หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1167 ให้เจ้าได้เห็นว่าข้าเป็นอย่างไร (2)
ตอนที่ 1167 ให้เจ้าได้เห็นว่าข้าเป็นอย่างไร (2)
หนานกงมั่วมองสหายทั้งสองที่เดินเข้าไปหาน้องชายของตน เลิกคิ้วพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ได้สิ”
ฝีมือของหนานกงมั่วลูกน้องของเว่ยจวินมั่วต่างรู้ดี ค่อยๆ หันกลับมามอง เซวียปินกระตือรือร้น ดาบยาวในมือสั่น “พระชายา ได้โปรดชี้แนะ”
เห็นเพียงร่างสง่าสีขาวลอยผ่านตนเองไป หนานกงมั่วปรากฏตัวขึ้นข้างแท่นวางอาวุธที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ยื่นมือไปตบลงบนแท่นเบาๆ กระบี่หนึ่งเล่มลอยขึ้นมา หนานกงมั่วคว้าเอาไว้ในมือ กระบี่ออกมาจากฝัก เกิดเสียงดังขึ้น
“เชิญ”
“ข้าไม่เกรงใจแล้ว” เซวียปินยกดาบขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น พุ่งตัวเข้าหาทันที แม้ว่าวรยุทธ์ของเขากว่าครึ่งหนานกงมั่วจะเป็นคนสอน แต่เซวียปินคิดว่าตนเองต่อสู้ฆ่าฟันในสงครามมาหลายปี พระชายาฉู่อ๋องกลับน้อยครั้งที่จะได้ลงมือ ใช่ว่าเขาจะไม่มีโอกาสเอาชนะได้
จูเหมิงและเฉินซิวยืนอยู่ด้านข้าง อดไม่ได้ยกสองมือขึ้นมาปิดหน้า จูเหมิงครุ่นคิด หันไปถามคนที่น่าเชื่อถือ “แม่ทัพเจี่ยน ท่านคิดว่า…เซวียปินมีโอกาสชนะมากเพียงใด”
“เหอะๆ” เจี่ยนชิวหยางยิ้มร่า ข้ายังไม่กล้าบอกว่าเอาชนะพระชายาได้ เซวียปินมีโอกาสชนะกี่ส่วน หากต่อสู้จริงจังขึ้นมาต้องถามเขาว่าเขามีโอกาสมีชีวิตอยู่ต่อได้กี่ส่วน
แน่นอนยามนี้เป็นเพียงการประลองไม่ใช่การต่อสู้จริงจัง ดังนั้นแม่ทัพเซวียเล็กไม่ต้องกังวลเรื่องจะมีชีวิตรอดหรือไม่
ผ่านการรบราฆ่าฟันมาหลายปี เพลงดาบของเซวียปินเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง ดังเช่นนิสัยของเขา เพลงดาบของเซวียปินองอาจและลื่นไหล เพลงกระบี่ของหนานกงมั่วเองก็เฉียบคมงดงาม เยื้องกรายพริ้วไหว หากไม่มองคมกระบี่แหลมอันตรายที่มุ่งทำร้าย ยิ่งเหมือนกับการเต้นรำอันอ่อนช้อยงดงาม
ความจริงแล้วหนานกงมั่วอยากบอกว่าเพลงกระบี่ของนางไม่ใช่แบบนี้ แต่ในงานเลี้ยงมีสตรีมากมายอย่างไรก็ต้องไว้หน้าเซวียปินสักเล็กน้อย บนศาลามีสตรีไม่น้อยที่กำลังลอบมองสำรวจมาทางนี้ หากเพียงลงมือก็ทำให้เซวียปินเป็นบ้าออกไป ใครจะรู้ว่าอาจหาภรรยาไม่ได้เพราะเรื่องนี้ก็เป็นได้ แม่ทัพเซวียจะมาตีถึงที่บ้านเลยหรือไม่ ต่อไปยังต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน ต้องเกรงใจ
เซวียปินเองก็สัมผัสได้ว่าหนานกงมั่วเกรงใจแล้ว เอ่ยด้วยความไม่พอใจ “พระชายาฉู่อ๋อง ท่านกำลังอ่อนข้อให้กระหม่อมหรือ”
“…” เรื่องเช่นนี้ตนเองรู้เองก็พอแล้ว
“ไม่ได้ ทำเช่นนี้ไม่ได้ ข้าจะดวลกับท่าน” คุณชายใหญ่เซวียเอ่ยท้าทายอย่างหาญกล้า
คิ้วเรียวของหนานกงมั่วเลิกขึ้น “เจ้ามั่นใจหรือ”
“มั่นใจ”
‘พรึ่บ!’ เค่อต่อมา คุณชายใหญ่ตระกูลเซวียพลันลอยละล่องออกไปด้วยท่วงท่าสวยงามจนผู้ชมหลายคนมีสีหน้าเวทนา หนานกงมั่วพลันอารมณ์ดีขึ้นมา นางช่างชื่นชอบการทำเรื่องชั่วร้ายเสียจริง กระบี่ในมือถูกวาดลวดลายออกมา “ใครจะเข้ามาอีก”
เจี่ยนชิวหยางดึงกระบี่ยาวออกมาจากคนด้านข้าง เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พระชายา ได้โปรดชี้แนะด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งสองต่างก็เป็นยอดฝีมือที่ใช้กระบี่ วรยุทธ์ก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก เพลงกระบี่ของหนานกงมั่วเฉียบคม โจมตีคู่ต่อสู้จนต้องร้องขอชีวิต เพลงกระบี่ของเจี่ยนชิวหยางเองก็เดินอยู่บนเส้นทางความโหดเหี้ยม รูปโฉมของทั้งสองนั้นโดดเด่น ต่อสู้ที่สูสีกันให้ผู้คนที่รอชมได้เห็นเป็นบุญตา
ลิ่นฉังเฟิงถอนหายใจอย่างเสียดาย “คุณชายอย่างข้าเองก็ไม่ได้ประลองกับแม่นางมั่วมานานแล้วเหมือนกัน แต่เจ้าเจี่ยนชิวหยางนั่นกลับแย่งไปก่อน”
“ในเมื่อเจ้าคันมือ ประลองกับข้าหรือไม่” เสียงเรียบเย็นดังขึ้นอีกฝั่ง คุณชายฉังเฟิงรู้สึกตัวชาขึ้นมา หันกลับไปมองเหล่าเว่ยจวินมั่วสามคนที่กำลังเดินเข้ามา เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ที่ใดเล่า ที่ใด คุณชายอย่างข้าถูกกวนประสาทมา กำลังเหนื่อยอยู่เลย ต่อให้ลงมือก็คงจะไม่ได้”
คุณชายเสียนเกอได้ยินเช่นนั้นจึงยิ้มหยัน มองไปยังเว่ยจวินมั่ว “เจ้าจะประลองหรือ”
คุณชายเว่ยไม่ปรายตามองคุณชายเสียนเกอแม้เพียงนิด “เจ้าไม่ได้” เอ่ยถึงวรยุทธ์ เสียนเกอยังสู้ลิ่นฉังเฟิงไม่ได้ อย่างน้อยลิ่นฉังเฟิงก็เรียกได้ว่าเป็นยอดฝีมือขั้นหนึ่ง เสียนเกอก็เป็นเพียงขั้นสองเท่านั้น
บุรุษจะไม่ได้ได้เยี่ยงไร
คุณชายเสียนเกอกัดฟันยิ้มเย็น
“วรยุทธ์ของพี่สะใภ้ช่างร้ายกาจ เลื่อมใสยิ่งนัก” เซียวเชียนเหว่ยถอนหายใจพลางเอ่ย อย่าว่าแต่เชื้อพระวงศ์เลย ต่อให้ทั่วทั้งต้าเซี่ยยังไม่อาจหาสตรีที่เก่งกาจกว่าหนานกงมั่วออกมาได้ นี่เป็นคำอธิบายได่ว่า พระชายาเยี่ยนอ๋องที่งดงามโดดเด่น เฉลียวฉลาดเกินคน ทว่าน้อยนักจะมีบุรุษหลงรักนาง อย่างไรเสียไม่ใช่บุรุษทุกคนที่จะยอมรับสตรีที่เก่งกาจโหดเหี้ยมกว่าตนเอง อีกทั้งบุรุษที่แข็งแกร่งกว่าหนานกงมั่วเห็นได้ชัดว่าแทบจะนับมือได้
เซียวเชียนจย่งยิ้ม “เสด็จพี่ใหญ่เก่งกว่า สมแล้วที่เป็นคู่สร้างคู่สม เสด็จปู่ช่างมีสายตาอันแหลมคม”
“ขอบคุณ” คุณชายเว่ยพยักหน้าให้เซียวเชียนจย่งด้วยสีหน้าอบอุ่นเล็กน้อย ผู้คนต่างรู้สึกได้ว่าเขาอารมณ์ดี
ทุกคนพลันเข้าใจ คิดจะยกยอฉู่อ๋อง ก็ต้องบอกว่าเขากับพระชายานั้นเหมาะสมกัน
เซียวเชียนจย่งประสบความสำเร็จในการยกยอฉู่อ๋องด้วยสมองที่เฉียบแหลมและสัญชาตญาณของสัตว์ตัวเล็กของเขา
ไม่ได้เคลื่อนไหวมานาน หนานกงมั่วรู้สึกสนุกที่ได้ประลองกับเจี่ยนชิวหยาง จนเกือบลืมไปแล้วว่าที่นี่คือสวนดอกเหมยขององค์หญิงหลิงอี๋ แม้บางครั้งเว่ยจวินมั่วก็ประมือกับนางอยู่บ้าง แต่วรยุทธ์ของเว่ยจวินมั่วร้ายกาจเกินไป ต่อให้เขาจะกดเอาไว้หนานกงมั่วก็รู้สึกว่ามันไร้ประโยชน์ ยามต่อสู้ต้องใช้กำลังทั้งหมดที่มี รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายยอมให้ ต่อให้ชนะก็ไม่รู้สึกยินดี
กระบี่ปะทะกันครั้งสุดท้าย เท้าของทั้งสองก้าวถอยไปไม่กี่ก้าวแล้วจึงเก็บกระบี่ยาวกลับคืน เจี่ยนชิวหยางยกมือขึ้นประสาน เอ่ย “พระชายาเพลงกระบี่ยอดเยี่ยมแล้ว ชิวหยางยอมแพ้พ่ะย่ะค่ะ”
หนานกงมั่วโยนกระบี่กลับเข้ายังแท่นเก็บอาวุธ โบกปัดมือ เอ่ย “ชิวหยางมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก ข้าเองก็ไม่อาจเอาชนะ ไว้ว่างแล้วมาประลองกันอีกครั้ง”
เจี่ยนชิวหยางเพียงยิ้มไม่เอ่ยวาจา
คุณชายเสียนเกอเดินออกมาจากกลุ่มคน ทว่าไม่ได้เดินไปยังแท่นอาวุธด้านข้าง ทว่าเดินไปยังใต้ศาลาที่มีกู่ฉินวางอยู่ ยกมือขึ้น ฉินก็ลอยเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา คุณชายเสียนเกอลองดีดไปที่สายฉิน ขมวดคิ้วเบาๆ ฉินเรียกได้ว่าเป็นฉินที่ดี แต่ยังห่างไกลจากฉินที่เขาใช้ประจำอยู่มาก จำต้องใช้ชั่วคราวเท่านั้น
คนที่ไม่รู้จักคุณชายเสียนเกอต่างตกตะลึง ทุกคนกำลังประลองการต่อสู้ คุณชายเสียนเกอจะดีดฉินอย่างนั้นหรือ
คุณชายเสียนเกอเดินกลับมา ลูบไปที่ฉินกำลังจะเอ่ยกับหนานกงมั่ว เว่ยจวินมั่วกลับเอ่ยขึ้นเสียงเย็น “เจ้ามา”
ข้าจะให้เจ้าได้เห็นว่าข้าเป็นอย่างไร