เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1721 พวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่
บทที่ 1721 พวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่
พร้อมกับเสียงของเขา คมดาบก็ควักลูกตาของเขาออกมา เสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองดังก้องไปทั่วห้องโถงใหญ่
จางเจี่ยวที่กำลังเล่นหมากอยู่ขมวดคิ้ว จิ่งอันฉิงสังเกตเห็นทันที เธอบีบปากของศิษย์คนนั้น ดึงลิ้นออกมา ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดตัดมันออกโดยไม่ลังเล ก่อนจะโยนทิ้งไปอย่างไม่แยแส
การทรมาน!
การทารุณกรรม!
พวกเขาเหล่านี้มีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง ได้รับการถ่ายทอดวิชาจากอาจารย์ที่เชี่ยวชาญ ทุก ๆ ครั้งที่ถูกแทง ยิ่งทำให้ความเคียดแค้นในตัวพวกเขาทวีคูณ
แต่เพราะพลังวิญญาณของพวกเขาแข็งแกร่งเกินไป บาดแผลที่อาจถึงตายสำหรับคนธรรมดากลับไม่มีความหมายอะไรสำหรับพวกเขาเลย
แขนของพวกเขาถูกตัดขาด ขาถูกเลื่อยออกทีละนิด ดวงตาถูกควักออกมา…
ผิวหนัง ชิ้นเนื้อ และแขนขาของพวกเขา…ทั้งหมดกระจัดกระจายอยู่บนพื้น แต่พวกเขาก็ยังไม่ตาย
ในตอนนี้ มีลูกศิษย์คนหนึ่งนึกถึงคนธรรมดาที่พวกเขาจับตัวมา ตอนที่คนพวกนั้นถูกทรมาน รู้สึกเจ็บปวดจนต้องก้มหัวลงกับพื้น วิงวอนร้องขอชีวิตอย่างไร้ศักดิ์ศรี…
เพียงเพื่อจะได้ตายสักที
ตอนนั้น สีหน้าของพวกเขาที่เป็นคนกระทำเป็นอย่างไรนะ?
ดูแคลน?
หรือว่าดูถูก?
ในสายตาของพวกเขา คนเหล่านั้นไม่ใช่มนุษย์ เป็นเพียงเครื่องมือ เหมือนกับตนเองในตอนนี้
พวกเขาได้แต่อ้อนวอนขอให้ตายเร็ว ๆ
พอตายไปแล้วจะได้ไม่เจ็บปวดขนาดนี้!
ตูม!
ศิษย์คนหนึ่งระเบิดร่างตายทันที ร่างกายของเขาถูกทำลาย วิญญาณลอยออกมาแล้วพุ่งตรงไปยังประตูด้านนอกทันที
วิญญาณนั้นเพิ่งจะพุ่งออกมาจากขอบค่ายกล ก็เห็นฉู่ลั่วและคนอื่น ๆ ที่อยู่บนท้องฟ้า “ช่วยด้วย!”
เขาตะโกนเสียงดัง ดวงวิญญาณรีบตรงไปหาฉู่ลั่ว
แต่ลอยไปได้ครึ่งทาง ก็ถูกพลังวิญญาณสายหนึ่งเกี่ยวไว้ แล้วดึงกลับเข้าไปในค่ายกล
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
จิ่งอันฉิงยืนอยู่ในค่ายกล มือหนึ่งจับวิญญาณไว้ เธอเงยหน้าขึ้นมองฉู่ลั่วบนท้องฟ้า แล้วยิ้มบาง ๆ
แผ่นยันต์แผ่นหนึ่งพลันปรากฏขึ้นมา ก่อนจะถูกแปะลงบนดวงวิญญาณนั้นโดยตรง
ดวงวิญญาณส่งเสียงร้องโหยหวนทรมาน ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด สุดท้ายก็สลายไปท่ามกลางความเจ็บปวดรุนแรง
“พลังอาฆาตรุนแรงขึ้นอีกแล้วค่ะ!” ไจ๋โหรวที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดขมวดคิ้ว “พวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่? พลังอาฆาตรุนแรงขนาดนี้ ไม่กลัวว่าโลกนี้จะพังทลายหรือไง?”
ในห้องโถงใหญ่
เฝิงหรูเริ่มหมดความอดทนแล้ว เขาถือดาบเดินไปหาศิษย์คนหนึ่ง พูดกับจิ่งอันฉิงอย่างรังเกียจว่า “ความเร็วอย่างเธอ ไม่รู้ว่าชาติไหนถึงจะเสร็จ”
“ฉันเห็นฉู่ลั่วกับคนพวกนั้นแล้ว พวกเขาคงจะลงมือกันอีก”
“แม้ค่ายกลนี้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ต้านการรบกวนของพวกเขาไม่ไหวหรอก”
เขามองคนอื่น ๆ “ถ้าอยากให้พลังอาฆาตแรงขึ้นอีก พวกนายจะเอาแต่ยืนดูอยู่อย่างนี้เหรอ?”
คนอื่นลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปหาศิษย์ของตัวเอง
เฝิงหรูมองศิษย์ของตัวเอง แล้วถอนหายใจเบา ๆ “นายอย่าโทษอาจารย์เลย อาจารย์ทุ่มเทมาตลอดหลายปีก็เพื่อช่วงเวลานี้”
“อาจารย์ดีกับนายมาตลอด นายคงเต็มใจตายเพื่ออาจารย์ใช่ไหม”
เขาสะบัดดาบในมือ คมดาบนับพันนับหมื่นเผยตัว พุ่งเข้าใส่ศิษย์ของเขา
หลังจากถูกสับเป็นชิ้น ๆ ศิษย์คนนั้นก็สิ้นใจ แต่แม้ตายไปแล้ว วิญญาณของเขาก็ยังคงถูกยันต์ของเฝิงหรูกักขัง
หลังผ่านการทรมานอีกนับพันนับหมื่นครั้ง วิญญาณของเขาจึงสลายไปในห้วงอากาศ พร้อมกับความแค้นอันเข้มข้น
บนท้องฟ้า พายุแห่งความเคียดแค้นยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบปกคลุมทั่วทั้งฟากฟ้า
เฝิงหรูมองออกไปด้านนอกแวบหนึ่ง “ยังไม่พอ!”
เมื่อลูกศิษย์ทุกคนถูกสังหารจนหมด พลังอาฆาตบนท้องฟ้าก็หนาแน่นจนปกคลุมทั่วทั้งฟากฟ้า
สิ่งมีชีวิตบนพื้นโลกต่างวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง
เฝิงหรูกับคนอื่นเดินร้อนรนไปอยู่ข้าง ๆ จางเจี่ยว “ตอนนี้นายจะมีอารมณ์มาวางหมากอะไรอีก? คนที่ควรตายก็ตายไปหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่…”
สายตาของเขาทอดมอง ‘จิ่งอันฉิง’
จางเจี่ยว “ยังมีคนที่ยังไม่ตาย”
เฝิงหรูชะงัก “นายคงไม่ได้หมายถึงพวกสำนักเจิ้นเซียนใช่ไหม!”
เขาแค่นหัวเราะ “ตอนนี้พวกเราซ่อนตัวอยู่ในค่ายกลนี้ จะออกไปได้ยังไงกัน?”