เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1806 ความยึดติด
บทที่ 1806 ความยึดติด
กว่านหว่านรู้สึกตื่นเต้น “วิญญาณที่เกิดมาเองตามธรรมชาติ ยังไม่รู้ว่าจะต้องตั้งครรภ์นานแค่ไหน จะคลอดเมื่อไหร่ และไม่รู้ว่าร่างกายของคุณจะทนไหวหรือเปล่า?”
รุ่ยอวิ๋นโจวก็วิ่งมาจากไกล ๆ
ก่อนหน้านี้เขาอยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่วตลอด แต่เมื่อเวลาผ่านไปนาน เขาก็จากไป
ตอนนี้เขาเหมือนรู้สึกอะไรบางอย่าง จึงเดินตรงมาหาและก้มลงมองท้องฉู่ลั่ว “อาจารย์…”
“นี่คือลูกของฉัน” ฉู่ลั่วหรี่ตามองเล็กน้อย
รุ่ยอวิ๋นโจวหัวเราะออกมา “อาจารย์คิดว่าผมจะทำร้ายเด็กคนนี้หรือครับ?”
เขาส่ายหน้า “ผมไม่ทำหรอกครับ สิ่งที่อาจารย์ไม่ให้ผมทำ ผมจะไม่ทำแน่นอน”
ใบหน้านั้นยังคงเชื่อฟังและบริสุทธิ์ไร้เดียงสาเหมือนเดิม
ฉู่ลั่วจ้องมองเขาสักพัก “แบบนั้นก็ดีแล้ว”
รุ่ยอวิ๋นโจวยิ้ม “อาจารย์ครับ นี่คือสมุนไพรวิเศษที่ผมหามาได้บ้าง”
เขาหยิบของออกมาอย่างภูมิใจ
แน่นอนว่าเป็นสมบัติล้ำค่าที่เฉิงยวนต้องการ
ตั้งแต่ฉู่ลั่วแน่ใจว่าตัวเองตั้งครรภ์ กว่านหว่านก็อยู่ข้าง ๆ เธอตลอดเวลา คอยบันทึกการเปลี่ยนแปลงของร่างกายฉู่ลั่วทุกวัน
แต่ท้องของฉู่ลั่วกลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เลย นอกจากประกายชีวิตเล็ก ๆ นี้แล้ว ก็ดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย
ชายชราเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าจ้องมองตลอดเวลาก็ไม่มีประโยชน์หรอก วิญญาณที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่ละคนล้วนมีวาสนาเป็นของตัวเอง”
กว่านหว่าน “…ฉันรู้ค่ะ แต่ฉันก็ยังอยากบันทึกเอาไว้”
ชายชรา “แทนที่จะสนใจร่างกายของนาง ไปสนใจเสียงของเจ้าดีกว่า”
กว่านหว่านลูบคอตัวเอง
เธอพูดได้อีกครั้งแล้ว
ทั้งหมดนี้เป็นเพราะสมบัติล้ำค่าของโลกใบนี้
ฉู่ลั่วพูดว่า “เสียงของคุณเพิ่งจะดีขึ้น ต้องดูแลมันให้มากกว่านี้นะคะ”
กว่านหว่านตอบว่า “จะพูดได้หรือไม่ได้ สำหรับฉันมันไม่แตกต่างกันมากนักหรอกค่ะ”
เธอคุ้นเคยกับการไม่พูดมานานแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะอยากรู้ผลการรักษา เธอก็ไม่คิดจะใช้สมบัติล้ำค่าเพื่อรักษาลำคอของตัวเอง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ระบบการเวียนว่ายตายเกิดของปรโลกผ่านการทดลองนับล้านครั้ง จนในที่สุดก็สามารถใช้งานได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ แล้ว
หลังจากติดต่อกับทางปรโลก ปรโลกของโลกนี้ก็เริ่มรับหน้าที่ดูแลวิญญาณที่ล่องลอยอยู่ในโลกนี้อย่างเป็นทางการ
ชายชราตื่นเต้น มองวิญญาณเหล่านั้นถูกเรียกไป
“ในที่สุด…ในที่สุดก็สำเร็จ”
แม้จะเป็นเพียงจิตวิญญาณ แต่ตอนนี้เขาก็แสดงสีหน้ายินดีออกมา
เมื่อเห็นว่าวิญญาณรอบ ๆ ต่างมีที่ไปของตัวเอง ชายชราก็ถอนหายใจเบา ๆ “น่าเสียดาย ข้ายังไม่ได้กลับไปดู”
ฉู่ลั่วเดาบางอย่างได้ อารมณ์จึงหดหู่ลง “ต่อไปคงมีโอกาสค่ะ”
ชายชราส่ายหน้า “ที่ข้าอดทนมาจนถึงตอนนี้ได้ ก็เพราะการยึดติดเท่านั้น ข้าไม่เพียงแต่ทำผิดต่อโลกใบนี้ แต่ยังทำผิดต่อโลกเดิมด้วย”
ตอนที่เขาพานักพรตจากมา ทิ้งโลกเดิมไว้ให้แดนเทพและลัทธิเต๋า มันก็เหมือนกับการทอดทิ้งพวกมนุษย์
ตอนนี้เมื่อเห็นสิ่งของที่ยมทูตรุ่นใหม่ใช้ ได้ยินคำพูดที่พวกเขาพูดอย่างไม่ใส่ใจทั้งต่อแดนเทพ ลัทธิเต๋า หรือแม้แต่ปรโลกก็ไม่มีความเกรงกลัวมากนัก เขาจึงรู้สึกสบายใจ
มนุษย์ก็คือมนุษย์
ฉู่ลั่วรู้สึกหดหู่
คนอื่น ๆ ก็รับรู้บางอย่างได้ จึงเดินเข้ามาหา
แม้แต่รุ่ยอวิ๋นโจวก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉู่ลั่ว มองชายชราด้วยสายตาเศร้า
ชายชรายิ้ม “โลกนี้และโลกเดิม ข้าขอฝากไว้กับพวกเจ้าแล้ว”
พร้อมกับคำพูดของเขา จิตวิญญาณอันทรงพลังค่อย ๆ กลายเป็นประกายแสงแล้วสลายไปบนท้องฟ้า
ทุกคนต่างรู้สึกเศร้าใจ
…….
รุ่ยอวิ๋นโจวเดินตามหลังฉู่ลั่ว
“ทำไมล่ะครับ?”
เขาถามขึ้นมากะทันหัน “อาจารย์ ผมไม่เข้าใจ ถึงแม้เขาจะเป็นเพียงจิตวิญญาณเสี้ยวหนึ่ง แต่ก็แข็งแกร่งมากพอ ทำไมแค่ความยึดติดหายไป เขาถึงสูญสลายไปทั้งร่างกายและจิตวิญญาณเลยล่ะครับ”
ฉู่ลั่วเดินช้า ๆ
ในช่วงที่ผ่านมา พวกเขาได้หาสมบัติล้ำค่าที่เฉิงยวนต้องการมาได้ส่วนใหญ่แล้ว ตอนนี้เหลือเพียงสมบัติล้ำค่าอย่างเดียวเท่านั้น
“นายคิดว่ายังไงล่ะ?”
รุ่ยอวิ๋นโจวไม่คิดว่าฉู่ลั่วจะตอบคำถามของเขา
ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นทันที
คำพูดที่ไม่ได้ตั้งใจนี้ ทำให้เขารู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในช่วงที่ยังไม่ได้ทรยศอาจารย์
เขายืนนิ่งอยู่กับที่สักพัก ก่อนจะก้าวเท้าตามไปต่อ “ผม…ผมคิดว่า…”
เขาพูดอึกอักอยู่นาน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา