Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1236-1 ภพนี้ได้เจอเจ้า โชคดีสามภพ[1]

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1236-1 ภพนี้ได้เจอเจ้า โชคดีสามภพ[1]
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1236-1 ภพนี้ได้เจอเจ้า โชคดีสามภพ[1]

ห้องทรงอักษรอยู่ทางทิศตะวันออก ห่างจากตำหนักที่ใช้จัดงานเฉลิมฉลองด้านหน้ากว่าครึ่งวัง ยามนี้ ในตำหนักมีเพียงฮ่องเต้ไท่ชู เว่ยจวินมั่วและพวกเซียวเชียนชื่อเซียวเชียนจย่งที่เพิ่งมาถึง เมื่อเข้ามาด้านใน เซียวเชียนจย่งก็เอ่ยถาม “เสด็จพ่อ จู่ๆ เรียกลูกและพี่รองมามีเรื่องอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ไท่ชูขมวดคิ้วเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ “ไยเจิ้งอ๋องจึงไม่มาเล่า”

เซียวเชียนจย่งชะงัก มองไปยังเซียวเชียนชื่ออย่างงุนงง เขาเองก็ไม่รู้ว่าเซียวเชียนเหว่ยอยู่ที่ใดนี่นา

เซียวเชียนชื่อรีบเอ่ยตอบ “ทูลเสด็จพ่อ น้องสามมีธุระต้องไปจัดการชั่วครู่ ส่งคนไปตามเขาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ไท่ชูเอ่ย “เรื่องอันใด สำคัญกว่าการเรียกเข้าเฝ้าของข้าเชียวหรือ”

เซียวเชียนชื่อยังไม่ทันเอ่ย “น้องสามยังไม่รู้ว่าเสด็จพ่อเรียกเข้าเฝ้า” พลันได้ยินเสียงยโสดังเข้ามาจากด้านนอก “แน่นอนว่าเกี่ยวกับเรื่องความเป็นความตายอย่างไรเล่า”

“บังอาจนัก ผู้ใดกล้าเสียงดังอยู่ด้านนอกห้องทรงอักษรกัน” เซียวเชียนจย่งเสียงดัง หันกลับไปมองประตูห้องทรงอักษรที่ถูกผลักเปิดเข้ามาจากด้านนอก เว่ยจวินมั่วที่ยืนอยู่ด้านข้างฮ่องเต้ไท่ชูดวงตาเย็นยะเยือก ไม่นานลูกธนูพลันพุ่งเข้ามาในห้องทรงอักษร

เซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนจย่งตื่นตกใจ ยังไม่ทันได้สติก็ถูกชายชุดดำสองคนคว้าตัวพร้อมกระโจนขึ้นไปยังหลังคาภายในห้องทรงอักษร

เมื่อมายืนอยู่บนหลังคา เซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนจย่งใบหน้าซีดขาว หัวใจเต้นระรัว เมื่อตั้งสติได้จึงรีบมองหาฮ่องเต้ไท่ชู ทว่าเห็นฮ่องเต้ไท่ชูถูกเว่ยจวินมั่วประคองอยู่บนหลังคาห่างออกไปไม่ไกล รอบข้างเป็นชายชุดดำเช่นเดียวกับที่อยู่กับตน อีกทั้งชายชุดเทาที่ไม่รู้มาจากที่ใด ทันใดนั้นจึงพ่นลมหายใจออกมา เอ่ยเสียงสั่น “เสด็จพ่อ นี่…”

ฮ่องเต้ไท่ชูไม่สนใจเสียงเรียกจากโอรสของตน สีหน้านิ่งสงบหันมองไปยังคนชุดแปลกตา เอ่ย “ในเมื่อมาแล้ว ยังจะหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ไยกันเล่า ออกมาเสียเถิด”

ชายที่เป็นหัวหน้าหัวเราะเสียงดัง “ฮ่องเต้ไท่ชูสมแล้วที่เป็นวีรบุรุษแห่งยุคสมัย ไม่มีความแตกตื่นแม้เพียงนิดช่างน่านับถืออย่างยิ่ง”

ฮ่องเต้ไท่ชูไม่ได้มองเขา ยิ้มเย็น เอ่ย “อาศัยจอมยุทธ์ในยุทธภพพวกนี้ ยังคิดกล้าแตะต้องกองกำลังของข้าอย่างนั้นหรือ ในเมื่อพวกเจ้าคิดว่ากำลังกำชัยชนะอยู่ในมือ แล้วยังจะหลบซ่อนไปไยเล่า”

เงียบไปชั่วครู่ หลายคนจึงเดินออกมาจากมุมมืด ฮ่องเต้ไท่ชูปรายตามอง ไม่ได้คุ้นเคยและไม่แปลกตา ทว่ายังจำได้ว่าเดิมเป็นแม่ทัพของราชสำนัก มีเพียงคนหนึ่งที่เดิมเป็นขุนพลของกองทัพโยวโจว ฮ่องเต้ไท่ชูวางสายตาอยู่ที่เขา เอ่ยเสียงเรียบ “เจ้าช่างซ่อนตัวได้ดีนัก”

ขุนพลผู้นั้นยิ้มเจื่อน ยกมือขึ้นประสาน เอ่ย “ทุกคนต่างจงรักภักดีต่อนายของตน” เขาเป็นคนของอดีตฮ่องเต้ เมื่ออดีตฮ่องเต้จากไปแล้วเขาก็เป็นคนของเซียวเชียนเยี่ย

“โจวเซียง ไสหัวออกมา” ฮ่องเต้ไท่ชูสีหน้าทะมึน เอ่ยเสียงดัง

ชั่วครู่ต่อมาโจวเซียงจึงเดินออกมาจากใต้ชายคามืดท่ามกลางกลุ่มคนที่ดูคล้ายองครักษ์และเจ้าหน้าที่ขุนนาง เพียงแต่คนที่อยู่บนหลังคาไม่ได้มองเขา ทว่ากลับมองไปยังคนที่เดินตามหลังโจวเซียงอย่างพร้อมเพรียง เซียวเชียนจย่งโกรธเกรี้ยว เซียวเชียนชื่อตกตะลึง เอ่ยพร้อมกัน “พี่สาม” “น้องสามหรือ”

เซียวเชียนเหว่ยเงยหน้าขึ้นมา มองไปยังทั้งสองคนไม่เอ่ยวาจา

ฮ่องเต้ไท่ชูกวาดตามองผู้คนเบื้องล่าง น้ำเสียงเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าลมหนาวโยวโจวที่หนาวเหน็บ “ดีมาก ขุนพลในกองทัพ ขุนนางในราชสำนัก ตระกูลขุนนางผู้มีอำนาจ อีกทั้ง…โอรสของเรา พวกเจ้าช่างพร้อมหน้ายิ่งนัก”

โจวเซียงเอ่ย “เซียวโยว เจ้าเป็นเพียงโจรกบฏอย่าได้เรียกตนเองว่าเรา เจ้านึกว่า…เจ้าขึ้นสู่บัลลังก์แล้วจะสูงส่งจนไม่ต้องกังวลสิ่งใดหรือ ทั่วสารทิศยกย่องเจ้าหรือ เจ้าดูถูกผู้ที่จงรักภักดีและเสียสละในใต้หล้าเกินไปแล้ว แม้แต่บุตรชายแท้ๆ ของเจ้ายังทรยศต่อเจ้า เจ้ายังมีหน้าเผชิญหน้ากับโลกได้อีกหรือ”

ฮ่องเต้ไท่ชูมองเขา เอ่ยเย้ยหยัน “ผู้จงรักภักดีแล้วเสียสละหรือ เจ้าคู่ควรหรือ แผ่นดินที่เสด็จพ่อทิ้งเอาไว้ ถูกคนภักดีและเสียสละอย่างพวกเจ้าทำจนไม่มีชิ้นดี ยุยงเซียวเชียนเยี่ยสังหารเชื้อพระวงศ์ หลานสังหารเสด็จอา ช่างเป็นผู้ที่ภักดี ผู้เสียสละเหลือเกิน” โจวเซียงเอ่ยตอบโต้ “เจ้าก่อการกบฏ ไม่เคารพคำสั่งสอนขององค์ฮ่องเต้ สมควรตาย”

“สมควรตายจริงๆ ตอนนั้นข้าน่าจะสับเจ้าเป็นพันชิ้นหมื่นชิ้น เจ้าจะได้ไม่ต้องมารังเกียจข้าในยามนี้” ฮ่องเต้ไท่ชูเอ่ย

โจวเซียงเอ่ยเสียงเย็น “เจ้าใช้วิธีมิชอบให้ได้มาเพื่อชื่อเสียงเกียรติยศเอง จะโทษผู้ใดได้ หรือเจ้าคิดว่าเจ้าเสแสร้งไว้ชีวิตของข้า ข้าจะยอมเชื่อฟังเจ้าอย่างนั้นหรือ”

“ตาแก่ไร้ความสามารถ มีความทะเยอทะยาน คิดว่าตนเองถูก ข้าจะต้องการเจ้าเพื่อสิ่งใด” ฮ่องเต้ไท่ชูเอ่ย

ชายร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิด “ท่านโจว พวกท่านช่างพูดมากน่ารำคาญ สังหารให้สิ้นก็จบแล้ว ปัญญาชนช่างน่ารำคาญยิ่งนัก”

โจวเซียงชะงัก พยักหน้าพลางเอ่ย “เอ่ยได้ไม่เลว เซียวโยว เจ้าลองดูว่าใต้หล้านี้มีสักกี่คนที่ยอมเชื่อฟังเจ้า” โบกมือ ผู้คนหน้าตำหนัก บนกำแพงต่างชักดาบชักกระบี่ออกมา

“ช้าก่อน” เซียวเชียนเหว่ยตกใจ เอ่ยเสียงดัง

โจวเซียงหันกลับไปมองเขา เซียวเชียนเหว่ยเอ่ย “ท่านเคยบอกว่าจะไม่ทำร้ายเสด็จพ่อและเสด็จแม่”

โจวเซียงแสยะยิ้ม ลูบเครามองเซียวเชียนเหว่ยคล้ายมองเด็กไม่รู้ความ เอ่ย “เจิ้งอ๋อง เจ้ารู้หรือไม่ว่าไยข้าจึงบอกว่าเจ้าสู้ฉู่อ๋องไม่ได้ เจ้าไม่มีความซื่อสัตย์พอจะเป็นคนดี เจ้ายังไร้ความทะเยอทะยานเพื่อให้ได้มาซึ่งชื่อเสียงอย่างถึงที่สุด ไม่สูงไม่ต่ำ เจ้าจะทำอันใดได้ แน่นอนหากเจ้าทำให้บิดาของเจ้าสังหารฉู่อ๋องและยกบัลลังก์ให้เจ้า ใช่ว่าจะทำไม่ได้”

เซียวเชียนเหว่ยกัดฟันเงียบๆ

โจวเซียงยื่นมือไปตบไหล่เขา เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เจ้าก็รู้ว่าทำไม่ได้ เช่นนั้นก็ดูอยู่เฉยๆ ไปเถิด”

เซียวเชียนเหว่ยเงยหน้ามองไปยังฮ่องเต้ไท่ชู กลับเห็นว่าฮ่องเต้ไท่ชูนั้นไม่ได้มองเขาด้วยซ้ำ หัวใจกระตุกโดยไม่อาจห้ามได้ หลับตาลงถอยไปอยู่อีกฝั่ง เพียงเอ่ยเสียงเบา “ท่านรับปากแล้ว ว่าจะไว้ชีวิตเสด็จพ่อ” โจวเซียงยิ้มทว่าไม่เอ่ยวาจา เงยหน้าขึ้นไปมองคนที่อยู่บนหลังคา สุดท้ายสายตาเคลื่อนไปหยุดอยู่ที่เว่ยจวินมั่ว เอ่ย “ฉู่อ๋อง หากเจ้ายังต้องการชีวิตของลูกและภรรยาเจ้าก็อย่าได้ทำอันใดบุ่มบ่าม”

“เอ่ยจบแล้วหรือ” เว่ยจวินมั่วมองต่ำลงมา มองสำรวจผู้คนด้านล่าง

โจวเซียงชะงัก หรี่ตามองเว่ยจวินมั่ว

เว่ยจวินมั่วเอ่ย “เงินหนึ่งล้านตำลึงทอง ใจกว้างยิ่งนัก เพียงแต่หนึ่งวันก่อนต้าเซี่ยเพิ่งจะทำสัญญากับหนานเย่ว์ ซื้อสมุนไพร อัญมณีรวมไปถึงอาวุธพิเศษของหนานเย่ว์ด้วยเงินสิบล้านตำลึงเงิน”

“เจ้าหมายความเยี่ยงไร” โจวเซียงเอ่ย เว่ยจวินมั่วเอ่ย “เงินหนึ่งล้านตำลึงทองเป็นเงินที่เจ้าขโมยไปจากคลังหลวงของต้าเซี่ย สมควรเอาคืน”

เมื่อได้ยินคำของเว่ยจวินมั่ว เหล่าจอมยุทธ์จึงเกิดความโกลาหลขึ้นมา พวกเขามาเพื่อเงิน หากไม่มีเงินพวกเขาจะมาทำไมกัน เห็นได้ว่าโจวเซียงเองก็เข้าใจหลักการนี้ ส่งเสียงหยันพลางเอ่ย “รอฮ่องเต้พระองค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ สัญญาใดต่างก็เป็นเพียงกระดาษเปล่า และผู้คนที่อยู่ที่นี่…ก็จะเป็นผู้มีคุณความชอบ”

ได้ยินเช่นนั้น หลายคนจึงเริ่มคำนวณขึ้นมา แม้จะบอกว่าคนในยุทธภพไม่สนใจเรื่องในราชสำนักเช่นกัน แต่จะบอกว่าพวกเขาไม่อิจฉาเสื้อผ้าแพรไหมอาหารเลิศรสของชนชั้นสูงเหล่านั้นคงเป็นเรื่องโกหก ความดีความชอบจากมังกรเลยนะ ถึงตอนนั้นได้กลายเป็นนายท่านเป็นแม่ทัพ ที่เรียกกันว่าติดตามนายที่มีอำนาจก็จะได้ดิบได้ดีตามไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ล่วงเกินฮ่องเต้ไท่ชูและเว่ยจวินมั่วไปแล้ว หากให้อีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ อนาคตพวกเขาจะมีชีวิตที่ดีได้หรือ

“ไม่รู้ว่าคนหนานเย่ว์คิดเช่นนี้หรือไม่” เซียวเชียนจย่งตอบโต้โดยไว หัวเราะเสียงดังขึ้นมา เงินสิบล้านตำลึงสำหรับคนหนานเย่ว์แล้วไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ขอเพียงมีหนังสือสัญญาอยู่ อย่าว่าแต่เปลี่ยนฮ่องเต้ ต่อให้เปลี่ยนยุคสมัยก็อย่าหวังว่าพวกเขาจะคายออกมา

โจวเซียงยิ้มเย็น เอ่ยเสียงเรียบ “เหลียงอ๋อง เจ้าไม่จำเป็นต้องยั่วยุ ตอนนี้เจ้าสนใจชีวิตของตนจะดีกว่า”

เซียวเชียนจย่งจ้องเขาเขม็ง หันไปหาเว่ยจวินมั่ว “เสด็จพ่อ พี่ใหญ่”

เว่ยจวินมั่วกลับไม่มีสีหน้าใดๆ ตอบโต้โจวเซียงแม้เพียงนิด สายตาเย็นชามองไปยังจอมยุทธ์เบื้องล่าง ในเมื่อคนเหล่านี้กล้ามาจะช้าจะเร็วก็ต้องตาย

ไกลออกไป ดอกไม้ไฟงดงามทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แม้ท้องฟ้าจะยังไม่มืดสนิท ทว่าดวงอาทิตย์กลับลาลับไปแล้ว บรรยากาศราวกับเย็นยะเยือกลงไปมาก ประกายไฟสีแดงของดอกไม้ไฟกระจายอยู่บนท้องฟ้าในระยะเวลาเพียงชั่วครู่ เสียงบรรเลงเครื่องดนตรีดังขึ้น เต็มไปด้วยความชื่นมื่นแผ่กระจายไปกว่าครึ่งพระราชวัง ยิ่งทำให้บรรยากาศในที่แห่งนี้ดูเหน็บหนาวเย็นยะเยือกขึ้นไปอีก

ขณะเดียวกันเสียงเท้าพร้อมเพรียงก็ดังมาไม่ไกล กองทัพพร้อมชุดเกราะและอาวุธครบมือบีบเข้ามาใกล้จากทุกสารทิศ เตรียมตัวเผชิญหน้ากับคนที่อยู่หน้าห้องทรงอักษร แม้จะยังไม่เคลื่อนไหว ทว่ากลิ่นคาวเลือดในสนามรบและไอสังหารกลับแผ่กระจายออกมาจากใบหน้า

เหล่าฮ่องเต้ไท่ชูและเว่ยจวินมั่วอยู่ด้านในสุด ตรงกลางคือโจวเซียงรวมไปถึงทหารกบฏและจอมยุทธ์ในยุทธภพ ด้านนอกกลับเป็นกองกำลังมากมายของฮ่องเต้ไท่ชูล้อมเอาไว้ ห้องโถงทั้งห้องพลันเงียบลงทันใด

เงาในชุดสีเทาลอยผ่านไป ขึ้นไปอยู่บนหลังคาของห้องโถง หนานกงชวี่อยู่ในชุดเกราะ ถือกระบี่อยู่ในมือ “กระหม่อม หนานกงชวี่ถวายบังคมฝ่าบาท กองกำลังปัญจทิศคุ้มกันเมืองได้รับคำสั่งให้เข้าวังปราบกบฏพ่ะย่ะค่ะ”

“ซิงเวยถวายบังคมฝ่าบาท องครักษ์จวนฉู่อ๋องได้รับคำสั่งให้เข้าวังคุ้มกันฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”

“กระหม่อม ลิ่นฉังเฟิงถวายบังคมฝ่าบาท” คุณชายฉังเฟิงในชุดสีแดง สง่างาม “องครักษ์พระราชวังชั้นในรับคำสั่ง จับกุมตัวกบฏพ่ะย่ะค่ะ”

“กระหม่อมเซวียเจินรับคำสั่ง” เสียงของเซวียเจินดังมาจากที่ไกลๆ “ปิดล้อมพระราชวังชั้นนอกชั้นใน ไม่ปล่อยให้กบฏหลุดรอดไปได้แม้เพียงคนเดียวพ่ะย่ะค่ะ”

ฮ่องเต้ไท่ชูพยักหน้าพึงพอใจ หัวเราะเสียงดัง “เยี่ยม เยี่ยม โจวเซียง ตอนนี้พวกเจ้ายังคิดว่าจะเอาชนะได้หรือไม่”

โจวเซียงเงียบ เนิ่นนานก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา เอ่ย “ที่แท้เจ้าก็รู้ตั้งนานแล้ว”

ฮ่องเต้ไท่ชูเอ่ย “ในเมืองจินหลิงแห่งนี้ คนที่รนหาที่ตายมีไม่น้อย แต่มารนหาที่ตายต่อหน้าข้านั้นมีไม่มาก”

เมื่อสบเข้ากับสายตาเย็นชาของฮ่องเต้ไท่ชู คนที่ติดตามโจวเซียงไม่น้อยต่างตกใจจนเหงื่อซึม มองไปรอบๆ รู้สึกเสียใจขึ้นมาโดยไม่อาจห้ามได้ ไม่ว่าอย่างไร ไม่ว่าจะเอ่ยให้โอ่อ่ายิ่งใหญ่เพียงใด จงรักภักดีเพียงใด เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีท่าทีเงียบสงบมีการเตรียมพร้อมก็อดที่จะหวาดหวั่นไม่ได้ ฮ่องเต้ไท่ชูเห็นได้ชัดว่า…รู้แผนการทั้งหมดของพวกเขาอยู่แล้ว ราวกับนั่งสบายๆ อยู่บนที่สูงชมการแสดงของพวกเขาที่เป็นราวกับตัวตลก

โจวเซียงกลับไม่รีบร้อน ถอนหายใจออกมา เอ่ย “เรื่องมาถึงขั้นนี้…เช่นนั้นก็รอดูว่าเจ้ากับข้าผู้ใดดวงชะตายิ่งใหญ่กว่ากันแล้ว”

ฮ่องเต้ไท่ชูส่งเสียงหยัน เอ่ย “วางใจ ข้ากำลังจะส่งเจ้าไปหาเสด็จพ่อและพี่ใหญ่ในปรโลก”

ทั้งสองยังคงพูดคุยกันอย่างสงบ จอมยุทธ์ทั้งหลายกลับไม่อาจทนได้แล้ว ร่างหนึ่งพุ่งไปยังฮ่องเต้ไท่ชูที่อยู่บนหลังคา “พูดมากอยู่ไย สังหารก็พอแล้ว”

ฮ่องเต้ไท่ชูมองคนตรงหน้าที่พึ่งเข้ามาหาตน ไม่มีขยับหนีแม้เพียงนิด คนที่พุ่งเข้าหาได้ใจขึ้นมา เพียงแต่ความยินดีนั้นไม่ทันได้เบ่งบาน หัวใจพลันเย็นวูบขึ้นมา ชายในชุดสีครามขวางอยู่ตรงหน้า มือถือกระบี่ ดวงตาสีม่วงเย็นชา ปลายกระบี่แทงเข้าที่หัวใจของเขา

คนที่ลอยอยู่กลางอากาศชะงักไปชั่วครู่ ร่างทั้งร่างร่วงลงบนพื้นห้องโถง ส่งเสียงดังกระหึ่ม คนบนพื้นนอนแผ่กระจายมองขึ้นไป รอยเลือดบริเวณหน้าอกค่อยๆ ขยายกว้าง เลือดแดงฉานพลันซึมออกมาย้อมไปทั่วอกพร้อมทั้งพื้นด้านล่าง

ผู้คนรอบข้างพลันหัวใจหดเกร็ง เสียงหนึ่งดังขึ้น “ลุยพร้อมกัน”

กลุ่มคนตอบรับโดยพร้อมเพรียง เสียงถีบตัวขึ้นมามากมาย ขณะเดียวกันองครักษ์ด้านหลังฮ่องเต้ไท่ชูเองก็กระจายตัวออกมาพุ่งเข้าหาศัตรู

หอเล็กสี่ชั้นอันเงียบสงบตั้งอยู่ไกลออกไปทางด้านหลังพระราชวัง เยาเยาและอานอานเกาะขอบหน้าต่างมองไปยังดอกไม้ไฟบนท้องฟ้าโห่ร้องขึ้นมา “สวยจังเลย” ในห้องด้านหลัง ชายชรากำลังนั่งดื่มเหล้า อาจารย์อาเหวินเหรินและคุณชายเสียนเกอกลับกำลังนั่งวางหมากอยู่ด้วยกัน

ชายชราดื่มเหล้าพร้อมเอ่ยชื่นชม “เหล้าในวังช่างแตกต่างจริงๆ”

คุณชายเสียนเกอเลิกคิ้วอย่างจนปัญญา “อาจารย์ลุง มั่วเอ๋อร์คงส่งเหล้าในวังไปให้ท่านไม่น้อยกระมัง”

ชายชราปรายตามองเขาเล็กน้อย เอ่ย “จะเหมือนกันได้เยี่ยงไร รสชาติเมื่อมีคนส่งมาให้และการขโมยนั้นแตกต่าง เจ้าจะเข้าใจอันใด”

คุณชายเสียนเกอกระตุกมุมปาก คร้านจะโต้เถียงกับเขา

“ท่านลุงเสียนเกอ อาจารย์ตา มีดอกไม้ สวยมากเลยเจ้าค่ะ” เยาเยาหันกลับไป กวักมือเล็กเรียกทั้งสามคนมาดูด้วยกัน เพียงแต่ดอกไม้ไฟนั้นเมื่อแตกกระจายแล้วก็ดับสลาย ไม่นานจึงหายไปจากท้องฟ้า เยาเยาเบิกตากว้างมองไปยังท้องฟ้าตรงหน้า เบ้ปากเล็กด้วยความไม่พอใจหันมองไปยังพี่ชาย “ไม่มีแล้ว”

อานอานลูบเส้นผมนุ่มของน้องสาว “กลับบ้านเดี๋ยวให้ท่านพ่อและท่านแม่จุดให้เยาเยาดูอีก”

“อืม” เยาเยาพยักหน้าหนักๆ อย่างพึงพอใจ ดอกไม้สีแดงสวย เยาเยาชอบมาก

คุณชายเสียนเกอวางหมากลงบนกล่องที่อยู่ด้านข้าง ลุกขึ้นเดินไปยังขอบหน้าต่างมองไกลออกไปครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่

“ท่านลุง อุ้มๆ” เยาเยายื่นมือเล็กออกไป คุณชายเสียนเกอขมวดคิ้วโน้มตัวลงไปอุ้มเด็กน้อยเข้ามาในอ้อมแขน มืออีกข้างอุ้มอานอานขึ้นมาเดินห่างออกจากหน้าต่าง อานอานบิดตัวไปมารู้สึกไม่อิสระ “ท่านลุงเสียนเกอ อานอานเดินเองขอรับ”

คุณชายเสียนเกอยิ้มบาง วางเด็กทั้งสองลงบนเตียงที่ชายชรานั่งอยู่คนเดียว เอ่ย “เด็กดี อยู่กับน้องสาวกับอาจารย์ตาสักพัก อย่าได้วิ่งไปทั่วรู้หรือไม่” อานอานชะงัก คล้ายเข้าใจอันใดบางอย่าง พยักหน้าหนักๆ เอ่ยรับคำ “อืม”

คุณชายเสียนเกอลูบศีรษะเล็กของเขาอย่างพึงพอใจ “อานอานเป็นเด็กดี ดูแลน้องให้ดี”

อีกด้าน อาจารย์อาเองก็วางหมากลง มองไปยังหน้าต่างพลางยิ้มบาง “มาแล้วหรือ”

นอกหน้าต่าง กลุ่มจอมยุทธ์พร้อมอาวุธกำลังลอบเคลื่อนตัวเขามาใกล้หอเล็กๆ

[1] โชคดีสามภพ สามภพ หมายถึง ภพอดีต ภพปัจจุบัน ภพอนาคต สำนวนนี้ใช้เปรียบเปรยกับพรหมลิขิตบันดาลชักพา หรือคนที่ได้รู้จักกันในสถานการณ์พิเศษแล้วกลายมาเป็นผู้รู้ใจ

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1236-1 ภพนี้ได้เจอเจ้า โชคดีสามภพ[1]"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6136f2a5IIMitj12
ลูกซื้อพ่อให้แม่ [买个爹地宠妈咪]
30/06/2022
61f2447eQHKxQIgL
เก็บตกนักฆ่า มาเป็นหนุ่มบ้านนา
17/06/2022
book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
10/08/2022
novelpds959a
เกิดใหม่ยุค 80: มีสามีคลั่งรักและลูกแฝดสามก็ไม่ได้แย่นะ!
05/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.