เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1907 ยึดทุกอย่างที่ไม่ควรนำมา
บทที่ 1907 ยึดทุกอย่างที่ไม่ควรนำมา
เมื่อผู้รับผิดชอบเห็นฉู่ลั่วเดินมาก็รีบพูดทันทีว่า “เจรจาเรียบร้อยแล้วครับ ตอนนี้…สามารถเข้าไปได้แล้ว หลังจากเข้าไปในมณฑลหนานแล้ว รอบชิงชนะเลิศจะไม่สามารถถ่ายทอดสดได้ ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องฟังคำสั่งของผู้รับผิดชอบของมณฑลหนาน”
ผู้รับผิดชอบฝั่งมณฑลหนานเป็นหญิงสาวในชุดทำงาน ดูอายุเพิ่งจะยี่สิบต้น ๆ แต่มีสีหน้าเย็นชา
เธอมองฉู่ลั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วหลบไปด้านข้างพร้อมพูดว่า “มณฑลหนานขอต้อนรับผู้เข้าแข่งขันทุกท่านค่ะ ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนจะได้รับเงินสนับสนุนคนละสิบล้าน”
สองข้างทางเต็มไปด้วยผู้บำเพ็ญ แต่ละคนมีสีหน้าเคร่งเครียดและระแวดระวัง
ฉู่ลั่วเพียงแค่กวาดตามองก็รู้ว่าผู้บำเพ็ญเหล่านั้นล้วนมีความสามารถสูงส่ง และยังมีกลิ่นอายของเลือดติดตัวอีกด้วย
พวกเขาล้วนเคยฆ่าคนมาก่อน
เธอไม่ได้สนใจอะไรมากไปกว่านั้น แต่เดินตรงไปยังทางเดิน
ทางเดินนั้นหนาทึบ เมื่อเข้าไปข้างในแล้ว ตรงหน้าก็มีแต่ความพร่ามัว
หลังผ่านความพร่ามัว สายตาก็สว่างวาบขึ้นทันที
รอบ ๆ เป็นพื้นที่โล่งกว้าง สถานที่เปิดประตูถูกเลือกในที่ที่ไม่มีผู้คนอาศัยและไร้สิ่งปลูกสร้าง
มีเพียงแท่นขนาดใหญ่ที่ถูกปรับแต่งเท่านั้น
ผู้เข้าแข่งขันทยอยเข้ามา จนกระทั่งทุกคนเข้ามาอยู่ข้างในหมดแล้ว
เสียงทุ้มหนักแน่นดังขึ้น “ปิดประตู”
ฉู่ลั่วหันกลับไปมอง เห็นเพียงประตูหนาทึบกำลังแผ่ขยายอย่างรวดเร็วจากทุกทิศทาง และสุดท้ายก็ก่อตัวเป็นค่ายกลที่สมบูรณ์
“ผมชื่อหมี่สวิ้น เป็นพนักงานของฮั่วกรุ๊ป รับผิดชอบการแข่งขันรอบสุดท้ายครั้งนี้ครับ”
“ไปกันเถอะ! ผมจะพาพวกคุณไปที่พัก”
รถเหาะหลายสิบคันแล่นเข้ามา
ทุกคนขึ้นรถตามลำดับ แต่ละคันมีที่นั่งเพียงห้าคน ฉู่ลั่วขึ้นรถเป็นคนแรก แต่กลับพบว่าคนที่นั่งรถด้วยไม่ใช่ผู้เข้าแข่งขัน แต่เป็นนักพรตทั้งหมด
หมี่สวิ้นก็ขึ้นรถมาด้วย เขานั่งข้าง ๆ เธอ
หมี่สวิ้นเหลือบมอง สำรวจฉู่ลั่วด้วยสีหน้าระแวดระวังมาก
ฉู่ลั่วพูดว่า “ฉันต้องการพบฮั่วเซียวหมิงค่ะ”
หมี่สวิ้นละสายตากลับมา “ประธานฮั่วยุ่งมากครับ ไม่ใช่ว่าใครก็จะพบได้”
ฉู่ลั่ว “ฉันคือฉู่ลั่วค่ะ”
หมี่สวิ้นยิ้มเย็นมากขึ้น “คนที่พวกเรากำลังขัดขวางก็คือฉู่ลั่ว หวังว่าฉู่ลั่วคนนี้จะยอมเข้าร่วมแข่งขันอย่างว่าง่าย หลังจากแข่งขันเสร็จก็จะอยู่ที่นี่อย่างสงบ รอจนกว่าประตูจะเปิดในปีหน้า แล้วออกจากมณฑลหนานอย่างราบรื่นปลอดภัย”
ฉู่ลั่วหันไปมองทิวทัศน์นอกรถ
เมื่อเทียบกับการพัฒนาอย่างรวดเร็วด้านนอกมณฑลหนานแล้ว การพัฒนาภายในมณฑลหนานกลับช้ามาก
รถเหาะมีไม่มาก พาหนะส่วนใหญ่ก็ยังเหมือนกับเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน
ทันใดนั้นฉู่ลั่วก็หรี่ตาลง “นั่นคือ…ยมทูตเหรอ?”
บนพื้นดิน ยมทูตสิบกว่าคนกำลังลากวิญญาณสิบกว่าดวงเดินวนเวียนอยู่ในเมือง
หมี่สวิ้นเหลือบมองแวบหนึ่ง “ครับ ยมทูต แค่เปิดประตูก็จับวิญญาณมาได้มากขนาดนี้ ดูเหมือนช่วงนี้จะมีคนตายไม่น้อย”
ไม่นานรถเกาะก็มาจอดที่ดาดฟ้าของโรงแรมแห่งหนึ่ง
ทุกคนลงจากรถตามลำดับ
หมี่สวิ้นยกมือขึ้นเล็กน้อย “ตรวจสอบข้าวของของพวกเขาทั้งหมด ยึดทุกอย่างที่ไม่ควรนำมา”
นักพรตที่ติดอาวุธครบมือเข้ามาทันที เริ่มตรวจสอบสิ่งของที่ผู้เข้าแข่งขันนำมา
เนื่องจากต้องอยู่ในมณฑลหนานไปหนึ่งปี ผู้บำเพ็ญแต่ละคนจึงนำของมามากมาย กระเป๋าเดินทางถูกเปิดออกทีละใบ ๆ
หมี่สวิ้นมองไปทางฉู่ลั่ว “ของคุณล่ะ?”
ฉู่ลั่ว “ฉันไม่ได้เอามา”
หมี่สวิ้นยิ้ม กล่าวว่า “ผมบอกไปแล้วว่าผู้เข้าแข่งขันไม่ควรนำอะไรมาด้วย มณฑลหนานของเรามีทุกอย่าง! ถ้าขาดอะไรก็ซื้อได้”
“มีรูปเทพ!”
จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องตกใจดังขึ้น ฉู่ลั่วเห็นชัดเจนว่าสายตาของหมี่สวิ้นมืดลงอย่างรวดเร็ว
หมี่สวิ้นก้าวยาว ๆ แล้วพบว่ามันเป็นหนังสือศาสตร์พยากรณ์ที่นักพรตคนหนึ่งนำมา บนนั้นมีรูปเทพมากมายอยู่ข้างใน
หมี่สวิ้นแย่งหนังสือมา เปิดดูอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาเย็นชาขึ้นกว่าเดิม
พลังวิญญาณพลันปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเขา หนังสือศาสตร์พยากรณ์ก็กลายเป็นเถ้าถ่าน
“คุณทำอะไร! มันเป็นของของฉันนะ คุณจะเผาของของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉันได้ยังไง”
ผู้บำเพ็ญกำลังจะพุ่งเข้ามา แต่ถูกหมี่สวิ้นใช้ปืนจ่อหน้าอก