เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1649 เป็นเพียงแผนการ
บทที่ 1649 เป็นเพียงแผนการ
“ต่อมา พวกเราก็สามารถห้ามอันอันได้แล้ว”
“หลังจากนั้น อาซีกับสั่วอิงก็คบหากันอย่างเป็นทางการ ทั้งการเป็นแฟนและเป็นคู่หมั้นกันดูเหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น แม้แต่อารมณ์ของอาซีก็กลับมาเป็นปกติ”
“พวกเราเองก็คิดว่านี่อาจจะเป็นพลังแห่งรักก็ได้”
“หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอีก ขอแค่อาซีมีความสุขก็พอแล้ว”
แม้ว่าในใจพวกเขาจะไม่ค่อยชอบการกระทำบางอย่างของสั่วอิง แต่เพื่อลูกชาย พวกเขาสามารถทนได้
แต่ตอนนี้…กลับมีคนมาบอกพวกเขาว่าทุกอย่างเป็นเพียงแผนการ
แม้แต่ลูกชายของพวกเขาในชาติก่อนของชาติก่อน เมื่อกว่าพันปีที่แล้วก็ยังถูกวางแผนเล่นงานแล้ว
“การที่พวกเรามาในครั้งนี้ ก็เพราะตระกูลสั่วบอกให้พวกเรามา พวกเขาบอกว่าช่วงนี้อาซีถูกผีสาวตนหนึ่งคอยตามรังควาน ถึงขั้นทำให้เขาไม่สนใจร่างกายตนเองแล้ว และหวังว่าพวกเราจะสามารถพูดให้อาซีเข้าใจได้”
เจี่ยฉยงถอนหายใจ “ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ พวกเราคงต้องเกลี้ยกล่อมให้อาซีกลับไปหาสั่วอิงแน่”
อย่างไรก็ตาม ตระกูลสั่วก็ไม่ใช่คนที่จะล่วงเกินได้…
“แต่ตอนนี้…” เขายืนขึ้นแล้วมองฉู่ลั่ว “ไม่ทราบว่าปรมาจารย์ฉู่จะสามารถปกป้องพวกเขาทั้งสองได้หรือเปล่า?”
พวกเขาหมายถึงสวีจิ้นกับเฉิงยวน!
ทุกคนในตระกูลเจี่ยต่างมองฉู่ลั่วด้วยความคาดหวัง
โดยเฉพาะเจี่ยอัน ดวงตาของเธอเปล่งประกายขึ้นมาทันที
เธอไม่กังวลเรื่องความสามารถของฉู่ลั่ว แต่กังวลว่าปรมาจารย์ฉู่จะยินดีช่วยเหลือหรือไม่
ฉู่ลั่ว “ฉันทำได้ค่ะ”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนในตระกูลเจี่ยถอนหายใจด้วยความโล่งอก
สวีจิ้นส่งคนตระกูลเจี่ยทั้งหมดออกไปด้วยตัวเอง
เหลือเพียงเฉิงยวนและคนอื่น ๆ ที่ยังอยู่ในห้อง
ซุนหย่าจิ้งเกี่ยวแขนเฉิงยวนพลางยิ้ม พูดว่า “ไม่คิดว่าคนในตระกูลเจี่ยจะเปิดกว้างกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก ถึงแม้เธอจะเป็นผี แต่พวกเขาดูเหมือนจะไม่สนใจเลยนะ!”
นี่มันไม่ใช่แค่เปิดกว้างธรรมดา ๆ นะ!
เฉิงยวนไม่ได้พูดอะไร
เธอก้มหน้าครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเงยหน้ามองฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว ขวดผนึกรักไม่สามารถเปิดออกได้ใช่ไหม?”
“เปิดออกได้!”
“ที่ข้ามายถึงคือสำหรับสวีจิ้นแล้วไม่ควรเปิดขวดผนึกรักออกใช่ไหม?”
ฉู่ลั่วเงียบไปสักพัก แล้วจึงพยักหน้าตอบ
“ตระกูลสั่วใช้ขวดผนึกรักผูกพันสายสัมพันธ์กับสวีจิ้นมาแล้วเก้าชาติ นี่เป็นชาติที่สิบแล้ว เพื่อให้สำเร็จบุญกุศลแห่งบุพเพสิบชาติ มันจำเป็นต้องให้ชื่อของทั้งสองกลับไปอยู่บนหินบุพเพ”
“วิธีที่ดีที่สุดก็คือแม้ว่าจะเปิดขวดผนึกรักแล้ว เจี่ยซีก็ยังคงรักสั่วอิงมาก และเต็มใจที่จะสร้างบุพเพสิบชาติ”
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าตอนนี้มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น
แม้ว่าจะไม่มีเฉิงยวนปรากฏตัวมา คนตระกูลเจี่ยรวมถึงเจี่ยซีต่างก็เต็มไปด้วยความสงสัยเกี่ยวกับความรักครั้งนี้
และตอนนี้…
วิญญาณของสวีจิ้นก็ปรากฏตัวขึ้นแล้ว ความทรงจำในชาติก่อนก็กลับคืนมาหมดแล้วด้วย มันจึงยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย!
สีหน้าของเฉิงยวนดูไม่สู้ดีเอาเสียเลย “แต่ว่าสั่วเฟิงรู้ดีถึงท่าทีของสวีจิ้น แต่ก็ยังปล่อยให้คนตระกูลเจี่ยมา”
“สั่วเฟิงรู้ดีว่าข้าอยู่ข้างกายเจ้า แต่ก็ยังปล่อยให้พวกเราเข้าไปในขาตั้งสัมฤทธิ์ด้วยกัน เพื่อสำรวจอดีต”
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังอนุญาตให้เจี่ยซีด้วย
ถ้า…สั่วอิงไม่ได้โกหก นั่นก็หมายความว่าสั่วเฟิงตั้งใจล่อให้สั่วอิงพาเจี่ยซีไป
ซึ่งมันขัดกับผลประโยชน์ของตระกูลสั่ว
“เว้นแต่ว่า…ตระกูลสั่วจะมีไม้ตายอะไรอยู่” สีหน้าของเฉิงยวนเปลี่ยนไปทันที ดูเหมือนเธอจะย้อนกลับไปในวันที่รู้ตัวว่าถูกคนวางแผนใส่เป็นครั้งแรก
แววตาของเธอดูเย็นชาลง “พวกเขาต้องมีไม้ตายอีกแน่ ๆ และเป็นไม้ตายที่สวีจิ้นไม่อาจปฏิเสธได้ด้วย”
สั่วเฟิงจงใจทำเช่นนั้น ราวกับว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะทำลายบุพเพสิบชาตินี้
สีหน้าของซุนหย่าจิ้งก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
“ตระกูลสั่วจะมีไม้ตายอะไรอีกล่ะ? คู่บุพเพก็คือการที่ทั้งสองฝ่ายรักใคร่กันไม่ใช่หรือ? ไม่ว่าจะเป็นสวีจิ้นหรือเจี่ยซีต่างก็ไม่ได้สนใจสั่วอิงมากขนาดนั้น”
“หรือว่าพวกเขาจะบังคับคนได้?”
“อีกอย่างขวดผนึกรักก็กำลังจะถูกเปิดออกแล้วนะ!”