เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1678 ถ่ายโอนหนี้เลือด
บทที่ 1678 ถ่ายโอนหนี้เลือด
เฉิงเฉิงซุนมองไปยังประตูห้องที่ปิดสนิท
ผ่านไปสักครู่ จิ่งเจียเหยียนก็เข้ามาที่นี่
เธอลากถุงของเล่นหลายใบเข้ามา พอเข้ามาได้ก็โปรยของเล่นทั้งหมดลงบนพื้น แล้วพูดกับพวกเด็กเล็กที่นั่งเรียบร้อยอยู่บนโซฟาว่า “เร็วเข้า มาเล่นกันเถอะ!”
เด็กเล็กทั้งหมดหันไปมองเฉิงเฉิงซุน
เฉิงเฉิงซุนยังไม่ทันเอ่ยปาก จิ่งเจียเหยียนก็พูดขึ้นก่อนว่า “นายรู้ไหมว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าทุกอย่างจะเสร็จ? แล้วพวกเขาจะนั่งนิ่งเหมือนไวไฟตลอดเวลาได้หรือไง?”
ในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ ซ่งเมี่ยวเมี่ยวก็อุ้มตุ๊กตาผีเข้ามา ตามหลังมาด้วยปิ่งเจ้าถังกับเจ้าก้อนกลมไม่กี่ลูก “พวกเรามาเล่นกันเถอะ! พี่ยวนยวนมีเรื่องสำคัญต้องทำอยู่”
“พวกเธอนั่งอยู่แบบนี้ จะรบกวนการทำงานของพี่ฮั่วเสี่ยวหมิงนะ”
เฉิงเฉิงซุนมองไปทางฮั่วเสี่ยวหมิง และเห็นว่าเขาทำเพียงดันแว่นตาขึ้นเล็กน้อย ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา ทว่าทั่วร่างกลับแผ่รังสีไม่ต้อนรับคนแปลกหน้าสักเท่าไหร่
“…” ถ้าพวกเขาไปเล่นด้วย จะยิ่งไม่เป็นการรบกวนเขาหรอกเหรอ!
ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูด จิ่งเจียเหยียนก็พุ่งปราดเข้ามาโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น มือหนึ่งของเธออุ้มเด็กน้อยหลายคน แล้วพาไปวางบนพรมข้าง ๆ ราวกับกำลังจะลักพาตัว
“ถ้าหากยวนยวนมาถาม นายก็บอกไปว่าฉันเป็นคนสั่งเอง เป็นฉันที่บังคับพวกนาย”
เฉิงเฉิงซุนพยักหน้าให้กับเด็กโตที่เหลืออีกไม่กี่คน “ไปเถอะ!”
เด็ก ๆ วิ่งเข้าไปอย่างมีความสุข มีเพียงเขาเท่านั้นที่ยังมองประตูห้องที่ปิดสนิทด้วยสีหน้ากังวลใจ
หัวหว่านเดินมาอยู่ข้าง ๆ เฉิงเฉิงซุน “เธอก็อย่าเป็นกังวลไปเลย มีคุณหนูอยู่ด้วย คงไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอก”
“การที่เธอกังวลขนาดนี้ มันไม่ได้ช่วยอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนั้นหรอก”
“อย่ากังวลไปเลยนะ”
เฉิงเฉิงซุนยิ้มฝืน ๆ
เขาไม่เหมือนกับน้องชายน้องสาวคนอื่น เขารู้ดีว่าข้างในห้องนั้นมันกำลังเกิดอะไรขึ้น
เขารู้ชัดเจนว่าอาหญิงได้ทำอะไรเพื่อพวกเขาบ้าง!
เฉิงเฉิงซุนกล่าวขอบคุณหัวหว่าน แล้วนั่งลงบนโซฟาด้านข้าง แต่สายตายังคงจ้องประตูห้องนั้นอย่างไม่วางตา
หัวหว่านส่ายหน้าไปมา
จิ่งเจียเหยียนดึงเธอเข้ามาแล้วกระซิบเบา ๆ “ช่างเขาเถอะ! ยวนยวนบอกว่าหลานชายคนนี้แก่แดดตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนเขาถูกเลี้ยงดูให้เป็นทายาทสืบทอดตระกูลเฉิงในอนาคต ก็เลยทำให้เขาดูน่าเบื่อไปหน่อย”
หัวหว่าน “…”
เขาไม่ใช่คนน่าเบื่อ แต่เฉิงเฉิงซุนเป็นคนที่มีความรับผิดชอบ
เขาอายุยังน้อยแต่ต้องผ่านเรื่องราวมามากมาย
เฉิงยวนเลือกที่จะบอกเรื่องพวกนี้กับเขาแค่คนเดียว ก็เพราะเธอไม่ได้มองว่าเขาเป็นแค่เด็ก
หลายชั่วโมงต่อมา เฉิงยวนก็จูงมือเด็กน้อยออกมาจากข้างใน
มองเพียงแวบเดียว ทุกคนก็เห็นถึงความแตกต่างของเด็กน้อยคนนี้ได้
จิตวิญญาณใสบริสุทธิ์ มีความไร้เดียงสาเหมาะสมกับวัย ไม่มีเงามืดที่เคยพันรอบร่างกายเหมือนแต่ก่อน
เฉิงเฉิงซุนรีบเดินเข้าไปหาทันที เขาอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกเฉิงยวนห้ามเอาไว้
เธอลูบศีรษะของเขาเบา ๆ “เจ้าไม่ต้องกังวลนะ อาหญิงเก่งมากอยู่แล้ว”
เฉิงเฉิงซุนพยักหน้าเล็กน้อย แล้วก้มลงไปอุ้มเด็กน้อยขึ้นมา “ข้าจะไปพาจวิ้นจวิ้นมา”
เขารู้สึกได้ถึงพลังหยินที่แผ่ออกมาจากร่างของอาหญิง
ซึ่งเดิมทีในตัวของอาหญิงมันไม่เคยมีมาก่อน
วิญญาณของอาหญิงเคยบริสุทธิ์มาก แต่ตอนนี้…มันกลับมีรอยด่างพร้อย
เฉิงยวนพาจวิ้นจวิ้นเข้าไปข้างในอีกครั้ง
ภายในห้องรับแขกเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอันร่าเริงของพวกเด็ก ๆ เฉิงเฉิงซุนนั่งอยู่บนโซฟาเพียงคนเดียว นอกจากจะลุกขึ้นยืนตอนที่เฉิงยวนเดินออกมาแล้ว เขาก็ไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย
ทิวทัศน์นอกหน้าต่างมืดลงแล้วสว่างขึ้น สว่างขึ้นแล้วก็มืดลงอีกรอบ
หลังจากนั้นก็มีเพียงฉู่ลั่วที่ส่งพวกเด็ก ๆ ออกมา แต่เฉิงยวนไม่ได้ออกมาด้วยอีกเลย
จนกระทั่งเด็กคนสุดท้ายถูกส่งตัวออกมา ฉู่ลั่วก็มองไปทางเฉิงเฉิงซุน “เธอเข้ามาสิ!”
เฉิงเฉิงซุนพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินตามหลังฉู่ลั่วเข้าไป