Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1192 ก่อเรื่องวุ่นวาย

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1192 ก่อเรื่องวุ่นวาย
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1192 ก่อเรื่องวุ่นวาย

เห็นว่าคุณชายฉังเฟิงกำลังปากพาซวย เจี่ยนชิวหยางจึงเห็นแก่ความเป็นสหายสะกิดเขาเอาไว้ ส่งสัญญาณให้เขามองดูเว่ยจวินมั่ว คุณชายฉังเฟิงกวาดตามอง พลันมองเห็นสายตาอันตรายของคุณชายเว่ย รีบกระแอมไอ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ฮ่าๆ จะว่าไป การประชันบทกวีนี้คงใกล้จะเสร็จแล้วกระมัง”

เว่ยจวินมั่วมองเขาด้วยสายตาเรียบนิ่ง เอ่ย “ข้าพลันนึกขึ้นมาได้ เจ้าเอ่ยไม่เลว เทศกาลโคมไฟไม่ควรตระหนี่เช่นนี้”

ลิ่นฉังเฟิงยิ้มเจื่อน “อีกชั่วยามเดียวเทศกาลโคมไฟก็จบลงแล้ว นึกขึ้นได้ก็ไม่ทันแล้ว”

เว่ยจวินมั่วเอ่ย “ไม่เป็นไร ได้ยินว่าเราเป็นสหายที่ดีต่อกันใช่หรือไม่”

“มิบังอาจ มิบังอาจ” ลิ่นฉังเฟิงยิ้มเจื่อน เว่ยจวินมั่วส่ายศีรษะแล้วจึงเอ่ย “ไม่ต้องถ่อมตนเช่นนั้น ในเมื่อเป็นมิตรสหาย แน่นอนว่าต้องเสี่ยงอันตรายและเสียสละเพื่อกันและกันมิใช่หรือ”

“…” หลายปีมานี้ข้าร่วมเป็นร่วมตายกับเจ้ามายังไม่พอ เจ้ายังอยากให้ข้าเสี่ยงชีวิตอีกหรือ คุณชายฉังเฟิงรู้สึกโมโหขึ้นมา

เว่ยจวินมั่วเอ่ย “ข้าก็ไม่จำเป็นให้เจ้ามาเสี่ยงชีวิต ข้าจะให้เงินหนึ่งหมื่นตำลึงกับเจ้า เจ้าเอาลงไปแจกให้บัณฑิตเหล่านั้นคนละหนึ่งตำลึงเถิด จริงสิ ต้องอวยพรทุกคนด้วยว่าสุขสันต์เทศกาลโคมไฟ ไม่ลำบากใช่หรือไม่”

สีหน้าของคุณชายฉังเฟิงราวกับจะกระอักเลือดได้ทุกเมื่อ นี่เขาไม่ได้ไปทำความดี แต่ไปขายหน้าต่างหาก

เขารีบฝืนยิ้มออกมา “อย่าเลย มีเงินเก็บไว้ให้เยาเยากับอานอานใช้มิดีกว่าหรือ โปรยออกไปทำไมเล่า คุณชายข้ามิใช่คนใจบุญอันใด”

“ข้านึกว่าเจ้าอยากเป็นคนใจบุญเสียอีก” เว่ยจวินมั่วเอ่ย

“…”

“อะแฮ่ม” คุณชายเซี่ยเจ็ดเป็นคนจิตใจดี ชี้ไปนอกหน้าต่าง เบี่ยงเบนความสนใจ เอ่ยขึ้นว่า “ดูเหมือนผลออกแล้ว”

เวลาชั่วยามกว่าๆ การประชันบทกวีตรงหน้าพลันเลือกสามร้อยกว่าบทกวีที่ไม่เลวออกมา ไม่นานพลันมองเห็นคนของหอเต๋อเย่ว์ไม่กี่คนเดินออกมา คนที่เดินตามกันออกมาสองคนคือเซียวเชียนเหว่ยและชายวัยกลางคนท่าทางอายุราวๆ สี่สิบกว่า ก็คือใต้เท้าเหวินบิดาของพระชายารองเหวินนั่นเอง คนที่ติดตามอยู่ด้านหลังเซียวเชียนเหว่ยคือพระชายาเจิ้งอ๋องจูชูอวี้ และสตรีท่าทางสง่างามดูอ่อนหวานในอาภรณ์สีม่วงอ่อน คงจะเป็นชายารองเหวิน หนึ่งในสี่ของพระชายารองจวนเจิ้งอ๋อง

ในกลุ่มคนก็มีคนไม่น้อยที่จำเซียวเชียนเหว่ยได้ ต่างพากันแตกตื่น

“เป็นเจิ้งอ๋องนี่นา”

“ยังมีพระชายาเจิ้งอ๋องด้วย”

เซียวเชียนเหว่ยยกมือขึ้นประสานเอ่ยกับทุกคนด้วยรอยยิ้ม “ประจวบเหมาะโอกาสในครั้งนี้ ข้าโชคดีได้เห็นผลงานของผู้เก่งกาจทุกท่าน นับถือยิ่งนัก” ทุกคนรีบเอ่ยมิกล้า บัณฑิตยากจนหลายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ายิ่งตื่นเต้นไม่น้อย ยังไม่ทันได้เข้าร่วมการสอบ เจิ้งอ๋องก็ได้เห็นบทกวีของพวกเขาแล้ว หากว่า…

เซียวเชียนเหว่ยยิ้ม เอ่ย “เมื่อครู่เจ้าของร้านหารือกับข้า วันนี้มีผลงานเยี่ยมยอดมากมาย อยากรวบรวมเป็นเล่มหนังสือ เพื่อเป็นเกียรติแก่บัณฑิตทุกท่าน ไม่รู้ว่าทุกท่านจะยินยอมหรือไม่”

ไหนเลยจะไม่ยอมเล่า

มองเห็นสีหน้าตื่นเต้นของผู้คน เซียวเชียนเหว่ยพยักหน้าพึงพอใจ หันกลับมามองแผ่นกระดาษด้านหลังพลันเอ่ยขึ้น “ในเมื่อข้าบังเอิญมาเจอการประชันที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ แน่นอนว่าไม่อาจปล่อยไปได้ ผลงานยอดเยี่ยมของพวกท่านเมื่อครู่ สิบอันดับแรก เงินรางวัลแบ่งเป็นหนึ่งพันตำลึงถึงหนึ่งร้อยตำลึง นับว่าเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากข้า”

ได้ยินเช่นนั้น ทุกคนจึงฮือฮาขึ้นมา เงินรางวัลมากขึ้นจากเดิมไปมาก คนที่ได้อันดับหนึ่งยิ่งได้รับรางวัลเพิ่มขึ้นจากเมื่อครู่กว่าสิบเท่า หลายคนเสียดายอยู่ในใจว่าเมื่อครู่ไม่ได้ตั้งใจอย่างเต็มที่ในการเขียนบทกวีขึ้นมา ไม่แน่อาจจะดีก็เป็นได้ เซียวเชียนเหว่ยมีรอยยิ้มพาดผ่านดวงตา เอ่ยต่อ “เช่นนี้ ข้าจะประกาศรายชื่อตามลำดับอีกครั้ง”

สิบอันดับแรกถูกประกาศออกมาทีละคน คนที่ได้รับรางวัลแน่นอนว่าปรบมือยืนดี คนที่พลาดโอกาสนี้ไปก็ผิดหวังเล็กน้อย ทว่ายังคงดีใจ อย่างไรพวกเขาก็ได้มาสิบตำลึงแล้ว ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือเจิ้งอ๋องบอกว่าจะรวบรวมบทกวีทำเล่มหนังสือ หากสำเร็จแล้ว ส่งผลดีต่อชื่อเสียงไม่น้อย

ผู้คนต่างโห่ร้องท่านอ๋องทรงพระเจริญ มีความสุขไม่น้อย

ในตอนที่เซียวเชียนเหว่ยกำลังจะมอบรางวัลให้แก่บัณฑิตที่ได้รับรางวัล ทว่ากลับได้ยินเสียงหยาบกระด้างดังขึ้น “คนจงหยวนช่างน่าเบื่อเสียจริง เป็นถึงบุรุษทว่ากลับทำเป็นเพียงเขียนบทกวีไม่ได้เรื่องเพียงไม่กี่ประโยค แม้แต่สตรียังเอาชนะไม่ได้”

วาจานี้เอ่ยออกไป ผู้คนพลันฮือฮาขึ้นมา เซียวเชียนเหว่ยดวงตาแข็งกร้าว มองไปยังทางต้นเสียง ไม่รู้ว่ามีหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งมายืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคนตั้งแต่เมื่อใด แม้จะอยู่ในชุดต้าเซี่ย แต่กลับดูออกว่าไม่ใช่คนต้าเซี่ย อย่างน้อย ก็ไม่ใช่คนจงหยวนอย่างแน่นอน

เมื่อครู่คนที่เอ่ยปากน่าจะเป็นชายหนุ่มหนึ่งในนั้น ทว่าเพียงมองตำแหน่งการยืนก็รู้แล้วว่าผู้คนเหล่านี้นั้นต่างมีตำแหน่งเล็กๆ คนที่เป็นหัวหน้าจริงๆ คงจะเป็นชายหญิงที่ยืนอยู่ตรงกลาง หากเมื่อครู่ที่อยู่บนถนนหนานกงมั่วหันกลับไปมอง แน่นอนจะเห็นว่าชายหนึ่งหญิงหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าคือคนที่ลอบยืนมองพวกนางจากบนโรงน้ำชา

วาจาไม่รื่นหูนี้แน่นอนว่าทำให้เหล่าบัณฑิตต่างก็ไม่พอใจ นักปราชญ์คนหนึ่งเดินออกมา เอ่ย “พวกป่าเถื่อนมาจากที่ใด ก็ไม่ควรพูดจาจาบจ้วงต่อเจิ้งอ๋องหรือไม่”

แต่ไม่คิดว่า ชายหนึ่งในกลุ่มนั้นกลับหยิบแส้ออกมาจากเอวสะบัดออกไป ตรงเข้าหานักปราชญ์ที่เอ่ยปากเมื่อครู่ ยิ้มเย็นพลางเอ่ย “นักปราชญ์คร่ำครึมากจากที่ใด ก็ควรเคารพต่อองค์หญิงและองค์ชายของเรา”

“บังอาจ” เซียวเชียนเหว่ยสีหน้าทะมึนขึ้นมา สีหน้าไม่น่ามองจ้องเขม็งไปยังชายชาวหนานเย่ว์เอ่ยเสียงดัง “องค์ชายหนานเย่ว์ เจ้าหมายความเช่นไร” ยามกลางวันเมื่อคณะฑูตแห่งหนานเย่ว์เข้าเฝ้าเซียวเชียนเหว่ยเองก็อยู่ด้วย แน่นอนว่าไม่มีทางจำสองพี่น้องนี้ไม่ได้ องค์ชายหนานเย่ว์เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไยเจิ้งอ๋องจำต้องโกรธเพียงนี้ เพียงล้อเล่นเท่านั้น ได้ยินมาว่าคนจงหยวนอย่างพวกเจ้าเป็นมิตรนัก องค์ชายข้ามาเป็นแขก ปล่อยให้เขาไม่ระมัดระวังวาจาเยี่ยงนี้หรือ” น่าสงสารนักปราชญ์ผู้นั้นถูกแส้ฟาดเข้าที่ใบหน้า ไม่นานเลือดพลันไหลออกมาตามซอกนิ้ว หากบาดแผลนี้ไม่หาย คงเสียโฉมไปตลอดชีวิต ต่อให้หายดี เกรงว่าการจะเข้าร่วมการสอบขุนนางครั้งนี้คงยากแล้ว

เซียวเชียนเหว่ยกัดฟัน ส่งสัญญาณให้คนประคองพานักปราชญ์ผู้นั้นไปหาหมอ

“ต่อให้เป็นแขก ก็ต้องทำตัวให้สมกับเป็นแขก” เซียวเชียนเหว่ยจ้ององค์ชายหนานเย่ว์เขม็ง เอ่ยเสียงเข้ม องค์ชายหนานเย่ว์ผู้นั้นก็ไม่หวาดกลัว ทว่ากลับหัวเราะอย่างเหิมเกริมขึ้นมา “หรือว่าพวกเราเอ่ยไม่ถูกหรือ เป็นบุรุษควรถือดาบขี่ม้า ต่อสู้ในสนามรบ บุรุษจงหยวนของพวกเจ้ากลับเอาแต่อ่านบทกวีเพียงไม่กี่ประโยค เพียงลมพัดก็ล้มแล้ว ยังนับว่าเป็นบุรุษได้เยี่ยงไร”

นี่นับว่าเป็นการดูถูกแล้ว คนที่อยู่ในเหตุการณ์ยิ่งเป็นบุรุษสีหน้ายิ่งไม่น่ามองขึ้นมา

“ต้าเซี่ยของข้ากว้างใหญ่ แน่นอนว่าราษฎรจึงมีความชอบหลากหลาย หากทุกคนต่างก็ต้องการถือดาบขี่ม้า ต่อสู้ในสนามรบ เกรงว่า…แคว้นของท่านคงรับไม่ไหวกระมัง” จูชูอวี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างเซียวเชียนเหว่ยเอ่ยขึ้น ได้ยินเช่นนั้น องค์ชายหนานเย่ว์จึงชะงักโดยไม่รู้ตัว มองไปยังจูชูอวี้ ชาวต้าเซี่ยบริเวณโดยรอบต่างพากันเอ่ยสนับสนุนพระชายาเจิ้งอ๋องเอ่ยถูกแล้ว

องค์ชายหนานเย่ว์เลิกคิ้ว มองพิจารณาจูชูอวี้ เอ่ย “ดูเหมือนนี่คงจะเป็นพระชายาเจิ้งอ๋อง เป็นหญิงงามอย่างแท้จริง เจิ้งอ๋องมีวาสนาแล้ว”

จูชูอวี้สีหน้าเยือกเย็น เอ่ย “องค์ชายหนานเย่ว์ชื่นชมเกินไปแล้ว”

องค์ชายหนานเย่ว์พลันยิ้มขึ้นมา เอ่ย “องค์ชายข้าได้ยินมาว่าต้าเซี่ยมีพระชายาฉู่อ๋องเก่งกาจทั้งบู๊ทั้งบุ๋น ในเมื่อพระชายาเจิ้งอ๋องวาจาห้าวหาญเช่นนี้ คิดว่าคงจะไม่ธรรมดาเช่นกัน พอดีตอนนี้ทุกคนต่างก็ว่างไม่ได้ทำอันใด น้องสาวของข้าพอดีมีวิชาหมัดมวยอยู่บ้าง มิสู้ทุกคนมาประลองสักหน่อยหรือไม่ ให้ชาวเมืองจินหลิงได้ชมความตื่นตาตื่นใจ ถือเสียว่าพวกเราขออภัยแก่ทุกท่านแล้ว” หนานเย่ว์เชี่ยวชาญการต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นองค์ชายองค์หญิงหรือคุณชายคุณหนู ล้วนให้ความสำคัญกับความแข็งแกร่งขี่ม้ายิงธนู และไม่เกรงกลัวหากต้องแสดงฝีมือต่อหน้าผู้คน ดังนั้นองค์ชายหนานเย่ว์และน้องสาวใช้การประลองกำลังในการขอโทษจึงไม่รู้สึกเสียหายแต่อย่างใด

แต่ว่าคนหนานเย่ว์ไม่ลำบาก ฝั่งต้าเซี่ยนั่นลำบากแล้ว ไม่ต้องเอ่ยถึงวัฒนธรรมประเพณีของต้าเซี่ย ปัญหาก็คือจูชูอวี้นั้นไร้วรยุทธ์

มีคนเอ่ยเรียกร้องความยุติธรรม “พระชายาเจิ้งอ๋องเป็นสตรี ไยจะรำดาบยิงธนูป่าเถื่อนเช่นพวกเจ้า”

องค์หญิงหนานเย่ว์ที่นิ่งเงียบอยู่นานเลิกคิ้วสวยขึ้น เอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะ “อ้อ เอ่ยเช่นนี้…พระชายาฉู่อ๋องเองก็ป่าเถื่อนหรือ”

“นี่…นี่จะเหมือนกันได้เยี่ยงไร” คนที่เอ่ยปากพลันสะอึก เถียงกลับตะกุกตะกัก แม้เหล่าสุภาพชนทั้งหลายจะไม่ชอบสตรีรำดาบยิงธนู แต่ฐานะและคุณงามความดีของหนานกงมั่วไม่อาจให้พวกเขาหมิ่นประมาทได้ตามใจ

องค์หญิงหนานเย่ว์ส่งเสียงหยัน คล้ายจะยิ้มทว่าไม่ยิ้มปรายตามองจูชูอวี้ หันไปหาเซียวเชียนเหว่ย เชิดปลายคางขึ้นแล้วจึงเอ่ย “ในเมื่อพระชายาเจิ้งอ๋องไม่มีวรยุทธ์ เช่นนั้นเจิ้งอ๋องจะลงมือแทนพระชายาหรือไม่ หรือว่า…เจิ้งอ๋องเองก็มิกล้า”

อย่างไรเซียวเชียนเหว่ยก็เคยผ่านสนามรบมาก่อน จะเกรงกลัวสตรีผู้หนึ่งได้อย่างไร และจะทนวาจาเย้ยหยันของสตรีได้เยี่ยงไร กำลังจะก้าวขึ้นมา ชายท่าทางคล้ายองครักษ์ด้านข้างจึงก้าวออกมา เอ่ยเสียงดัง “ท่านอ๋อง เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ไยต้องลำบากให้ท่านอ๋องออกหน้า กระหม่อมยินดีต่อสู้แทนท่านอ๋อง”

เซียวเชียนเหว่ยลังเลอยู่ชั่วครู่ พยักหน้าเอ่ย “ก็ดี องค์หญิงหนานเย่ว์มาเป็นแขก อย่าทำให้แขกต้องบาดเจ็บ”

“พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง”

องครักษ์ผู้นั้นก้าวลงบันไดมา ผู้คนรอบข้างพลันขยับหลีกทางจนเป็นวงกลมกว้าง องค์หญิงหนานเย่ว์ปรายตามององครักษ์ผู้นั้นเล็กน้อย คล้ายจะยิ้มทว่าไม่ยิ้ม “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อีกชั่วครู่ค่อยขอคำชี้แนะจากวรยุทธ์ของเจิ้งอ๋อง” ความหมายก็คือนางมีความมั่นใจว่าจะเอาชนะองครักษ์ผู้นั้นแน่นอน

โรงน้ำชาด้านหลัง พวกเว่ยจวินมั่วเองก็มองความสนุกสนานตรงหน้า พวกเซี่ยเพ่ยหวนทั้งสามคนยิ่งยากกว่าจะได้เห็นเรื่องเช่นนี้ สายตามองไปยังองค์หญิงหนานเย่ว์ เซี่ยเพ่ยหวนเอ่ยถามเสียงเบา “องค์หญิงหนานเย่ว์ผู้นั้น จะเอาชนะได้หรือไม่”

โต๊ะด้านข้าง ลิ่นฉังเฟิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ได้ยินมาว่าคนหนานเย่ว์เชี่ยวชาญการต่อสู้ องค์หญิงหนานเย่ว์ผู้นี้เป็นองค์หญิงที่ฮ่องเต้หนานเย่ว์โปรดปรานที่สุด มีชื่อเสียงในหนานเย่ว์อยู่มาก ฮ่องเต้หนานเย่ว์และประชาชนชาวหนานเย่ว์เองก็มิได้ชื่นชมความงดงาม องค์หญิงผู้นี้กล้าท้าทายเซียวเชียนเหว่ย คิดว่าในราชวงศ์หนานเย่ว์คงเรียกได้ว่าเป็นยอดฝีมือ”

แม้วรยุทธ์ของเซียวเชียนเหว่ยไม่เก่งกาจนัก แต่เขาเป็นองค์ชายแห่งต้าเซี่ย ข้างกายจะไม่มียอดฝีมือได้เยี่ยงไร คิดจะต่อสู้กับเขาไหนเลยจะง่ายเพียงนั้น ยามนี้องค์หญิงหนานเย่ว์ยังมีท่าทีสบายอกสบายใจ

“เริ่มแล้ว” ฉินซีเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาวาววับ

บนถนนด้านล่าง สองคนยังคงต่อสู้ องครักษ์ผู้นั้นเดิมทีเรียกได้ว่าเป็นยอดฝีมือข้างกายเซียวเชียนเหว่ย เดิมทีอยากเก็บกักพลังกลัวจะทำให้องค์หญิงต้องบาดเจ็บ ทว่าเพียงประมือก็ล้มเลิกความคิดนั้น องค์หญิงหนานเย่ว์ผู้นี้ไม่เพียงวรยุทธ์ไม่ธรรมดา ยังลงมืออย่างเฉียบแหลม มุ่งทำร้ายในทุกกระบวนท่า แรกเริ่มประเมินคู่ต่อสู้ต่ำทำให้เขาเกือบตกอยู่ในกำมือของอีกฝ่าย โชคดีที่วรยุทธ์เขาเองก็ไม่เลว อีกทั้งยังฝึกฝนมาจากสนามรบ ไม่นานก็ตั้งสติได้ ไม่กล้าดูถูกอีกแม้เพียงนิด

อาวุธขององค์หญิงหนานเย่ว์คือดาบวงพระจันทร์ที่ประดับอัญมณีประณีต มองดูเหมือนของเล่นงดงาม ทว่าเพียงมองเงาวิบวับของคมดาบนั้นก็รู้แล้ว นั่นคือของเล่นอันตรายที่สามารถเอาชีวิตคนได้

องครักษ์ผู้นั้นใช้ดาบคู่กาย กระบวนท่าเองก็เป็นกระบวนท่าที่มีความห้าวหาญที่ใช้ทั่วไปในสนามรบ ท่วงท่าดูสง่างามทว่าความจริงแล้วกลับไม่อาจสัมผัสองค์หญิงหนานเย่ว์ได้เลยแม้เพียงนิด ทว่าเป็นองค์หญิงผู้นั้น วิชาแปลกประหลาด กระบวนท่าเฉียบคม แม้ไม่ได้มีพละกำลังมากอย่างคู่ต่อสู้ แต่ทุกครั้งที่จู่โจมต่างโจมตีไปยังจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม กระทั่งสามารถทำให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บได้

ผู้คนบนโรงน้ำชารู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ลิ่นฉังเฟิงมองเว่ยจวินมั่วที่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

คุณชายเซี่ยเจ็ดและฉินจื่อซวี่ทั้งสองแม้ไม่รู้วรยุทธ์แต่ก็ดูออกถึงกลอุบายอยู่บ้าง ฉินจื่อซวี่ขมวดคิ้ว เอ่ย “สตรีผู้นี้คือองค์หญิงหนานเย่ว์จริงหรือ”

คุณชายเซี่ยเจ็ดส่ายศีรษะ “คงจะใช่กระมัง หนานเย่ว์ส่งองค์หญิงตัวปลอมมาจะมีประโยชน์อันใดกับพวกเขา” อีกทั้งหากเป็นองค์หญิงตัวปลอม ต้องถ่อมตัวสักหน่อยจึงจะถูก

ลิ่นฉังเฟิงหันไปถามหนานกงมั่วที่อยู่ด้านข้าง “แม่นางมั่ว เจ้ามองว่าอย่างไร”

หนานกงมั่วเอ่ย “องค์หญิงผู้นี้เป็นยอดฝีมือผู้หนึ่ง อีกทั้งยังเป็นยอดฝีมือที่เดินในเส้นทางการลอบสังหาร”

“หรือว่าหนานเย่ว์ต้องการ…” เหอเหวินลี่พลันตื่นตระหนกขึ้นมา หนานกงมั่วยิ้มพลางเอ่ย “ไม่ใช่หรอก หลายวันก่อนข้าสอบถามเรื่องหนานเย่ว์มาจากเสด็จลุงฉีอ๋องอยู่บ้าง ได้ยินว่าราชวงศ์ของหนานเย่ว์มีการต่อสู้แย่งชิงกันหนักหน่วง เชื้อพระวงศ์ทุกคนต่างฝึกวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็ก ฐานะสูงต่ำขององค์หญิงองค์ชายของพวกเขาต่างใช้ฝีมือการต่อสู้เป็นการตัดสิน หากวรยุทธ์ร้ายกาจกว่าใคร ต่อให้กำเนิดมาจากนางกำนัลก็มีตำแหน่งและอำนาจสูง หากไม่รู้วรยุทธ์ก็จะถูกคนอื่นกด และเดิมทีร่างกายของสตรีก็อ่อนแอกว่าบุรุษ เหล่าสตรีสูงส่งแน่นอนว่าใช้จุดแข็งหลีกเลี่ยงจุดอ่อน เลือกเส้นทางที่เป็นประโยชน์ต่อพวกนางเองมากกว่า”

หนานกงมั่วจิบชาก่อนจะเอ่ยต่อ “องค์หญิงหนานเย่ว์ผู้นี้มีนามว่าองค์หญิงหลิงเซียง ว่ากันว่าหลิงเซียงเป็นวีรสตรีของหนานเย่ว์ องค์หญิงหลิงเซียงเป็นองค์หญิงองค์ที่สิบเอ็ดของฮ่องเต้หนานเย่ว์ อายุน้อย ทว่าเป็นองค์หญิงที่ฮ่องเต้หนานเย่ว์ให้ความสำคัญที่สุด เดิมทีได้ยินมาว่า…จะยกนางให้แต่งกับแม่ทัพที่คุ้มกันแคว้นจึงจะถูก ไม่รู้ทำไมจึง…มาโผล่อยู่ที่นี่”

หนานกงมั่วยังไม่รู้ คนอื่นก็ยิ่งจะไม่รู้ คุณชายเซี่ยเจ็ดถอนหายใจเอ่ย “หนานเย่ว์อยู่ห่างจากจินหลิงไกลสักหน่อย” ดังนั้น ข่าวคราวจึงล่าช้า เวลาเพียงชั่วครู่ เกรงว่าพวกเขาคงคาดเดาไม่ออกถึงวัตถุประสงค์การมาขององค์หญิง

“มิใช่บอกว่าหนานเย่ว์ต้องการเชื่อมสัมพันธ์กับพวกเราหรือ” ลิ่นฉังเฟิงลูบปลายคาง เอ่ย “หรือว่าองค์หญิงผู้นี้คิดว่าเป็นฮูหยินของแม่ทัพคุ้มกันแคว้นไม่สบาย อย่างแต่งงานมากินอยู่สุขสบายที่ต้าเซี่ยหรือ”

ทุกคนมองสบตากัน ส่ายศีรษะเบาๆ

โอหังเพียงนี้ องค์หญิงผู้นี้จะแต่งมาที่ต้าเซี่ยจริงหรือ ใครจะกล้าแต่งกันเล่า

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1192 ก่อเรื่องวุ่นวาย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. [email protected]

    คงอยากแต่งงานกับเว่ยจวินมั่วละมั้ง

    02/09/2023 at 16:12 น.
Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
10/08/2022
Yqkg
ฉันมีพี่ชาย 7 คน
18/04/2025
65d4753b8ff1a8001d619f2d
ปลายจวักครองใจ
01/11/2024
sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
11/02/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.