เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1671 สั่วเหลียงต้องการทำอะไร
บทที่ 1671 สั่วเหลียงต้องการทำอะไร
หนนี้สายฟ้าแลบแปลบปลาบก็ฟาดลงมาบริเวณข้าง ๆ ไจ๋โหรว
มันทำให้พื้นที่โล่งเตียนโดยรอบระเบิดดังตูม ๆ จนเวลาผ่านไปครู่ใหญ่กว่าทุกอย่างจะสงบลง
ไจ๋โหรวกำลังจะด่าต่ออีกรอบ แต่ถูกจี้ไจ่ดึงมือไว้ “เธอพอได้แล้ว!”
แต่เขากลับเห็นว่าไจ๋โหรวยังคงดิ้นรนไม่ยอมแพ้อยู่
เขาหมดความอดทน จึงกอดเอวไจ๋โหรวแล้วเดินเข้าไปในตึกอย่างรวดเร็ว
“ปล่อยฉันนะ ปล่อยฉัน! ให้ฉันด่าพวกเขาต่อสิ!”
“ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าเมื่อไหร่สวรรค์จะลืมตามองสักที!”
“พอแค่นั้นแหละ!!” จี้ไจ่วางเธอลง “อสนีบาตสวรรค์หลายสายยังไม่ผ่าโดนเธอเลย แค่นี้เธอยังไม่พอใจอีกเหรอ?”
ถ้าสวรรค์อยากจะลงโทษไจ๋โหรวจริง ๆ ด้วยระดับการบำเพ็ญของไจ๋โหรว แค่สายฟ้าสายเดียวก็เพียงพอจะทำให้เธอสลายเป็นเถ้าธุลีไปได้แล้ว
ไจ๋โหรว “…”
ดังนั้นเธอถึงเพิ่งได้สติจากอารมณโมโห จากนั้นก็เห็นสายตาที่ทั้งเลื่อมใสและตกใจกลัวของเจ้าหน้าที่ในองค์กรทุกคน
สายตาเหล่านั้นซับซ้อนมาก
คล้ายกับเพิ่งเห็นมดต่อสู้กับช้าง เห็นทารกต่อสู้กับมนุษย์ต่างดาว เห็นนางเอกละครหลังข่าวต่อสู้กับนางในในวัง…
แล้วก็เอาชนะมาได้ทั้งหมด!
“ยอดเยี่ยมมากครับ!”
“คำว่ายอดเยี่ยมยังไม่พอจะอธิบายได้เลยล่ะ”
“คุณไจ๋ ขอลายเซ็นของคุณหน่อยนะครับ ผมจะเอากลับไปขับไล่สิ่งชั่วร้าย รับรองว่ามันต้องได้ผลแน่นอน”
ไจ๋โหรวหัวเราะเบา ๆ พลางโบกมือไปมา “เรื่องเล็กน้อย ๆ ! ในฐานะนักพรตลัทธิเต๋าผู้ซื่อสัตย์และกล้าหาญ ฉันย่อมต้องเรียกร้องความยุติธรรมให้กับโลกใบนี้อยู่แล้วค่ะ!”
“นี่เป็นเพียงหน้าที่ของฉันเท่านั้นค่ะ”
“ฮ่า ๆ ! ฉันขอตัวไปทำธุระก่อนนะคะ!”
พูดจบ เธอก็วิ่งจากไปโดยไม่สนใจการห้ามปรามของผู้คนรอบข้าง
ทันทีที่เข้าไปในห้องที่ไม่มีใครอยู่ เธอก็ทรุดตัวลงกับพื้นทันที เม็ดเหงื่อมากมายผุดพรายบนหน้าผากในชั่วพริบตานั้น
ขาทั้งสองข้างสั่นระริกอย่างเห็นได้ชัด
เธอทุบขาของตัวเองที่อ่อนปวกเปียกราวกับเส้นบะหมี่
เพียงไม่ถึงสิบนาที เรื่องที่ไจ๋โหรวด่าทอสวรรค์อย่างเดือดดาลก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งองค์กร และไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงมันก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งลัทธิเต๋า
ชื่อเสียงนี้ของเธอโด่งดังภายในชั่วข้ามคืน
คนทั้งองค์กรต่างพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ไม่หยุดปาก
ซู่เซี่ยงหยางสังเกตเห็นฉู่ลั่วที่ยืนอยู่ใต้ชายคาระเบียงพอดี
สีหน้าของเธอดูแปลก ๆ ไป
“ฉู่ลั่ว?”
ซู่เซี่ยงหยางเรียกชื่อเธอเบา ๆ
ฉู่ลั่วค่อย ๆ หันหน้ามา “หืม?”
“คุณยังโอเคอยู่ไหมครับ? สีหน้าของคุณดูแย่มากเลยนะ!”
มันขาวซีดจนน่าตกใจ
ฉู่ลั่วได้ฝ่าด่านเคราะห์สำเร็จแล้ว ร่างกายของเธอผ่านการหล่อหลอมมามากมาย ถ้าไม่ใช่เพราะอารมณ์กำลังแปรปรวนมากเกินไป ก็คงไม่เกิดปฏิกิริยารุนแรงจนแสดงออกชัดเจนขนาดนี้
“ฉัน…ไม่เป็นไรค่ะ”
เธอละสายตาจากต้นไม้และสนามหญ้าที่ถูกทำลายโดยสายฟ้าจากสวรรค์ “ฉันคิดว่าฉันรู้แล้วค่ะ ว่าสั่วเหลียงต้องการทำอะไร”
“เอ๊ะ! จริงเหรอครับ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้าตอบ
ทุกคนกำลังเดินเข้าไปในห้องประชุม
ไจ๋โหรวก็เดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าปกติ
ไม่มีทีท่าว่าตัวเองเพิ่งด่าสวรรค์มาเมื่อครู่
และยิ่งไม่เห็นร่องรอยที่เมื่อกี้เธอกำลังนอนแผ่อยู่บนพื้น
“เด็ก ๆ ในตระกูลเฉิงล้วนเป็นสัตว์เลี้ยงวิญญาณของสั่วเหลียง หากสั่วเหลียงตาย พวกสัตว์เลี้ยงวิญญาณเหล่านี้ก็จะได้รับผลกระทบย้อนกลับทั้งหมด”
ฉู่ลั่วมองไปยังหน้าจอ “สั่วเหลียงยั่วยุให้เฉิงยวนฆ่าพวกเขา ก็เพื่อให้เฉิงยวนลงมือฆ่าหลานชายหลานสาวของตัวเองด้วยมือตัวเอง”
“ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ สิ่งที่รอเฉิงยวนอยู่ก็มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น”
การที่ตัวเองลงมือฆ่าหลานทุกคนของตระกูลเฉิงด้วยมือตัวเอง เรื่องนี้จะต้องทำให้เฉิงยวนกลายเป็นผีร้ายได้อย่างแน่นอน
ซู่เซี่ยงหยางมีสีหน้าเคร่งเครียด “สั่วเหลียงใช้ชีวิตของตัวเองไปบีบบังคับให้เฉิงยวนกลายเป็นผีร้าย และทำให้เรื่องบุพเพสิบชาติของสวีจิ้นกับสั่วหลิงประสบความสำเร็จด้วย”
เขาช่างยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อลูกสาวของตัวเองจริง ๆ
ไจ๋โหรวแค่นหัวเราะเยาะ “ไม่แปลกใจเลยที่คนอื่นในตระกูลเฉิงต่างสูญสลายไปหมดแล้ว แต่มีแค่วิญญาณของเด็ก ๆ พวกนี้เท่านั้นที่ยังอยู่”
“ที่แท้ก็มีไว้เพื่อวันนี้ในอีกพันปีข้างหน้านี่เอง”
“ช่างเป็นการวางแผนที่แยบยลจริง ๆ คิดไปทีละขั้นวางแผนไปทีละตอนไปถึงอีกพันปีข้างหน้าเลย”
ฉู่ลั่วเอ่ยขึ้นว่า “บางทีพ่อลูกตระกูลสั่วอาจจะคาดไม่ถึงว่า เฉิงยวนที่ถูกขังอยู่ในสุสานกลับไม่ได้กลายเป็นผีร้ายไป”