คุณหนูใหญ่ผู้นี้กลับมาเพื่อแก้แค้น - บทที่ 380 เขาแกล้งเธอ
บทที่ 380 เขาแกล้งเธอ
“อ้อ? เธอรังเกียจฉันงั้นเหรอ?” น้ำเสียงของอวิ๋นโม่เทียนพลันเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำ ใบหน้าของเขาก็เคร่งขรึมลง ดวงตารีเรียวสีดำสนิทจ้องมองใบหน้าของเสิ่นเมิ่งอย่างนิ่งสงบ ขนตาที่เรียงตัวถี่สะท้อนเงาอยู่ในม่านตาที่เงียบสงบราวกับทะเลสาบ ไม่ขยับเขยื้อน
สงบนิ่ง แต่น่ากลัว
หัวใจของเสิ่นเมิ่งเต้นพลาดไปหนึ่งจังหวะ เธอมองใบหน้าที่เรียบเฉยตรงหน้า ลมหายใจพลันเริ่มถี่ขึ้น ลำคอแห้งผาก เธอรู้สึกกลัวขึ้นมา
“ไม่ ไม่ได้รังเกียจคุณ ฉันแค่ แค่พูดไปงั้น ล้อเล่นน่ะ…”
“ล้อเล่นเหรอ?”
อวิ๋นโม่เทียนยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงเบาบาง
“แต่ก็พูดตามใจจริงใช่ไหม? รังเกียจที่ฉันเรียนน้อย รังเกียจที่ฉันไม่มีศิลปะ ไม่รู้จักพูดจาหวานหู ใช่ไหม?”
ท่าทางที่สงบนิ่งของเขา ทำให้น่ากลัวยิ่งกว่าตอนโกรธเสียอีก สีหน้าของเสิ่นเมิ่งซีดขาว นิ้วมือบีบแน่นอยู่ในอุ้งมือ บิดไปมาอย่างยากลำบาก
“ไม่ใช่ ไม่ใช่อย่างนั้น โม่ ฟังฉันก่อน…”
เหมือนเธอพูดผิดไป เธอไม่เคยคิดว่าผู้ชายคนนี้จะจิตใจอ่อนไหวขนาดนี้ เธอแค่พูดล้อเล่นประโยคเดียว ก็ไปกระทบประสาทที่อ่อนไหวที่สุดของเขาเข้าแล้ว เม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนหน้าผากของเธอ ส่องประกายวับวาวใต้แสงไฟสีขาวในห้องน้ำ
“ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น ฉันก็แค่ล้อเล่น ฉันไม่ได้มีเจตนารังเกียจคุณเลย”
“เมื่อกี้เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ?”
สีหน้าของอวิ๋นโม่เทียนยังคงเรียบเฉย น้ำเสียงฟังไม่ออกว่าดีใจหรือโกรธ “เรียกอีกครั้ง”
แต่ความจริงแล้ว เขาแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่แล้ว คลื่นความปลื้มปีติในอกซัดสาดกระทบหัวใจเป็นระลอก เขาจมดิ่งอยู่ในความประหลาดใจอันแสนสุขนี้ จนแทบจะรักษาสีหน้าเย็นชาเอาไว้ไม่ไหว
หัวใจของเสิ่นเมิ่งเต้นรัวยิ่งขึ้น เธอขยับริมฝีปากพึมพำ กว่าจะบีบคำพูดออกมาได้ก็ผ่านไปครู่ใหญ่
“โม่ เมื่อกี้ฉันเรียกคุณว่าโม่…”
เธอรีบโบกมือพลางอธิบาย ท่าทางตื่นตระหนก
“ฉัน ฉันเรียกผิดใช่ไหม? ขอโทษค่ะ ฉัน ฉันไม่ควรล่วงเกิน คุณอวิ๋น”
ยิ่งตื่นก็ยิ่งสับสน เธอทำอะไรลงไป! วันนี้ทำตัวโง่จริง ๆ ! มุมปากของอวิ๋นโม่เทียนกระตุก ความปลื้มปีติในใจยิ่งพลุ่งพล่าน ทำไมถึงน่ารักขนาดนี้นะ! เด็กคนนี้!
เธอยังคงพยายามง้องอนเขาอย่างระมัดระวัง! กลัวว่าเขาจะโกรธเสียใจ ที่แท้เธอก็ใส่ใจเขามากกว่าที่เขาคิดนี่นา!
ดีใจจัง!
“เรียกคุณอวิ๋นอะไรกัน! เรียกที่รักสิ!”
อวิ๋นโม่เทียนทนรักษาสีหน้าที่แกล้งทำเป็นเย็นชาเรียบเฉยไว้ไม่ไหวอีกต่อไป แขนของเขารัดเอวบางของหญิงสาวแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความปีติ เร่งเร้าอย่างร้อนรน
“เร็วเข้า เรียกที่รัก!”
“คุณนี่!” เสิ่นเมิ่งตกตะลึง
เธอมองชายหนุ่มที่จู่ ๆ ก็กลายเป็นคนกระตือรือร้นอย่างงงงัน ก่อนจะรู้สึกตัวทีหลัง
“คุณ คุณแกล้งฉันอีกแล้ว?”
ผู้ชายบ้านี่ เมื่อกี้เขาตั้งใจทั้งนั้น ตั้งใจทำหน้าบึ้ง ตั้งใจทำเป็นโกรธ เพื่อจะให้เธอกลัว ให้เธอง้องอนเอาใจเขา!
“ไอ้คนเลว! ไอ้คนชั่ว! ไอ้คนสารเลว!”
เสิ่นเมิ่งรู้สึกอับอายและโกรธ มือกำแน่นเป็นกำปั้น ทุบลงบนหน้าอกชายหนุ่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า พลางด่าอย่างสับสน
“ปล่อยฉันนะ!”
“ฮ่า ๆ ๆ !”
อวิ๋นโม่เทียนหัวเราะออกมา ไม่สนใจกำปั้นของเสิ่นเมิ่งแม้แต่น้อย ไอน้ำในห้องน้ำลอยฟุ้ง อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ความร้อนทำให้คนเริ่มรู้สึกร้อนรุ่ม แก้มของเสิ่นเมิ่งแดงระเรื่อ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไอน้ำ หรือเพราะความอายกันแน่
อวิ๋นโม่เทียนคิดว่า เสิ่นเมิ่งแดงเพราะความอายแน่นอน! แม้แต่ปลายจมูกก็ยังแดง!
เขายื่นมือไปบีบแก้มนุ่มนิ่มของหญิงสาว รู้สึกอ่อนโยนในใจ เขากอดหญิงสาวที่กำลังเขินอายแน่นขึ้น แล้วเอ่ยเสียงต่ำ
“เรียกผัวสิ!”
“ฉันไม่เรียกหรอก!”
เสิ่นเมิ่งอยากหาช่องว่างสักที่เพื่อซ่อนตัวเอง!
เธอช่างโง่จริง ๆ ถูกผู้ชายคนนี้หยอกล้อเข้าอีกแล้ว!
“จริง ๆ นะ ไม่เรียก?”
อวิ๋นโม่เทียนชำเลืองมองระดับน้ำในอ่างอาบน้ำที่ค่อย ๆ สูงขึ้น เลิกคิ้วเล็กน้อย น้ำเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่
“ไม่เรียกยังไงก็ไม่เรียก!”
เสิ่นเมิ่งแข็งคอ เหมือนนักรบหญิงใต้ดินที่ยอมหักไม่ยอมงอ
“ดีมาก…” อวิ๋นโม่เทียนยกมุมปากยิ้ม รอยยิ้มเจ้าเล่ห์