เกิดใหม่ทั้งทีขอลิขิตรักเอง - ตอนที่ 531 พวกเดียวกัน
ตอนที่ 531 พวกเดียวกัน
จางฉุ้ยเหลียนอดส่ายหน้าด้วยความระอาไม่ได้ ดูท่าทางแล้วลูกหลานในตระกูลเซี่ย นอกจากเซี่ยจี้ห้าวก็ไม่มีใครฉลาดอีก ทุกคนกล้าขอเงินจากเซี่ยจวินอย่างตรงไปตรงมา เชื้อไม่ทิ้งแถวจริง ๆ
เซี่ยเหมยมองไปทางพี่สามด้วยความลำบากใจจากนั้นก็อดตำหนิลูกสาวไม่ได้ “เมื่อลุงสามพูดแบบนั้นย่อมแสดงว่าทำได้แน่นอน ลูกจะร้องไห้ทำไม ? ”
เซี่ยจวินไม่ได้สนใจเกาน่า เขาถามน้องสาวออกไปตามตรง “เธอเตรียมอะไรไว้ให้ลูกสาวบ้างหรือยัง ? ตอนทานข้าวก็ไม่ได้อธิบาย”
เซี่ยเหมยยิ้มและพูดว่า “ผ้าห่มฝ่ายหญิงก็เตรียมให้แล้ว ฉันคิดไว้ว่าจะเตรียมผ้าห่มให้เสี่ยวน่า 6 ผืน นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว อ้อ ฉันยังมีเงินก็อาจจะให้เสี่ยวน่าสัก 10,000 หยวน”
สินสอดของฝ่ายชายมีแค่ 8,000 หยวน แต่คุณให้ 10,000 หยวน คงไม่ต้องบอกหรอกว่าทำตามขนบธรรมเนียมหรือเปล่า เพราะมองอย่างไรก็เหมือนกำลังสู้รบกับฝ่ายแม่สามีอย่างไรอย่างนั้น
ประเพณีท้องถิ่นมี 2 ประเภท ประเภทที่หนึ่งคือสินสอดฝ่ายชายให้ฝ่ายหญิงจะย้อนกลับไปหาครอบครัวฝ่ายหญิงแค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น โดยทั่วไปแล้วเป็นนิสัยของพวกชาวไร่ชาวนา ความอนุรักษ์นิยมของคนรุ่นเก่าก็ทำกันแบบนี้ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเพราะกลัวว่าลูกสาวที่แต่งงานออกไปจะถูกพ่อแม่ฝ่ายชายดูถูกเอาได้
ประเภทที่สองคือการมองสถานการณ์ในครอบครัว สินสอดที่ฝ่ายชายให้มาจะกลายเป็นสินสอดทองหมั้นติดตัวฝ่ายหญิง แต่ฝ่ายหญิงก็ต้องออกให้ฝ่ายชายด้วย
กรณีของเกาน่าคือสินสอดทองหมั้นฝ่ายหญิงเยอะกว่าฝ่ายชายซึ่งพบเห็นได้น้อยมาก ทันทีที่เซี่ยจวินได้ยินก็อดส่ายหน้าไม่ได้ “ช่างเถิด ตอนทานข้าวฉันพูดไปแล้วว่าแม่สามีให้สินสอดเท่าไหร่ ครอบครัวฝ่ายหญิงก็จะให้สินสอดไปเท่านั้น ถ้าพวกเขามีความคิดก็น่าจะเพิ่มให้ให้เกาน่าบ้าง”
ทุกคนเข้าใจความหมายของเซี่ยจวินนั่นก็คือต้องการให้เซี่ยเหมยผู้น่าสงสารมีเงินเก็บบ้าง ดังนั้นเงินสินสอดทองหมั้นตรงส่วนนี้เซี่ยจวินจะเป็นคนออกเองทั้งหมด
ดูจากกำลังทรัพย์ของเขาในตอนนี้แล้วไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ จึงไม่น่าแปลกใจที่บรรดาพี่น้องตระกูลเซี่ยยังพูดอวดดีด้วยคำพูดไม่น่าฟังนั้น น้ำเสียงที่แฝงอยู่ไม่ได้แสดงออกถึงการขอบคุณในความช่วยเหลือของเซี่ยจวินตลอดหลายปีที่ผ่านมาเลย
เซี่ยจี้ห้าวแต่งสะใภ้เข้าบ้านด้วยเงินที่เซี่ยจวินออกให้ทั้งสิ้น บ้านที่ซื้อในเมืองนั้นเซี่ยจวินไม่ได้ออกให้สักเท่าใดเพราะถึงอย่างไรเขาก็ยังมีพ่อแม่ เพียงแต่ตอนตกแต่งภายในก็ได้เอาเงินส่วนตัวออกมาช่วย ส่วนเฟอร์นิเจอร์คือเงินของเซี่ยจวินทั้งสิ้น ทว่าก็เป็นสินค้าที่มาจากร้านของฟู่ซิน ดังนั้นจี้หงจึงไม่ได้รู้สึกว่าเป็นบุญคุณมากนัก
งานเลี้ยงในพิธีแต่งงานใช้เงินมหาศาลซึ่งงานถูกจัดในเมือง รถบัสที่เซี่ยจวินจัดหามาให้เอาไว้รับคนในหมู่บ้านไปร่วมงาน นอกจากนี้ยังจัดรถ 2 คันไปรับครอบครัวฝ่ายหญิงอีกด้วย งานเลี้ยงเป็นแบบเหมาะโต๊ะจีนแม้กระทั่งอาหารขบเคี้ยวเช่นถั่วลิสง เมล็ดแตงโม ลูกอม บุหรี่และแอลกอฮอล์ล้วนเป็นเงินของเซี่ยจวินทั้งสิ้น
ให้พ่อแม่ของเซี่ยจี้ห้าวยุ่งอยู่กับการเก็บซองเงินก็พอแล้ว แต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้สองสามีภรรยาก็ไม่ได้เอาเงินพวกนี้ให้เซี่ยจี้ห้าวเก็บไว้แต่อย่างใด
ภรรยาของเซี่ยจี้ห้าวเป็นคนเรื่องมาก พอตกดึกก็พูดกับจี้หงว่าในเมื่อไม่ยอมให้เงินของขวัญนี้กับพวกตน ของขวัญตอบแทนในอนาคตหล่อนก็จะไม่สนใจเช่นกัน เพราะถึงอย่างไรก็ให้เงินของเพื่อนร่วมชั้นเรียนของทั้งสองกับพวกเขาไปแล้ว
จี้หงพูดทั้งน้ำตาว่าเพราะจ่ายค่างานแต่งของเซี่ยจี้ห้าวไปไม่น้อย ตอนนี้การเงินจึงฝืดเคือง ภรรยาของเซี่ยจี้ห้าวจึงเลิกคิ้วสูงพร้อมกระตุกยิ้มก่อนจะหยิบสมุดธนาคารออกมาสะสางกับแม่สามี
สะสางบัญชีในคืนแต่งงานเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีคนเห็นเท่าไรนัก บ้านที่เซี่ยจี้ห้าวซื้อเงินส่วนใหญ่ก็เป็นเงินที่เซี่ยจี้ห้าวสะสมตลอดหลายปีที่ผ่านมา ส่วนสองสามีภรรยาจี้หงที่ค่อนข้างตระหนี่มากก็ได้จ่ายออกไปเป็นจำนวนทั้งสิ้น 13,000 หยวน เช่นนี้ตอนตกแต่งบ้านเซี่ยจวินจึงนำเงินส่วนตัวออกมาให้เซี่ยห้าวเป็นจำนวน 10,000 หยวนแต่ทั้งสองคนไม่กล้าแตะต้องเงินจำนวนนี้ เพราะตั้งใจเก็บไว้เป็นค่าคลอดลูกในอนาคต
ซองงานแต่งที่ได้รับมีจำนวนประมาณ 15,000 หยวน ถ้าหักเงินก้อนนี้ไปก็เท่ากับว่างานแต่งงานของลูกชายคนโตนี้จี้หงจะได้กำไร 2,000 หยวน
จี้หงนึกไม่ถึงว่าสะใภ้คนนี้จะเก่งกาจและยิ่งนึกไม่ถึงว่าลูกชายจะนั่งมองสะใภ้สร้างปัญหาให้มารดาอย่างหน้าตาเฉย หล่อนไม่กล้าชักสีหน้าและไม่กล้าโวยวายต่อหน้าครอบครัวใหม่ของลูกชาย จึงทำได้เพียงถามเซี่ยจี้ห้าวว่าทำไมเขาจึงแต่งงานกับสะใภ้แบบนี้
เซี่ยจี้ห้าวถูมือทั้งสองข้างจากนั้นก็พูดด้วยสีหน้าลำบากใจ “มันช่วยไม่ได้นี่ครับ เราคงใช้ในชีวิตประจำวันไม่ได้ถ้าไม่มีเงินส่วนนี้”
จี้หงโกรธ “แล้วบ้านฝ่ายแม่ของหล่อนไม่ให้เงินแกเลยหรือ ? เพิ่งแต่งงานก็จะขุดเอาเงินของฉันแล้วหรือ ? ”
สะใภ้คนใหม่ยิ้มเย็นชา “ครอบครัวของฉันให้เงินเท่าไหร่มันก็คือเงินของฉัน ส่วนเงินของลูกชายแม่ใช้สำหรับซื้อบ้านและแต่งงานหมดแล้ว แม่ยังกล้ามาบอกอีกว่าเราเป็นหนี้ค่าอาหารในงานถึง 7,000 หยวน สะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้ามาคนนี้จะสะสางบัญชีกับแม่ ในเมื่อลุงสามออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทั้งหมด แล้วตัวเลข 7,000 หยวนนี้มาจากไหน!”
ร้อยพ่อพันแม่สุดท้ายจับพลัดจับผลูได้สะใภ้คนนี้มาคู่เคียงกับเซี่ยจี้ห้าว จี้หงหมดปัญญาทำได้แค่ข่มอารมณ์โกรธไว้แล้วให้เงินที่เป็นของทั้งสองคนคืนไป
ทว่าสะใภ้คนใหม่ก็ไม่ได้เงินทั้งหมดนี้หรอก เพราะจี้หงถือว่าเงินที่หล่อนกับสามีช่วยสองคนซื้อบ้านจำนวน 10,000 หยวน และซื้อทอง 3 อย่างอีก 3,000 หยวน รวมเป็นเงินจำนวน 13,000 หยวน นี่คือการหยิบยืม คู่แต่งงานใหม่ต้องคืนให้ผู้อาวุโสทั้งสอง และเงินอีก 2,000 หยวนที่เหลือจะถูกใช้เป็นค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนคำเรียก 1ม000 หยวน สรุปแล้วสะใภ้เหลือ 1,000 หยวน
เซี่ยจี้ห้าวรู้สึกเย็บวาบในหัวใจ นี่เท่ากับว่าเขาต้องกัดฟันซื้อบ้านแต่งสะใภ้ 1 หลังโดยที่พ่อแม่ไม่ได้ออกสักแดงเดียว ถ้าไม่ใช่เพราะเซี่ยจวินเข้ามาช่วยเหลือในส่วนอื่นก็ไม่รู้ว่าจะขายหน้าสักแค่ไหน
เพราะเรื่องนี้จึงทำให้ญาติคนอื่นมองว่าสองสามีภรรยาจี้หงทำเกินไป ตระหนี่ถี่เหนียวกับลูกชายได้อย่างไร ในใจก็รู้สึกว่าสองคนนี้เห็นแก่เงินและหวังแต่ผลกำไรเกินไป ลูกชายแท้ ๆ ขาดเงินส่วนไหนก็ให้เซี่ยจวินออกเงินส่วนนั้นให้แทนตน
คู่ที่แต่งงานเร็วกว่าเซี่ยจี้ห้าวต่างก็พากันเสียใจไม่น้อย ส่วนคนที่ไม่ได้แต่งงานก็ได้แต่คาดหวังว่าตอนนั้นเซี่ยจวินจะใจกว้างแบบนี้บ้าง ทว่าเมื่อลูกหลานอีกคนหนึ่งของตระกูลเซี่ยแต่งงาน เซี่ยจวินกลับทำแค่ใส่ซองอั่งเปาเป็นจำนวนเงิน 2,000 หยวนเท่านั้น
สำหรับตระกูลเซี่ยแล้วการให้ซองแดงเป็นจำนวน 500 หยวนในงานแต่งของหลานแท้ ๆ ก็ถือว่าเยอะมากแล้ว แต่สำหรับเซี่ยจวินกลับเป็นการไม่ไว้หน้ากันเสียอย่างนั้น
งานแต่งงานของเกาน่า เซี่ยจวินจัดหนักจัดเต็มมากซึ่งทำให้น้องสาวของเขาดีใจจนอดใจไม่ไหวอยากให้เซี่ยจวินเพิ่มเงินสินสอดติดตัวให้ลูกสาวไปอีก
ทว่าฐานะของฝ่ายชายก็เป็นเสียแบบนั้น ฝ่ายหญิงท้องโตขึ้นทุกวันแล้วต่อให้ออกเงินสินสอดเยอะแค่ไหนก็ใช่ว่าจะมีความสุข
ต้องใช้เงินจัดงานแต่งของลูกสาวเท่าไหร่บ้างล่ะ ? สุดท้ายก็เป็นเงินสินเดิมฝ่ายหญิงและเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น สองสามีภรรยาจางฉุ้ยเหลียนให้โทรทัศน์ 1 เครื่องและเป็นเครื่องที่ดีมากด้วย สองสามีภรรยาทำเช่นนี้กับอาคนเล็กก็ถือว่ามีน้ำใจมากแล้ว
แต่เงินสินสอดฝ่ายหญิงจำนวน 8,000 หยวน ผ้าห่มสองสามผืนและโทรทัศน์ 1 เครื่องมันน้อยเกินกว่าที่สองแม่ลูกคาดคิดไว้ แม้จะไม่กล้าพูดว่าทำไมลุงสามจ่ายเงินมากมายขนาดนั้นเพื่อเซี่ยจี้ห้าวได้ แต่ในใจพวกหล่อนก็ยังคิดว่าได้รับน้อยเกินไป
“ถ้าอย่างนั้นก็ให้แม่ฝ่ายชายออกเงินสินสอดเป็นจำนวน 30,000 หยวน ถ้าพวกเขายอมจ่าย ฉันก็กล้าจ่ายให้หล่อน ! ” ตงลี่หวายกมือทาบอกด้วยความปวดใจกับจำนวนตัวเลขที่หลุดจากปากตัวเองไม่ได้
พร้อมกับวิงวอนต่อสวรรค์อยู่ในใจว่า “อย่าให้พวกเขาตกลงเถิด ฉันคงให้ไม่ได้ ให้ไม่ได้”
เซี่ยจวินพูดอีกครั้งว่าตงลี่หวาก็มีหลานที่แม่ตาย 1 คน เด็กทั้งสองคนไม่ต่างกันหรอก ถ้าเราให้เงินเกาน่าเท่าไหร่ เมื่อถึงคราวแต่งงานของชาชาก็ต้องให้หล่อนเท่านั้น
ถึงแม้ว่าชาชาจะเป็นหลานแท้ ๆ ของตงลี่หวา แต่เมื่อคิดว่าหากต้องจ่ายเงินจำนวนหลายหมื่นให้หล่อน ตงลี่หวาก็อาลัยอาวรณ์อยู่ดี ในใจคิดว่าเก็บเงินนี้ไว้พาคังคังไปเที่ยวยังดีเสียกว่า
ใครไม่มีสมุดบัญชีอยู่ในใจก็แค่เอาลูกคิดมาดีดคำนวณในขั้นสุดท้ายเท่านั้น
เมื่อคิดเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นต้องคุยอีก เซี่ยเหมยใช้ข้ออ้างขอตัวไปซื้อผักแล้วเดินนำเกาน่าที่ถือตะกร้าออกไปข้างนอก
ทุกคนรู้ว่าสองแม่ลูกคู่นี้ต้องการปรึกษาหารือกัน ไม่แน่ว่าทั้งสองฝ่ายอาจปรึกษากันเรื่องเอาเงิน 30,000 หยวนจากมือของเซี่ยจวินก็ได้
ที่นึกไม่ถึงก็คือครอบครัวฝ่ายสามีของเกาน่า ‘ซื่อสัตย์’ จริง ๆ พวกเขายังคงยืนยันจะให้สินสอดทองหมั้นจำนวน 8,000 หยวน นอกเหนือจากนี้ก็มีทอง 3 อย่าง ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 1,001 หยวนและไม่มีอย่างอื่นแล้ว
ส่วนบ้านก็ยังมีวิธีการอื่นคือยังไม่ต้องเช่า เรือนหอได้ถูกจัดขึ้นในบ้านเดิมชั่วคราวส่วนอาวุโสทั้งสองคนก็ย้ายมาอยู่โรงจอดรถ ก็แค่เอาไว้งีบเท่านั้น ไม่ได้เรื่องใหญ่อะไร
เมื่อตระกูลฝ่ายชายยอมถอย เซี่ยเหมยจึงรีบออกความเห็นทันที หลังจากพิจารณาชั่งน้ำหนักสักครู่ก็ตัดสินใจอยู่กับพ่อแม่สามีชั่วคราว เหตุผลของหล่อนนั้นง่ายมากคือต้องการให้แม่สามีเลี้ยงหลานนั่นเอง
ตงลี่หวาก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะไม่ได้เกี่ยวกับชีวิตของตน โชคดีที่เงินก่อนนี้ไม่มากนัก คนในครอบครัวจึงออกแค่ 10,000 หยวนเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับที่เซี่ยจวินได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ตงลี่หวาจึงควักออกมาได้อย่างมีความสุข
สำหรับเกาน่าคือเงินสองหมื่นกว่าหยวนนี้ทำให้หล่อนดีใจมากแล้ว จึงสามารถรอเป็นเจ้าสาวคนใหม่แต่งเข้าบ้านสามีอย่างมีความสุขได้
ตารางงานแต่งงานเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ งานเลี้ยงเป็นธุระของฝ่ายชายโดยธรรมชาติ ครอบครัวฝ่ายหญิงเพียงแค่มารวมตัวกันเพื่อทานอาหาร แต่เซี่ยเหมยยังคงต้องการให้ตระกูลเกามาร่วมงานด้วย เซี่ยจวินจึงต้องรับหน้าที่จ่ายค่าอาหารเย็นตรงส่วนนี้ไป
เมื่อถึงวันงาน เซี่ยจวินเปิดห้อง VIP ในร้านอาหารที่จัดงานแต่งให้เซี่ยจี้ห้าวเพื่อรองรับญาติตระกูลเกา ตามแผนการของเซี่ยเหมยคือมีแค่ 4 โต๊ะก็เพียงพอแล้ว
แต่เรื่องเกินกว่าคาดคิดไว้คือคนในตระกูลเกามีตัวแทนมาแค่เพียง 2 คนเท่านั้น ส่วนครอบครัวของเซี่ยเหมยรวมกับเพื่อนบ้านก็นั่งรวมทั้งสิ้น 2 โต๊ะไม่เต็มด้วยซ้ำ
จองห้อง VIP จำนวน 4 โต๊ะ ทว่าก็ยังมีตั้ง 2 โต๊ะที่ว่างเปล่า…