หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1165 พ่อสื่อ (2)
ตอนที่ 1165 พ่อสื่อ (2)
สตรีผู้นั้นอยู่ในอาภรณ์สีแดงลูกท้อสวย รูปร่างหน้าตาสะสวยงดงาม แต่เมื่อเทียบกับลิ่นฉังเฟิงที่หล่อเหลาน่าดึงดูดกลับรู้สึกว่าธรรมดา ดูเหมือนบุตรไม่กี่คนที่จี้ซื่อตระกูลลิ่นผู้นั้นให้กำเนิดออกมาล้วนงดงามสู้ลิ่นฉังเฟิงไม่ได้ เห็นได้ว่ารูปโฉมของคุณชายฉังเฟิงคงได้มาจากมารดา หนานกงมั่วนึกถึงศาลาอันอบอุ่นเมื่อครู่ จี้ซื่อตระกูลลิ่นผู้นั้นเคยพาหญิงสาวผู้นี้เข้ามาถวายพระพร เพียงแต่หนานกงมั่วไม่ได้สนใจนัก แน่นอนว่าไม่ได้มองสำรวจรูปร่างหน้าตาของนาง
คุณหนูหกผู้นั้นดูเหมือนจะโกรธเพราะคำพูดของลิ่นฉังเฟิงไม่น้อย ดวงตาแดงขึ้นมา น้ำเสียงสั่นระริก “พี่ใหญ่ ท่าน…ไยท่านจึงเอ่ยกับข้าเยี่ยงนี้”
หากยามนี้ให้คนอื่นเห็น สิบคนเห็นสิบคนนั้นต้องคิดว่าคุณชายฉังเฟิงรังแกน้องสาวเกินไป
ลิ่นฉังเฟิงกลอกตาเบื่อหน่าย “มิเช่นนั้นเล่า”
คุณหนูหกก้มหน้า กำชายเสื้อพลางเอ่ย “นี่เป็นความต้องการของท่านพ่อ หรือว่าแม้แต่คำของท่านพ่อท่านก็ไม่ฟังแล้วหรือ ท่านพ่อบอกว่า ขอเพียง…ขอเพียง ให้ท่านกลับตระกูลลิ่น ท่านก็ยังเป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลลิ่น”
“ขออภัยด้วย หากคุณชายอย่างข้ามีความสนใจอยากจะเป็นกุยกงคงไปเปิดหอนางโลมแล้ว ไม่จำเป็นต้องมาเป็นพ่อสื่อในงานเลี้ยงที่สวนองค์หญิงหลิงอี๋” ลิ่นฉังเฟิงเอ่ยอย่างไม่ไว้หน้า “อยากแต่งกับจิ้งอานโหว ในเมื่อพวกเจ้าหน้าใหญ่เพียงนี้ไยจึงไม่ไปขอแต่งงานด้วยตนเองเล่า ไยต้องมาหาข้า นอกจากนี้คุณชายใหญ่ตระกูลลิ่นหรือ เหอะ นั่นคืออันใดกัน”
แม้ลิ่นฉังเฟิงจะไม่ได้ถูกแต่งตั้งเป็นโหวอย่างหนานกงชวี่ นั่นเพราะฮ่องเต้ไท่ชูอยากให้เขาเดินในเส้นทางขุนนาง ขุนนางอายุยังไม่เต็มสามสิบมีอำนาจเป็นขุนนางขั้นสามระดับสูง อย่ามองว่าตระกูลลิ่นเป็นหนึ่งในสิบตระกูลใหญ่ในจินหลิง ทั่วทั้งตระกูลลิ่นยังไม่มีคนที่มีตำแหน่งเช่นนี้ ขอเพียงลิ่นฉังเฟิงไม่ทำตัวบ้าๆ บอๆ ตำแหน่งขุนนางขั้นหนึ่งระดับสูงก่อนอายุสี่สิบเป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้ว อย่างที่หนานกงมั่วเอ่ยในครั้งนั้น เขาสามารถสร้างตระกูลลิ่นของตนเอง นับประสาอันใดกับเพียงฐานะคุณชายใหญ่ลิ่น
คนที่แอบฟังทั้งสามต่างสูดหายใจเข้าลึก มองสบตากัน ดวงตาพราวขึ้นมา มองไปยังคุณหนูหกตระกูลลิ่นผู้นั้นอย่างไม่พอใจ จิ้งอานโหวเกี่ยวดองกับตระกูลเซวียแล้ว นั่นก็คือเซวียเสียวเสี่ยว แม้เซวียเสียวเสี่ยวรู้จักกับพวกนางช้า แต่ก็เป็นคนกันเอง
คุณหนูหกผู้นั้นเป็นบุตรีเชื้อสายหลักเพียงคนเดียวของผู้นำตระกูลลิ่น คงจะมีฐานะสูงส่งเมื่ออยู่ในตระกูลลิ่น เดิมก็ไม่ใช่คนอ่อนน้อมถ่อมตน หากไม่ใช่เพราะมีเรื่องขอร้องไหนเลยจะมาตามติดลิ่นฉังเฟิงพี่ชายที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลไปตั้งนานแล้วผู้นี้ ยามนี้ถูกลิ่นฉังเฟิงเอ่ยวาจาเสียดสีมาเนิ่นนาน เริ่มทนไม่ไหวตั้งนานแล้ว กัดฟันเอ่ยว่า “ลิ่นฉังเฟิง ท่านอย่าได้ลำพองใจ ต่อให้ท่านไม่อยากยอมรับ ท่านก็ยังเป็นบุตรชายของตระกูล ท่านคงไม่อยากให้ใครรู้ว่ารองเจ้ากรมคลังฝ่ายขวา ที่แท้ก็เป็นคนอกตัญญูกระมัง”
ลิ่นฉังเฟิงมองเด็กสาวที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ตรงหน้าด้วยความรำคาญ นางโชคดีที่ที่แห่งนี้เป็นงานเลี้ยงของพระชายาฉู่อ๋องที่จัดขึ้นในสวนขององค์หญิงหลิงอี๋ หากเป็นที่อื่น เขาคงไม่รังเกียจที่จะเชิญนางลงไปอาบน้ำเย็นๆ ดู
“ตอนที่แม่เจ้าคลอดเจ้า ทำสมองเจ้าพังแล้วหรือ” ลิ่นฉังเฟิงมองต่ำลงมา ใช้สายตาดูถูกเหยียดหยันกวาดมองเด็กสาวตรงหน้า
คุณหนูหกชะงักนิ่ง “ท่าน…ท่านไม่กลัวจริงหรือ ข้าไม่ได้ล้อเล่นหรอกนะ”
ลิ่นฉังเฟิงส่งเสียงแสดงออกถึงความรังเกียจ ปรายตามองคุณหนูหก เอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็น “เชิญ”
คุณหนูหกเห็นว่าลิ่นฉังเฟิงไม่ได้หวาดกลัวต่อคำขู่ของตนพลันร้อนใจขึ้นมา กำลังอยากเอ่ยสิ่งใด น้ำเสียงคล้ายจะยิ้มทว่าไม่ยิ้มพลันดังขึ้นจากด้านหลัง “พี่ลิ่น ก็ว่าหาท่านไม่เจอ ที่แท้ก็มาอยู่กับหญิงงามที่นี่หรือ”
คุณหนูหกหันกลับไป ลิ่นฉังเฟิงเงยหน้ามองก็มองเห็นคุณชายเสียนเกอในอาภรณ์สีขาวเดินออกมาท่ามกลางดอกเหมย กลีบดอกเหมยยังคงร่วงโรยอยู่เหนือศีรษะของเขา ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มจางๆ ราวกับเทพเซียน ลิ่นฉังเฟิงเลิกคิ้ว “เจ้ามาทำไม” รู้จักกันมานานหลายปี ลิ่นฉังเฟิงรู้จักคุณชายเสียนเกออยู่บ้าง คนผู้นี้ไม่นิยมร่วมสนุกสนาน และไม่ชอบยื่นมือไปช่วยเหลือผู้ใด
คุณชายเสียนเกอยิ้มปรายตามองคุณหนูหกตระกูลลิ่นเล็กน้อย ชี้ไปด้านหลัง เอ่ย “พวกเขาดื่มชาอยู่ที่นั่น ขาดแต่เจ้า ข้านึกว่าเจ้าถูกสตรีผู้ใดพาให้หลงมัวเมาไปได้เสียแล้ว”
“…” นั่นเกี่ยวอันใดกับเจ้า
คุณชายเสียนเกอเลิกคิ้ว “หรือว่าข้ามารบกวนทั้งสองท่านแล้ว”
“ไม่ ข้าไม่สนิทกับนาง ไปเถิด” ลิ่นฉังเฟิงเอ่ยอย่างชัดเจน
คุณชายเสียนเกอเองก็ไม่สนใจ หันไปพยักหน้าให้คุณหนูหกผู้นั้น เหลือบมองไปยังพุ่มดอกมะลิไม่ไกลออกไปพลางครุ่นคิด หันหลังกำลังจะเดินกลับไป
“ช้าก่อน พี่ใหญ่” คุณหนูหกคล้ายเพิ่งได้สติกลับคืนมา รีบเอ่ยเรียกลิ่นฉังเฟิงเอาไว้ ลิ่นฉังเฟิงรู้สึกว่าน้ำเสียงของเด็กคนนี้แปลกประหลาด หันกลับไปพลันไร้ซึ่งคำจะเอ่ย ก็ได้ เด็กสาวที่เย่อหยิ่งเหยียดหยันเมื่อครู่กำลังหน้าแดง ดวงตาเป็นประกาย มองไปยังคุณชายเสียนเกอด้วยความหลงใหล
คุณหนูหกก้าวเดินตามพวกเขาเข้ามาไม่กี่ก้าว เดินมาหยุดย่อตัวทำความเคารพตรงหน้าคุณชายเสียนเกอ “ข้าลิ่นฮั่น คารวะคุณชาย ไม่รู้คุณชาย…”
คุณชายเสียนเกอมองไปยังลิ่นฉังเฟิง “แซ่ลิ่น น้องสาวเจ้าหรือ ดูไม่เหมือนเท่าใดนัก”
ลิ่นฉังเฟิงกลอกตา “ลูกของเถียนฝัง[1]ของตาเฒ่า” ลิ่นฉังเฟิงไม่มีความแค้นใดๆ ต่อจี้ซื่อของตระกูลลิ่น แต่เรื่องราวของแม่ลูกคู่นี้ช่างทำให้คนรังเกียจ เขาไม่มีความสนใจคิดอยากแย่งชิงสิ่งใดกับพวกนาง ดังนั้นจึงหนีออกมาจากตระกูลลิ่นตั้งนานแล้ว
คุณชายเสียนเกอพยักหน้าเข้าใจทันใด ไม่มองคุณหนูหกตระกูลลิ่นอีก เอ่ย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้ากลับไปก่อน เจ้าก็รีบสักหน่อย มิฉะนั้นเดี๋ยว…”
ลิ่นฉังเฟิงมองตามคุณชายเสียนเกอไปอย่างอารมณ์ดี เห็นท่าทางผิดหวังของคุณหนูหกกลับรู้สึกมีความสุขที่เห็นผู้อื่นเป็นทุกข์ ชอบเสียนเกอ มิสู้ชอบหนานกงชวี่ดีกว่า สายตาอันใดกัน
“พี่ใหญ่ เขา…เขาคือใครหรือเจ้าคะ” คุณหนูหกกัดริมฝีปาก ใบหน้าแดงระเรื่อเอ่ยถาม
ลิ่นฉังเฟิงเองก็ไม่ปิดบัง เอ่ยเสียงเนิบ “เขาหรือ ศิษย์พี่ของพระชายาฉู่อ๋อง คุณชายเสียนเกอที่ยุทธภพขนานนามว่าเลิศล้ำทั้งวิชาการแพทย์และเพลงฉิน”
“คนในยุทธภพหรือ” คุณหนูหกผิดหวังขึ้นมา
ลิ่นฉังเฟิงกลอกตา ทิ้งนางเอาไว้แล้วเดินเข้าไปในป่าเหมยโดยไม่ลังเล
คุณหนูหกคิดอยากจะตามไป เพียงแต่ไหนเลยนางจะตามลิ่นฉังเฟิงทัน คุณชายลิ่นใช้กำลังภายในชั่วครู่ไม่นานร่างสีแดงพลันหายไปในสวนดอกเหมย คุณหนูหกหยุดเท้าลง ท่าทางผิดหวังหมุนตัวกลับมาสีหน้าสับสน “คุณชายเสียนเกอ…ศิษย์พี่ของพระชายาฉู่อ๋องหรือ น่าเสียดาย…เป็นคนในยุทธภพ…”
เอ่ยเช่นนี้ ทว่าเมื่อนึกถึงบุรุษที่สง่างามราวกับเทพเซียนขึ้นมา ใบหน้าของคุณหนูหกพลันแดงระเรื่อ ความคิดหลายอย่างผุดขึ้นมาในใจโดยไม่อาจควบคุมได้ เสียนเกอไม่ใช่บุรุษที่หล่อเหลาที่สุดที่นางเคยเห็น เอ่ยถึงรูปโฉมยากจะมีคนสู้ฉู่อ๋องได้ เพียงแต่ความเย็นชาน่าเกรงขามของเว่ยจวินมั่วในสายตาของคุณหนูหกนั้นน่ากลัวเกินไป แม้แต่ชื่นชมยังไม่ได้ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงใจเต้น แต่เสียนเกอแตกต่าง คุณชายเสียนเกอสง่างาม รอยยิ้มใจดี แม้จะเคยเห็นลูกหลานตระกูลสูงศักดิ์ในจินหลิงจนเคยชิน แต่บุรุษหล่อเหลาเช่นนี้ทำให้คนอดไม่ได้ที่จะหลงมัวเมา เพียงน่าเสียดาย…
“น่าเสียดาย ฐานะต่ำต้อยไปสักหน่อย…”
คุณหนูหกที่พึมพำกับตนเองไม่รู้ว่าพุ่มไม้ด้านหลังไม่ไกล ใบหน้างามของหนานกงมั่วได้ทะมึนขึ้นมาแล้ว
[1] เถียนฝัง คือสตรีที่แต่งงานกับพ่อม่ายเมียตาย