล่ก่อนจะลอยตัวผ่านกิ่งไม้ที่มีคุณชายเสียนเกอแขวนอยู่ ขึ้นไปยืนอยู่กิ่งไม้ด้านบนกิ่งหนึ่ง มองต่ำลงมายังคุณชายเสียนเกอ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์พี่ เป็นอันใดหรือ อารมณ์ไม่ดีหรือ”
คุณชายเสียนเกอส่งเสียงหยัน “เจ้ารู้แล้วมิใช่หรือ”
หนานกงมั่วย่อตัวลง “อาจารย์และอาจารย์อาเป็นห่วงท่านมิใช่หรือ อย่างไร…” ท่านก็อายุมากแล้ว อายุเท่านี้ ในยุคสมัยนี้หากเป็นครอบครัวทั่วไปอีกไม่กี่ปีก็คงเป็นท่านปู่แล้ว
คุณชายเสียนเกอส่งเสียงหยัน เอ่ย “ชาตินี้ทั้งชาติตาเฒ่ายังไม่ได้แต่งกับใครเลยสักคน ไยเจ้าจึงไม่ว่าเล่า”
หนานกงมั่วยิ้มเจ้าเล่ห์ “หึๆ เรื่องนี้…ข้าอายุยังน้อยมิใช่หรือ” ตอนที่นางได้รู้จักกับอาจารย์เขาก็เป็นอย่างนี้แล้ว ส่วนอาจารย์อา…ว่ากันว่ายังคงรักมั่นต่ออาจารย์อาหญิงไม่ลืมเลือน ความรักนั้นหาได้ยากยิ่ง แต่ศิษย์พี่ ท่านเป็นเพราะเหตุใดเล่า หรือว่าตอนที่ศิษย์น้องอย่างข้าไม่รู้ ท่านได้รับความเจ็บปวดจากความรักอย่างนั้นหรือ
ลืมตาขึ้นมาก็มองเห็นสายตาพิจารณาของหนานกงมั่ว คุณชายเสียนเกอสีหน้าไม่พอใจ เอ่ย “สายตาอันใดของเจ้า”
หนานกงมั่วยิ้มหวานกระโดดลงมาจากกิ่งไม้ มองคุณชายเสียนเกอที่ห้อยโหนอยู่กลางอากาศ เอ่ย “ศิษย์พี่ ยามนี้ศิษย์น้องรุ่งเรืองแล้ว ท่านหารักแรกไม่เจอ หรือมีรักที่ยากจะลืมเลือนอันใดเช่นนั้นหรือ เอ่ยออกมาเป็นพอ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินต้าเซี่ย ศิษย์น้องก็จะตามหาให้เจอ”
คุณชายเสียนเกอพลิกตัวลงมาจากต้นไม้ มองสำรวจศิษย์น้องของตน ส่งเสียงในลำคอ “ตอนนี้ข้ารู้แล้ว ว่าเจ้านั้นน่าเบื่อจริงๆ”
“เอ๋” หนานกงมั่วกะพริบตา
“ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายของป้าสามยายหกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน” คุณชายเสียนเกอเอ่ย
หนานกงมั่วกระตุกมุมปาก ข้าทำเพื่อใครกัน ไม่ใช่เพราะเห็นท่านเป็นทุกข์หรือ บุรุษอายุสามสิบกว่าคนหนึ่ง เมื่อไม่สบายใจท่านยังกล้าหนีไปโศกเศร้าอยู่คนเดียวในที่ที่ไม่มีคนอีกหรือ เพราะข้าสงสารท่านหรอก
ส่งเสียงหยันในลำคอ หนานกงมั่วควักเทียบเชิญหนึ่งแผ่นออกมาให้เขา คุณชายเสียนเกอเลิกคิ้ว รับมาเปิดดู งานเลี้ยงชมดอกเหมยหรือ ไม่ไป”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว “ไม่ไปจริงหรือ”
“ไม่ไปจริงๆ”
“หากท่านมาร่วมงาน ข้าจะเกลี้ยกล่อมให้อาจารย์อาปล่อยท่านไป” หนานกงมั่วโยนเหยื่อล่อออกไปอย่างใจเย็น
คุณชายเสียนเกอสงสัย “จริงหรือ”
หนานกงมั่วโศกเศร้า “ศิษย์พี่ ศิษย์น้องเป็นคนไม่น่าเชื่อถือหรือ”
คุณชายเสียนเกอยิ่งสงสัยมากขึ้น มองสำรวจนางอยู่ชั่วครู่ “เดิมทีไม่ใช่ แต่เมื่อไปอยู่กับเว่ยจวินมั่วแล้ว ยากจะเอ่ย”
“…”
เมื่อเอ่ยโน้มน้าวคุณชายเสียนเกอแล้ว หนานกงมั่วจึงกลับไปหาอาจารย์และอาจารย์อาที่เรือนพักด้วยความพึงพอใจ ถึงจะบอกว่าเป็นเรือนพักแต่พื้นที่แห่งนี้กลับกินภูเขาไปทั้งลูก พื้นที่หลังเรือนถูกชายชราเปลี่ยนเป็นสวนยา ชายชรากำลังนั่งยองๆ อยู่ในสวนยาของเขา อาจารย์อายังคงนั่งดื่มชาอยู่บนโต๊ะหินใต้ต้นไม้ไม่ไกล ดังเช่นเมื่อครั้งที่หนานกงมั่วจากไป
เขาเห็นหนานกงมั่วกลับมา จึงเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยเสียงเรียบ “ไปหาศิษย์พี่ของเจ้าแล้ว เขารับปากแล้วหรือ”
หนานกงมั่วพยักหน้าแล้วนั่งลง ลังเลอยู่ชั่วครู่จึงเอ่ย “อาจารย์อา ศิษย์พี่เขา…” ความจริงเห็นชายชราและอาจารย์อาอายุมากเพียงนี้แล้วทว่ายังคงโดดเดี่ยวก็ดูออก ความจริงแล้วคนของสำนักพวกเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องการแต่งงานมากนัก สำหรับการสืบทอด มองหนานกงมั่วและเสียนเกอก็รู้แล้ว ทั้งสองใครก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับอาจารย์และอาจารย์อา หลังจากนี้ค่อยรับลูกศิษย์เรียนรู้วิชาการแพทย์จากคุณชายเสียนเกอก็ได้แล้ว ผู้อาวุโสทั้งสองอยากให้ศิษย์พี่แต่งงานเพราะไม่อยากให้เขาต้องท่องเที่ยวไปเรื่อยตัวคนเดียว ไม่มีบ้านไม่มีครอบครัว แต่หากศิษย์พี่ต่อต้านเรื่องนี้มากนัก ปกติแล้วอาจารย์อาคงไม่บีบบังคับเขาถึงจะถูก
อาจารย์อาเลิกคิ้วพลางเอ่ย “อยากถามข้าว่าไยจึงต้องให้ศิษย์พี่ของเจ้าอยู่ในจินหลิงให้ได้อย่างนั้นหรือ”
หนานกงมั่วพยักหน้า
อาจารย์อาเอ่ย “ตอนที่พวกเรารับเจ้ามาเจ้าก็อายุได้สิบเอ็ดแล้ว แม้ว่า…อาจารย์อาจะรู้สึกว่าเจ้าไม่เหมือนเด็กอายุสิบเอ็ด แต่ตอนที่พวกข้าเก็บศิษย์พี่ของเจ้ามา เขาเป็นเพียงทารกในห่อผ้า เราสองคนต่างก็เป็นบุรุษ สั่งสอนเด็กแน่นอนว่ามีข้อบกพร่องไม่น้อย ยามนี้พี่ใหญ่ของเจ้ามีนิสัยเช่นนี้…”
หนานกงมั่วเห็นอาจารย์อาขมวดคิ้วจึงรีบเอ่ย “ศิษย์พี่รักอิสระเรียบง่าย เห็นได้ว่าอาจารย์และอาจารย์อาสั่งสอนได้ดีเลยเจ้าค่ะ”
“เจ้าคิดเช่นนี้จริงหรือ” อาจารย์อาเลิกคิ้ว
หนานกงมั่วลูบจมูก ก็ได้ คุณชายเสียนเกอเจ้าคิดเจ้าแค้น จิตใจลำเอียง ต่อต้านคนนอก ไม่ยอมให้คนที่ไม่ใช่ญาติเข้าใกล้ นี่ถึงจะเป็นความจริง แม้ว่าคุณชายเสียนเกอจะท่องยุทธภพนานหลายปี ฉายาหมอเทวดาก็โด่งดังไปทั่วแผ่นดิน แต่กลับไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าใครเป็นสหายที่ดีกับคุณชายเสียนเกอ หลายปีมานี้มีเรื่องเกิดขึ้นไม่น้อย คุณชายเสียนเกอติดตามอยู่ในกองทัพของเยี่ยนอ๋องมากกว่าพวกนางด้วยซ้ำ แต่กลับไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับใคร ตรงหน้าที่เรียกว่าดีที่สุดคงเป็นเว่ยจวินมั่ว นั่นเป็นเพราะเขาเป็นสามีของศิษย์น้อง หมายความว่าหลายปีมานี้ข้างกายของคุณชายเสียนเกอก็ยังคงมีเพียงอาจารย์ลุง อาจารย์ ศิษย์น้อง
อาจารย์อาถอนหายใจ เอ่ย “ข้ากับอาจารย์ของเจ้าอายุไม่น้อยแล้ว อนาคตหากชีวิตสิ้นสุดลง เขาก็เหลือเพียงศิษย์น้องอย่างเจ้าแล้ว แต่มั่วเอ๋อร์ ต่อให้เจ้ากับเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ดีเช่นไร ก็ยังมีสามี มีบุตรชายบุตรสาว มีพี่ชาย อนาคตอาจจะมีญาติพี่น้องมากกว่านี้ อย่างไรก็ตามเขาก็ยังตัวคนเดียว ต่อให้ไม่กตัญญู ก็ถูกพวกเราเลี้ยงดูมาแต่เล็กจนโต อย่างไรก็ไม่อยากเห็นว่าอนาคตเขาจะตายอยู่ที่ใดโดยไม่มีใครรับรู้”
หนานกงมั่วเองก็ถอนหายใจตาม “ข้ารู้ว่าอาจารย์และอาจารย์อาหวังดีกับศิษย์พี่เจ้าค่ะ” เพียงแต่หลายปีมานี้เสียนเกอก็ยังนิสัยมุทะลุเช่นนี้ คิดจะปรับตัวในระยะเวลาสั้นๆ คงมิใช่เรื่องง่าย
“…อาจารย์อาและศิษย์พี่ ไยจึงไม่ยอมอยู่จินหลิงหรือเจ้าคะ” หนานกงมั่วครุ่นคิด เอ่ยปากถาม
ได้ยินเช่นนั้น อาจารย์อาจึงเงียบไปนาน ไม่นานจึงถอนหายใจ เอ่ย “เจ้ากับอาจารย์ของเจ้าไม่เป็นไร อย่างมากก็เพียงไม่พอใจบางอย่างในจินหลิงเมื่อครั้งนั้นก็เท่านั้น เพียงแต่ศิษย์พี่ของเจ้า…ตอนนั้นข้ากับอาจารย์ของเจ้า เก็บเขาได้ที่นอกเมืองจินหลิง”
หนานกงมั่วขมวดคิ้ว “ชาติกำเนิดของศิษย์พี่เล่าเจ้าคะ”
อาจารย์อามองนาง “เจ้าคิดเช่นไร”
หนานกงมั่วเอ่ย “ศิษย์พี่รูปโฉมงดงาม ดูแล้วไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป เมื่อก่อนข้าเคยเดาว่าชาติกำเนิดของเขาจะเกี่ยวข้องกับตระกูลเสิ่นในครั้งนั้นหรือไม่ เพียงแต่เหมือนเวลาจะไม่ลงตัว” ตอนที่เสียนเกอถูกเก็บกลับไป ตระกูลเสิ่นยังดีๆ ไม่ได้ถูกยึดทรัพย์ แม้เวลาจะห่างกันเพียงปีสองปี ต่อให้ตระกูลเสิ่นจะรู้มาก่อน คงไม่มีทางโยนเด็กทิ้งอยู่บนพื้นหิมะรอคนเก็บไป ครุ่นคิดอยู่นาน หนานกงมั่วจึงขมวดคิ้ว “ดังนั้น ครอบครัวของศิษย์พี่…ยามนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือเจ้าคะ”