Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1202 จะหาคนตาบอดสักคนไม่ใช่ง่ายๆ

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1202 จะหาคนตาบอดสักคนไม่ใช่ง่ายๆ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1202 จะหาคนตาบอดสักคนไม่ใช่ง่ายๆ

ณ จวนชั่วคราวของคณะทูตอานจี้ องค์ชายอานจี้ฟังลูกน้องรายงานถึงฐานะของฉินซีขณะที่ถูกตรวจดูขาไปด้วย ข้างกายเขามีหมอท่านหนึ่งย่อตัวอยู่บนพื้นเพื่อตรวจดูอาการให้ หมอท่านนั้นตรวจอยู่นานก็ยังไม่พบปัญหาอันใดทั้งสิ้น เขาเหงื่อแตกพลั่กด้วยความกังวลทันที

“ตระกูลฉิน เป็นตระกูลแบบใด” องค์ชายอานจี้เลิกคิ้วถามด้วยความไม่เข้าใจ ลูกน้องก็รีบตอบเขาทันที “องค์ชาย ตระกูลฉินไม่ธรรมดาพ่ะย่ะค่ะ พวกเขาเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่สิบตระกูลของจินหลิง แม้ว่าในด้านชื่อเสียงจะเป็นอันดับสอง แต่ตระกูลเซี่ยมักจะเก็บตัวเงียบไม่สนใจการเมือง ดังนั้นในด้านของอำนาจแล้วตระกูลฉินก็น่าจะถือว่าเป็นอันดับหนึ่ง ส่วนหญิงสาวผู้นั้นก็เป็นบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาเอก สถานะสูงส่งนัก”

องค์ชายอานจี้ไม่ได้แยแส “สูงส่งงั้นหรือ สูงส่งไปกว่าองค์ชายและอัครมหาเสนาบดีอีกหรือ ข้าได้ยินมาว่าคนที่เก่งที่สุดในตระกูลนั้นก็เป็นแค่ขุนนางขั้นสามเท่านั้น”

ผู้ติดตามได้ยินเช่นนั้นก็แอบโอดครวญในใจ นิสัยขององค์ชายพระองค์นี้คือไม่ฟังคำใครแต่ไหนแต่ไรมา แต่หากไม่โน้มน้าวก็คงไม่ได้ “องค์ชายอย่าได้ประมาทพวกเขา ตระกูลขุนนางเหล่านี้มีภูมิหลังที่ลึกซึ้ง ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขายิ่งแนบแน่น แม้แต่ฮ่องเต้ทั้งสองพระองค์ก็ไม่ยังไม่กล้าสั่นคลอนพวกเขาเลย” องค์ชายโบกมือด้วยท่าทางรำคาญ “ข้ารู้แล้ว เฮอะ ได้ยินมาว่าฮ่องเต้ต้าเซี่ยทะเยอทะยาน อานจี้ยอมสวามิภักดิ์ต่อพวกเขา เพียงผู้หญิงคนเดียวคงไม่ถึงกับสละให้ไม่ได้หรอกกระมัง”

“เรื่องนั้น…” ผู้ติดตามลังเลเล็กน้อย

ไม่รู้ว่าท่านหมอไปเผลอกดลงตรงไหน องค์ชายอานจี้ถึงได้ร้องออกมาทันทีและเตะเขากระเด็นห่างออกไปหลายก้าว “ไม่ได้เรื่อง! เจ้าคิดจะหักขาข้าอย่างนั้นหรือ” สีหน้าของเขาซีดลงทันที ความเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยแต่เดิมกลายเป็นรุนแรงขึ้นทันที ผู้ติดตามเองก็ตกใจมาก เขารีบเอ่ยขึ้น “องค์ชาย พวกเราพาหมอมาเพียงคนเดียว หรือว่าเราจะไปเชิญหมอของต้าเซี่ยมาดูอาการท่านหน่อยดีหรือไม่”

องค์ชายอานจี้ลังเลเล็กน้อยก่อนจะอนุญาต “ไปเถิด” แม้ว่าจะน่าอับอายอยู่บ้าง แต่นี่ก็เป็นตัวเขาเอง หากเขาเป็นอันใดขึ้นมาจริงๆ ก็คงไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วนท่านหมอที่ถูกเตะลงไปกองกับพื้นเมื่อครู่นี้ก็ถูกคนลากตัวออกไปอย่างไร้สุ้มเสียงและไม่มีใครสนใจเขาอีก

อีกด้านหนึ่งหลังจากที่ฉินจื่อซวี่ได้รับข่าวจากคุณชายฉังเฟิง สีหน้าที่เคยสง่างามและอ่อนโยนของเขาก็ดำมืดลงทันที เขาขยำจดหมายในมือเป็นก้อนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “องค์ชายอานจี้…คนเถื่อนจากต่างแดนกล้าวางอำนาจในจินหลิง ดูท่าว่าจะต้องสั่งสอนมารยาทเขาบ้างแล้ว” อยู่ในบ้านเมืองตัวเองจะทำตัววางอำนาจเช่นไรก็ไม่มีใครสนใจหรอก แต่เมื่อมาถึงบ้านคนอื่นก็ต้องรู้จักถ่อมตัวบ้าง ถ้าเช่นนั้นเขาก็ไม่ถือสาที่จะต้องสอนให้รู้เสียหน่อยว่าสิ่งใดเรียกว่า ‘เหนือฟ้ายังมีฟ้า!’

ฉินจื่อซวี่เอนหลังพิงเก้าอี้และปิดตาครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะลืมตาและเรียกบ่าวรับใช้ด้านนอกเข้ามา

“คุณชายใหญ่”

ฉินจื่อซวี่เอ่ยอย่างสบายๆ “สั่งการลงไป บอกว่า…องค์หญิงอานจี้สนใจฉู่อ๋อง ข้าอยากให้ทั้งจินหลิงรู้ข่าวนี้”

“เรื่องนี้…” บริวารของฉินจื่อซวี่เองก็ถือว่าเป็นคนสนิท เขาจึงรู้ว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องเล็กจึงลังเลเล็กน้อย “เรื่องนี้…ทางด้านฉู่อ๋อง…”

ฉินจื่อซวี่โบกมือทันที “ข้าจะอธิบายกับทางด้านฉู่อ๋องเอง”

“ขอรับคุณชายใหญ่” แม้เขาจะไม่รู้ว่าองค์หญิงอานจี้ไปทำให้คุณชายใหญ่ขุ่นเคืองใจเรื่องใดกันแน่ แต่ในเมื่อคุณชายใหญ่รู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งใดอยู่ ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างพวกเขาก็ไม่ควรถามอันใดมากแล้ว

หลังจากที่ฉินจื่อซวี่โบกมือเป็นสัญญาณให้พวกเขาออกไปแล้ว ก็ส่งเสียงหยันออกมา “อยากจะเข้าวังหลวงเป็นพระสนมอย่างนั้นหรือ ฝันไปเถิด”

หลังจากที่หนานกงมั่วได้จดหมายจากฉินจื่อซวี่แล้ว ก็แทบจะพ่นชาออกมาเลยทีเดียว นางเพิ่งจะกลับมาถึงบ้านได้ไม่นานก็ได้รับจดหมาย ในใจก็ยังคิดว่ามีข่าวเรื่องการแต่งงานของคุณชายเสียนเกอแล้ว แต่ใครจะไปรู้ว่าจะไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นเลย เว่ยจวินมั่วที่อ่านหนังสืออยู่ข้างๆ เงยหน้าขึ้นมองทันที “ทำไมหรือ” หนานกงมั่วยื่นจดหมายไปให้เขา “ยินดีด้วย องค์หญิงอานจี้สนใจท่านเข้าแล้ว”

เว่ยจวินมั่วเลิกคิ้ว องค์หญิงอานจี้สนใจใครเขารู้ดีอยู่แก่ใจ

หนานกงมั่วเอ่ยเสริม “อ้อ ไม่ได้เอ่ยให้ชัดเจน ฉินจื่อซวี่บอกว่าองค์หญิงอานจี้สนใจท่านเข้าแล้ว”

“ฉินจื่อซวี่เบื่อชีวิตแล้วหรือ” เว่ยจวินมั่วไม่พอใจ เขารับจดหมายมา หนานกงมั่วเองก็อดถอนหายใจไม่ได้ “การจะมีองค์หญิงสักคนมาสนใจท่านได้ไม่ใช่ง่ายๆ เลยนะ เหตุใดองค์หญิงอานจี้ถึงได้มาโชคร้ายมาสนใจท่านได้เล่า นับว่านางโชคร้ายจริงๆ” ใครใช้ให้นางมีพี่ชายที่ไร้สมองเพียงนั้น องค์หญิงอานจี้ผู้นี้ก็ใช่ว่าจะเป็นกระต่ายน้อยที่ไม่รู้เรื่องราวอันใด อย่างน้อยๆ เมื่อเทียบกับองค์หญิงตงจูแห่งหว่าหลาแล้ว องค์หญิงผู้นี้ก็ยังถือว่าเจ้าเล่ห์กว่า นางอยากจะเป็นพระสนม แต่กลับมีข่าวลือออกมาว่าสนใจองค์ชาย ฮ่องเต้ไท่ชูจะไม่แย่งผู้หญิงกับบุตรชายตนเองแน่…

“เดี๋ยวนะ เสด็จพ่อคงจะไม่ยัดเยียดนางมาให้จริงๆ หรอกใช่หรือไม่” หนานกงมั่วลูบหน้าผากพลางถามด้วยท่าทางกังวลใจ หากเป็นอย่างนั้น นางคงต้องไปจัดการฉินจื่อซวี่ก่อนจะไปทุบองค์หญิงอานจี้ให้พิการเสียแล้ว

“ไม่หรอก” เว่ยจวินมั่วเอ่ยอย่างสงบ “องค์ชายอานจี้สนใจฉินซีอย่างนั้นหรือ”

หนานกงมั่วส่งเสียงหยันออกมาเบาๆ “สนใจหรือ เกรงว่าจะเป็นความลามกหื่นกระหายมากกว่า”

เขาส่งจดจดหมายคืนนาง “บอกฉินจื่อซวี่ว่าข้ารู้แล้ว” นั่นหมายความว่าเขายอมให้ฉินจื่อซวี่ทำลายชื่อเสียงของเขา หนานกงมั่วกลับรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง “ใจกว้างเพียงนั้นเลยหรือ”

“ยังจะมีคนอื่นอยากได้เสียนเกออีกหรือ” เว่ยจวินมั่วเอ่ย “หากพลาดจากคนนี้ไปแล้วยังจะมีคนตาบอดแบบฉินซีอีกหรือ” เขาไม่สนใจว่าฉินซีจะแต่งกับใคร แต่การทำให้เสียนเกอแต่งออกไปได้นั้นสำคัญมาก ผู้ชายที่ไม่มีคนอยากได้นั้นมักจะมีสิ่งใดแปลกๆ ชอบสร้างปัญหาให้คนอื่นอยู่เสมอ

“…”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง หนานกงมั่วก็เห็นว่าเว่ยจวินมั่วหันกลับไปสนใจม้วนหนังสือมือเขาอีกครั้ง นางจึงยื่นหน้าไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น “หลายวันมานี้มีเรื่องมากมาย ท่านยังมีใจอ่านหนังสือได้อีกหรือ”

หลังจากที่เห็นแล้วก็พบว่ามันไม่ใช่หนังสือ แต่เป็นการนำคำวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของเหล่าบัณฑิตในช่วงก่อนๆ มารวมเป็นหนังสือ ในขณะที่กำลังจะถดตัวกลับมานั่นเอง นางก็ถูกเว่ยจวินมั่วรวบเข้าไปในอ้อมกอด หนานกงมั่วไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปล่อยให้เขากอดไป “อ่านอันใดพวกนี้ไปทำไม ฝ่าบาทจะให้เจ้าเป็นผู้คุมสอบหรือ” คิดดูก็ไม่น่าเป็นไปได้ ต่อให้ฮ่องเต้จะมอบหมายให้เขาเป็นผู้คุมสอบก็ถือว่าเป็นการทำเกินไปหน่อย การสอบจอหงวนนั้นเกี่ยวกันกับข้าราชการในราชสำนักในอีกหลายปีข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้นเว่ยจวินมั่วเองก็ไม่เคยผ่านการสอบมาก่อน การให้เชื้อพระวงศ์เป็นผู้คุมสอบยิ่งผิดกฎเข้าไปใหญ่

เว่ยจวินมั่วส่ายหน้า “เสด็จพ่อกำลังพิจารณาข้อกำหนดของผู้คุมสอบ”

“ก็จริง” หนานกงมั่วเข้าใจแล้ว “ผู้ที่มีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้คุมสอบในราชสำนักจะต้องมีความสัมพันธ์กับพวกโจวเซียงไม่มากก็น้อย จะว่าไปช่วงนี้โจวเซียงก็เก็บตัวเงียบมาก”

เว่ยจวินมั่วเอ่ย “เขากำลังทำตัวเป็นอาจารย์”

“เอ๋?” หนานกงมั่วประหลาดใจ

มือข้างหนึ่งโอบกอดนาง ส่วนมืออีกข้างของเว่ยจวินมั่วก็พลิกม้วนข้อสอบในมือ “คงรอโอกาสกลับมาอยู่กระมัง”

“เชียนเหว่ยหรือ” หนานกงมั่วเอ่ย

เว่ยจวินมั่วพยักหน้าน้อยๆ หนานกงมั่วถึงกับจนด้วยคำพูด “ตาเฒ่าผู้นี้เบื่อชีวิตแล้วอย่างนั้นหรือ” หรือว่าเป็นราชครูของฮ่องเต้สมัยเดียวไม่พอ ยังอยากจะกลับมาอีก

เว่ยจวินมั่ว “ตัวตลกสร้างกระแส”

หนานกงมั่วเอ่ย “ตัวตลกสร้างกระแสก็สามารถสร้างความน่ารำคาญให้ท่านได้ เสด็จพ่อว่าอย่างไรบ้าง” ความอดทนที่ฮ่องเต้ไท่ชูมีต่อโจวเซียงนั้นเกินกว่าที่หนานกงมั่วคาดการณ์ไว้มาก แม้ว่าตอนนั้นนางและเว่ยจวินมั่วจะเป็นคนโน้มน้าวให้ฮ่องเต้ไท่ชูเป็นคนปล่อยโจวเซียงไปเอง อย่างไรก็ตามนางก็คิดว่าต่อให้เขาไม่ถูกลดขั้นลงไปเป็นสามัญชน แต่อย่างน้อยก็น่าจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด นึกไม่ถึงว่านอกจากที่ฮ่องเต้ไท่ชูจะไม่อนุญาตให้เขาเข้าประชุมในท้องพระโรงแล้ว เขากลับยังเหมือนเดิมทุกประการ ราวกับเป็นข้าราชบริพารเก่าแก่ที่เกษียณกลับไปอยู่บ้านจริงๆ กระนั้นแม้แต่จำนวนขุนนางและบัณฑิตที่มาเยี่ยมเยียนเขาถึงที่ฮ่องเต้ไท่ชูก็ยังไม่สนใจ เมื่อเห็นฮ่องเต้ไท่ชูไม่สนใจ คนพวกนี้ก็คิดว่าฮ่องเต้ไท่ชูไม่ถือสา คนที่มาหาเขาถึงบ้านจึงยิ่งมีมาก โดยเฉพาะบัณฑิตที่มาเข้าสอบที่จินหลิง เพราะถึงอย่างไรข่าวของพวกเขาก็ไม่สู้ข่าวจากขุนนางในราชสำนักอยู่แล้ว ประสบการณ์และความรู้ก็ยิ่งเทียบไม่ได้เลย ในขณะที่โจวเซียงคือปราชญ์ของแผ่นดินและราชครู

เว่ยจวินมั่วเอ่ย “เสด็จพ่อทรงต้องการ…รวบแหทีเดียว”

“หืม? จะรวบได้เช่นไรในคราวเดียว” คนที่รนหาที่ตายมีอยู่เรื่อยๆ ต่อให้ไม่มีโจวเซียงก็ยังมีคนแบบเดียวกันโผล่มาไม่หยุดหย่อนอยู่ดี

เว่ยจวินมั่วเอ่ย “เช่นนั้นก็เชือดไก่ให้ลิงดู”

“เพราะอย่างนั้นช่วงนี้เสด็จพ่อก็เลยเลี้ยงไก่อยู่หรือ” หนานกงมั่วเอ่ยถาม

เว่ยจวินมั่วพยักหน้าโดยไม่เอ่ยสิ่งใด

หนานกงมั่วครุ่นคิดเล็กน้อย “ที่จริง…ผู้คุมสอบก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นนี่?”

เว่ยจวินมั่ววางม้วนหนังสือในมือลง “เจ้าหมายถึงแม่ทัพฝ่ายบู๊หรือ”

หนานกงมั่วเอ่ย “ขุนนางฝ่ายบุ๋นที่เสด็จพ่อใช้ได้มีไม่มาก ขุนนางบุ๋นบู๊ไม่ถูกกันแต่ไหนแต่ไรมาอยู่แล้ว หากให้ขุนนางบู๊มาเป็นผู้คุมการสอบ ปัญหาที่เสด็จพ่อทรงกังวลก็จะหมดไป” เว่ยจวินมั่วส่ายศีรษะ “ขุนนางฝ่ายบุ๋นและบัณฑิตไม่มีทางเห็นด้วยแน่” จิ้นซื่อที่ได้รับการเสนอชื่อจะต้องเรียกผู้คุมสอบว่าอาจารย์ เดิมทีพวกบัณฑิตก็ดูถูกขุนพลฝ่ายบู๊อยู่แล้ว ไม่ต้องคิดเลยว่าพวกเขาจะยอมเรียกขุนพลว่าอาจารย์ นอกจากนี้ขุนพลทหารส่วนใหญ่ก็ไม่ได้เรียนเก่งอันใดมาก ไม่ว่าจะเป็นการออกโจทย์หรือการตรวจข้อสอบก็ล้วนเป็นเรื่องยากทั้งนั้น

หนานกงมั่วยักไหล่ นางลืมความสำคัญของผู้คุมสอบในยุคนี้ไปเสียสนิท ในความเห็นของนางผู้คุมสอบก็เพียงควบคุมสังเกตการณ์การสอบเท่านั้น ที่จริงนางเองก็คิดว่าเรื่องตรวจข้อสอบนี้ไม่ควรเป็นเรื่องของผู้คุมสอบ การคุมสอบและการตรวจข้อสอบควรจะแยกกันไปเลยจะดีกว่า

เว่ยจวินมั่วเห็นว่านางดูเหมือนจะมีความคิดบางอย่างจึงเอ่ย “หากอู๋สยามีความคิดอันใดก็เขียนออกมาให้ข้าดูหน่อย”

หนานกงมั่วส่ายหน้า “ช่างมันเถิด ข้าไปยุ่งเรื่องพวกนี้ก็คงไม่ดี”

เว่ยจวินมั่วเอ่ย “ไม่เป็นไร”

หนานกงมั่วกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะพยักหน้า “ก็ได้ แต่ท่านอย่าคาดหวังจะดีกว่า” ประสบการณ์และความคิดเห็นจากชาติที่แล้วของนางอาจจะดี แต่ก็อาจไม่เหมาะกับยุคสมัยนี้ นางเองก็ไม่มีความคิดที่จะวางอำนาจเหนือราชสำนักจึงไม่ได้ทุ่มเทให้กับเรื่องนี้มากนัก เว่ยจวินมั่วเอ่ย “ข้าเชื่อมั่นในตัวอู๋สยา”

วันต่อมาทั่วทั้งจินหลิงต่างก็รู้เรื่องที่องค์หญิงอานจี้สนใจในตัวฉู่อ๋องกันไปทั่ว บางคนก็อิจฉาที่ฉู่อ๋องมีเสน่ห์ต่อผู้หญิง บางคนก็ริษยาที่องค์หญิงอานจี้เพ้อฝันถึงฉู่อ๋องได้ แต่พวกเขากลับไม่รู้ว่าองค์ชายอานจี้ที่อยู่ในบ้านพักรับรองนั้นโมโหเพียงใด เว่ยจวินมั่วเก่งมากก็จริง แต่ฮ่องเต้ไท่ชูเพิ่งจะขึ้นครองราชย์ อย่าว่าแต่เขาจะไม่ใช่รัชทายาทเลย ต่อให้เขาเป็นรัชทายาท อย่างน้อยๆ กว่าเขาจะได้ขึ้นครองราชย์ก็ต้องรอไปอีกสิบยี่สิบปีมิใช่หรือ อานจี้ของพวกเขาจะรอนานเพียงนั้นได้อย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นหากองค์หญิงอานซูเข้าวังไปแล้วไม่สามารถให้กำเนิดองค์ชายได้เล่า อย่างมากพวกเขาก็แค่รอให้ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ค่อยส่งองค์หญิงมาใหม่ก็ได้ ใครจะยอมเสียเวลารอให้องค์ชายพระองค์หนึ่งขึ้นครองราชย์กัน

องค์หญิงอานซูร้องไห้ตาแดงก่ำ แต่นางกลับไม่ได้โกรธเท่ากับองค์ชายอานจี้ เพราะถึงอย่างไรฉู่อ๋องก็เป็นผู้ชายที่ไม่เหมือนใคร กระทั่งว่ายังโดดเด่นกว่าฮ่องเต้ไท่ชูด้วยซ้ำ หากนางแต่งกับฮ่องเต้ไท่ชูไม่ได้ การได้แต่งกับฉู่อ๋องก็นับว่าเป็นเรื่องดีเช่นกัน สำหรับองค์หญิงอานจี้แล้ว ตัวเลือกอันดับหนึ่งก็คือฮ่องเต้ไท่ชู แต่ตัวเลือกรองก็ใช้ได้ นางเพียงแต่ไม่กล้าแสดงออกเมื่อเห็นอาการโกรธเคืองขององค์ชายอานจี้เท่านั้น

ความเจ็บปวดเล็กน้อยที่ขาขวาทำให้องค์ชายอานจี้ยิ่งอารมณ์เสียและหงุดหงิดมากขึ้น เมื่อเขาเห็นองค์หญิงอานซูที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ยิ่งโมโห “เจ้าไปเอ่ยอันใดไร้สาระข้างนอกมาใช่หรือไม่”

องค์หญิงอานซูตอบทั้งตาแดงๆ “เสด็จพี่ เหตุใดถึงได้ใส่ร้ายข้าอย่างนั้นเล่า ข้า…ข้าเพิ่งจะเคยเห็นฉู่อ๋องในงานเลี้ยงคืนนั้นครั้งเดียวเองนะ ยังไม่เคยพูดจากันสักคำด้วยซ้ำ” องค์หญิงอานซูนึกขึ้นมาได้แล้วก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย เพราะถึงอย่างไร…พระชายาฉู่อ๋องผู้นั้นก็ไม่ได้ดูเหมือนจะเป็นคนดีอันใดนัก

“อย่าให้เป็นเจ้าก็แล้วกัน!” องค์ชายอานจี้ขบฟัน “เราควรทำเช่นไรดี เข้าวังไปอธิบายกับฮ่องเต้ต้าเซี่ยอย่างนั้นหรือ”

ผู้ติดตามที่อยู่ข้างๆ พยายามโน้มน้าว “องค์ชาย เพียงพวกเราไปอธิบายคิดว่าฮ่องเต้ไท่ชูก็คงไม่เชื่อ ควรมีหลักฐานด้วยจะดีกว่า”

“ไม่เลว!” องค์ชายอานจี้เอ่ยด้วยความโกรธ “ไปสืบมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ อย่าให้ข้ารู้นะว่าใครกำลังเล่นตลก!”

ข่าวลือจนเป็นที่รู้กันทั่วเช่นนี้ย่อมไม่อาจรอดพ้นจากหูตาของฮ่องเต้ไท่ชูไปได้ ในห้องทรงพระอักษร ฮ่องเต้ไท่ชูมองบุตรชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าพลางเลิกคิ้ว “ข้าได้ยินว่าองค์หญิงอานซูแห่งอานจี้ชอบเจ้าหรือ”

สีหน้าเว่ยจวินมั่วเฉยเมย “ก็เพียงข่าวลือพ่ะย่ะค่ะ”

“ในเมื่อเป็นข่าวลือ เจ้ายังปล่อยให้มันว่อนเพียงนั้น” ฮ่องเต้ไท่ชูเอ่ยถาม “หรือว่าความจริงคือเจ้าต่างหากที่ชอบองค์หญิงอานซู ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร นางก็เป็นเพียงองค์หญิงจากต่างชาติเท่านั้น ข้ายกให้เจ้า…” ฮ่องเต้ไท่ชูถอนหายใจมองเมื่อเห็นสายตาเย็นชาที่มองมาอย่างปฏิเสธ “จวินเอ๋อร์ เจ้าคิดที่จะอยู่กับอู๋สยาไปคนเดียวตลอดชีวิตจริงหรือ”

“ทำไมจะไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ” เว่ยจวินมั่วเอ่ยถาม

“ทำไมจะไม่ได้หรือ!” ฮ่องเต้ไท่ชูกลอกตาอย่างอารมณ์เสีย “เจ้าว่าอย่างไรเล่า? เจ้าเคยเห็นองค์ชายชินอ๋องคนใดที่ไม่มีแม้แต่ชายารองหรืออนุสักคนหรือ? อู๋สยาฉลาดมีความสามารถจริงๆ การได้แต่งกับนางถือว่าเป็นบุญวาสนาของเจ้า ข้าเองก็ไม่ได้บังคับให้เจ้าทำอันใด เพียงเก็บไว้ข้างกายเป็นเครื่องประดับตกแต่งก็ได้นี่”

“ไม่จำเป็น” เว่ยจวินมั่วเอ่ยอย่างไร้เยื่อใย

ฮ่องเต้ไท่ชูแค่นเสียงหึ “เอาล่ะ แล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน ต่อไปก็อย่ามาเสียใจภายหลัง ตอนนี้เจ้าให้คำขาดแล้ว ถ้าต่อไปเกิดกลับลำกลางทาง ข้าจะรอหัวเราะเจ้า”

“จะไม่มีวันนั้นพ่ะย่ะค่ะ” เว่ยจวินมั่วเอ่ยอย่างเด็ดขาด

ฮ่องเต้ไท่ชูที่ถูกบุตรชายทำให้โมโหจนจุกอกอีกแล้วก้มหน้าลงอ่านฎีกาในมือพลางเอ่ย “อานจี้หน้าไหว้หลังหลอกแต่ไหนแต่ไรมา ข้าจะไม่ถือสาเรื่องที่ฉินจื่อซวี่ทำลงไปในคราวนี้ แต่จะไม่มีครั้งต่อไป เขาใจกล้าถึงขนาดแทรกแซงเรื่องสำคัญของบ้านเมืองเพื่อความแค้นส่วนตัว”

เว่ยจวินมั่วเอ่ย “เขาแจ้งกับข้าไว้ก่อนแล้วว่าคุณชายเสียนเกอต้องการแต่งงานกับฉินซี”

“อ้อ? เสียนเกอหรือ” สีหน้าของฮ่องเต้ไท่ชูอ่อนลง “ถ้าอย่างนั้นก็ดี ถึงคุณหนูฉินสี่จะมีสุขภาพร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไรนัก แต่เสียนเกอมีวิชาแพทย์อยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องกังวล” ฮ่องเต้ไท่ชูรู้สึกซาบซึ้งต่อคุณชายเสียนเกอที่ช่วยชีวิตเขาไว้ซึ่งไม่ใช่แค่ครั้งเดียว คนที่มีความสามารถแต่ไม่สนใจในอำนาจ ชื่อเสียง และลาภยศอย่างเสียนเกอยิ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้บังคับบัญชาเบื้องบน เพียงแต่ว่าคนเหล่านี้ควบคุมยาก หากเสียนเกอแต่งงานมีครอบครัว ต่อไปเขาก็จะต้องอยู่ในจินหลิงอย่างถาวรแล้วกระมัง เสียนเกอเองก็เป็นศิษย์พี่ของพระชายาฉู่อ๋องจึงไม่จำเป็นที่ต้องกังวลว่าเขาจะเป็นปฏิปักษ์ต่อราชวงศ์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีมาก

“ดีมาก แล้ว…อู๋สยาเป็นคนเขียนนี่หรือ” ฮ่องเต้ไท่ชูเอ่ยมาได้ครึ่งทางก็หยิบฎีกาเล่มหนึ่งขึ้นมา เขียนได้ดีทว่ากลับไม่สูญเสียตัวตน ไม่เหมือนกับเว่ยจวินมั่วเขียนเลย ฮ่องเต้ไท่ชูก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจนัก

เว่ยจวินมั่วพยักหน้า “พ่ะย่ะค่ะ”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1202 จะหาคนตาบอดสักคนไม่ใช่ง่ายๆ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

61b47098oSVZSiEC
หมอผีแม่ลูกติด
31/10/2022
novelpdgsdfrh84
ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด
15/06/2026
aileen4188
เผยตัวตนลับ จับหัวใจเธอ
05/03/2023
novelpds958
ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า
15/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.