เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1769 เมี่ยวเมี่ยวเจอยวนยวนแล้ว
บทที่ 1769 เมี่ยวเมี่ยวเจอยวนยวนแล้ว
“เจ้านิกาย ที่พวกเราพูดแบบนี้ก็เพราะหวังดีกับคุณนะ รอให้พวกคุณตามหาเทพบรรพกาลเจอก่อน หรือไม่ก็หาคนตระกูลสั่วตัวจริงเจอ บางทีอาจจะ…”
คำพูดที่เหลือยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นพลังวิญญาณสายแล้วสายเล่าหลั่งไหลออกมาจากในกระถางสัมฤทธิ์ยักษ์ พันเกี่ยวอยู่รอบ ๆ กระถาง
คนตระกูลสั่วตกตะลึง มองฉู่ลั่วด้วยความตกใจ “นี่…นี่มันเป็นไปได้ยังไง?”
ไจ๋โหรวเอ่ย “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะคะ? ความเก่งกาจของเจ้านิกาย พวกคุณไม่มีทางรู้หรอก”
เธอแค่นเสียงเย็นชา ยกคางขึ้นสูงกว่าเก่า แล้วเดินไปยืนข้างกายฉู่ลั่ว
ซู่เซี่ยงหยางพาคนที่เหลือเดินมายืนอยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่วเช่นกัน
พลังวิญญาณรวมตัวกันในฝ่ามือของฉู่ลั่ว พลังอันทรงอำนาจแผ่ปกคลุมพวกเขาทุกคน
“รอพวกเราด้วย!”
เมื่อพลังวิญญาณกำลังจะหายไป ก็มีเงาร่างหลายร่างพุ่งเข้าไปข้างในด้วย
ทุกคนมาปรากฏตัวภายในกระถางสัมฤทธิ์ยักษ์ ฉู่ลั่วหันไปมองจิ่งเจียเหยียนและคนที่ติดตามเธอมาทันที
จิ่งเจียเหยียนหัวเราะแห้ง ๆ “บางทีมันอาจจะมีอะไรที่พวกเราช่วยได้บ้าง?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพูดเสริม “พวกเราทุกคนคิดถึงพี่ยวนยวนค่ะ”
ฉู่ลั่วหายใจเข้าลึก ๆ “อย่าก่อเรื่องล่ะ”
จิ่งเจียเหยียนรีบพาพวกเขาไปร่วมกับกลุ่มใหญ่ทันที
ไจ๋โหรวที่เคยมาที่นี่หนหนึ่ง มองไปรอบ ๆ แล้วถามว่า “เทพบรรพกาลของตระกูลสั่วอยู่ไหนคะ?”
ภายในกระถางสัมฤทธิ์ยักษ์ยังคงเป็นฉากเดิมของเทพบรรพกาล แต่กลับไม่มีร่องรอยของเทพบรรพกาลเหลืออยู่เลย
ฉู่ลั่วพูดว่า “แยกกันไปหาเถอะ”
“พวกเราก็จะไปด้วย” จิ่งเจียเหยียนรีบเอ่ยทันที “ยิ่งคนเยอะยิ่งทำงานง่ายนะ”
ฉู่ลั่วเตือนพวกเขา “อย่าเข้าไปในภาพลวงตามากเกินไป ถ้าเห็นว่าไม่มีเฉิงยวนอยู่ ก็ให้รีบออกมาทันที”
“เข้าใจแล้ว”
ทุกคนจึงต่างแยกย้ายกันไป
มีเพียงซู่เซี่ยงหยางกับลูกน้องอีกคน รวมถึงฉู่ลั่วที่ยังคงอยู่ที่เดิม
“นั่นคือเลือด”
ทันทีที่เข้ามา สิ่งแรกที่เห็นคือรอยเลือดขนาดใหญ่ที่แห้งกรังไปแล้ว บางส่วนของเลือดยังมีเศษเนื้อปะปนอยู่ด้วย
แต่ทุกคนทำเหมือนไม่เห็นอะไร
ซู่เซี่ยงหยางย่อตัวลงตรวจสอบ “เลือดคนครับ”
เมื่อนึกถึงศพที่ถูกหั่นของตระกูลสั่ว ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเลือดเหล่านี้เป็นของใคร
เขาหันหน้าไปมองฉู่ลั่วแล้วกล่าวว่า “ถ้าคนตระกูลสั่วทั้งหมดถูกเฉิงยวนฆ่า แล้วเธอ…”
ฉู่ลั่ว “หาเธอให้เจอก่อนแล้วค่อยว่ากันเถอะค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางสามเท้าไว ๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่ว แล้วกระซิบว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทางลัทธิเต๋า เฉิงยวนฆ่าคนของตระกูลสั่วไปมากขนาดนี้ ลัทธิเต๋าจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ เหรอคะ?”
“อีกอย่าง เธอก็แบกรับหนี้เลือดของคนรุ่นหลังในตระกูลเฉิงอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมาเพิ่มหนี้เลือดให้ตัวเองอีก”
“เธอจะไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหรอครับ?”
น่ากลัวว่าตอนที่พวกเขาหาเฉิงยวนเจอ เธออาจจะกลายเป็นผีร้ายไปแล้ว
เขาถามด้วยความกังวล “ถ้าเฉิงยวนกลายเป็นผีร้ายจริง ๆ คุณมีวิธีควบคุมเธอไหมครับ?”
ฉู่ลั่วตอบ “ขึ้นอยู่กับระดับการกลายเป็นผีร้ายค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางพูด “เรื่องที่ตระกูลสั่วทำมันช่าง…น่าขยะแขยงเหลือเกิน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เกิดกับเฉิงยวนที่เป็นผีสาวพันปีเท่านั้น แม้แต่คนธรรมดาก็คงทนไม่ไหวเหมือนกัน”
พันปีก่อน คู่รักคู่หนึ่งต้องพลัดพราก
พ่อแม่และครอบครัวถูกฆ่าตาย
หลานชายหลานสาวกลายเป็นเครื่องมือที่ถูกคนอื่นใช้ประโยชน์
ตอนนี้แม้แต่วิญญาณสวีจิ้นที่กลับชาติมาเกิดใหม่ก็ตายไปแล้ว
“แค่เรื่องพวกนี้เรื่องเดียวก็เพียงพอที่จะทำลายจิตใจของคนได้แล้ว แต่เฉิงยวนกลับต้องทนรับมันมากมายขนาดนี้”
“ก่อนอื่นต้องหาเฉิงยวนให้เจอค่ะ ตราบใดที่เราไม่แจ้งกับลิทธิเต๋า เราก็ยังมีหนทางให้จัดการได้”
“ตอนนี้ต้องหาเธอให้เจอก่อน”
ฉู่ลั่วมองออกไปยังป่าชิงถงอันกว้างใหญ่ไพศาล
“เจอแล้ว!”
เสียงตะโกนของจิ่งเจียเหยียนดังก้องไปทั่วทั้งป่า เธอร่อนลงมาอยู่ตรงหน้าฉู่ลั่วด้วยความตื่นเต้น “ลั่วลั่ว เมี่ยวเมี่ยวเจอยวนยวนแล้ว”
“แต่ว่า… สภาพของยวนยวนไม่ค่อยดีเท่าไหร่”