เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1638 วิญญาณแตกสลาย
บทที่ 1638 วิญญาณแตกสลาย
ฉู่ลั่วมองดูเฉิงยวนที่แสร้งทำเป็นไม่แยแส จากนั้นพลันถอนหายใจเบา ๆ “ตามใจเธอเถอะ แค่อย่าเสียใจภายหลังก็พอ”
“ข้าไม่มีทางเสียใจหรอก!”
เฉิงยวนรีบเข้าไปคล้องแขนของฉู่ลั่ว เดินกลับไปที่โรงแรมด้วยสีหน้าสดใสร่าเริง
ณ ตระกูลจี้
นักพรตเทียนหลัวมองจี้จิงเหิงที่นั่งเหม่อลอยอยู่ข้างร่างของโม่หวายอวี้ “เธอตายไปแล้ว นายคงไม่คิดจะสร้างปัญหาอะไรต่อหรอกนะ!”
จี้จิงเหิง “…”
“ฉู่ลั่วท้าทายหุบเหวเทพมรณะหลายครั้งแล้ว ฝ่ายนั้นก็คงไม่มีทางปล่อยเธอไปง่าย ๆ พวกเขาต้องมีแผนการสำรองอยู่อีกแน่นอน!”
“ไม่รู้ว่าจะลากลัทธิเต๋าของเราเข้าไปพัวพันด้วยหรือเปล่า”
จี้จิงเหิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น “เธอยังไม่ตาย”
“อะไรนะ?”
“โม่หวายอวี้ไม่ตาย”
นักพรตเทียนหลัวก้มหน้าคำนวณสักครู่ “เธอตายแล้ว ตายสนิทแล้วด้วย วิญญาณแตกสลาย ทุกอย่างหายไปหมดสิ้น แม้แต่ในปรโลกก็ไม่มีร่องรอยอะไรเหลืออยู่อีก”
“เธอยังไม่ตาย” จี้จิงเหิงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
นักพรตเทียนหลัว “…”
นี่เขากำลังเป็นบ้าอะไรอีกแล้ว!
สุดท้ายแล้วการที่เขาเสียสติขนาดนี้เป็นเพราะการบำเพ็ญ หรือว่าเสียสติเพราะผู้หญิงคนหนึ่งกันแน่?
หลังจากมองจี้จิงเหิงเดินจากไป นักพรตเทียนหลัวก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
ณ โรงแรม
นับตั้งแต่วิญญาณของโม่หวายอวี้แตกสลายไป โต้วเหลียงก็นั่งเหม่อบนเก้าอี้ในห้องอยู่ตลอดเวลา
รูปร่างของเขาผ่ายผอมบอบบาง มือทั้งสองข้างวางอยู่บนหัวเข่า สายตาจ้องมองไปข้างหน้า แต่ดวงตากลับไม่มีจุดโฟกัสใด ๆ
จิ่งเจียเหยียนพูด “เขานั่งอยู่ท่านี้ตลอดเลย จะเป็นเพราะตกใจจนโง่ไปแล้วหรือเปล่านะ!”
พูดเสร็จเธอก็กำลังจะใช้นิ้วไปจิ้มตัวโต้วเหลียง แต่กลับถูกหัวหว่านดึงแขนไว้
จนกระทั่งฉู่ลั่วและคนอื่น ๆ ปรากฏตัวในห้องอีกครั้ง โต้วเหลียงจึงค่อยหันหน้ามา สายตาของเขาทอดมองฉู่ลั่ว ไม่นานก็พูดขึ้นว่า “เธอกลับชาติมาเกิดแล้วเหรอครับ?”
ฉู่ลั่ว “…”
โต้วเหลียงยกยิ้มมุมปาก “คงยังไม่ใช่ ในที่สุดหวายอวี้ก็ฉลาดขึ้นสักที”
ฉู่ลั่วเดินมาหยุดตรงหน้าเขา “ฉันหาทางเข้าหุบเหวเทพมรณะเจอแล้ว ตอนนี้ยังต้องการคนที่จะเปิดทางเข้าหุบเหวเทพมรณะให้ฉันค่ะ”
โต้วเหลียงมองเธอ “คุณไม่กลัวเหรอ?”
“กลัวอะไรคะ?”
“หุบเหวเทพมรณะ” โต้วเหลียงจ้องฉู่ลั่ว ดวงตาฉายแววความเย็นชา “คุณไม่กลัวหุบเหวเทพมรณะเหรอ? พวกเขาควบคุมชีวิตและความตายของคุณได้ กำหนดคู่ครองของคุณได้ ควบคุมชะตาชีวิตของคุณได้ คุณไม่กลัวหรือยังไง?”
ฉู่ลั่วนั่งลงตรงข้ามโต้วเหลียง ถามเขากลับ “คุณคงกลัวมากเลยสินะคะ?”
โต้วเหลียง “…”
“คุณหวาดกลัวหุบเหวเทพมรณะมาก ดังนั้น ต่อให้คุณจะไม่ชอบโม่หวายอวี้ แต่ก็จำเป็นต้องรักเธอตามความต้องการของหุบเหวเทพมรณะ หรือพูดอีกอย่างคือทำให้เธอรักคุณ แต่คุณก็ไม่ยอมรับ…”
“ไม่ใช่!”
“ในขณะที่คุณกลัวหุบเหวเทพมรณะ คุณก็ไม่ยอมรักโม่หวายอวี้ตามความต้องการของพวกเขา คุณพาเธอออกมาจากหุบเหวเทพมรณะ คุณทำให้เธอได้พบกับคู่ครองที่ถูกลิขิตไว้ของเธอเอง” ฉู่ลั่วมองโต้วเหลียงที่ใบหน้าซีดลงเรื่อย ๆ
“คุณต้องการให้เธอเป็นคนที่ถูกหุบเหวเทพมรณะลงโทษ เพื่อให้ตัวคุณเองหลบหนีไปได้ง่าย ๆ”
โต้วเหลียงส่ายหน้า ใบหน้าที่ซีดเผือดอยู่แล้วยิ่งไร้สีเลือดเข้าไปใหญ่
ตู้ม!
ค่ายกลที่ปกป้องโรงแรมเอาไว้อยู่ ๆ สั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย
“ใครกำลังบุกรุกค่ายกล?”
“จี้ไจ่ ปล่อยเขาเข้ามาเถอะ”
จี้ไจ่มีสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็ยังทำตามคำสั่งของฉู่ลั่ว ปล่อยให้คนเข้ามา
พอจี้จิงเหิงเข้ามาแล้วก็พุ่งมาอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่ว “เธอยังไม่ตายใช่ไหม? เธอคิดว่าหนีไปปรโลกแล้วจะหนีฉันพ้นเหรอ? เธอ…”
เขาพูดยังไม่ทันจบ ก็โดนหมัดหนึ่งชกเข้าที่หน้า
มันเป็นหมัดที่หนักหน่วงมากจริง ๆ
จิ่งเจียเหยียนชกไปหมัดหนึ่งก็ยังไม่พอใจ จึงชกซ้ำๆ อีกหลายหมัด “คุณไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือไง ไม่คิดเสียใจเลยเหรอ! คุณก็รู้ว่าที่เธอต้องหนีไปถึงปรโลกเป็นเพราะหลบหนีจากคุณ!”
“คุณยังไม่รู้จักละอาย! แต่ยังจะตามไปรังควานคนอื่นอีก!”