หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1168 ธาตุไฟเข้าแทรก (1)
ตอนที่ 1168 ธาตุไฟเข้าแทรก (1)
คนที่ไม่รู้จักคุณชายเสียนเกอไม่เข้าใจ คนที่รู้จักคุณชายเสียนเกอต่างก็ก้าวถอยหลังไปไกล
เว่ยจวินมั่วขมวดคิ้วเบาๆ หันกลับไปมองหนานกงมั่ว ศิษย์พี่ของเจ้าเป็นบ้าอันใดอีก
หนานกงมั่วลูบจมูก ทำราวกับไม่เห็นสีหน้าของเขา ข้าจะบอกท่านได้เยี่ยงไร ขอเพียงอยู่ในจินหลิง ศิษย์พี่ของข้าก็เป็นบ้าได้ตลอดเวลา ปัญหาคือท่านจะมองเห็นหรือไม่ก็เท่านั้น ครุ่นคิด หนานกงมั่วจึงกำชับ “ปรานีด้วย”
ได้ยินเช่นนั้น คุณชายเว่ยจึงหรี่ตาลง สายตาที่มองไปยังคุณชายเสียนเกอนั้นไม่เป็นมิตรยิ่งขึ้น
คุณชายเสียนเกอส่งเสียงหยัน จ้องมองเว่ยจวินมั่วราวกับกำลังท้าทายไม่หยุด
เว่ยจวินมั่วเองก็ไม่ลังเล อย่างไรเขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะสู้เสียนเกอไม่ได้ สิ่งเดียวที่กังวลคือที่อู๋สยาบอกให้ปรานีว่าจะทำได้หรือไม่ก็เท่านั้น
เว่ยจวินมั่วไม่เอ่ยให้มากความ ยื่นมือไปหยิบกระบี่หนึ่งเล่มขึ้นมา คุณชายเสียนเกอก็ไม่ถอย ดีดฉินในมือหนึ่งครั้งเกิดเสียงขึ้นเบาๆ ต่อกันสองครั้ง ทันใดนั้นสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังสองเส้นที่พัดผ่านร่างเว่ยจวินมั่ว สุดท้ายไปกระทบกับกิ่งของดอกเหมยที่ไม่ไกลออกไปนัก
วรยุทธ์ของคุณชายเสียนเกอนั้นแตกต่างจากเว่ยจวินมั่วมากจริงๆ แต่ว่าเพลงฉินของเขานั้นร้ายกาจ ตอนนี้คุณชายเสียนเกอยังห่างไกลจากการใช้เพลงฉินสร้างความแข็งแกร่ง การโจมตีเช่นนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายอันใดให้เว่ยจวินมั่ว สิ่งที่ร้ายกาจจริงๆ คือเสียงฉินของเขา ครานั้นแม้แต่กงอวี้เฉินยังต้องบาดเจ็บจนกระอักเลือดเพราะท่วงทำนองเพลงฉินของเขา เสียงฉินของคุณชายเสียนเกอจะบอกว่าเป็นเสียงสวรรค์มิสู้บอกว่าเป็นเสียงมารจะถูกกว่า สามารถทำให้คนเกิดภาพเลวร้ายในเบื้องลึกของจิตใจ บวกกับทักษะพิษที่ยอดเยี่ยมของเขา ขอเพียงไม่เข้าใกล้สัมผัสร่างกาย เว่ยจวินมั่วก็ไม่อาจทำร้ายเขาได้ เวลาผ่านไปคงได้จนปัญญากับเขาจริงๆ
ลิ่นฉังเฟิงและคนอื่นๆ ที่เป็นยอดฝีมือมองดูด้วยความตื่นตาตื่นใจ คนที่วรยุทธ์อ่อนด้อยหรือไม่มีวรยุทธ์ทำได้เพียงชมความสนุกสนาน พวกเขามองเห็นเพียงปลายนิ้วพริ้วไหวของคุณชายเสียนเกอกำลังดีดฉิน เสียงฉินนั้นมีความเยือกเย็นแฝงอยู่ แต่คุณชายเว่ยที่ว่ากันว่าวรยุทธ์สูงส่งกลับไม่ได้แสดงพลังทำให้คนที่ทำเพียงดีดฉินต้องร่วงหล่นไหลไปดั่งสายน้ำ ตรงกันข้ามเขามีท่าทีราวกับกังวลบางสิ่งบางอย่าง
“นี่คือเพลงอันใดหรือ ไพเราะมาก” เซี่ยเพ่ยหวนเอ่ยชื่นชมอย่างอดไม่ได้ คุณชายเสียนเกอได้รับการขนานนามว่าเป็นเลิศทั้งเพลงฉินและวิชาการแพทย์ สมคำร่ำลือแล้ว
สีหน้าของหนานกงมั่วไม่ดีนัก เอ่ย “นี่เรียกว่าลืมเลือนรำพึง”
เซี่ยเพ่ยหวนชะงัก “นี่คือชื่ออันใดกัน”
หนานกงมั่วยิ้มขมขื่น “พวกเจ้าฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกอย่างไร”
เซี่ยเพ่ยหวนครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ “ไพเราะมาก แต่ก็เหมือนขัดแย้งมาก”
“ลืมเลือนและรำพึงไม่ขัดแย้งหรือ คนที่ไม่มีวรยุทธ์และคนที่มีวรยุทธ์อ่อนด้อยฟังแล้วก็รู้สึกเหมือนเป็นบทเพลงธรรมดาทั่วไป ยิ่งเป็นคนที่มีวรยุทธ์สูง บทเพลงนี้ยิ่งมีผลต่อเขามาก” ดังนั้นเอ่ยได้ว่า ความจริงอาจารย์อาไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดหวังต่อวรยุทธ์ของศิษย์พี่ ตอนนี้คุณชายเสียนเกอเพียงกำลังภายในไม่สูงเท่านั้น รอเขาอายุเท่าอาจารย์อา อาจารย์อาในตอนนี้อาจมิใช่คู่ต่อสู้ของเขาแล้วก็เป็นได้ บทเพลงนี้ของศิษย์พี่เคยเกือบทำให้พระผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งต้องธาตุไฟเข้าแทรก ยิ่งไปกว่านั้นคนธรรมดาอย่างพวกเขาที่มีความรักโลภโกรธหลงอยู่ในจิตใจเล่า
เซี่ยเพ่ยหวนยิ้มพลางเอ่ย “สามารถบรรเลงบทเพลงที่งดงามเพียงนี้พร้อมแผ่ไอสังหารได้ คุณชายเสียนเกอเองก็ร้ายกาจ”
หนานกงมั่วจนใจ นี่เป็นบทเพลงสังหารคน ไพ่ตายของคุณชายเสียนเกอเลยนะ เพียงแต่ตอนนั้นเนี่ยนหย่วนยังไม่อาจบีบให้ศิษย์พี่ใช้ไพ่ตายนี้ได้ มีสิ่งใดไปกระตุ้นเขากัน
“แม่นางมั่ว ศิษย์พี่ของเจ้าคิดจะผันตัวไปทางชั่วร้ายหรือ” ลิ่นฉังเฟิงหน้าซีดขาวหันมาเอ่ยถามหนานกงมั่ว “บทเพลงนี้หากดังออกไป ชื่อเสียงหมอเทวดาของเขาอย่าได้คิดเลย นี่มันวิชามารชัดๆ” เจี่ยนชิวหยางที่อยู่ด้านข้างก็ดูไม่ดีนัก มองไปยังเว่ยจวินมั่วที่กำลังเผชิญหน้าต่อสู้กับเสียนเกอ เจี่ยนชิวหยางคิดว่าสิ่งที่เขากำลังเผชิญนี้ไม่นับประสาอันใด
แน่นอน ความรู้สึกไม่ดีนี้เป็นเพียงคนส่วนน้อยไม่กี่คน คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ โดยเฉพาะเหล่าสตรีที่อยู่บนศาลาคงมีความคิดในใจ บุรุษในอาภรณ์ขาวราวเทพเซียนผู้นั้นงดงามหล่อเหลายิ่งนัก
เหล่าสตรีในห้องหอทั้งหลายลงมาชมการประลองที่ไม่เหมือนการประลองอย่างอดไม่ได้
เว่ยจวินมั่วยืนอยู่ในลานประลอง หลุบตาลงฟังเสียงฉินที่แสนอันตรายของคุณชายเสียนเกอ แน่นอนว่าเขาสามารถจู่โจมได้ในครั้งเดียว แต่เขากลับไม่มั่นใจว่าจะไม่ทำให้เสียนเกอต้องบาดเจ็บ เพราะเสียงฉินของเสียนเกอทำให้กำลังภายในของเขาไม่มั่นคง อีกทั้งเสียนเกอยังวางยาพิษไว้ตรงหน้าเขาไม่กี่ก้าว ไม่ว่าเขาจะพัดพิษไปทิศทางใดก็จะเป็นอันตรายต่อคนในงานโดยไม่ต้องสงสัย
“เจ้าบ้าไปแล้วหรือ” เว่ยจวินมั่วตวัดสายตาขึ้นมองเสียนเกอ เอ่ยเสียงเข้ม
แม้คุณชายเว่ยจะคิดมาตลอดว่าเสียนเกอไม่ใช่คนปกติ แต่เสียนเกอไม่เคยก่อเรื่อง ดังนั้นเขาจึงมีความไม่มั่นใจอยู่บางส่วน
คุณชายเสียนเกอยิ้มร่า “น้องเขย หากเจ้าสามารถจู่โจมบทเพลงรำพึงของข้าได้ นับว่าเจ้าชนะ”
“ไยข้าต้องเอาชนะเจ้า” เว่ยจวินมั่วไม่ยี่หระ
เสียนเกอยิ้มตาหยี เอ่ย “เพราะว่า…หากเจ้าแพ้ คนที่อยู่ที่นี่นอกจากมั่วเอ๋อร์ เกรงว่าแปดเก้าส่วนคงได้สลบกันหมดแน่”
พวกเขาคุยกันเสียงเบา นอกจากหนานกงมั่วและผู้มีวรยุทธ์ร้ายกาจไม่กี่คนแล้วก็ไม่มีใครได้ยิน สีหน้าของหนานกงมั่วพลันเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย เอ่ยด้วยความสงสัย “ศิษย์พี่”
ลิ่นฉังเฟิงเอ่ยเสียงเข้ม “เสียนเกอ เจ้าทำบ้าอันใด”
คุณชายเสียนเกอเหลือบมองเขาเล็กน้อย ฉินในมือเกิดเสียงแหลมดังเสียดหูขึ้นมา ลิ่นฉังเฟิงรีบยกมือขึ้นปิดหูอย่างอดไม่ได้ ราวกับไม่อยากเชื่อว่าเครื่องดนตรีที่สุนทรีย์อย่างกู่ฉินจะสามารถสร้างเสียงแหลมเสียดหูเพียงนี้ได้
คนรอบข้างยังคงรุมล้อมเข้ามาชื่นชม ไม่รับรู้ถึงอันตรายในยามนี้
หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเบากับเซี่ยเพ่ยหวนและฉินซี “ถอยหลังไป”
แม้ไม่เข้าใจว่าทำไม แต่เพราะความเชื่อใจที่มีต่อหนานกงมั่ว ทั้งสองมองสบตากันพร้อมก้าวถอยหลังไปหลายก้าว ฉินซีและเซี่ยเพ่ยหวนมองสบตากัน มองไปยังลานประลองด้วยความกังวล
“แม่นางมั่ว เกิดอันใดขึ้น”
หนานกงมั่วขมวดคิ้ว นางก็ไม่รู้ ก่อนที่ศิษย์พี่จะท้าประลองเว่ยจวินมั่วยังดีๆ อยู่ แต่ท่าทางผ่อนคลายตอนที่ศิษย์พี่ท้าทายเว่ยจวินมั่วนั้นไม่ใช่การเสแสร้ง หากศิษย์พี่คิดจะทำอันใด ไม่มีทางที่จะไม่เอาฉินที่ใช้ประจำมา เดิมทีเขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเว่ยจวินมั่ว เห็นได้ชัดว่านี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกะทันหัน
“ดูไปก่อนค่อยว่ากัน”
ลิ่นฉังเฟิงกุมขมับอย่างเจ็บปวด คร่ำครวญ “คนพวกนี้…ไม่รู้จักความเป็นความตายเลยจริงๆ” มองเหล่าสตรีที่ยังคงหลงใหลในตัวคุณชายเสียนเกอ ลิ่นฉังเฟิงอดที่จะปาดเหงื่อแทนพวกนางไม่ได้
เว่ยจวินมั่วเองก็รู้สึกว่าเสียนเกอไม่ปกติ มองบุรุษที่กำลังบรรเลงฉินอยู่ตรงหน้า หันกลับมามองเหล่าหนานกงมั่วที่อยู่ไม่ไกล เห็นสีหน้ากังวลของหนานกงมั่ว สีหน้าที่เดิมเย็นชาพลันอบอุ่นขึ้นมา เว่ยจวินมั่วหลุบตาลงครุ่นคิด หลับตาลงอีกครั้ง