Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1193 กล้าหรือไม่กล้า

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1193 กล้าหรือไม่กล้า
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1193 กล้าหรือไม่กล้า

ระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุย การต่อสู้เบื้องล่างนั้นใกล้จบสิ้น เห็นเพียงดาบขององค์หญิงหลิงเซียงวาดส่วนโค้งงดงามลงไปยังมือขององครักษ์ผู้นั้น เมื่อคมดาบตกลงสู่พื้นเลือดพลันไหลออกมา ผู้คนรอบข้างกรีดร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ

องค์หญิงหลิงเซียงเก็บดาบกลับคืน เลิกคิ้วมองเซียวเชียนเหว่ย เอ่ย “เจิ้งอ๋อง ดูเหมือนองครักษ์ของท่านก็ไม่ได้เก่งเท่าไรนี่ เชิญท่านได้โปรดชี้แนะด้วย”

สีหน้าของเซียวเชียนเหว่ยยิ่งไม่น่ามองขึ้นมา เขาไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องวรยุทธ์นัก แต่ฝีมือขององครักษ์ตนเขายังพอรู้อยู่บ้าง อย่างน้อยก็แข็งแกร่งกว่าเขาอย่างแน่นอน ในเมื่อองครักษ์ของตนไม่อาจเอาชนะองค์หญิงหนานเย่ว์ผู้นี้ได้ เช่นนั้นเขายิ่งจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนางแล้ว เพียงแต่หากไม่ยอมต่อสู้จะทำให้คนคิดว่าเขาอ่อนแอ แต่หากรับคำท้าทว่าพ่ายแพ้…ท่านอ๋องที่ไม่สามารถเอาชนะได้แม้กระทั่งสตรี… เซียวเชียนเหว่ยพลันลำบากใจขึ้นมา

เห็นเขานิ่งเงียบ องค์หญิงหลิงเซียงจึงหัวเราะขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “คนหนานเย่ว์ของเราเอ่ยว่ากล้าหรือไม่กล้า สำคัญกว่าทำได้หรือไม่ได้ ดูเหมือน…ต้าเซี่ยจะไม่ใช่เยี่ยงนี้นี่นา” องค์หญิงหลิงเซียงเอ่ยพร้อมไหวไหล่อย่างน่าเสียดาย เก็บดาบคู่ใจกลับคืนในฝักตรงเอว “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ องค์หญิงข้าก็คงไม่บีบบังคับท่านอ๋องแล้ว”

“ข้า…”

“ข้าจะสู้กับเจ้า” เสียงดังที่แฝงไปด้วยความโกรธดังขึ้นมา เซียวเชียนจย่งแหวกผู้คนเดินออกมาด้วยความโกรธ เซียวเชียนจย่งส่งเสียงหยัน เลิกคิ้วมองสำรวจองค์หญิงหลิงเซียงด้วยความรังเกียจ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เด็กที่ไหนเพิ่งมาได้ไม่นานก็กล้ามาโอ้อวดแสนยานุภาพในเมืองหลวงอย่างจินหลิงแล้วเล่า แต่พวกเจ้าก็คงกล้ารังแกเพียงคนที่ไม่มีวรยุทธ์เก่งกาจกระมัง เมื่อเช้าอยู่ในวังไยจึงไม่บอกว่าอยากประลองเล่า”

องค์หญิงหลิงเซียงกลับไม่โกรธ องค์ชายหนานเย่ว์ผู้นั้นเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ที่แท้ก็เป็นองค์ชายสี่นี่เอง”

เซียวเชียนจย่งส่งเสียงหยัน ยกเท้าเตะดาบที่ร่วงอยู่บนพื้นเมื่อครู่ขึ้นมาสะบัดเบาๆ ปลายแหลมชี้ไปยังองค์หญิงหลิงเซียง “มาสู้กัน”

องค์หญิงหลิงเซียงมองเซียวเชียนจย่งด้วยความสนอกสนใจ ยิ้มพลางเอ่ย “ได้ยินว่าวรยุทธ์ขององค์ชายสี่ในสนามรบไม่ธรรมดา ดูเหมือนว่าจะน่าสนใจกว่าองค์ชายสามอยู่บ้าง เชิญ”

“เจ้าเด็กคนนี้ยังสร้างความร้าวฉานเก่งอีกด้วย” บนตึก ลิ่นฉังเฟิงถอนหายใจพลางเอ่ย “องค์ชายสี่เอาชนะเด็กคนนี้ได้หรือไม่ ไยข้าจึงรู้สึกเชื่อถือไม่ได้เช่นนี้”

เว่ยจวินมั่วขมวดคิ้วเบาๆ ส่ายศีรษะ “ยังห่างไกลอยู่บ้าง” วิชาการต่อสู้ของเซียวเชียนจย่งยังธรรมดา แม้ฮ่องเต้ไท่ชูจะให้ความสำคัญกับวรยุทธ์ แต่ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อประลองกับใคร นี่เป็นกระบวนท่าที่ใช้สังหารศัตรูในสนามรบ ขอเพียงมีความกล้าหาญ คล่องแคล่วว่องไว ฝึกฝนการสังหารศัตรูในสนามรบก็เพียงพอแล้ว วรยุทธ์ขั้นสูงจริงๆ เซียวเชียนจย่งเพิ่งเริ่มเรียนจริงจังได้เพียงไม่กี่ปี หลายปีมานี้ยังร่วมรบในสงครามมานานไม่มีเวลาฝึกฝนอย่างจริงจัง จะไปสู้กับเหล่าองค์ชายองค์หญิงเชื้อพระวงศ์ของหนานเย่ว์ที่ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กได้อย่างไร

หนานกงชวี่ขมวดคิ้ว เอ่ยถาม “พวกเขาคิดจะทำอันใด”

ฉินจื่อซวี่ยิ้มพลางเอ่ย “ก็คงจะ…โอ้อวดวรยุทธ์ของตนเองสักหน่อย ฝ่าบาทเพิ่งขึ้นครองบัลลังก์ไม่นาน เป่ยหยวนยังไม่สงบ ช่วงนี้คงยังไม่เคลื่อนกำลังง่ายๆ คนพวกนี้ไยจะไม่อาศัยจังหวะนี้เอาเปรียบสักนิดเล่า คนในราชสำนักเหล่านั้นพวกเจ้าใช่ว่าจะไม่รู้ ยังไม่ทันไรก็เรียกร้องเพื่อความสงบของแผ่นดินสำคัญที่สุด หากเห็นว่าอีกฝ่ายมีวรยุทธ์สูงส่ง แน่นอนว่ายิ่งต้องให้ความสำคัญกับการเป็นมิตร”

ลิ่นฉังเฟิงกัดฟัน “เอ่ยเช่นนี้ พวกเราจะต้องข่มขู่พวกเขาจึงจะถูก” เจี่ยนชิวหยางยิ้มเอ่ย “ตอนนี้เป็นพวกเขาที่กำลังข่มขู่เราอยู่”

วรยุทธ์ของเซียวเชียนจย่งเห็นได้ชัดว่าน่าดูกว่าองครักษ์ผู้นั้นอยู่มาก ต่อสู้ขึ้นมาก็ยิ่งดุเดือด ผู้คนโดยรอบยิ่งให้กำลังใจเซียวเชียนจย่งพร้อมดื่มชาไปด้วย หลังจากปะทะกันไม่กี่กระบวนท่า องค์หญิงหลิงเซียงผู้นั้นจึงระมัดระวังต่อเซียวเชียนจย่งขึ้นมาบ้าง องค์ชายหนานเย่ว์ผู้นั้นที่ยืนชมการต่อสู้อยู่ด้านข้างสีหน้าจริงจังขึ้นมา นอกจากฉู่อ๋องผู้ไม่รู้เบื้องลึกผู้นั้นแล้ว พวกเขาไม่ได้เห็นบุตรชายที่เหลือทั้งสามในสายตามากนัก องค์ชายรองเพียงดูก็รู้แล้วว่าไม่ได้ดีไปกว่าคนธรรมดาทั่วไปมากนัก องค์ชายสามแม้แต่จะรับคำท้าทายยังไม่กล้า ทว่าองค์ชายสี่ผู้นี้กลับค่อนข้างดุดัน ได้ยินมาว่าผู้นี้เมื่ออยู่ในสนามรบยังชอบเอาตนเองออกหน้าด้วยซ้ำ เป็นองค์ชายที่มีความหาญกล้าพระองค์หนึ่ง

ชั่วพริบตาทั้งสองก็ต่อสู้กันไปมากกว่าร้อยกระบวนท่า สีหน้าของเซียวเชียนจย่งตึงเครียดขึ้นมา ดาบในมือเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว องค์หญิงหลิงเซียงกระชับดาบในมือแน่น เซียวเชียนจย่งมีพละกำลังมาก ทุกครั้งที่คมดาบปะทะกัน แรงกระทบนั้นทำให้นางเจ็บไปทั่วร่าง เพียงแต่…นี่ยังไม่พอ

ดวงตาขององค์หญิงหลิงเซียงแข็งกร้าวขึ้น พลิกมือขึ้นมาฟันส่วนโค้งของดาบลงไปยังดาบในมือของเซียวเชียนจย่ง เซียวเชียนจย่งรู้ตัวยกดาบขึ้นไปยันเอาไว้ ดาบทั้งสองประสานเสียงคมชัดดังขึ้นมา ดาบในมือของเซียวเชียนจย่งขาดออกจากกันเซียวเชียนจย่งตกใจกำลังจะดึงกลับมาทว่าไม่ทัน ถูกองค์หญิงหลิงเซียงชิงก้าวขึ้นไปก่อนหนึ่งก้าว มือข้างหนึ่งพุ่งเข้าหาจ่อไปที่หัวใจ

ดาบในมือเซียวเชียนจย่งเป็นเพียงดาบที่ทหารทั่วไปใช้ ทว่าดาบที่องค์หญิงหลิงเซียงใช้กับเป็นดาบล้ำค่าหายาก เมื่อครู่ต่อสู้ไปรอบหนึ่งแล้ว ครั้งนี้ถูกองค์หญิงหลิงเซียงหาโอกาสฟันจนขาดแล้ว ดังนั้นเอ่ยได้ว่า ไม่ว่าอย่างไร พกอาวุธที่ตนเองคุ้นเคยติดตัวถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง มิเช่นนั้นก็จะเป็นอย่างเซียวเชียนจย่ง เมื่อต้องลงสนามรบพลันรู้ตัวว่าตนเองลืมดาบ สุดท้ายต้องพ่ายแพ้อย่างน่าหดหู่จนไม่อาจเทียบได้

เห็นน้องสาวเอาชนะได้อีกครั้ง องค์ชายหนานเย่ว์ผู้นั้นยิ่งหัวเราะเสียงดังอย่างได้ใจ

“ฮ่าๆ ดูเหมือนองค์ชายต้าเซี่ยก็เท่านี้ ได้ยินว่าวันนี้ฉู่อ๋องเองก็มาร่วมเทศกาลโคมไฟ ไยจึงไม่ออกมาต่อสู้สักหน่อยเล่า หรือว่า…ฉู่อ๋องเองก็มีเพียงชื่อเสียงที่ไม่อาจจับต้องได้”

เซียวเชียนจย่งโยนดาบในมือทิ้งด้วยความโกรธ เอ่ยขึ้นด้วยความโมโห “ข้ากลัวว่าพี่ใหญ่มาแล้วพวกเจ้าจะรับไม่ไหว”

องค์ชายหนานเย่ว์ยิ้มร่ามองไปยังเซียวเชียนจย่ง ราวกับมองคนพ่ายแพ้ด้วยความเมตตา เซียวเชียนจย่งโกรธจนอยากพุ่งเข้าไปต่อยเขาสักหมัด สีหน้าของเซียวเชียนเหว่ยเองก็ไม่น่ามอง งานประชันบทกวีที่ตนตั้งใจจัดขึ้นถูกสองพี่น้องคู่นี้ทำลายไม่พอ ยังมาดูหมิ่นเชื้อพระวงศ์ต้าเซี่ยเช่นนี้

ความจริงแล้ว ปีนี้เซียวเชียนเหว่ยไม่ค่อยมีความสุขนัก เริ่มต้นตั้งแต่อาการป่วยที่ไม่อาจเปิดเผยเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวในพิธีเลี้ยงรับพระชายารอง เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น เซียวเชียนเหว่ยไม่กล้าแม้กระทั่งไปตามหมอมารักษาตนเอง ทำได้เพียงแอบหาหมอที่ตนไว้วางใจมาช่วยดูอาการ แต่คำวินิจฉัยของหมอทุกคนต่างก็เหมือนกัน ร่างกายของเขาไม่มีปัญหาอันใด แต่ว่า…ส่วนนั้นใช้การไม่ได้

ผ่านไปหลายวัน เซียวเชียนเหว่ยจึงเริ่มมีสติขึ้นมา ร่างกายของตนไม่มีปัญหา จิตใจก็ยิ่งไม่มีปัญหา เช่นนั้นก็มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวก็คือถูกคนวางยา แต่เป็นใครที่มีความสามารถนี้ และจะทำเรื่องเช่นนี้…แน่นอนว่าไม่ต้องเอ่ยก็รู้ เพียงแต่ช่วงฉลองข้ามปีมีเรื่องไม่น้อย หนานกงมั่วและเว่ยจวินมั่วยิ่งไม่ใช่คนที่เจ้าบอกว่าจะไปหาแล้วจะอยู่ที่จวนรอเจ้าไปหา ดังนั้นจึงยืดเวลามาจนถึงตอนนี้ แม้จะเจอเว่ยจวินมั่วอยู่ในราชสำนักตอนเช้า แต่เรื่องนี้ก็ไม่สะดวกที่จะเอ่ยในวังหลวง

ไม่ง่ายที่วันนี้จะอารมณ์ดีขึ้นมาเพราะการจัดงานประชันบทกวี ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นมา ทำให้เขาขายหน้าอย่างใหญ่หลวง เดิมทีอารมณ์ดีเพราะดึงบัณฑิตมากมายมาได้ทว่ากลับถูกทำลายจนสิ้นแล้ว

เห็นได้ชัดว่าองค์ชายหนานเย่ว์ไม่ได้เอาคำของเซียวเชียนจย่งมาใส่ใจ เอ่ยเสียงดัง “ฉู่อ๋อง น้องสาวของข้าอยากได้รับการชี้แนะจากฝีมือสูงส่งของท่าน ไม่รู้ว่าท่านอ๋องจะแสดงให้เห็นเป็นบุญตาได้หรือไม่” เห็นได้ชัดว่ามั่นใจแล้วว่าเว่ยจวินมั่วอยู่ที่นี่

บนถนนเงียบลง หลายคนเริ่มมองไปทั่วทิศอยากรู้ว่าฉู่อ๋องอยู่ที่นี่จริงหรือไม่

เสียงใสเย็นยะเยือกดังขึ้น “พระชายาข้าเองก็อยากได้รับการชี้แหนะจากองค์หญิงหลิงเซียงเช่นกัน”

เอ่ยยังไม่ทันจบพลันมองเห็นร่างร่างหนึ่งเหาะทะยานออกมาจากหน้าต่างฝั่งตรงข้าม ลงมายืนอยู่ตรงหน้าองค์หญิงหลิงเซียง

“พระชายาฉู่อ๋องหรือ”

หนานกงมั่วถอดผ้าคลุมผืนเล็กออกแล้ว เผยให้เห็นชุดกระโปรงยาวสีขาวนวลที่อยู่ด้านใน ชุดเรียบง่ายขับให้ใบหน้างามยิ่งดูเย็นชามากขึ้น หนานกงมั่วยืนอยู่ตรงกลางมององค์หญิงหลิงเซียงด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่เหมือนยอดฝีมือที่มีวรยุทธ์สูงส่ง ทว่าเหมือนคุณหนูในห้องหอมารยาทงามเสียมากกว่า

“พระชายาฉู่อ๋องหรือ” ดวงตาขององค์หญิงหลิงเซียงวาววับ ประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อครู่อยู่บนตึกห่างกันไกล อีกทั้งหนานกงมั่วเองก็หลีกเลี่ยงจากการจับตามอง ดังนั้นจึงไม่อาจมองเห็นรูปโฉมพระชายาฉู่อ๋องผู้นี้ได้ชัดเจน องค์หญิงหลิงเซียงเดิมทีคิดว่ารูปโฉมของตนเองนั้นเป็นที่สุดแล้ว พลันพบว่าพระชายาฉู่อ๋องผู้นี้ไม่ได้ด้อยไปกว่านางเลยแม้เพียงนิด แม้ไม่ได้งดงามในแบบของนาง ทว่ากลับมีความเย่อหยิ่งในแบบนี้หนานเย่ว์ไม่มี สิ่งนี้สอดคล้องกับความงามของคนต้าเซี่ย

หนานกงมั่วพยักหน้าเบาๆ มือขวากางออกมา กระบี่สีเงินพลันร่วงออกจากแขนเสื้อตกมาอยู่ในมือของนาง ก็คือกระบี่ชิงหมิงนั่นเอง

แต่ปลายกระบี่ของหนานกงมั่วกลับชี้ไปยังองค์ชายหนานเย่ว์ที่ยืนมองความสนุกอยู่ด้านข้าง “พระชายาข้าไม่ต้องการเอาเปรียบองค์หญิงหลิงเซียง องค์ชายเชิญ”

องค์ชายหนานเย่ว์คาดไม่ถึงว่าหนานกงมั่วจะท้าทายเขา เลิกคิ้วด้วยความตกตะลึง ยิ้มพลางเอ่ย “พระชายา คนที่อยากท้าประลองกับยอดฝีมือของต้าเซี่ยคือน้องสาวของข้า”

หนานกงมั่วเชยดวงตาขึ้น เอ่ยเสียงเรียบ “ผู้ที่พระชายาข้าอยากท้าประลองคือองค์ชาย หรือว่าท่านไม่กล้าหรือ”

ถูกคนใช้คำของตนมาเอ่ยดัก องค์ชายหนานเย่ว์พลันจนคำพูด

เนิ่นนาน ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พระชายาล้อเล่นแล้ว ต่อให้ต้องประลอง ข้าก็ควรประลองกับฉู่อ๋องจึงจะถูก จะรังแกพระชายาได้เยี่ยงไร”

หนานกงมั่วไม่ใส่ใจ “องค์หญิงของท่านต่อสู้กับองค์ชายต้าเซี่ยของเราได้ ไยพระชายาข้าจะท้าประลองกับองค์ชายไม่ได้ อย่าได้พูดมาก องค์ชายเพียงบอกมา…กล้า หรือมิกล้า”

“พระชายาเอ่ยได้ดี” ผู้คนโห่ร้องสนับสนุนขึ้นมา

ดวงตาขององค์ชายหนานเย่ว์หดเกร็ง สายตามองตรงไปยังหนานกงมั่วที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว เพียงแต่สีหน้าของหนานกงมั่วเรียบนิ่ง สายตาจับจ้องมาที่เขา ไม่เอ่ยสิ่งใดอีก

กล้าหรือมิกล้าอย่างนั้นหรือ

เมื่อครู่องค์หญิงหลิงเซียงเอ่ยแล้ว กล้าหรือไม่กล้าสำคัญกว่าทำได้หรือไม่ได้ ดังนั้นองค์ชายหนานเย่ว์ไม่อาจบอกว่าไม่กล้าได้

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้…ข้าคงต้องขอพระชายาโปรดชี้แนะแล้ว ท่านกับข้าสู้กันจนถึงที่สุดเป็นเช่นไร”

มุมปากของหนานกงมั่วกระตุกยิ้มบาง กระบี่ชิงหมิงในมือตรงดิ่งเข้าหาองค์ชายหนานเย่ว์

เซียวเชียนจย่งมองเห็นหนานกงมั่วพลันฮึกเหิมขึ้นมา กระโดดโลดเต้นเอาใจช่วยนาง “พี่สะใภ้ เอาชนะเขาให้ได้”

องค์ชายหนานเย่ว์เบี่ยงตัวหลบปลายกระบี่ของหนานกงมั่ว ถอยเท้าไปด้านหลัง ขณะเดียวกันก็ชักดาบวงพระจันทร์ออกมาจากเอว ด้ามจับของเขาเองก็งดงาม แต่ความโค้งงอนั้นไม่เท่าองค์หญิงหลิงเซียง โค้งงอเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ความกว้างและความหนาต่างมากกว่าขององค์หญิงหลิงเซียงกว่าสองเท่า เป็นดาบล้ำค่าอีกชิ้นก็ว่าได้

เพียงเห็นดาบของเขาหนานกงมั่วก็รู้แล้วว่าองค์ชายหนานเย่ว์ผู้นี้แตกต่างจากองค์หญิงหลิงเซียง เดินเส้นทางดุร้ายในแบบของบุรุษ เริ่มมีแผนอยู่ในใจ กระบี่ชิงหมิงในมือยิ่งแสดงความแหลมคมออกมามากขึ้น วิชาตัวเบาของหนานกงมั่วแม้แต่เว่ยจวินมั่วยังเอ่ยปากชื่นชม จากประสบการณ์การเป็นมือสังหารทั้งสองชาติหนานกงมั่วจึงรับรู้ถึงจุดแข็งและจุดอ่อน ไม่เผชิญหน้ากับเขาตรงๆ อาศัยความสามารถที่ตนถนัดเคลื่อนไหวร่างกายขณะเดียวกันก็อาศัยจังหวะโจมตีเขาอยู่เรื่อยๆ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ไม่รู้วรยุทธ์ เพียงดูเหมือนกระบวนท่าขององค์ชายหนานเย่ว์นั้นดูอันตราย มีกำลังมากไม่อาจเทียบได้ พระชายาฉู่อ๋องเครื่อนไหวรวดเร็ว ดังนั้นกระบวนท่าของหนานกงมั่วจึงมองได้ไม่ชัดเจน

แต่องค์หญิงหลิงเซียงและผู้ติดตามที่ยืนอยู่ด้านข้างกลับเห็นได้อย่างชัดเจน เส้นทางของหนานกงมั่วนั้นคล้ายคลึงกับองค์หญิงหลิงเซียง แต่วรยุทธ์ของนางสูงกว่าองค์หญิงหลิงเซียงอย่างแน่นอน การโจมตีของนางน้อยครั้งกว่าองค์หญิงหลิงเซียง ทว่าเห็นได้ว่าไม่เคยพลาด องค์หญิงหลิงเซียงขมวดคิ้ว รู้สึกสั่นสะท้านอยู่ในใจอย่างอดไม่ได้ หากนี่ไม่ใช่การประลอง ไม่แน่ว่าพี่ชายผู้นี้อาจจะตายในกำมือของหนานกงมั่วก็เป็นได้

ผู้ติดตามที่ยืนอยู่ด้านข้างนางเอ่ยเสียงเบา “ได้ยินมาว่าฉู่อ๋องเคยเป็นเจ้าสำนักมือสังหารอันดับหนึ่งของต้าเซี่ย ไม่แน่เขาอาจสอนพระชายาฉู่อ๋อง”

องค์หญิงหลิงเซียงขมวดคิ้ว “ต่อให้เป็นเช่นนั้น พระชายาฉู่อ๋องก็นับว่าเป็นคนมีความสามารถ ข้าสู้นางไม่ได้”

ผู้ติดตามมองการต่อสู้ของทั้งสองคน ลอบถอนหายใจอยู่ในใจ วรยุทธ์ขององค์ชายอาจไม่ได้ด้อยไปกว่าพระชายาฉู่อ๋องนัก แต่เมื่อเทียบการแย่งชิงกันในเชื้อพระวงศ์หนานเย่ว์ หนานกงมั่วที่เป็นพระชายาฉู่อ๋องกลับรู้วิธีสังหารคนมากกว่าองค์ชายหนานเย่ว์ ช่าง…

“พระชายาฉู่อ๋องจะแพ้หรือไม่…” มีคนเห็นว่าองค์ชายหนานเย่ว์ดุดันเพียงนี้ จึงกังวลขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

“ไม่รู้สิ ไยฉู่อ๋องจึงยังไม่ออกมา หรือว่าไม่อยู่จริงๆ”

เซียวเชียนจย่งเบิกตาจ้องเขม็งไปยังคนด้านข้าง เอ่ย “เหลวไหล พี่สะใภ้จะแพ้คนป่าเถื่อนเช่นนั้นได้เยี่ยงไร”

คนเหล่านี้กลับไม่รู้ ความกดดันที่องค์ชายหนานเย่ว์ได้รับในเวลานี้ เขาไม่อยากเชื่อนักว่าตนจะถูกสตรีเพียงคนเดียวกดเอาไว้แล้ว เพลงกระบี่ของหนานกงมั่วร้ายกาจเป็นอย่างมาก ไม่ได้มีกระบวนท่าสวยงาม เพียงจู่โจมทำร้ายศัตรูเท่านั้น แน่นอนหนานกงมั่วรู้ขอบเขต ไม่ได้ทำให้เขาบาดเจ็บหนัก ทุกจุดทิ้งเอาไว้เพียงรอยแผลตื้นๆ แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ องค์ชายหนานเย่ว์ยิ่งโกรธและละอาย ดังนั้นดาบในมือจึงยิ่งบ้าคลั่งขึ้น

หนานกงมั่วไม่ชอบการประลองเช่นนี้มากนัก ดังนั้นจึงไม่คิดต่อสู้เป็นเวลานาน เมื่อปลายกระบี่จ่อเข้าไปที่หน้าอกขององค์ชายหนานเย่ว์เป็นครั้งที่สอง นางจึงหยุดมือแล้ว แต่องค์ชายหนานเย่ว์ที่ได้รับความอัปยศนี้ไม่อาจยอมรับได้ ไม่เพียงไม่หยุดทว่ายังคงฟาดฟันดาบไปยังหนานกงมั่ว หนานกงมั่วหรี่ตาลง กระบี่ชิงหมิงในมือตรงดิ่งเข้าดวงตาขององค์ชายหนานเย่ว์ ทำให้ดวงตาของเขาหรี่ลง มือชะงักไปชั่วครู่

“บังอาจนัก” แรงกดดันหนักๆ มาจากด้านหลัง ขณะเดียวกันปลายกระบี่ของหนานกงมั่วก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

องค์ชายหนานเย่ว์ไม่ทันได้สติก็ถูกกระบี่ชิงหมิงตบเข้าที่ใบหน้า ขณะเดียวกันแรงจากด้านหลังก็ทำให้ร่างของเขากลิ้งไปบนพื้น

“ฉู่อ๋อง พระชายาฉู่อ๋อง ได้โปรดออมมือ” ยังไม่ทันได้ลืมตาก็ได้ยินเสียงร้องตกใจขององค์หญิงหลิงเซียงดังขึ้น

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1193 กล้าหรือไม่กล้า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. [email protected]

    ต้องสั่งสอนให้เข็ดหลาบ

    02/09/2023 at 17:26 น.
Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

7 (2)
พลิกชะตาแค้น คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
15/06/2026
novelpdf0d4g
จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์
15/06/2026
novelpdf-059
แมวน้อยของนายท่าน
24/03/2023
ดาวน์โหลด (1)
ยอดหญิงอันดับหนึ่ง
05/09/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.