เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1900 วิจัยเหล่าเทพ
บทที่ 1900 วิจัยเหล่าเทพ
ฉู่ลั่วก้มหน้าคำนวณ
แต่กลับไม่สามารถคำนวณหาตำแหน่งของจิ่งเจียเหยียนได้
มือที่จับดาบชิงเจวี๋ยของเธอกระชับแน่นขึ้น
สำนักเต๋าใหม่มีฝีมือไม่เบาทีเดียว
แต่ว่า…
ฉู่ลั่วถอนหายใจเบา ๆ “คุณรู้ไหม? ตอนที่อยู่องค์กร ทางสถาบันวิจัยก็เสนอให้สร้างสถาบันที่สามารถต้านทานการโจมตีของนักพรตทั้งหมดได้”
“พวกเขายังพูดถึงการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อต่อต้านนักพรตด้วย”
“หนึ่งในนั้นคือการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อรบกวนความสามารถในการคำนวณของนักพรต”
เธอมองไปที่จอใหญ่ “แต่โครงการนั้นถูกระงับไป แล้วคุณรู้ไหมว่าทำไม?”
เสียงกลไกยังคงพูดเหมือนเช่นเคย
ฉู่ลั่ว “เพราะว่าการวิจัยนี้มีข้อเสียที่ใหญ่หลวงมาก”
เธอจ้องจอภาพขนาดใหญ่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ดาบชิงเจวี๋ยหลุดลอยจากมือของเธอ ส่งเสียงแผ่วเบาอยู่ข้างกาย
ในความมืด เสียงของฉู่ลั่วเบามาก “ข้อเสียก็คือ การยืมใช้เทคโนโลยีขั้นสูงต้องยืมใช้พลังงานด้วย”
“สำหรับนักพรต การสั่นสะเทือนของพลังงานไม่จำเป็นต้องคำนวณ แค่รับรู้ได้ก็พอ”
พร้อมกับเสียงที่ดังสนั่นขึ้นจากไกล ๆ ไฟรอบด้านก็ดับทั้งหมด เหลือเพียงจอภาพขนาดใหญ่ที่ยังคงเรืองแสงสีขาวซีด กระทั่งเสียงกลไกก็หยุดลงแล้วด้วย
“คุณต้องเชื่อว่าโครงการที่ผู้อาวุโสสั่งให้หยุด ล้วนมีเหตุผลทั้งนั้น!”
“ดูสิ แค่นี้ก็เจอแล้วไม่ใช่หรือ?”
ดาบชิงเจวี๋ยกลับมาอยู่ในมือของฉู่ลั่ว
ฉู่ลั่วยกมือขึ้น “คุณไม่ต้องโกรธมากหรอก ฉันจะไปขอโทษคุณด้วยตัวเอง”
เธอฟันดาบผ่านอากาศ
จอภาพขนาดใหญ่แตกออกเป็นสองส่วนทันที
ฉู่ลั่วเดินเข้าไปในสถาบันวิจัย
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องทดลองแห่งหนึ่ง เธอพลันหยุดฝีเท้าลงแล้วเหลียวไปมอง
ภายในห้องทดลองนั้นมีโหลแก้วบรรจุร่างดั้งเดิมของเหล่าปีศาจรูปร่างต่าง ๆ บางตนถูกควบคุมด้วยอักขระจึงแปลงร่างได้เพียงครึ่งเดียว แต่ตอนนี้พวกมันกลับถูกบรรจุอยู่ในโหลแก้วทั้งหมด
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในห้องทดลองนี้ยังมีอักขระหลากหลายสีสลักอยู่ กักขังวิญญาณของปีศาจเหล่านี้ไว้ทั้งหมด พร้อมกับร่างไร้วิญญาณที่ถูกขังอยู่ในโหลแก้ว
ฉู่ลั่วยกดาบขึ้นฟันประตูห้องทดลองให้พัง ทำลายอักขระ และทุบโหลแก้วทั้งหมดให้แตกกระจาย
ร่างไร้วิญญาณและดวงวิญญาณของเหล่าปีศาจถูกปล่อยออกมาทั้งหมด
ดวงวิญญาณของปีศาจที่เดิมถูกขังอยู่ในโหลแก้วและส่งเสียงร้องคร่ำครวญ ตอนนี้พวกมันกรีดร้องออกมาเสียงแหลม
ฉู่ลั่วยกมือขึ้นประสาน โยนแผ่นยันต์ออกไป ทำให้ดวงวิญญาณเหล่านั้นสงบลง
เธอมองดวงวิญญาณของเผ่าปีศาจแต่ละตนที่กำลังมึนงง
“รอให้ฉันช่วยคนเสร็จแล้ว ฉันจะส่งพวกเธอไปปรโลก”
เธอค้นหาไปทีละห้อง
ยิ่งหาลึกเข้าไป สิ่งที่ถูกขังอยู่ในห้องทดลองก็ยิ่งแปลกประหลาด
ตอนแรกเป็นปีศาจ
ต่อมาเป็นวิญญาณ
หลังจากนั้น แม้แต่ร่างของนักพรตก็ยังมี
ฉู่ลั่วมองนักพรตที่มีท่อมากมายเสียบอยู่ทั่วร่าง และดวงวิญญาณที่ถูกแผ่นยันต์กักขังไว้ข้าง ๆ
ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาวางค่ายกลหลายชั้น สถาบันวิจัยแบบนี้จะกล้าให้คนมาพบเจอได้อย่างไร
เธอปลดปล่อยร่างกายและดวงวิญญาณของนักพรตออกมา
“เจ้านิกาย!”
ทันทีที่ถูกปลดปล่อย วิญญาณก็ฟื้นคืนสติทันที วิญญาณนักพรตมองฉู่ลั่วด้วยความตื่นเต้นดีใจ “เจ้านิกาย คุณกลับมาแล้ว!”
ฉู่ลั่ว “…ค่ะ”
นักพรตถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ดีแล้วที่เจ้านิกายกลับมา ผมสืบพบข้อมูลมากมายที่นี่ครับ สีไคคนนั้นไม่ใช่คนดีอะไรเลย สถาบันวิจัยของเขาไม่เพียงแต่ศึกษาพลังปีศาจและพลังหยินเท่านั้น แต่ยังต้องการศึกษาพลังวิญญาณด้วย”
“มีพวกปีศาจ วิญญาณ และนักพรตจำนวนไม่น้อยเลยครับที่ถูกจับมาทำการทดลองที่นี่”
“ผมได้รับคำสั่งจากองค์กรให้มาสืบ ผม…”
แต่ยังพูดไม่ทันจบ เขาก็เห็นร่างไร้วิญญาณของตัวเอง
เขาตะลึงอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตระหนักได้ “ที่แท้…ผมก็ตายไปแล้ว”
ฉู่ลั่ว “…”
“จับตัวสีไคได้แล้วหรือยังครับ?” นักพรตไม่ได้กังวลเกี่ยวกับร่างไร้วิญญาณของตัวเอง
“ยังจับไม่ได้ค่ะ”
“ยังไม่ได้อีกหรือครับ! แล้วตอนนี้เขาจะทำร้ายสิ่งมีชีวิตไปมากแค่ไหนกัน!” นักพรตร้อนใจมาก “เจ้านิกายครับ คุณต้องจับตัวสีไคคนนี้ให้ได้นะครับ! พวกนักวิจัยใต้บังคับบัญชาของเขาด้วย พวกเขาแต่ละคนโหดเหี้ยมเหลือเกิน”
“พวกเขาบอกว่าต้องการพึ่งพากำลังคนเพื่อวิจัยปีศาจ วิจัยผี…”
“ที่ร้ายแรงกว่านั้น พวกเขาบอกว่าจะใช้กำลังคนเพื่อวิจัยเหล่าเทพ!”