เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1751 ไม่มีหลักฐานก็เท่ากับใส่ร้าย
บทที่ 1751 ไม่มีหลักฐานก็เท่ากับใส่ร้าย
“รีบเอาสมุนไพรออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นพวกเราจะให้เฉิงยวนไปยั่วยวนเจี่ยซี”
“ยั่วยวนแบบเปลือยเปล่า นอนด้วยกันบนเตียง แถมยังถ่ายวิดีโอเอาไว้ด้วย”
สีหน้าของสั่วเฟิงเปลี่ยนไปทันที
ซุนหย่าจิ้ง “พวกเราอาจจะให้เจ้าสาวดูวิดีโอนี้ก่อนก็ได้ ถ้าหัวหน้าตระกูลสั่วคิดว่ายังไม่พอ ก็เปิดในงานไปเลยค่ะ”
คำพูดนี้ทำให้คนตระกูลสั่วตกตะลึงทันที
ขณะเดียวกันก็ทำให้ฝ่ายตัวเองตกตะลึงไปด้วยเช่นกัน
ดวงตาของทุกคนจับจ้องมาที่ซุนหย่าจิ้ง
แม้แต่เฉิงยวนก็ยังอ้าปากค้าง
ซุนหย่าจิ้งมองเฉิงยวนด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “ไม่เป็นไรหรอก ตอนที่พวกเราถ่าย จะถ่ายให้เห็นแค่ใบหน้ากับรูปร่างของเจี่ยซีเท่านั้น ไม่เผยให้เห็นตัวเธอหรอก แค่ให้คนรู้ว่าเจี่ยซีนอนกับคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้าสาวก่อนแต่งงานก็พอแล้ว”
ซุนหย่าจิ้งพูดด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
คนอื่น ๆ ราวกับถูกฟ้าผ่าจนยื่นตะลึงไป
เฉิงยวนยิ่งอึ้งไปพักใหญ่ กว่าจะปิดปากตัวเองได้ “เรื่องแบบนี้ ไม่ควรจะถามความเห็นข้าที่เป็นผู้เกี่ยวข้องก่อนหรือ?”
เธอเอียงหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูซุนหย่าจิ้ง พูดด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย
ซุนหย่าจิ้งไม่แม้แต่จะมองเธอ “เธอไม่อยากช่วยคนหรือ?”
“อยากสิ!”
“ผ่านมาหลายพันปีแล้ว แม้แต่รักแรกก็ยังไม่ได้นอนกันด้วย ไม่คิดเสียดายหรือไง?”
เฉิงยวน “…”
เธอจะพูดได้ไหมว่าไม่เสียดายเลยแม้แต่น้อย? แต่ดูจากสีหน้าของซุนหย่าจิ้ง ถ้าเธอพูดว่าไม่เสียดายจริง ๆ ซุนหย่าจิ้งคงจะดูถูกเธอจนตายอีกรอบแน่
ซุนหย่าจิ้ง “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งได้ช่วยคนและทำให้เธอไม่รู้สึกเสียดาย นี่ไม่ใช่เรื่องดีเหรอ?”
เฉิงยวนยังอยากจะพูดอะไร แต่ซุนหย่าจิ้งก็มองตรงไปที่สั่วเฟิงแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ถ้าคุณคิดว่ายวนยวนของพวกเราไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้น ถ้าอย่างนั้นตอนนี้ก็ลองดูกันก่อนได้ค่ะ”
เธอเอียงคอพูดกับเฉิงยวน “ติดต่อสวีจิ้นสิ”
เฉิงยวน “…ติดต่อสวีจิ้นเหรอ?”
“ใช่แล้ว! ติดต่อสวีจิ้น ให้เขารีบมาทันที! ได้ยินมาว่าตามธรรมเนียมการแต่งงานของสองตระกูลนี้ เจี่ยซีไม่สามารถเข้าบ้านตระกูลสั่วได้ก่อนแต่งงาน ใช่หรือเปล่า?”
“ก็มาดูกันว่ายวนยวนของพวกเราจะทำให้สวีจิ้นมาได้ไหม!”
“โทรเลย”
เฉิงยวนหยิบโทรศัพท์ออกมา
เธอกำลังจะโทรออก แต่สั่วเฟิงก็ห้ามไว้ “ห้ามโทรนะ!”
ซุนหย่าจิ้งแค่นหัวเราะพลางมองสั่วเฟิง “ตอนนี้สามารถเอาสมุนไพรออกมาได้แล้วใช่ไหมคะ?”
สั่วเฟิงจำใจต้องให้คนตระกูลสั่วไปนำสมุนไพรมา
ซุนหย่าจิ้งเอ่ย “แบบนี้สิถึงจะถูกต้อง การค้าที่เป็นธรรมก็ต้องทำอย่างเป็นธรรม ไม่มีใครขอร้องใคร แล้วก็ไม่มีใครบังคับใคร!”
“พอคุณให้สมุนไพร พวกเราก็จะอยู่ร่วมงานแต่งทั้งงานด้วยความสงบค่ะ”
สั่วเฟิงสีหน้าเย็นชา ค่อย ๆ หย่อนตัวนั่งลง
เธอจ้องมองซุนหย่าจิ้งด้วยสายตาเยือกเย็น ความเย็นชาในดวงตาแทบจะปรากฏรูปร่างออกมาแล้ว
เฉิงยวนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวมายืนบังหน้าซุนหย่าจิ้ง พลางมองสั่วเฟิงด้วยสีหน้าเย็นชาเช่นกันสั่วเฟิงแค่นเสียงเย็นชา ก้มหน้าลงไม่มองพวกเขา
ไม่นานนัก คนตระกูลสั่วก็นำสมุนไพรมาให้
ไจ๋โหรวถือสมุนไพรวิ่งออกไปส่งให้จี้ไจ่และคนอื่น ๆ ที่รออยู่นอกบ้านตระกูลสั่ว
จี้ไจ่ติดต่อเทพอู่ทง และไม่นานก็ส่งพวกเขาออกไป
ไจ๋โหรวกลับเข้ามาในห้อง ส่งสายตาให้พวกเฉิงยวน “เหลือแค่รอฟังข่าว!”
คนตระกูลสั่วโกรธ “หมายความว่ายังไง พวกเธอสงสัยพวกเราเหรอ?”
ไจ๋โหรวก็โมโหเช่นกัน “แล้วไม่ควรสงสัยเหรอคะ? เพื่อบังคับให้ยวนยวนมาร่วมงานแต่ง พวกคุณถึงกับกล้าลงมือกับคนธรรมดา!”
“เธอมีหลักฐานอะไรที่บอกว่าเป็นฝีมือของพวกเราตระกูลสั่ว”
ไจ๋โหรวกัดฟันโกรธ แต่ก็ไม่มีหลักฐานจริง ๆ
คนตระกูลสั่วแค่นเสียงเย็นชา “ไม่มีหลักฐานก็เท่ากับใส่ร้าย”
ซุนหย่าจิ้งก้มหน้าลง มองเล็บที่ตกแต่งอย่างประณีตของตัวเอง “ไม่ว่าจะมีหลักฐานหรือไม่ ก็เป็นฝีมือของพวกคุณตระกูลสั่วทั้งนั้น”
“พวกเธอมันไร้เหตุผล!” คนตระกูลสั่วตกใจกับความแข็งกร้าวของซุนหย่าจิ้ง