เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1663 ร่างในโลงศพ
บทที่ 1663 ร่างในโลงศพ
สายน้ำถูกตัดขาดออกจากกันทันที น้ำในสระถูกพลังจากดาบของเธอแยกออกเป็นสองส่วน เปิดเผยให้เห็นปากถ้ำด้านล่างที่กว้างพอจะให้คนสองคนเข้าออกได้ มันทะลุตรงไปยังใต้ดิน
“ไปกันเถอะ!”
เอ่ยเพียงประโยคเดียว ทุกคนก็พุ่งเข้าไปในถ้ำราวกับสายฟ้า
สายน้ำกลับมาหลั่งไหลตามปกติ
พื้นผิวน้ำก็กลับคืนสู่สภาพเดิม
“ไม่น่าเชื่อว่าด้านในจะแห้งขนาดนี้!”
ภายในถ้ำมีเพียงบริเวณปากทางเข้าเท่านั้นที่ชื้นแฉะ ส่วนด้านในนอกจากมีลำธารเล็กสายหนึ่งแล้ว พื้นที่ส่วนที่เหลือก็แห้งมาก โดยเฉพาะตรงผนังถ้ำ เมื่อลองเอื้อมมือไปสัมผัสกลับรู้สึกได้ถึงไอร้อนด้วยซ้ำ
ยิ่งเดินลึกเข้าไป พื้นที่ในถ้ำก็ยิ่งกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเดินมาถึงพื้นที่รูปทรงวงกลมที่เป็นระเบียบเรียบร้อย
และตรงกลางนั้นมีโลงศพตั้งอยู่
ทันทีที่เห็นโลงศพนั้น สีหน้าของเฉิงยวนก็เปลี่ยนไปในทันที
“ยวนยวน!”
เฉิงยวนปราดเข้าไปอย่างรวดเร็ว สายตาเธอจ้องมองโลงศพนั้น
เธอยื่นมือไปพลางใช้นิ้วลูบไล้โลงศพนั้นเบา ๆ
โลงศพที่ดูเหมือนจะทำจากไม้หนา แต่เมื่อสัมผัสกลับรู้สึกนุ่มนวลและอ่อนโยน ราวกับกำลังสัมผัสกลีบดอกไม้อยู่
เธอใช้มือข้างหนึ่งจับฝาโลง เพียงออกแรงเบา ๆ โลงศพก็เปิดออก
เปิดเผยให้เห็นร่างซึ่งยังคงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์
จิ่งเจียเหยียนก็วิ่งเข้ามาเช่นกัน แต่เมื่อเห็นร่างในโลงศพ เธอก็อุทานออกมา “ทำไมถึงเป็นเขาไปได้ล่ะ!”
ฉู่ลั่วและคนอื่นเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ และเห็นร่างที่นอนอยู่ในโลงศพนั้น
ร่างกายของศพยังคงมีสภาพสมบูรณ์ดี นอกจากไม่มีลมหายใจแล้ว ร่างทั้งร่างก็ดูเหมือนกำลังหลับอยู่เท่านั้นเอง
“สั่วเหลียง!”
เฉิงยวนไม่สามารถควบคุมพลังพยินที่แผ่ออกมาได้แล้ว เล็บมือของเธอค่อย ๆ ยืดยาวออกมา ปลายแหลมคมจวนเจียนจะทะลุโลงศพ
สวีจิ้นคว้าตัวเธอเอาไว้และดึงออกมา “นี่คือดอกบัวสีแดง”
เฉิงยวนสะกดความเกลียดชังที่พลุ่งพล่านในใจลง พร้อมกับพลังหยินที่แผ่ออกมาด้วย
“ตอนนี้เราจะทำอย่างไรดี? จะนำศพออกมาหรือว่าจะยกโลงศพทั้งหมดออกไปด้วยเลย?”
จิ่วฉานบอก “ยกศพเขาออกมาก่อน”
ทันทีที่เขาพูดจบ จิ่งเจียเหยียนก็ยื่นมือออกไป มือหนึ่งจับตรงคอเสื้อ แล้วยกร่างของสั่วเหลียงออกมาจากโลงศพได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็วางเขาลงบนก้อนหินข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจ
“แล้วต่อไปล่ะ?”
จิ่วฉาน “…ต้องหาสิ่งที่สามารถกระตุ้นให้ดอกบัวสีแดงเปลี่ยนเป็นร่างแท้ของมันได้”
ทุกคนเดินวนรอบโลงศพขนาดใหญ่นั้นอยู่หลายรอบ แต่กลับไม่พบอะไรเลย
ฉู่ลั่วเลื่อนสายตาไปมองร่างไร้วิญญาณของสั่วเหลียงที่ถูกวางไว้บนก้อนหิน
ทุกคนมองตามสายตาของเธอไป
จิ่งเจียเหยียนร้องขึ้นว่า “คงไม่ใช่ว่ามันอยู่บนตัวเขาหรอกนะ!”
สวีจิ้นเอ่ย “ข้าจะค้นดูเอง”
เขาเดินเข้าไปใกล้ศพ แต่เพียงมือของสวีจิ้นเพิ่งจะแตะต้องร่างของสั่วเหลียง แสงสีทองก็พุ่งออกมาจากร่างของสั่วเหลียง ลอยวนรอบสวีจิ้นสักพัก แล้วพุ่งตรงไปทางเฉิงยวน
“ยวนยวน!”
สวีจิ้นตะโกนออกมาด้วยความร้อนรน เฉิงยวนยกมือขึ้น ใช้กรงเล็บผีปัดป้องแสงสีทองที่พุ่งเข้ามา แต่สายตาเธอกลับจ้องมองร่างไร้วิญญาณบนพื้นนั้นเขม็ง
เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปหาร่างไร้วิญญาณทีละก้าว
แต่เดินมาได้ครึ่งทาง ก็ถูกจิ่วฉานกับฉู่ลั่วเข้ามาขวางเอาไว้พร้อมกัน
จิ่วฉานเอ่ย “พลังวิญญาณนี้โจมตีเธอคนเดียว อาจเป็นเพราะต้องการล่อเธอเข้าไปก็ได้”
เฉิงยวนหัวเราะเยาะ “ถ้าอย่างนั้นก็มาดูกันว่าเขาจะเล่นลูกไม้อะไรกับข้า!”
ฉู่ลั่วพูดขึ้น “เขาต้องการให้เธอไปเอาของบางอย่าง”
เฉิงยวน “…”
เป็นไปตามที่ฉู่ลั่วพูดจริง ๆ เมื่อเฉิงยวนไปสัมผัสร่างของสั่วเหลียง ศพสั่วเหลียงก็ไม่ได้โจมตีอะไร แต่ปล่อยให้เฉิงยวนค้นหาสิ่งของทั้งหมดบนตัวเขาได้อย่างง่ายดาย
จนกระทั่งเฉิงยวนหยิบก้อนหินสีดำออกมาได้
“น่าจะเป็นสิ่งนี้นะ!” เฉิงยวนสัมผัสก้อนหินนั้นในมือ ความรู้สึกที่รับรู้ได้ช่างเหมือนกับตอนที่เธอสัมผัสโลงศพ
เธอส่งก้อนหินสีดำให้จิ่วฉาน
จิ่วฉานหยิบมันมาพิจารณาดูสักครู่ จากนั้นเขาก็กล่าวว่า “นี่คือเมล็ดของดอกบัวสีแดง แต่เป็นเมล็ดที่ตายไปแล้ว เป็นเมล็ดที่งอกเงยและเติบโตไปแล้ว”
เขาพูดอย่างเข้าใจว่า “แต่ดูเหมือนว่าการกระตุ้นร่างแท้ของดอกบัวสีแดง จะยังต้องอาศัยเมล็ดของมันเองอยู่ดี”