เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1606 แหวนหยก
บทที่ 1606 แหวนหยก
พอพูดจบแล้วเฉิงยวนก็วิ่งออกไป
สวีจิ้นตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวิ่งตามเธอไปอีกคน
ฮั่วเซียวหมิงดึงชุดนอนของตัวเอง จึงเผยให้เห็นจุดสีแดงใต้กระดูกไหปลาร้า
“นี่มัน…”
ไจ๋โหรวออกแรงดึงจี้ไจ่ลุกขึ้นมาแล้ว แม้ว่ามือของเธอจะดึงจี้ไจ่อยู่ แต่สายตากลับอยู่ที่จุดแดง ๆ ของฮั่วเซียวหมิง
มันจะดุเดือดเกินไปหรือเปล่า!
เจ้านิกายลืมไปหรือเปล่าว่าประธานฮั่วเป็นคนธรรมดา?
ต้องเตือนเจ้านิกายสักหน่อยไหมนะ?
บรรยากาศที่ตึงเครียดในตอนแรกถูกเฉิงยวนสร้างความวุ่นวาย จนทำให้ไม่ตึงเครียดอีกต่อไป
จี้ไจ่ก็ไม่ได้คุกเข่าอยู่บนพื้นอีกแล้ว เขาเพียงมอบแหวนหยกให้ฉู่ลั่ว “นี่เป็นของเพียงชิ้นเดียวที่แม่ของผมเหลือไว้ให้ครับ”
“หลังจากที่เธอช่วยพ่อของผม แม่ก็หายตัวไปเลย”
ฉู่ลั่วมองดูแหวน “บนนี้มีอักขระอยู่ด้วย”
“ครับ”
จี้ไจ่เล่า “แม่ของผมเป็นแค่คนธรรมดาครับ ของสิ่งนี้ไม่ใช่ของที่พ่อของผมมอบให้เธอ แต่เป็นของที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษของแม่”
ฉู่ลั่วเงยหน้ามองจี้ไจ่
จี้ไจ่พูดต่อไปว่า “เมื่อก่อนผมคิดมาตลอดว่าถ้าแหวนวงนี้เป็นแหวนที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ การที่มีอักขระอยู่บนนั้นก็เป็นเรื่องปกติมาก”
“แต่หลังจากโตขึ้น ผมถึงได้รู้ แหวนวงนี้ไม่ได้เก่าแก่ขนาดนั้นครับ มันน่าจะเป็นของที่ทำขึ้นเมื่อสักสิบปีหรือยี่สิบปีนี้เอง”
ไจ๋โหรวเบิกตากว้าง “ก็หมายความว่า แหวนวงนี้ไม่ได้ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ แต่เป็นแม่ของนายที่หลอกนายเหรอ”
“แต่ทำไมเธอต้องหลอกนายด้วยล่ะ?”
“ไม่รู้สิ พ่อของฉันเอาแต่เก็บตัวไม่ยอมออกมา ตระกูลจี้เองก็ไม่อนุญาตให้ฉันพูดถึงเรื่องแม่”
“หลังจากฉันโต ฉันลองไปตามหาแม่ แต่ในบ้านกลับไม่มีเบาะแสเลยสักนิด”
พูดจบ เขาก็มองฉู่ลั่วอย่างกระตือรือร้น คาดหวังให้ฉู่ลั่วบอกคำตอบกับเขา
ฉู่ลั่วจ้องมองแหวนหยก “แม่ของคุณมอบแหวนวงนี้ไว้ให้คุณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”
จี้ไจ่ครุ่นคิดเล็กน้อย “ผมจำเรื่องราวตอนนั้นไม่ได้แล้วครับ ตอนนั้นผมยังเด็กมาก ผมจำได้ว่าตอนเธอมอบแหวนให้ผม ผมกำลัง…ร้องไห้อยู่”
เขาจดจำภาพเหตุการณ์นี้มาตลอดหลายปี
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปนานเข้า ภาพของแม่ที่อยู่ในความทรงจำอันชัดเจนก็ค่อย ๆ เลือนรางไปแล้ว
ฉู่ลั่วมองแหวนหยก พลางขมวดคิ้วแน่น
ในตอนนี้เอง เฉิงยวนก็พาพวกจิ่งเจียเหยียนบุกเข้ามาอีกครั้ง ทั้งกลุ่มพากันล้อมรอบฮั่วเซียวหมิงไว้
เฉิงยวนพูด “เห็นชัดแล้วใช่ไหม! ข้าไม่ได้หลอกพวกเจ้า!”
คนทั้งกลุ่มตกใจ และพากันจ้องมองฮั่วเซียวหมิงราวกับเขาเป็นสัตว์หายาก
จิ่งเจียเหยียนอุทานออกมาหลายครั้ง “คนธรรมดาน่ะไม่ไหวหรอก! เขาไม่มีทางมอบความสุขให้ลั่วลั่วได้! แค่คนธรรมดาคนหนึ่งจะเป็นไปได้ยังไง…ฮือ ฮือ ฮือ!”
หูเสี่ยวหลีปิดปากเธอแล้วลากไปอยู่ด้านข้าง “เธอเงียบปากไปเลย!”
จิ่งเจียเหยียน “ฮือ ฮือ ฮือ!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวกับก้อนกลมที่ตามหลังมาทีหลัง ถูกฉู่ลั่วกวักมือเรียกให้มาอยู่ข้างกาย
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเอียงคอมองเธอด้วยความสงสัย “พี่ลั่วลั่ว?”
“เด็กดี! ช่วยใส่พลังหยินเข้าไปในนี้หน่อยสิ”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่ก็นำพลังหยินรอบกายของตนใส่ลงไปในแหวนหยก
ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไร…
“เจ้านิกาย?”
จี้ไจ่มองฉู่ลั่วด้วยความสงสัย
อักขระบนแหวนหยกวงนี้ แม้ว่าหยกจะเป็นสิ่งที่ผีชื่นชอบ แต่สำหรับแหวนหยกที่มีอักขระกำกับไว้ พวกผีย่อมหลีกเลี่ยงไม่เข้าใกล้
แต่ว่า…
ตอนที่ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเข้าใกล้กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย มิหนำซ้ำยังถ่ายเทพลังหยินเข้าไปได้อีกด้วย
ซู่เซี่ยงหยางถาม “ไม่ใช่ว่าหยกที่มีอักขระกำกับไว้ เป็นสิ่งที่ผีไม่ชอบไม่ใช่เหรอครับ?”
เขามองฉู่ลั่วด้วยความสับสน และคิดว่าตัวเองจำผิดไปแล้ว
ไจ๋โหรวเอ่ย “แน่นอนว่าผีไม่ชอบหยกที่มีอักขระกำกับเอาไว้ค่ะ”
ไจ๋โหรวมองฉู่ลั่วด้วยความสงสัยเช่นกัน
ฉู่ลั่วเรียกกุมารอาฆาตปิ่งจ้าวถังเข้ามา ให้เธอถ่ายพลังหยินเข้าไป พลางพูดอธิบายว่า “อักขระนี้ พวกคุณเคยเห็นหรือเปล่า?”
จี้ไจ่ส่ายหน้า “ผมค้นหาในตำราของลัทธิเต๋าแล้ว แต่หาอักขระแบบเดียวกันนี้ไม่เจอเลยครับ”