หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1159 คำสัญญาของหนานกงชวี่ (2)
ตอนที่ 1159 คำสัญญาของหนานกงชวี่ (2)
หนานกงมั่วกุมขมับ “อย่างนี้เขายังอยากแต่งงานอีกหรือ” โชคดีที่คนตระกูลเซวียไม่ได้มาเยือนเขา มิเช่นนั้นเซวียฮูหยินไม่มีทางยกบุตรสาวให้เขาอย่างแน่นอน
ผู้ดูแลได้ยินเช่นนี้ รีบเอ่ย “พระชายา เพราะในจวนไม่มีฮูหยินถึงเป็นเช่นนี้มิใช่หรือขอรับ รอมีฮูหยินมาเป็นนายหญิง แน่นอนว่าทุกอย่างจะดีขึ้นพ่ะย่ะค่ะ” หากฮูหยินที่กำลังจะมีกลับลอยหายไป เช่นนั้นจวนจิ้งอานโหวของพวกเขาคงสิ้นหวังแล้ว
หนานกงมั่วถอนหายใจ เอ่ย “ข้าไปพบพี่ใหญ่ก่อน หากเจ้ามีเวลาก็ไปซื้อคนเข้ามา หากพี่ใหญ่ถามก็บอกว่าเป็นคำสั่งของข้า หากมีสิ่งใดไม่อาจตัดสินใจได้ ไปเชิญฮูหยินน้อยรองกลับมาช่วยสักสองวันเถิด” ความจริงซังเนี่ยนเอ๋อร์เองก็ไม่ว่างนัก แต่ตอนนี้ก็จนหนทาง รอช่วยหนานกงชวี่แต่งภรรยาเข้ามาสักคน พวกนางก็ไม่ต้องเป็นกังวลแล้ว
“พ่ะย่ะค่ะ พระชายา” ผู้ดูแลรีบตอบรับ
“พี่ใหญ่” หนานกงมั่วยืนอยู่นอกห้องหนังสือก่อนจะเอ่ยเรียกเสียงเบา
“เข้ามา” หนานกงชวี่เงยหน้า มองเห็นหนานกงมั่วจึงเอ่ยขึ้น “ไยเจ้าจึงมาเล่า”
หนานกงมั่วเลิกคิ้ว เอ่ย “แน่นอนว่าต้องมีธุระ”
หนานกงชวี่เข้าใจทันใด “การแต่งงาน ตระกูลเซวียตกลงแล้วหรือ”
หนานกงมั่วไม่ตอบ เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้อีกฝั่ง หนานกงชวี่ก็เดินตามไปนั่งลงตรงข้ามนาง หนานกงมั่วเอ่ยถาม “ข้าถามได้หรือไม่ ไยพี่ใหญ่ต้องแต่งเสียวเสี่ยว เพราะว่า…นางเป็นคนแรกที่ขอท่านแต่งงานหรือ”
หนานกงชวี่เงยหน้าขึ้นมา แม้ไม่ได้เอ่ยปากทว่าสีหน้านั้นดูออกได้อย่างง่ายดาย หนานกงมั่วถอนหายใจ เอ่ย “พี่ใหญ่ หากท่านต้องการหาเพียงคนดูแลบ้าน ข้าหวังว่าท่านจะแต่งใครสักคนก็ได้ อย่าได้แต่งเสียวเสี่ยว”
“เพราะเหตุใด” หนานกงชวี่เอ่ยถาม
หนานกงมั่วเอ่ย “เสียวเสี่ยววิ่งมาถามคำถามนั้นกับท่าน นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่านางชอบท่านจริงๆ พี่ใหญ่ แล้วท่านเล่า”
หนานกงชวี่นิ่งเงียบ หนานกงมั่วก็ไม่คาดหวังจะได้คำตอบ เพียงเอ่ย “บนโลกใบนี้กล่าวว่าชีวิตเป็นของบิดามารดา คำสั่งของแม่สื่อ หากใครต่างไม่รู้จักใครนั่นยุติธรรม แต่หาก…สตรีนางหนึ่งมีความรักต่อท่านทว่าไม่ได้รับความรักตอบแทน นางจะเป็นทุกข์ไปตลอดชีวิต ข้าไม่ได้หมายถึงจะแต่งหรือไม่แต่งกับท่าน หากการแต่งงานไม่สำเร็จ นางเสียใจเพียงไม่กี่วันก็คงลืมไปแล้ว แต่หากท่านตอบตกลง นางจะคิดว่าท่านก็คิดเช่นเดียวกับนาง หากในอนาคตรู้สึกผิดหวังหรือสิ้นหวัง…”
เนิ่นนาน หนานกงชวี่จึงเอ่ยขึ้น “ข้ารู้แล้ว”
“ดังนั้นเล่า” หนานกงมั่วเอ่ยถาม “เรื่องแต่งงาน”
หนานกงชวี่เอ่ยถาม “สินสอดมีปัญหาอันใดหรือไม่”
นี่หมายถึงยังจะแต่งอยู่ใช่หรือไม่ หนานกงมั่วไม่รู้ว่าผ่อนคลายอยู่ในใจหรืออย่างอื่นใด มองหนานกงชวี่ราวกับจะเอ่ยอันใดทว่าไม่ได้เอ่ยออกมา หนานกงชวี่เอ่ยเสียงเรียบ “ข้าเข้าใจความหมายของเจ้า ท่านแม่ไม่มีความสุขมาทั้งชีวิต เราสามพี่น้องก็ใช้ชีวิตมาอย่างลำบากตั้งแต่เด็ก โชคดีที่ตอนนี้เจ้าและฮุยเอ๋อร์ต่างก็มีความสุข ข้าก็ไม่ต้องการให้ลูกของข้าในอนาคตต้องเป็นเยี่ยงเรา แต่งงานกับแม่นางเซวียแล้ว จะไม่มีใครอื่นอีก”
“?” หนานกงมั่วตกใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าหนานกงชวี่จะให้คำสัญญาเช่นนี้ ฟังประโยคนี้แล้วไม่รู้จะมีตระกูลมากมายเพียงใดที่อยากส่งบุตรสาวแต่งเข้าจวนจิ้งอานโหว
“พี่ใหญ่ ท่านเอ่ยจริงหรือ”
“แน่นอน” หนานกงชวี่เอ่ยเสียงเรียบ
หนานกงมั่วถอนหายใจ ก็ได้ ไม่อาจร้องขอต่อสรรพสิ่งบนโลกมากนัก หนานกงชวี่ให้คำสัญญาเช่นนี้ อย่างน้อยก็แสดงว่าเขาไม่รังเกียจเซวียเสียวเสี่ยว กระทั่งอาจมีความรู้สึกอยู่บ้างหรือไม่ มิเช่นนั้นคงไม่ไปขอร้องนางด้วยตนเองถึงจวนฉู่อ๋อง ส่วนอย่างอื่น เวลานานไป อย่างไรก็จะจัดการได้เอง
หนานกงมั่วหยิบรายการสินสอดที่หนานกงชวี่ให้นางไปก่อนหน้านี้ออกมา เอ่ยบอกว่าต้องเพิ่มสิ่งใดบ้าง และมีสิ่งใดไม่อาจเอามาเป็นสินสอดได้ สินสอดที่จวนจิ้งเจียงจวิ้นอ๋องให้นางมาตอนนั้น หนานกงชวี่เองก็เคยเห็น ดังนั้นสินสอดที่เขาจัดเตรียมจึงไม่น้อยหน้า เพียงแต่มีบางอย่างยังไม่เหมาะสมจำต้องเปลี่ยนเท่านั้น หนานกงชวี่เองไม่ได้เอ่ยสิ่งใดมาก เพิ่มและปรับเปลี่ยนไปตามที่น้องสาวบอก จากนั้นเขียนแผ่นใหม่ออกมาก็พอแล้ว
“ของยังต้องใช้เวลาจัดเตรียมอยู่บ้าง” หนานกงชวี่เอ่ย
หนานกงมั่วพยักหน้า “ไม่รีบเจ้าค่ะ รอหลังจากงานเลี้ยงชมดอกเหมย ข้าจะเชิญเสด็จแม่ไปสู่ขอ พิธีแต่งงาน ต่อให้เร็วที่สุดก็คงต้องเป็นฤดูใบไม้ผลิปีหน้า แต่ว่าตอนนี้ พี่ใหญ่ เรามาคุยถึงจวนของท่านกันเถิด”
หนานกงชวี่งุนงง เห็นชัดว่าไม่เข้าใจว่าหนานกงมั่วมีสิ่งใดไม่พอใจต่อจวนของตน จวนจิ้งอานโหวแน่นอนว่าไม่อาจเทียบจวนฉู่กั๋วกงแต่ก่อนหรือที่ตอนนี้กลายเป็นจวนฉู่อ๋อง แต่ถูกต้องตามกฎของจวนโหว เรียกได้ว่าดีทีเดียว หนานกงมั่วกุมขมับเอ่ยอย่างปวดหัว “ข้าเข้ามานึกว่าเข้ามาในบ้านผีสิง ในเมื่อท่านอยากแต่งงาน ควรจัดแจงคนที่ควรจะมี หรือว่าท่านคิดจะรอเสียวเสี่ยวเข้ามาแล้วให้นางจัดการหรือ ท่านมั่นใจหรือว่าหากตระกูลเซวียได้ยินถึงสภาพในจวนของท่านแล้วจะยอมให้บุตรสาวแต่งกับท่าน”
หนานกงชวี่กลับไม่เถียง พยักหน้าพลางเอ่ย “ข้าจะให้คนไปจัดการ” เพียงคร้านจะสนใจเรื่องเหล่านี้เท่านั้น ในจวนมีเขาเป็นเจ้านายเพียงคนเดียว เลี้ยงบ่าวรับใช้มากมายก็อยู่ว่างๆ เสียเปล่า
หนานกงมั่วพยักหน้า “ข้ารู้ว่าท่านยุ่ง เดี๋ยวข้าจะให้แม่นมหลานและเนี่ยนเอ๋อร์มาช่วยท่านจัดการ เนี่ยนเอ๋อร์ยามนี้ต้องดูแลจวนของตนและจวนแม่ทัพซัง ไม่มีเวลาว่างนัก ส่วนแม่นมหลานรอให้พวกท่านแต่งงานแล้วค่อยให้นางกลับจวนเถิด”
“ขอบใจเจ้ามาก มั่วเอ๋อร์” หนานกงชวี่มองไปยังน้องสาว เสียงทุ้มเอ่ยขึ้น
แม้พวกเขาจะไม่มีความสนิทสนมอย่างพี่น้องที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ความสัมพันธ์ยามนี้กลับไม่เลว อย่างไรใครก็ไม่ชอบออดอ้อนใคร ช่วงเวลาที่แยกจากกันนั้นก็ไม่อาจหายไปในอากาศ เพียงจดจำอีกฝ่ายเอาไว้ในใจ เท่านั้นก็ดีมากแล้ว
หนานกงชวี่รู้สึกละอายใจต่อน้องสาวผู้นี้มาโดยตลอด แต่หนานกงมั่วแข็งแกร่งมาก เว่ยจวินมั่วยิ่งเก่งกาจ สิ่งที่เขาชดใช้ได้จึงมีไม่มาก ยามนี้หนานกงมั่วเป็นห่วงเรื่องการแต่งงานของเขาทำให้หนานกงชวี่รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา
“ได้ข่าวว่าคนตระกูลหลินมาที่จวนหรือ” หนานกงมั่วเอ่ยถาม
ได้ยินเช่นนั้น หนานกงชวี่เพียงขมวดคิ้วเบาๆ ดวงตามีแววหงุดหงิด เอ่ย “ไม่ต้องสนใจพวกเขา ตัวตลกไร้สาระเพียงเท่านั้น”
ตอนนั้นความสัมพันธ์หนานกงชวี่และตระกูลหลินนั้นธรรมดา อย่างไรหลินซื่อก็เป็นสตรีคนนั้นที่เลือกรอฉู่กั๋วกงพ่ายแพ้ไป ตระกูลหลินรีบหลีกหนีแทบไม่ทัน หลังจากเขาหย่ากับหลินซื่อ ตระกูลหลินก็รีบป่าวประกาศตัดความสัมพันธ์ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลหนานกงอย่างรวดเร็ว ยามนี้กลับเสนอหน้ากลับมา หนานกงชวี่จะมองอยู่ในสายตาได้เยี่ยงไร
หนานกงมั่วเอ่ย “ตัวตลกไร้สาระบางทีก็น่ารำคาญ พี่ใหญ่ระวังเอาไว้จะดีกว่า คนตระกูลหลินมิได้ฉลาดนัก”
หนานกงชวี่เอ่ย “หากพวกเขาไม่รู้จักอยู่เฉย ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะจัดการให้สิ้น”