เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1745 แต่งงานกันอย่างเป็นทางการ
บทที่ 1745 แต่งงานกันอย่างเป็นทางการ
หูเสี่ยวหลีกับซุนหย่าจิ้งสบตากันหลายครั้ง หลังลังเลอยู่พักใหญ่ก็เอาหัวมาชนกันกระซิบกระซาบกันประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนจะตัดสินใจ
“พวกเราบอกเธอก็ได้ แต่เธอต้องสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรบ้า ๆ”
เฉิงยวน “วางใจได้ ข้าจะไม่ทำอะไรแบบนั้น เรื่องที่พวกเจ้าจะพูด ข้าก็เดาได้เกือบหมดแล้ว แต่พวกเจ้าเห็นข้ามีอะไรเปลี่ยนไปไหมล่ะ?”
“ตอนนี้ข้าแค่ยังไม่รู้รายละเอียดเท่านั้นเอง”
“อีกอย่าง ข้ายังต้องไปช่วยลั่วลั่ว! ลั่วลั่วถูกขังอยู่ในโลกอื่นคนเดียว ข้าจะไม่สนใจนางเพียงเพราะผู้ชายคนหนึ่งได้ยังไง?”
เหตุผลนี้ทำให้ซุนหย่าจิ้งและคนอื่น ๆ เชื่อเธอทันที
“จริง ๆ แล้วก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่เรื่องนี้…” หูเสี่ยวหลีหยิบโทรศัพท์ออกมา “หลังจากที่พวกเธอไปได้ไม่นาน สวีจิ้นก็กลับไปเป็นเจี่ยซีอีกครั้ง”
“และหลังจากนั้นก็ไล่ตามขอคืนดีอีกด้วย!”
“เมื่อเดือนก่อน ในที่สุดสั่วอิงก็ให้อภัยเขา ทั้งสองคนได้ไปพบพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย และกำลังเตรียมแต่งงานกันอย่างเป็นทางการ”
“และงานแต่งจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้”
หูเสี่ยวหลีเล่าสรุปเรื่องราวทั้งหมด
เฉิงยวนหยิบโทรศัพท์มาดูอย่างไม่ใส่ใจ ข้อความทั้งหมดเป็นภาพที่หูเสี่ยวหลีบันทึกหน้าจอเก็บไว้
มีทั้งสิ่งที่เจี่ยซีทำเพื่อเอาใจสั่วอิง การแสดงความรักบนจอขนาดใหญ่ การขนส่งดอกไม้สดจากต่างประเทศทางอากาศ และการทะเลาะวิวาทเพราะหึงหวงสั่วอิง…
เฉิงยวนดูรูปทีละใบจนถึงรูปสุดท้าย เป็นภาพของเจี่ยซีกำลังกอดสั่วอิงท่ามกลางทุ่งดอกไม้บานสะพรั่ง โดยมีดอกไม้ไฟอันสวยงามเป็นฉากหลัง
รูปถ่ายนี้ช่างงดงามและโรแมนติกเหลือเกิน
ตัวละครหลักทั้งสองคนที่กอดกันอยู่ในรูป ต่างก็มีใบหน้าที่เปี่ยมสุข
สายตาของเธอจับจ้องใบหน้าของเจี่ยซีในรูปถ่าย
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขสันต์ แม้แต่ดวงตาก็ฉายแววความสุขจนแทบจะล้นออกมา
คนอื่นต่างก็จ้องมองเฉิงยวนอย่างระมัดระวัง
เฉิงยวนส่งโทรศัพท์คืนเจ้าของไป “แค่เพราะเรื่องนี้ พวกเจ้าถึงได้ทำเหมือนกำลังเผชิญศัตรู ทำเอาข้ารู้สึกอย่างกับกำลังจะไปแย่งเจ้าสาวของคนอื่นเขาอย่างนั้นแหละ”
ซุนหย่าจิ้ง “ไม่ใช่กลัวว่าเธอจะไปแย่งเจ้าสาวหรอก แต่กลัวว่าเธอจะฆ่าพวกเขาทั้งสองคนต่างหาก”
เฉิงยวนกลอกตาด้วยความเบื่อหน่าย “ไม่ใช่หรอก ในสายตาพวกเจ้า ข้าเฉิงยวนเป็นคนที่สมองคิดแต่เรื่องความรักขนาดนั้นเลยเหรอ? ไม่ว่าจะคิดยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้!”
“ดีแล้วที่ไม่ใช่!”
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของเฉิงยวนไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก ทุกคนก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมา
โดยเฉพาะจิ่งเจียเหยียน เธอปล่อยไหล่ให้ตกลงแล้วพิงพนักเก้าอี้ “พวกเราตกใจแทบตาย กลัวว่าถ้าไม่มีลั่วลั่วและเธอจะก่อเรื่องวุ่นวาย แล้วพวกเราก็ควบคุมเธอไม่ได้น่ะสิ!”
เมื่อเห็นว่าเรื่องของสวีจิ้นไม่ได้ทำให้เฉิงยวนรู้สึกไม่พอใจมากนัก ซุนหย่าจิ้งก็รีบพูดขึ้นว่า “เร็วเข้า รีบเล่าเรื่องของปรมาจารย์ให้พวกเราฟังหน่อย”
“ทำไมพวกเธอกลับมากันหมด แต่ทิ้งปรมาจารย์ไว้ที่นั่นคนเดียว เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เฉิงยวนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกอื่นให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด
ทุกคนต่างพากันเงียบลง
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวหดตัวอยู่ในอ้อมกอดของจิ่งเจียเหยียนด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย “พี่ลั่วลั่วจะกลับมาไหมคะ?”
“นางจะกลับมาแน่นอน ลั่วลั่วเก่งขนาดนั้น ต้องคิดหาวิธีกลับมาได้แน่”
ไม่รู้ว่าเธอกำลังปลอบใจตัวเองหรือปลอบใจซ่งเมี่ยวเมี่ยวกันแน่
หลังจากที่ทุกคนหารือกันแล้วก็ไม่ได้แผนการที่มีประโยชน์อะไรจึงพากันแยกย้ายกลับ
เฉิงยวนยังไล่ซ่งเมี่ยวเมี่ยวออกไปด้วย ทุกคนถูกเธอผลักออกไปจากห้องทั้งหมด
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ใช่ไหม?”
ซุนหย่าจิ้ง “พอพูดถึงปรมาจารย์ เธอน่าจะมีสติขึ้นบ้าง อีกอย่างพวกคุณไม่รู้สึกว่ามันแปลก ๆ เหรอ?”
หูเสี่ยวหลีพยักหน้าเห็นด้วย “ถึงแม้ว่าเธอจะไม่สนใจสวีจิ้นแล้ว ไม่ได้ชอบสวีจิ้นแล้ว แต่จู่ ๆ ก็เห็นสวีจิ้นไปอยู่กับสั่วอิง จะไม่โกรธสักนิดเลยเหรอ”
ซุนหย่าจิ้ง “ไม่แปลกใจเลย!”
ทั้งสองคนสบตากัน แววตาของพวกเธอต่างก็เผยความสงสัยออกมาเล็กน้อย
PrettyMe
โมโห ทำไมต้องแต่งกัน แมงเอย ไม่ยุติธรรม