เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1767 ฉันต้องไปหาเจี่ยซี
บทที่ 1767 ฉันต้องไปหาเจี่ยซี
ก่อนหน้านี้ในกลุ่มบริษัทมีข่าวลือว่าปรมาจารย์ฉู่จะไม่มีวันกลับมาอีก แต่ข่าวลือนี้ก็หายไปอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ ปรมาจารย์ฉู่กลับมาแล้ว ทำให้คนพวกนั้นเสียหน้าได้พอดี
เลขาเดินออกไปแล้วรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา จัดการส่งข้อความในกลุ่มทันที
[ฉันขอเป็นพยานด้วยตาตัวเอง ปรมาจารย์ฉู่กลับมาแล้ว]
พอข้อความนี้ถูกส่งไป ในกลุ่มใหญ่ที่เงียบไปหลายเดือนก็คึกคักขึ้นมาทันควัน
[จริงหรือเปล่า? ถ้าจริง ฉันคงต้องไปแก้บนแล้วล่ะ!]
[ฮือ ๆ ๆ ปรมาจารย์ฉู่กลับมาแล้วจริง ๆ คราวนี้พวกเราจะได้หยุดงานแล้วใช่ไหม!]
[อยากหาเงิน แต่ก็อยากใช้เงินนะ! ขอเวลาใช้เงินหน่อย!]
ข้อความในกลุ่มคึกคักมาก
แต่ในห้องพักกลับยังคงเงียบเหมือนเดิม
ฉู่ลั่วนั่งดูเอกสารอยู่บนโซฟาสักครู่ แล้วจู่ ๆ เธอก็ลุกพรวดขึ้นมา “ตอนที่สวีจิ้นกลับเข้าร่างของเจี่ยซี เขาเคยไปหาสั่วอิง”
“ใช่” ฮั่วเซียวหมิงปิดคอมพิวเตอร์ เขาได้ตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ทั้งหมดแล้ว
“หลังจากที่เขาไปหาสั่วอิงแล้ว ก็กลับมาที่บ้านตระกูลเจี่ย แล้วกลับไปเป็นเจี่ยซีอีกครั้ง”
ฉู่ลั่วถือเอกสารไว้ ก้มหน้าจ้องมองมันอยู่พักใหญ่ “ฉันต้องไปหาเจี่ยซี”
“เจี่ยซีอยู่ในโรงแรม เขายังอยู่ในขั้นตอนที่ได้รับการปกป้องจนกว่าเรื่องของตระกูลสั่วจะได้รับการแก้ไข”
ฉู่ลั่วถือเอกสารมาที่ห้องพักของเจี่ยซีพร้อมกับฮั่วเซียวหมิง
“ใช่ สวีจิ้นเคยพบสั่วอิง” เจี่ยซียังคงมีความทรงจำส่วนนี้ “สั่วอิงเต็มใจจะตาย”
ฉู่ลั่ว “…เต็มใจจะตาย?”
เจี่ยซีพยักหน้า “มันแปลกมากใช่ไหม?”
ฉู่ลั่ว “…แต่เธอชอบคุณมากนะ!”
“เธอไม่ได้ชอบผม เธอจำเป็นต้องชอบผม หรือพูดอีกอย่างคือเธอสามารถชอบได้แค่ผมเท่านั้น” เจี่ยซีพิงโซฟา “จริง ๆ แล้วสั่วอิงได้ความทรงจำมาบางส่วน แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ก็ใกล้เคียง”
“ในความทรงจำของสั่วอิง สั่วหลิงก็ไม่ได้ชอบสวีจิ้นมานานมากแล้ว บางทีอาจจะตั้งแต่ชาติที่สอง เธอรู้สึกเบื่อหน่ายแล้ว แต่เพราะถูกผูกกันด้วยบุพเพ เพื่อให้บุพเพสิบชาติสำเร็จและบรรลุ เธอจึงจำเป็นต้องดำเนินการต่อไป”
“จริง ๆ แล้ว ทุกชาติสวีจิ้นก็ไม่ได้เต็มใจ ต้องให้สั่วหลิงวางแผนทีละขั้นตอน สั่วหลิงเองก็เบื่อหน่าย”
“เธอกลับมาที่ตระกูลสั่ว เข้าไปในกระถางสัมฤทธิ์ยักษ์ หลังจากออกมา เธอก็เรียนรู้วิชาแยกวิญญาณ แยกวิญญาณออกมาหนึ่งดวง และให้มันไปประสบกับบุพเพสิบชาติ”
“และเพราะไม่ต้องผ่านการเวียนว่ายตายเกิด สั่วหลิงก็เริ่มทำหน้าที่เป็นหัวหน้าตระกูลสั่ว วางแผนสร้างเรื่องราวความรักของพวกเขาชาติแล้วชาติเล่า”
เจี่ยซีพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง ราวกับมันไม่มีผลกระทบอะไรกับเขา
แต่ฮั่วเซียวหมิงกับฉู่ลั่วต่างมองเห็นความเย็นชาในดวงตาของเขา
“แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว สั่วอิง…คงไม่ง่ายที่เธอจะทรยศสั่วหลิง” การพึ่งพิงของสั่วอิงที่มีต่อสั่วเฟิงนั้นเกินกว่าการพึ่งพิงที่มีต่อพ่อแม่และญาติพี่น้องเสียอีก
เจี่ยซียิ้มเยาะตัวเอง “แน่นอนว่ายังมีเรื่องอื่นอีก”
เขาพูดเสียงเย็น “สำหรับสั่งหลิงแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยง…หลีกเลี่ยงการแบ่งบุญกุศล เพื่อไม่ให้ลูกหลานรุ่นหลังนำวิธีการนี้ไปใช้ ลูกหลานทุกชาติภพจึงถูกฆ่าทิ้งทั้งหมด ไม่เหลือสักคน”
ฉู่ลั่ว “…”
เจี่ยซีมองฉู่ลั่ว “หลังจากสั่วอิงรู้เรื่องพวกนี้ก็ตกลงรับเงื่อนไขของสวีจิ้น ช่วยสวีจิ้นฆ่าสั่วเฟิง”
“เธอไม่อยากเป็นของเล่นของใครอีกต่อไป ยิ่งไม่อยากให้ลูกของตัวเองถูกฆ่าตามอำเภอใจ”
เจี่ยซี “น่าเสียดายที่แผนการของสวีจิ้นไม่สำเร็จ สั่วหลิงเก่งกว่าที่พวกเราคิดเอาไว้มาก!”
เขามองฉู่ลั่ว “พวกคุณหาเฉิงยวนเจอหรือยัง?”
“อืม เธออยู่ที่ตระกูลสั่ว ในกระถางสัมฤทธิ์ยักษ์”
เจี่ยซี “คุณจะช่วยเธอใช่ไหม?”
“ใช่”
ฉู่ลั่วลุกขึ้นยืน เจี่ยซีก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน “ถ้ามีอะไรที่ต้องการให้ผมช่วย ปรมาจารย์ฉู่ก็บอกได้เลยนะครับ”
“ฉันคิดว่าทั้งสวีจิ้นกับเฉิงยวน คงต่างก็หวังให้คุณเป็นเจี่ยซี และไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเวรกรรมเมื่อพันปีก่อนอีก”
เจี่ยซี “…”
ฉู่ลั่วพาฮั่วเซียวหมิงกลับมาที่ห้อง เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วติดต่อไปหาซู่เซี่ยงหยาง
ฮั่วเซียวหมิงถามขึ้น “คุณจะเข้าไปในกระถางสัมฤทธิ์ยักษ์ใช่ไหม?”
“อืม”
หลังวางสายแล้ว ฉู่ลั่วก็มองฮั่วเซียวหมิง ก่อนจะเดินเข้าไปกอดเขา “ฉันต้องไป”