เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1654 เคยฆ่าคน
บทที่ 1654 เคยฆ่าคน
เฉิงยวนตื่นขึ้นด้วยพลังของอักขระที่ฉู่ลั่วสร้างขึ้น เธอลืมตาอย่างงุนงงพลางจ้องมองเพดานด้วยความเหม่อลอย
ไม่สนใจสวีจิ้นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เลยสักนิด
บรรยากาศในห้องเงียบมาก
จนกระทั่งสายลมพัดมาพาให้ผ้าม่านข้างเตียงพลิ้วไหว ถึงเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับห้องนี้ขึ้นมาได้บ้าง
เฉิงยวนลุกขึ้นนั่งตัวตรงทันที เธอลอยไปยังห้องของฉู่ลั่วโดยมีสวีจิ้นคอยตามอยู่ด้านหลัง
ทันทีที่เข้าไป เฉิงยวนก็คว้ามือของฉู่ลั่วไว้ ถามว่า “เจ้ามีวิธีไหม?”
“ยวนยวน!”
สวีจิ้นรีบจับตัวเฉิงยวนเอาไว้ “อย่าทำให้เจ้านิกายฉู่ลำบากใจเลย!”
จะมีวิธีได้อย่างไร?
ผี ฆ่าคน!
ไม่ใช่แค่คนคนเดียวด้วย
เธอกลายเป็นวิญญาณมานานแล้ว สูญเสียสติสัมปชัญญะและกลายเป็นผีร้าย
ลัทธิเต๋าก่อตั้งขึ้นมาก็เพื่อจัดการกับผีร้ายพวกนี้ แล้วจะมีวิธีได้อย่างไร
นับตั้งแต่โบราณกาลมาก็ไม่เคยมีวิธีอย่างนี้
เขาลากเฉิงยวนให้ถอยออกมา
แต่เฉิงยวนกลับจับแขนของฉู่ลั่วไม่ยอมปล่อย จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ฉู่ลั่วตอบ “มี”
ตอนที่เฉิงยวนกำลังจะปล่อยมือ ฉู่ลั่วกลับพูดขึ้นมากะทันหันอย่างนี้
เฉิงยวนกับสวีจิ้นหันไปมองฉู่ลั่วพร้อมกัน
ฉู่ลั่วชี้ไปที่ห้องข้าง ๆ
เฉิงยวนวิ่งไปทางนั้นราวกับควบคุมตัวเองไม่ได้
ฉู่ลั่วพักอยู่ในห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท ห้องแบบนี้มีทั้งหมดสองห้องในชั้นเดียวกัน แต่ต้องเดินเลี้ยวเข้าไปอีกทางหนึ่งจึงจะเห็น
เมื่อเฉิงยวนวิ่งไปถึงมุมตึก ก็ถูกไจ๋โหรวที่ยืนอยู่หน้าประตูห้ามเอาไว้ “หมอกว่านอยู่ข้างใน เธอกำชับไม่ให้พวกเรารบกวนนะ”
เฉิงยวนถูกขวางไว้ก่อน
ต่อให้อยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เฉิงยวนกลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว ได้แต่พิงกำแพงอย่างอ่อนแรงอยู่แบบนั้น
อีกด้านหนึ่งหยวนเส้าหยินก็ยืนอยู่เหมือนกัน เขามองสำรวจเฉิงยวนแล้วอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เพราะสายตาน่ากลัวของไจ๋โหรวจึงไม่กล้าเอ่ยปากพูด
สวีจิ้นยืนอยู่ข้างกายเฉิงยวน เขาจับมือเธอไว้ คอยปลอบโยนเธออย่างเงียบ ๆ
จนกระทั่งเวลาค่ำมืดแล้ว ประตูห้องจึงเปิดออก
เฉิงยวนเงยหน้าขึ้นทันที มองกว่านหว่านที่เดินออกมาจากในห้องด้วยความตื่นเต้นและหวาดกลัว
กว่านหว่านไม่ได้พูดอะไรมาก ทำเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น
เฉิงยวนพุ่งเข้าไปในห้องทันที สวีจิ้นรู้สึกเกรงใจจึงกล่าวขอบคุณกว่านหว่านที่อยู่ด้านหลัง
กว่านหว่านหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วพิมพ์ข้อความบอก
[แม้ว่าพลังชั่วร้ายจะถูกกำจัดไปแล้ว แต่วิญญาณยังไม่มั่นคง ฉันจะไปรายงานกับเจ้านิกายก่อนนะคะ]
สวีจิ้นพยักหน้าเบา ๆ แล้วกว่านหว่านก็เดินจากไป
สวีจิ้นเดินไปยังประตูห้อง มองเฉิงยวนที่กำลังกอดคนในห้องซึ่งมีทั้งเด็กและผู้ใหญ่อย่างมีความสุข เธอกอดคนนั้นทีคนนี้ที
กลุ่มคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างเรียกเธอว่าอาหญิงด้วยความดีใจ
สวีจิ้นพิงประตูแล้วค่อย ๆ ปิดมันลง
“แบบนี้ดีแล้วเหรอครับ” หยวนเส้าหยินเอ่ยขึ้นทันที “ถึงอย่างไรพวกเขาก็เคยฆ่าคนมา ฆ่ามาตั้งมากมายเชียวนะ!”
แม้พวกเขาจะเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ก็ฆ่าคนไปแล้วนะ!
แล้วคนที่ถูกพวกเขาฆ่า ไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์ด้วยหรอกเหรอ?
ไจ๋โหรวจ้องเขาตาเขม็ง
หยวนเส้าหยินยังคงพูดต่อ “ถึงแม้พวกเขาจะถูก…”
แต่เขาพูดยังไม่ทันจบ ประตูห้องก็เปิดออกมาเสียงดังโครม
เฉิงยวนจูงพวกเด็ก ๆ มาเป็นพรวน ใบหน้าเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ข้าจะพาพวกเจ้าไปขอบคุณลั่วลั่ว! ลั่วลั่วเก่งมาก ๆ เลยนะ ลั่วลั่วเป็นคนช่วยพวกเจ้าเอาไว้! หมอกว่านหว่านเองก็ด้วย”
“ข้าบอกให้นะ อีกพันปีข้างหน้านี้สนุกมากเลย มีทั้งของเล่นและของอร่อยมากมายเชียวล่ะ”
เธอยังคงสดใสร่าเริงพาหลานชายหลานสาววิ่งเล่นเหมือนเมื่อพันปีก่อน
เพียงแต่ตอนนี้ ไม่มีพ่อแม่ที่แกล้งทำเป็นโกรธและไม่มีพี่ชายกับพี่สะใภ้ที่ทำหน้าอิดออดอีกแล้ว
สายตาสวีจิ้นหม่นแสงลง แล้วเดินตามพวกเขาไป
พอเฉิงยวนกับเด็กคนอื่น ๆ เดินพ้นหัวมุมไปแล้ว หยวนเส้าหยินก็พูดต่อว่า “พวกเขาเคยแปดเปื้อนหนี้เลือดมาก่อน ถึงแม้จะชำระล้างพลังชั่วร้ายออกจากร่างกายได้แล้ว แต่ต่อไปจะทำยังไงล่ะครับ?”
ไจ๋โหรวจึงบอกเขา “นายมีความสามารถพอจะพูดต่อหน้ายวนยวนหรือเปล่าล่ะ!”
หยวนเส้าหยิน “…”