เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1906 เข้ามณฑลหนาน
บทที่ 1906 เข้ามณฑลหนาน
พลังวิญญาณทะลักเข้าไปในลำคอ ราวกับจะตัดคอของสีไคให้ขาด
เขารีบดิ้นรนต่อสู้ “ท่านเทพ ไว้ชีวิตผมด้วย! ผมไม่รู้จริง ๆ!”
ซีไป๋ปล่อยมือ
สีไคทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น กุมคอของตัวเอง มองวิดีโอถ่ายทอดสดด้วยความตกใจ
ตอนนี้กล้องได้เปลี่ยนไปจับภาพผู้เข้าแข่งขันคนอื่นแล้ว แต่ก็ยังคงเห็นเงาร่างของฉู่ลั่วอยู่
นั่นคือฉู่ลั่วไม่ผิดแน่
เขาจำคนไม่ผิดแน่นอน
คนอื่น ๆ ก็ไม่มีทางจำผิดเช่นกัน
“ไม่มีใครสามารถหนีพ้นวิชาค่ายกลยมทูตของผมได้ ใครที่เข้าไปวิญญาณจะต้องแตกสลาย” สีไคส่ายหน้าไม่อยากจะเชื่อ “เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”
ซีไป๋นั่งลงบนโซฟาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ ก่อนจะพูดกับระบบ “นายไม่ได้บอกเหรอว่าเธอไม่มีลมหายใจแล้ว?”
ระบบ [ฉันก็บอกแล้วว่าฉู่ลั่วไม่ได้ตายง่าย ๆ แบบนั้น เสียดายที่นายไม่เชื่อ]
ขณะนั้นเองในถ่ายทอดสดก็มีผู้บำเพ็ญที่กล้าหาญคนหนึ่ง ค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ฉู่ลั่ว “ปรมาจารย์ฉู่?”
ฉู่ลั่วลืมตามองเขา
ผู้บำเพ็ญยิ้มประหม่า จากนั้นถามเบา ๆ ว่า “ปรมาจารย์ฉู่ คุณได้ดูวิดีโอบนอินเทอร์เน็ตหรือยังครับ?”
“ดูแล้วค่ะ!”
“ในวิดีโอบอกว่าคุณบุกเข้าไปในสถาบันวิจัย แล้วก็ตาย…”
“ฉันไม่ได้ตายค่ะ แต่การบุกเข้าสถาบันวิจัยเป็นเรื่องจริง”
จู่ ๆ ฉู่ลั่วก็เงยหน้าขึ้นมองกล้อง เธอยิ้มเล็กน้อย “ฉันขอโทษที่ทำลายสถาบันวิจัยนะคะ แต่หลังจากที่ฉันกลับมาจากมณฑลหนานแล้ว ฉันจะไป…ขอโทษด้วยตัวเองเอง”
“หวังว่าก่อนที่ฉันจะกลับมา จะดูแลสุขภาพให้ดีนะคะ”
สีไคแค่รู้สึกถึงความหวาดกลัวที่คืบคลานขึ้นมาตามแผ่นหลัง
เขากลืนน้ำลายลงคอ แล้วเข้าไปใกล้ซีไป๋ด้วยความหวาดหวั่น “ท่านเทพครับ คุณต้องช่วยผมนะ!”
นับตั้งแต่เขาก่อตั้งสถาบันวิจัย ไม่มีใครที่เขาอยากฆ่าแล้วฆ่าไม่ได้ ไม่มีอะไรที่เขาอยากเก็บสะสมแล้วเก็บสะสมไม่ได้
ไม่ว่าจะเป็นนักพรต ปีศาจ หรือแม้แต่วิญญาณที่ล่องลอย เขาอยากฆ่าก็ฆ่า อยากเก็บสะสมก็เก็บสะสม
แต่ฉู่ลั่วไม่เหมือนกัน
เขาเกือบจะใช้อาวุธที่ดีที่สุดและใหม่ล่าสุดทั้งหมดที่มีอยู่ในมือไปแล้ว
แต่ฉู่ลั่วไม่ตาย!
เธอไม่ตาย!
สีหน้าของสีไคซีดขาวเหมือนกระดาษ และยิ่งกลัวจนตัวสั่นไปทั้งร่าง
ซีไป๋ไม่แม้แต่จะมองเขา “ก็รอดูว่าเธอจะมีชีวิตรอดออกมาจากมณฑลหนานได้หรือเปล่า”
“ความหมายของท่านเทพคือ…” สีไคเข้าใจในทันที “ท่านเทพคิดรอบคอบจริง ๆ ครับ”
ณ มณฑลหนาน
รถเหาะจอดลงที่ค่ายกลของมณฑลหนาน
หมอกควันที่ปกคลุมค่ายกลได้ซ่อนมณฑลหนานไว้อย่างมิดชิด
มันแตกต่างจากครั้งก่อน ตอนนี้ด้านล่างของค่ายกลมณฑลหนาน มีเพียงช่องทางเดียวที่เปิดอยู่ มันสูงสิบเมตรและกว้างสิบเมตร
เมื่อผ่านช่องทางนี้ ก็สามารถมองเห็นสภาพภายในมณฑลหนานได้ราง ๆ
รถเหาะจอดนิ่ง ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดลงมา
ผู้รับผิดชอบรีบไปเจรจากับฝ่ายมณฑลหนานทันที
จิ่งอีเดินมาอยู่ข้างกายฉู่ลั่ว “อาจารย์ฉู่ ฉันไม่เข้ามณฑลหนานแล้วค่ะ”
ฉู่ลั่วมองเธอ
จิ่งอีพูด “พี่สาวกับแม่ของฉันหายตัวไป ฉันได้รับข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขาจากเหยียนเหยียน ฉันต้องไปช่วยพวกเขา”
“พอเข้าใกล้มณฑลหนาน การไลฟ์ก็จะถูกปิด ฉันจะฉวยโอกาสนั้นหลบหนีออกไปค่ะ”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย “เธอจะไปคนเดียวได้เหรอ?”
“ปรมาจารย์ คุณสอนวิธีใช้เสวี่ยหลวนให้กับฉันแล้ว แถมยังมีหลิงฟางกับเยว่เยว่คอยช่วยเหลือฉันอยู่อีก พวกเราทำได้ค่ะ”
เวินหลิงเยว่กับหลิงฟางก็มาถึงแล้ว
ฉู่ลั่วมองหลิงฟาง “นายไม่ได้อยากเข้ามณฑลหนานมาตลอดเหรอ?”
หลิงฟางบอก “ผมอยากไปจริง ๆ ครับ แต่เพื่อนมีปัญหา ผมไม่สามารถเพิกเฉยได้! ถ้าปีนี้เข้ามณฑลหนานไม่ได้ ก็ค่อยเป็นปีหน้า และอีกอย่าง…”
เขามองฉู่ลั่วด้วยสายตาเต็มไปด้วยความชื่นชม “ลูกพี่กลับมาแล้ว ผมคิดว่าบางทีผมอาจไม่จำเป็นต้องไปมณฑลหนานก็สามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระได้ครับ”
เวินหลิงเยว่มองฉู่ลั่วด้วยความกังวลเล็กน้อย “อาหญิง ถ้าไปคนเดียว คุณจะไม่มีปัญหาใช่ไหมคะ?”
“ไม่มีปัญหา” ฉู่ลั่วหยิบยันต์ออกมาให้พวกเขา “อย่าพึ่งพายันต์พวกนี้มากเกินไปล่ะ”
ทั้งสามคนต่างพยักหน้า
จากนั้นพวกเขาทั้งสามก็ถอยไปอยู่ท้ายแถว
ฉู่ลั่วเดินไปหน้าสุดของแถว ทันทีที่เธอขยับ สายตาทุกคู่ก็จับจ้องเธอ