Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

เกิดใหม่ทั้งทีขอลิขิตรักเอง - ตอนที่ 561 ไม่เห็นด้วย!

  1. Home
  2. เกิดใหม่ทั้งทีขอลิขิตรักเอง
  3. ตอนที่ 561 ไม่เห็นด้วย!
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 561 ไม่เห็นด้วย!

กู้จื้อชิวไม่มีทางพูดกับพี่ชายแน่ ๆ หล่อนโทรศัพท์ไปหากู้เต๋อไห่แล้วถามเขาว่าเคยคิดเรื่องเหล่านี้บ้างไหม

หล่อนพูดออกไปโดยไม่อ้อมค้อม “ตอนที่เด็กคนนั้นคลอด พ่อก็อายุ 65 ปีแล้ว พอเด็กเรียนจบมหาวิทยาลัย พ่อก็อายุ 87 ปี หนูขี้เกียจถามพ่อเรื่องการงานและการแต่งงานของเขา แต่หนูจะถามพ่อว่าในช่วง 18 ปีนี้ พ่อเตรียมตัวเลี้ยงดูเขาอย่างไร ? เลี้ยงแบบปล่อยอิสระเหมือนพี่ชายหรือว่าดูแลเอาใจใส่อย่างดีเหมือนหนู คำว่าดีที่สุดสำหรับพ่อคืออะไร ? พ่ออย่าลืมสิว่ายังมีลูกเลี้ยงอีกคน”

ส่งผลให้ชายชราหน้าดำหน้าแดงไปหมด ราวกับนักเรียนที่ถูกอาจารย์ตำหนิอย่างไรอย่างนั้น ลำคอตกลงต่ำสุด สีหน้าก็แย่ลงเรื่อย ๆ

เมื่อเย่หงเห็นท่าไม่ดีและหล่อนก็ได้ยินเสียงดังออกมาจากปลายสายเช่นกัน จึงแย่งโทรศัพท์และถามกู้จื้อชิวว่า “เสี่ยวชิว การคลอดเด็กคนนี้คือการตัดสินใจของเราสองคน ฉันรู้ว่าเราทำไม่ถูกที่ไม่บอกความจริงกับพวกเธอ แต่นี่มันคือชีวิตจริงนะ ไม่ใช่เพราะไม่พอใจหรอก แต่เธออายคนอื่นก็เลยตัดขาดจากพวกเราสองคน เธอใจร้ายมาก!”

ทันทีที่กู้จื้อชิวได้ยินเสียงเย่หงก็ยิ่งโกรธ หล่อนจึงตอกกลับปลายสายว่า “น้าหก เราสองคนไม่ได้เพิ่งรู้จักกันแค่วันสองวันนะคะ ฉันเคยพูดกับน้าไปแล้ว น้าก็รู้แก่ใจดีว่าฉันไม่ได้ใจแคบแบบนั้น น้าเคารพฉัน ฉันก็เคารพน้า ตอนแรกที่น้ามาทำงานในร้าน นอกจากเงินเดือนแล้วก็ยังมีอั่งเปา เสื้อผ้าต่าง ๆ และค่าใช้จ่ายทุกอย่างในบ้าน ฉันก็เป็นคนรับผิดชอบคนเดียว ฉันถามตัวเองตลอดเกี่ยวกับลูกชายของน้า แต่ครั้งนี้พวกคุณต้องตัดสินใจใหม่!”

เย่หงโกรธมาก “ตัดสินใจอะไร ? ทำไมเด็กคนนี้จึงเกิดมาไม่ได้ ? เพราะฉันไม่ใช่ภรรยาใหญ่ของพ่อเธอหรือ ? เพราะพ่อเธออายุมากเกินไปหรือ ? เสี่ยวชิว เธอกำลังสงสัยว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกหลานของตระกูลกู้ใช่ไหม ? ”

กู้จื้อชิวอึ้งไปในทันที จากนั้นก็รีบปฏิเสธ “ประเด็นที่ฉันพูดไม่ใช่เรื่องเด็กเป็นลูกใคร แต่คือเรื่องที่พวกคุณเลี้ยงเขาไม่ไหวต่างหาก ฉันถามหน่อยว่าตอนนี้ลูกชายของน้ากำลังจะเข้าโรงเรียน แล้วน้าจะทำอย่างไร ? ลำพังเงินเดือนของพ่อพอจ่ายไหม ? ถ้าลูกชายน้าทำงานยังต้องพึ่งคนในบ้านไหม ? ถ้าต้องใช้เงินล่ะ ? ลูกชายน้าแต่งงานต้องใช้เงินไหมคะ ? ถ้าไม่ใช้เงินแล้วจะเอาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีไปจัดงานแต่งให้เขาได้หรือ ? ไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน แล้วผู้หญิงคนไหนจะยอมจ่ายเงินเหมือนฉันล่ะ น้าเคยคิดบ้างไหม ? ”

เย่หงถูกถามจนตะลึงงัน สถานการณ์นี้หล่อนไม่เคยนึกถึงมาก่อน ในความเป็นจริงก็คงเลี้ยงไม่ไหว ทว่าเหล่ากู้เคยพูดไว้ว่า แม้ตอนนั้นเราไม่มีเงินมากมาย แต่เด็กก็สามารถวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานได้

หล่อนคิดไว้แล้วว่าเด็กใช้เงินไม่เท่าไหร่หรอก ถ้าลูกคนโตเรียนจบ ลูกคนเล็กก็เพิ่งจะเข้าเรียน คนในครอบครัวไม่ต้องเอาใจใส่เด็กทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน เงินที่มีไม่ได้ครอบคลุมขนาดนั้น ซึ่งหล่อนไม่รู้สึกว่าต้องใช้เงินมากมายขนาดนั้น เงินเดือนที่ออกมา เมื่อหักค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเด็กประมาณ 500 หยวน ค่าใช้จ่ายของผู้ใหญ่สองคนอีก 500 หยวน กู้เต๋อไห่ก็ยังเหลืออีก 2,000 หยวนให้เก็บ ในหนึ่งปีเก็บเงินได้ 24,000 หยวน รวมกับเงินที่ลูกหลานให้วันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ก็มีถึง 30,000 หยวนแล้ว

เมื่อคิดได้เช่นนี้หล่อนก็ยืดอกพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “เราไม่ได้อยากให้เขากลายเป็นฮีโร่อะไรแบบนั้น ไม่ต้องเลี้ยงแบบเอาใจใส่มากก็ได้ ถ้าจะให้เรียนเปียโน วาดรูป เล่นหมากรุกหรือเล่นฮอกกี้เหมือนคังคังตอนเด็ก ที่พอปิดเทอมก็ออกไปท่องเที่ยวข้างนอก เราคงจ่ายไม่ได้ แต่เราเลี้ยงเขาเหมือนเด็กทั่วไปก็พอแล้ว อีกอย่างตอนคลอดก็ไม่ยาก เพราะมากสุดก็ผ่าคลอดและอยู่ไฟ ป้าของฉันก็มาช่วยดูแลตอนอยู่ไฟ น้ำนมฉันก็มีมากพอเพราะลูกชายดื่มถึงสองปีกว่าจะหย่านม ไม่ได้เหมือนพี่สะใภ้ของเธอที่เสียเงินจ้างพี่เลี้ยงมาดูแลเด็ก เราไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้นแต่มีความสุขได้ คิดว่าเลี้ยงไม่ได้อีกหรือเปล่า ? เธอรู้ไหมว่าฉันกับพ่อของเธอใช้เงินแค่ สามถึงห้าร้อยหยวนต่อเดือนเท่านั้น อาทิตย์หนึ่งก็ตกอยู่ที่ร้อยกว่าหยวนแต่ยังได้ทานของอร่อย ฉันไม่เห็นว่าเราอดเนื้อตรงไหน ! ”

กู้จื้อชิวกระทืบเท้าด้วยความฉุนเฉียวจากนั้นก็ตะโกนเสียงแหลมออกไป “เดือนละสามถึงห้าร้อยหยวนก็พอ แต่น้าไม่สังเกตหรือว่าทำไมใช้ได้แค่เท่านั้น พวกข้าวสาร แป้งสาลี น้ำมันหรือเนื้อหมูล้วนเป็นเงินของพี่สะใภ้ทั้งนั้น เสื้อผ้าที่พวกคุณใส่ก็มาจากของที่ฉันส่งไปให้ พวกคุณยังต้องจ่ายอะไรอีกมิทราบ ? ซื้อผักปลา จ่ายค่าน้ำค่าไฟ แล้วยังมีค่าใช้จ่ายอะไรอีกบ้าง ? ขนาดใบชาในบ้าน เหล้าที่พ่อดื่ม บุหรี่ที่พ่อสูบก็มาจากเงินที่พี่ชายและพี่สะใภ้ส่งให้ทั้งนั้น น้ายังกล้าบอกว่าตนประหยัดเงินอีกหรือ ? ลำพังเงินแค่ 200 หยวนของพ่อยังไม่พอค่าบุหรี่เลย ชาเถี่ยกวนอินที่พ่อดื่มในหนึ่งปี น้ารู้ไหมว่ามันราคาเท่าไหร่ ? ”

( เถี่ยกวนอิน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ทิกวนอิม หรือกวนอิมเหล็ก เป็นชาอู่หลงขึ้นชื่อจากมลฑลฝูเจี้ยน ให้กลิ่นดอกไม้หอมฟุ้ง น้ำหวานบางเบาฉ่ำเย็น ดื่มแล้วชุ่มคอ )

เย่หงอึ้งเมื่อถูกกู้จื้อชิวโต้กลับโดยไม่ไว้หน้าจึงเกิดความลังเลขึ้นมาว่าจะเก็บเด็กคนนี้ไว้ดีไหม ถ้าตัดใจทิ้งไม่ได้แล้วปล่อยให้คลอดออกมาก็ดูเหมือนจะเลี้ยงไม่ไหว

กู้จื้อชิวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจของตน ในเวลานี้หล่อนยืนคุยโทรศัพท์กับคนที่บ้านอยู่บนถนนเส้นหลัก เพราะสภาพจิตใจที่เดือดเกินไปจึงตะโกนเสียงดังจนดึงดูดผู้คนที่อยู่รอบข้างให้หันมามองหล่อนเป็นตาเดียว

กู้จื้อชิวพยายามกดเสียงให้ต่ำลงจากนั้นก็พยายามโน้มน้าวเย่หงต่อ “น้าลองคิดดี ๆ ถ้าน้าคลอดเด็กคนนี้ออกมา พ่ออายุเท่าไหร่แล้ว ? ร่างกายของเขาจะรับประกันได้ไหม เขาจะมีร่างกายแข็งแรงไปจนถึงอายุ 90 หรือเปล่า ในระหว่างนี้หากเกิดล้มป่วยขึ้นมา น้าจะทำอย่างไร ? น้าเป็นแม่ม่ายได้หรือเปล่า ? น้าจะยอมให้ตัวเองมีภาระไปตลอดชีวิตใช่ไหม”

คำพูดก่อนหน้านั้นเย่หงไม่ได้โกรธแต่อย่างใด ถึงแม้น้ำเสียงของกู้จื้อชิวแข็งกร้าวและเสียงดังก็ตาม แต่หล่อนก็ยังเข้าใจกู้จื้อชิว รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนใจร้าย ด้วยเหตุนี้หล่อนจึงไม่ได้โกรธในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด และในเวลาเดียวกันก็ฟังพลางครุ่นคิดตามไปด้วย

ทว่าคำพูดหลังจากนั้นสิ มันได้ทะลุเข้ามาในโสตประสาทของเย่หง แปลได้ว่าอีกฝ่ายกำลังดูถูกว่าหล่อนไม่มีทางเป็นแม่ม่ายได้ และยังดูถูกว่าลูกชายของหล่อนเป็นภาระ! นี่คือความเจ็บปวดของหล่อนและเป็นบาดแผลที่จะไม่ยอมให้เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้หล่อนจึงกดตัดสาย หลังจากตัดสายไปแล้วก็วางโทรศัพท์ไว้ด้านข้าง กู้จื้อชิวโทรกลับมาอีกครั้งอย่างคลุ้มคลั่งเพราะโดนตัดสายอย่างเสียมารยาท

กู้จื้อชิวไม่ทันตั้งตัวจึงโกรธแทบอยากระเบิดออกมา หล่อนโทรกลับไปอีกครั้งก็ได้ยินเสียง ตู๊ด ตู๊ด จากสายไม่ว่างดังออกมา หลังจากนั้นโทรอย่างไรก็โทรไม่ติดอีกเลย

กู้จื้อชิวกระวนกระวายใจเป็นห่วงกลัวว่าคำพูดของตนจะทำให้กู้เต๋อไห่โกรธจนล้มป่วย หล่อนจึงรีบโทรศัพท์หาพี่สะใภ้และร้องไห้โฮด้วยความตกใจกลัว “พี่สะใภ้ ฉันสร้างปัญหาแล้ว เมื่อครู่ฉันโทรหาพ่อแล้วบอกว่าฉันไม่เห็นด้วยที่จะให้เด็กคนนี้เกิดมา เขาอายุหกสิบกว่าปีแล้ว กว่าที่เด็กคนนี้จะเข้าเรียนเขาก็ปาไปเกือบ 90 ปี และยังบอกอีกว่าสถานะของเขาไม่สามารถเลี้ยงดูเด็กคนนี้ได้”

หล่อนสูดน้ำมูก น้ำเสียงสั่นเครือ “ต่อมาเย่หงก็แย่งโทรศัพท์ไป ฉันพูดคำแย่ ๆ ออกไปเยอะมาก ฉันบอกว่าพวกเขาอยู่ในความดูแลของพี่ชายและพี่สะใภ้ เงินเดือนของพ่อไม่พอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเด็กด้วยซ้ำ แต่เพราะมีเงินสะสมก้อนนี้อยู่จึงไม่กังวลอะไรเลย แล้วถ้าพ่อล้มป่วยขึ้นมาก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สุดท้ายฉันก็พูดไปว่าเย่หงไม่มีทางเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวได้ จะเป็นภาระกันไปเปล่า ๆ หล่อนจึงตัดสายฉันทิ้ง พอฉันโทรกลับไปก็สายไม่ว่างแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครรับสายเลย ฉันเป็นห่วง กลัวทำให้พ่อโกรธหรือไม่ก็ทำให้เย่หงเครียดจนกระทบต่อเด็กในท้อง…”

ในเวลานี้จางฉุ้ยเหลียนอยากเคาะสมองของกู้จื้อชิวและอยากด่าหล่อนสักฉากสองฉาก แต่ที่หล่อนพูดก็ไม่ผิดเพราะนี่เป็นเรื่องของเหตุและผล แต่ต้องคิดให้ดีก่อนพูดและตอนนี้ไม่ใช่เวลาสมควรพูดด้วย อีกทั้งวิธีการพูดก็แย่เข้าไปใหญ่ จึงทำให้พวกเขาสองคนไม่อยากรับฟัง

หลังจากวางใจสายไป จางฉุ้ยเหลียนก็กำชับพี่เลี้ยงให้ป้อนน้ำเด็กหลังตื่นนอน ถ้าหิวก็ชงนมให้หล่อนดื่ม

อันหลงมองออกว่าเกิดอะไรขึ้นจึงรีบรุดหน้าเข้ามาถามทันที “เกิดอะไรขึ้น ? ”

จางฉุ้ยเหลียนตอบพร้อมรอยยิ้ม “ที่ทำงานมีเรื่องด่วนค่ะ หนูต้องไปจัดการ”

“หยุดเลยนะ ! ” อันหลงสั่งให้จางฉุ้ยเหลียนหยุดจากนั้นก็ถามเสียงดัง “ฉันถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น ? เสี่ยวชิว เสี่ยวเฉิงหรือกู้เต๋อไห่ ? ”

ตงลี่หวามองจางฉุ้ยเหลียนด้วยสีหน้ากังวลจากนั้นก็ส่ายศีรษะ จางฉุ้ยเหลียนเข้าใจทันทีว่าความหมายคืออันหลงจะรู้ความจริงตอนนี้ไม่ได้ และในจังหวะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูดหรือไม่พูดดีอันหลงก็ชิงพูดก่อน “ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วง แต่ขอบอกไว้เลยว่าฉันไม่เป็นไร ตอนนี้ฉันใจกว้างขึ้นเยอะแล้ว ลูกหลานต้องมีทางรอดของตนเอง ตอนนี้ลูกทั้งสองก็มีงานทำที่ดี เสี่ยวชิวกับฉันก็ขจัดความเกลียดชังในอดีตออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงลูกสาวที่พร้อมพูดกับฉันทุกเรื่อง สองวันมานี้ฉันได้โทรศัพท์คุยกับเสี่ยวชิวตลอด ซึ่งฉันสังเกตได้ถึงความไม่ชอบมาพากล ดังนั้นขอถามเธอว่ากู้เต๋อไห่เกิดปัญหาอะไร ? ป่วยหรือนอนโรงพยาบาล ? ”

จางฉุ้ยเหลียนยังคงไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ทั้งสามคนไม่รู้จะพูดกับอันหลงแบบไหนดังนั้นกู้จื้อเฉิงจึงโยนไปให้น้องสาว กู้จื้อชิวก็โยนมาให้จางฉุ้ยเหลียน ส่วนจางฉุ้ยเหลียนก็ยังโบ้ยต่อไปให้กู้จื้อเฉิงอีกรอบ

นึกไม่ถึงว่าอันหลงจะเดาออก มันเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงเลยจริง ๆ ปฏิกิริยาของลูกสะใภ้อยู่ในความคาดเดาของอันหลงมาโดยตลอด “เธอไม่ต้องกังวลหรอก เธอก็เป็นแม่คนเหมือนกัน ถ้าลูกของตนมีเรื่องไม่สบายใจ แล้วคนเป็นแม่จะไม่รู้ได้อย่างไร พวกเธอสามคนกระซิบกระซาบกันมาหลายวันแล้ว ชอบโทรศัพท์ลับหลัง ฉันจึงเดาว่าเสี่ยวชิวกำลังมีคนรัก แต่พวกเธอไม่กล้าบอกฉัน ต่อมาฉันก็คิดได้ว่ามันไม่ใช่ เพราะต้องเกี่ยวกับเรื่องตาแก่ตายยากกู้เต๋อไห่แน่ ๆ ”

เมื่อจางฉุ้ยเหลียนเห็นอีกฝ่ายวิเคราะห์ได้ถูกทางจึงไม่อาจปิดบังได้อีกต่อไป เธอจึงพูดกระชับสั้น ๆ ว่า “เย่หงตั้งครรภ์ค่ะ พ่อมีลูกตอนแก่ก็เลยดีใจ ทว่าเสี่ยวชิวไม่เห็นด้วยกับการเก็บเด็กคนนี้ไว้ ก็เลยโทรศัพท์ไปตำหนิพ่อและด่าเย่หง ทางนั้นจึงไม่รับสายอีก เสี่ยวชิวจึงกังวลว่าอาจทำให้พ่อโกรธหรือไม่ก็ทำให้เย่หงเครียดจนกระทบถึงเด็กในครรภ์…”

ตงลี่หวาโบกมือไปมาอยู่ด้านหลังของอันหลงเพื่อส่งสัญญาณให้เธอหยุดพูด นึกไม่ถึงว่าจางฉุ้ยเหลียนจะกลัวอันหลง ตงลี่หวาคิดในใจว่าอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ทว่าลูกสาวฝืนเล่าทุกอย่างจนหมด

คาดไม่ถึงว่าอันหลงจะโล่งใจแล้วทำเพียงกลอกตาไปมา “ฉันก็นึกว่าเรื่องใหญ่อะไร พวกเธอกลัวก็เลยปิดบังฉันไว้ ปิดบังฉันให้มันได้อะไร ? เรื่องนี้ตาเฒ่าเป็นคนก่อ อายุก็มากแล้วยังไม่รู้ความ ยังปล่อยให้ลูกเป็นห่วง”

จางฉุ้ยเหลียนแสดงสีหน้าอึดอัดใจ พร้อมคิดว่าก็เพราะกลัวแม่จะไปหาสร้างปัญหานี่แหละ ถ้าเกิดโวยวายใหญ่โตขึ้นมาแล้ว ความซวยก็ต้องตกมาอยู่ที่ตัวแม่และลูกหลาน

“เอาล่ะ เธอไปบอกเสี่ยวชิวว่าฉันรู้เรื่องนี้แล้ว ต่อไปให้หล่อนสนใจเรื่องงานและรีบหาคู่ครองให้ได้ ไม่ต้องสนใจเรื่องของคนอื่น ถ้าอยากเกิดก็ต้องเลี้ยงได้ เพราะนั่นคืออิสระของเขา ไม่เคยได้ยินบ้านไหนมีลูกแล้วมามัวถามความสมัครใจกันอยู่”

เมื่อพูดจบก็เบิกตากว้างใส่จางฉุ้ยเหลียน “เธอเองก็เหมือนกัน สมองมีปัญหาหรือไง เขาอยากมีลูกก็ให้มีไปสิ เธอควรสนใจความรู้สึกของคังคังก็พอ เมื่อก่อนฉันล้อเล่นแค่เรื่องสองเรื่อง เธอก็ทำโกรธ เด็กมันจะไปรู้เรื่องอะไร ? ”

หล่อนพูดพร้อมเดินไปหน้าประตูจากนั้นก็ใส่รองเท้าพลางพูดกับจางฉุ้ยเหลียนว่า “ไปกัน เธอต้องออกไปข้างนอกกับฉัน ถ้ามีปัญหาอะไรก็ไปถามตระกูลเย่ให้รู้เรื่องไปเลย พวกเธอเอาแต่เป็นห่วงฉัน ทว่าบาปครั้งนี้จะให้ลูกของฉันเป็นแพะไม่ได้ ”

เมื่อพูดจบก็เปิดประตูแล้วส่ายหน้าด้วยความทอดถอนใจ “เวรกรรม!ทำไมต้องมาเจอคนใจดำที่ไร้ความคิดแบบนี้ด้วยนะ !”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 561 ไม่เห็นด้วย!"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6136f2a5IIMitj12
ลูกซื้อพ่อให้แม่ [买个爹地宠妈咪]
30/06/2022
images (1)
หมอพิษชั้นหนึ่ง
19/06/2023
6541d756
พันธสัญญาลวงรัก
25/09/2025
602647deIKbDtqwp
สาวงามตัวร้าย : ท่านจอมมารได้โปรดโดนตกซะทีเถอะ!
17/02/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.